เขียนบทความสุขภาพอย่างไรให้ปัง

บทความสุขภาพเป็นบทความที่ได้รับความนิยมและมีผู้จ้างเข้ามาอย่างต่อเนื่อง เพราะได้รับความสนใจจากผู้อ่านทุกเพศ ทุกวัย ส่วนในเรื่องของข้อมูล ผู้เขียนก็สามารถหาได้จากประสบการณ์ เรื่องใกล้ตัวและข้อมูลทางอินเทอร์เน็ตที่มีอย่างหลากหลาย ทำให้การเขียนบทความประเภทนี้ได้รับความนิยมอย่างมากทั้งในกลุ่มผู้จ้างและกลุ่มของนักเขียนบทความเอง วันนี้ ผู้เขียนจึงขอมาแชร์ความรู้ดีๆเกี่ยวกับการเขียนบทความสุขภาพ ความสวยความงามอย่างไรให้ปัง จนผู้อ่านติดใจมาฝากทุกท่านกัน

ชื่อเรื่องเป็นสิ่งสำคัญ  

ชื่อบทความก็เปรียบเสมือน First Impression ของการพบปะกันระหว่างผู้เขียนและผู้อ่าน ซึ่งชื่อบทความที่ดีไม่เพียงแต่จะทำให้ผู้อ่านเกิดความสนใจจนต้องคลิกเข้ามาดูเนื้อหาเพิ่มเติมเท่านั้น แต่ยังสามารถบ่งบอกถึงภาพรวมของเนื้อหาในบทความได้เป็นอย่างดีหรืออย่างน้อยก็ต้องบอกได้ว่าบทความนั้นเป็นเรื่องเกี่ยวกับอะไร เป็นอย่างไร ดูน่าเชื่อถือหรือไม่หรือเป็นประโยชน์ต่อผู้อ่านอย่างไรบ้าง ถือเป็นสิ่งสำคัญที่ผู้เขียนหลายท่านมักละเลย เพราะคิดว่าผู้อ่านไม่สนใจ แต่จริงๆแล้วขั้นตอนนี้ถือเป็นเรื่องสำคัญมาก

เกริ่นนำให้น่าติดตาม

นอกจากการดึงความสนใจด้วยชื่อเรื่องแล้ว นักเขียนบทความควรดึงผู้อ่านไว้ด้วยการใช้สำนวน ถ้อยคำที่กินใจ กระชับ ไม่ใช้ภาษาวิบัติจนทำให้ดูน่าปวดหัว แต่ต้องโปรยความคิดชวนให้ผู้อ่านเกิดความสนใจ, อยากรู้อยากเห็นและคิดตามในช่วงย่อหน้าแรกแบบกว้าง ๆ หากนักเขียนไม่สามารถทำให้ผู้อ่านสนใจติดตามได้ในย่อหน้าแรก ก็ยากที่ผู้อ่านจะเลื่อนอ่านจนจบ เชื่อว่าหลายคน รวมทั้งตัวผู้เขียนเองก็เคยพบเจอ เช่น ในบางครั้งถ้าเราอ่านย่อหน้าแรกไม่รู้เรื่องก็คลิกปิดหรือไปหาบทความอื่นมาอ่านแทนเลยก็มี

ดังนั้น ประเด็นสำคัญที่ไม่ควรพลาดคือ การกล่าวถึงเนื้อหาคร่าวๆว่าในบทความนี้เป็นเรื่องอะไร ทำไมถึงต้องเขียนขึ้นมาและประกอบด้วยอะไรบ้าง ก่อนจะปิดท้ายพารากราฟแรกด้วยคำพูดแบบเชิญชวนให้เลื่อนอ่านลงไปเรื่อยๆ อาทิ ถ้าอยากรู้ตามมาดูกันได้เลย / มีดังนี้ / บทความต่อไปนี้จะบอกเคล็ดลับผิวขาวใสให้คุณได้ มาดูกันได้เลย ฯลฯ หรือจะกล่าวแบบชวนให้คิดตาม เช่น ทำไมถึงต้องใช้สมุนไพรตัวนี้ ต้องอ่านให้จบ / ถ้าสงสัย ลองอ่านบทความนี้สิ แล้วคุณจะรู้ ซึ่งประโยคเหล่านี้จะทำให้ผู้อ่านเกิดความสนใจได้

เนื้อหาและบทสรุปที่กินใจ 

ในส่วนของเนื้อหา นักเขียนบทความควรสื่อสารด้วยสำนวนที่กระชับ ชัดเจน ไม่วกวน ถ้าหากเนื้อหามีความซับซ้อนอาจจะเลือกแบ่งเป็นหัวข้อย่อยเพื่อให้เกิดความเข้าใจได้ง่ายขึ้น อีกทั้ง ยังเป็นการเบรคสายตาของผู้อ่านในแต่ละย่อหน้าได้อีกด้วย ส่วนย่อหน้าสุดท้ายหรือบทสรุปจะเป็นพารากราฟที่นักเขียนได้แสดงความคิดเห็นของตนเองต่อเรื่องนั้นออกมาหรืออาจจะให้คำแนะนำและข้อคิดดีๆที่เป็นประโยชน์ก็ได้ เช่น สุขภาพดีไม่มีขาย ถ้าอยากได้ต้องลงมือทำด้วยตนเอง เพื่อให้ผู้อ่านเกิดแรงบันดาลใจในการนำไปปฏิบัติ

อย่าลืมเรื่องกลุ่มเป้าหมาย

ตัวสินค้าหรือบริการด้านสุขภาพ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่สำคัญมาก เนื่องจากแต่ละผลิตภัณฑ์อาจมีกลุ่มเป้าหมายที่แตกต่างกันได้ ทั้งในเรื่องของเพศ อายุ วัย การทำงาน ทัศนคติ หรือ รายได้ ถ้าหากผู้เขียนไม่รู้แน่ชัด อาจจะทำให้การสื่อสารผ่านบทความเกิดความคลาดเคลื่อนและไม่ตรงกลุ่มเป้าหมายเอาได้ ตัวอย่างเช่น หากเป็นบทความความสวย ความงามที่มุ่งเน้นไปที่กลุ่มวัยรุ่น ภาษาที่ใช้ควรมีลักษณะที่เป็นกันเอง ไม่เป็นทางการจนเกินไป แต่ไม่ใช่ใช้ภาษาวิบัติ เพราะในกรณีนี้อาจส่งผลให้บทความดูไม่น่าเชื่อถือและไม่มีคุณภาพ

จุดเด่นของสินค้า

ผลิตภัณฑ์ด้านสุขภาพและความงามทุกประเภทจะเน้นจุดเด่นที่ต้องการนำเสนอออกไป ซึ่งส่วนใหญ่จะสร้างให้มีความแตกต่างกันเพื่อเป็นจุดขาย เรื่องนี้ผู้เขียนบทความจะต้องทำความเข้าใจก่อนลงมือเขียน เช่น อาจจะสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมจากผู้จ้าง หาข้อมูลเพิ่มเติมทางอินเทอร์เน็ต / หนังสือ / นิตยาสาร เป็นต้น เพื่อที่จะสามารถเน้นในเรื่องจุดเด่นออกมาให้น่าสนใจและน่าอ่าน หากผู้เขียนซึ่งเป็นผู้ถ่ายทอดเรื่องราวยังไม่เข้าใจถึงเนื้อหาหรือผลิตภัณฑ์ที่นำมาเขียน ตัวผู้อ่านเองก็ยิ่งไม่เข้าใจมากกว่าคุณหลายเท่า

ไม่ลืมที่จะใส่คีย์เวิร์ดเข้าไป

คีย์เวิร์ดที่ถูกใช้ค้นหาเกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ เป็นอีกเรื่องที่สำคัญมาก เพราะข้อมูลของสินค้าหรือบริการของผู้จ้างจะถูกค้นพบได้หรือไม่ก็อยู่ที่ตรงนี้ ในฐานะผู้เขียน จะต้องให้ความสำคัญในการเลือกใช้คำและกลุ่มคำที่เกี่ยวข้องให้ดี รวมทั้งการเชื่อมคำให้เหมาะสม เพราะจะทำให้เวลาอ่านแล้วดูลื่นไหล เพื่อเพิ่มโอกาสในการถูกค้นพบและมีผลต่อการจัดอันดับใน Search Engine ให้อยู่อันดับต้นๆ เป็นการเพิ่มโอกาสในการขายสินค้าได้เป็นอย่างดี ดังนั้นต้องค้นคว้าคำหรือ Key Word ที่เกี่ยวข้องแล้วนำมาเลือกใช้ให้เหมาะสมที่สุด

เป็นอย่างไรกันบ้างกับเทคนิคเขียนบทความสุขภาพอย่างไรให้ปังที่เรานำมาฝากกันในวันนี้ เมื่ออ่านดูแล้ว นักเขียนบทความมือใหม่หลายท่านอาจดูยาก แต่เชื่อเถอะว่าหากพยายามขัดเกลาฝีมือ ฝึกฝนและหาข้อมูลมาอัพเดทอยู่เสมอ โอกาสที่จะเขียนบทความได้แบบปังๆและมีผู้อ่านติดตามหลักพัน หลักหมื่นจะไม่ใช่เรื่องยากอย่างแน่นอน เพียงแต่ขอให้เริ่มต้น (ซึ่งเป็นสิ่งที่ยากที่สุด) แล้วก้าวต่อๆมา มันก็จะตามมาเอง

 

7 ข้อควรรู้ ถ้าอยากเขียนบทความคุณภาพ

ต้องบอกก่อนว่าจริงๆแล้ว การเขียนบทความไม่ได้มีสไตล์การเขียนที่ตายตัว แต่จะขึ้นอยู่กับข้อมูลและสำนวนของผู้เขียนแต่ละท่านเป็นหลักมากกว่าที่เป็นตัวตัดสินว่างานเขียนของคุณจะถูกใจผู้อ่านหรือไม่  อย่างไรก็ตาม ก็ไม่ได้หมายความว่าคุณจะสามารถเขียนอะไรลงไปก็ได้ตามที่ต้องการ เพราะในบทความนี้จะกล่าวถึง 7 ข้อควรรู้ที่ไม่ควรใช้ในการเขียนบทความมาฝากผู้อ่านและนักเขียนหน้าใหม่ทุกท่านกัน บอกเลยว่าถ้าอยากให้บทความออกมามีคุณภาพแล้วละก็ แนะนำว่าต้องอ่านให้จบ

1.ตั้งชื่อบทความแบบขอไปที 

หรือเรียกง่ายๆก็คือ การตั้งชื่อหัวข้อที่ไม่น่าสนใจจนผู้อ่านส่วนใหญ่เลือกที่จะไม่คลิกเข้าไปอ่านนั่นเอง เพราะฉะนั้น สิ่งสำคัญถ้าอยากให้คนอ่านสนใจบทความของคุณ ต้องเลือกที่จะตั้งชื่อให้ดูน่าสนใจ ซึ่งทริคง่ายๆที่ผู้เขียนเชื่อว่าหลายคนคงเห็นอยู่เป็นประจำแถมยังดึงดูดผู้อ่านได้มากมาย นั่นคือ การตั้งชื่อหัวข้อให้มีตัวเลข เช่น 5 เคล็ดลับกินอย่างไรไม่อ้วน  3 เทคนิคพิชิตหุ่นสวย  10 วิธีป้องกันอันตรายเวลาไปเที่ยวต่างประเทศ เป็นต้น

เนื่องจากชื่อเรื่องเหล่านี้ จะทำให้ผู้อ่านเกิดความรู้สึกอยากรู้ อยากเห็นว่าไอ้ 3 วิธี / 5 วิธี / 10 วิธี ที่ว่ามานี้มีอะไรกันบ้าง จนต้องคลิกเข้าไปอ่านให้ได้

2.เว้นบรรทัดเป็นเรื่องสำคัญ

เคยมั้ยที่หลายครั้ง เวลาอ่านบทความที่ไม่มีการเว้นบรรทัดหรือเว้นบรรทัดที่ไม่ถูกต้อง จะทำให้ผู้อ่านไม่เข้าใจในเนื้อหาที่อ่านหรือความเข้าใจคลาดเคลื่อนไป บางครั้งก็เจอบทความที่ยาวต่อๆกันแบบไม่มีพารากราฟ ซึ่งทำให้การอ่านค่อนข้างยากลำบากและขาดความสนใจขึ้นมาได้ ดังนั้น การเขียนบทความที่ดี ใน 1 พารากราฟควรมีประมาณ 4 – 5 บรรทัด แบ่งเป็นหัวข้อย่อยๆให้ผู้อ่านจับใจความได้อย่างสะดวก แต่ข้อควรระวังคือ อย่าเว้นเยอะเกินไป อย่างเช่น พารากราฟละ 2 บรรทัด เพราะผู้อ่านจะรีบคลิกออกทันที

3.ห้ามใช้ภาษาวิบัติ  

เนื่องจากภาษาวิบัติเป็นภาษาที่ต้องแปลความหมายอีกครั้งหนึ่ง ถ้าหากใช้ภาษาวิบัติติดกันเยอะๆก็จะส่งผลให้การแปลความหมายยากขึ้นไปอีก แม้ในหมู่วัยรุ่นจะเข้าใจได้ง่าย เพราะมีการใช้ภาษาวิบัติกันอย่างแพร่หลาย แต่ในทางกลับกัน อย่าลืมว่าผู้ที่ใช้อินเทอร์เน็ตและเข้ามาอ่านบทความ ไม่ได้มีแค่กลุ่มวัยรุ่นเท่านั้น แต่ยังมีผู้ใหญ่และเด็ก ซึ่งหลายคนก็ไม่คุ้นชินกับคำศัพท์ดังกล่าว ทำให้ไม่เข้าใจเนื้อหาของบทความและมองว่าบทความไม่มีคุณภาพ เพราะฉะนั้น ควรหันมาส่งเสริมการใช้ภาษาไทยให้ถูกต้องกันจะดีกว่า

4.ไม่เขียนกำกวมหรือหวือหวาเกินไป  

ไม่ว่าจะเป็นบทความภาษาไทยหรือภาษาอังกฤษ หากบทความนั้นๆ ไม่สามารถสื่อสารได้ตรงประเด็นและไม่เป็นสาระแก่ผู้อ่าน บทความเหล่านี้ก็ถือเป็นบทความที่ขาดคุณภาพในตัวเอง โดยเฉพาะการเลือกใช้ภาษาที่หวือหวาและกำกวมจนเกินไป จะทำให้งานขาดความน่าเชื่อถือเอาได้ โดยเฉพาะบทความวิชาการที่จำเป็นจะต้องใช้ภาษาที่เป็นทางการแต่ดูเข้าใจง่าย เพื่อให้ผู้อ่านทั่วไปเข้าถึงเนื้อหาสาระของบทความได้ง่ายขึ้น

5.อย่าเขียนบทความที่หาสาระไม่เจอ  

ผู้เขียนเชื่อว่าหลายคนคงเคยเจอบทความประเภทนี้มาเยอะหรือแม้กระทั่งบทความข่าวของสำนักข่าวบางแห่ง คลิกเข้าไปอ่านจนจบ สุดท้ายก็ไม่สามารถจับประเด็นหรือได้เนื้อหาสาระที่มากกว่าเดิม สิ่งเหล่านี้นอกจากจะทำให้บทความไม่มีคุณภาพแล้ว ยังส่งผลให้เว็บไซต์หรือตัวผู้เขียนดูน่าเชื่อถือน้อยลงอีกด้วย เพราะแสดงให้เห็นว่าผู้เขียนไม่ได้ตั้งใจเขียนบทความและไม่ตั้งใจที่จะค้นคว้าข้อมูลอย่างลึกซึ้ง แต่กลับเขียนมาเพื่อให้มีบทความลงอัพเดทในเว็บไซต์เท่านั้น สุดท้ายผู้อ่านก็จะเลิกติดตามไปในที่สุด

6.ระวังเรื่องการใช้รูปภาพ  

หากเขียนบทความสั้นๆประมาณ 300 – 500 คำ การใช้รูปภาพประกอบที่เหมาะสมกับเนื้อหาถือเป็นวิธีการที่ดีที่ทำให้บทความของคุณดูมีสีสันและน่าสนใจมากขึ้น แต่ข้อควรระวังคือ อย่าเยอะเกินไปจนเนื้อหาในบทความดูด้อยคุณค่าลง ยกเว้นแต่ว่าบทความเหล่านั้นเป็นบทความแนวรีวิว เพราะจำเป็นต้องใช้รูปเป็นองค์ประกอบให้ผู้อ่านเข้าถึงตัวสินค้าได้ง่ายขึ้น อย่างไรก็ตาม หากเป็นบทความยาว 1,000 คำขึ้นไปและไม่ใช่แนวรีวิว ถ้าใช้รูปภาพเยอะ จะส่งผลให้ผู้อ่านตาลายและจับใจความของเนื้อหาได้ยากขึ้น

7.หลีกเลี่ยงการใช้คีย์เวิร์ดโดยไม่มีความหมาย  

กล่าวคือ หากเขียนบทความเพื่อทำ SEO แน่นอนว่า จำเป็นต้องมีคีย์เวิร์ดเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย แต่ทั้งนี้ ต้องระวังไม่ให้การใช้คีย์เวิร์ดดูฟุ่มเฟือยและมากเกินความจำเป็น จนขาดการเชื่อมโยงที่ดี เพราะจะทำให้ผู้อ่านไม่สามารถจับใจความเนื้อหาได้อย่างถูกต้องและดูจงใจเขียนเชียร์สินค้าจนเกินไป อ่านแล้วขาดความเป็นธรรมชาติ (กรณีที่เป็นบทความรีวิวสินค้า) ดังนั้น การเขียนบทความที่มีคีย์เวิร์ด ควรวางโครงเรื่องและเทคนิคการเชื่อมคำให้ดีๆ ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้เขียนทุกคนไม่ควรละเลย

ทั้งหมดนี้ก็คือ 7 ข้อควรรู้ในการเขียนบทความคุณภาพ ที่เรานำมาฝากผู้อ่านกันในวันนี้ ใครที่จะนำเคล็ดลับเหล่านี้ไปใช้ก็ไม่ว่ากัน แต่สิ่งสำคัญคือ อย่าลืมหมั่นพัฒนาตนเองและเพิ่มพูนความรู้ใหม่ๆมาอัพเดทอยู่เสมอ เพราะบทความที่สดใหม่และการใช้สำนวนที่ถูกต้อง จะทำให้บทความมีคุณภาพและมีผู้อ่านติดตามมากขึ้น ผู้จ้างก็ประทับใจ แล้วคราวนี้คิวงานของคุณก็ยาวจนน่าตกใจเลยทีเดียว