[รีวิว] 15 stock photo สต็อกขายภาพที่ดีที่สุดในโลก 2018 (passive income)

คุณกำลังมองหารูปถ่ายสวยๆ ที่เหมาะสมกับงานของคุณเองอยู่หรือเปล่าคะ? ภาพสวยที่ทำให้หน้าเว็บไซต์หรือบทความของคุณดูสมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น รวมไปถึงการนำภาพไปทำเป็นแผ่นพับเพื่อดึงดูดลูกค้า และจะดีมากถ้ารูปภาพเหล่านั้นคุณสามารถหาจากอินเตอร์เน็ตและดาวน์โหลดไปใช้ได้ฟรีๆ แบบไม่ต้องกลัวค่าลิขสิทธิ์ หรือถ้าต้องการรูปภาพเฉพาะที่โดดเด่นก็เพียงแค่มองหาเว็บไซต์ขายภาพ ที่คุณจะได้รูปสวยเหมาะสมกับความต้องการและใช้ได้อย่างเต็มที่แบบไม่ต้องกังวลใดๆ

ถ้าคุณคิดว่าที่อ่านมาทั้งหมดนี้ดีมากและคุณก็ต้องการให้เป็นแบบนี้ คุณจะพบว่าธุรกิจด้านการขายภาพและให้ดาวน์โหลดฟรีเป็นที่ต้องการของคนในยุคดิจิทัลอย่างมาก ด้วยความต้องการนี้จึงเกิดเว็บไซต์ด้านนี้ออกมาจำนวนมาก วันนี้ผู้เขียนจึงขอรีวิวแบบพลีชีพกับเหล่าเว็บไซต์สไตล์ stock photo ที่กำลังได้รับความนิยมอยู่ในขณะนี้  เว็บไหนดี เว็บไหนเด็ด เว็บไหนที่เหมาะสมกับความต้องการของคุณ ถ้าอยากรู้ขอแนะนำให้อ่านบทความนี้ให้จบ รับรองว่าคุณจะเลือกเว็บไซต์สไตล์ stock photo ที่ดีที่สุดให้กับตัวคุณเองได้เลย!

ทำไมถึงต้องรีวิวเว็บไซต์ขายภาพสไตล์  stock photo?

ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจก่อนว่าการรีวิวเว็บไซต์ขายภาพสไตล์ stock photo นี้ จะมีการเปรียบเทียบแต่ละเว็บไซต์ที่มีชื่อเสียงและได้รับความนิยมจากผู้ใช้งาน จะเน้นที่ตัวผลิตภัณฑ์และบริการที่ทางเว็บไซต์นำเสนอให้กับผู้ที่สนใจซื้อภาพ โดยมีทั้งข้อดีและข้อเสียที่คุณควรรู้ของแต่ละเว็บไซต์ เพื่อให้คุณได้นำเอารีวิวนี้ไปเป็นส่วนหนึ่งในตัวช่วยตัดสินใจเข้าใช้บริการ และช่วยให้คุณได้ค้นหาเว็บไซต์ขายภาพที่ตรงต่อความต้องการของคุณมากที่สุด สามารถยืดหยุ่นเรื่องราคาได้ดี มีรูปภาพจำนวนมากและมีความหลากหลาย เพื่อให้คุณได้นำไปใช้ในงานของคุณเองได้อย่างตรงเป้าหมาย

รีวิวสต็อกขายภาพที่ดีที่สุดในโลก

1.BIG Stock

เว็บไซต์ bigstockphoto.com

เว็บไซต์ที่ให้บริการสต็อกขายภาพราคาถูก แต่จุดเด่นไม่ใช่เพียงเท่านี้เพราะ BIG Stock มีความเชี่ยวชาญในเรื่องการเลือกภาพมาลงขาย คุณสามารถซื้อเพื่อนำไปทำเป็นภาพประกอบได้อย่างเหมาะสม รูปแบบการใช้งานภายในเว็บไซต์ไม่ซับซ้อน เข้าใจง่าย มีภาพจำนวนมากและโหมดที่หลากหลาย เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ซื้อ ถือว่าเป็นหนึ่งในเว็บไซต์สไตล์ stock photo ที่สามารถตอบโจทย์ตลาดดิจิทัลได้มากที่สุด ด้วยคุณสมบัติเหล่านี้จึงถูกยกย่องให้เป็นเว็บไซต์ stock photo ที่ดีที่สุดสำหรับการใช้งานด้านออนไลน์ หรือถ้าคุณต้องการภาพแบบสไตล์เวกเตอร์ BIG Stock ก็มีให้คุณเลือกอย่างหลากหลายด้วยเช่นกัน

ข้อดี

  • ราคาไม่แพงและเว็บไซต์ใช้งานง่าย ไม่ซับซ้อน
  • มีรูปภาพให้เลือกจำนวนมาก แม้แต่ภาพกราฟฟิกเวกเตอร์, วิดีโอ และภาพประกอบการขายต่างๆ ให้เลือกอย่างหลากหลายเลยทีเดียว
  • มีแชทสดที่หน้าเว็บไซต์ไว้คอยให้บริการ และคุณสามารถที่จะโทรศัพท์เพื่อพูดคุย ขอคำปรึกษา หรือขอความรู้ในการใช้งานเว็บไซต์ได้ตลอดเวลา
  • สมัครเข้าใช้งานง่าย ไม่ยุ่งยาก

ข้อเสีย

  • ไม่มีไฟล์เสียง
  • ภาพกราฟฟิกเวกเตอร์ราคาสูงไปหน่อย

ราคาของภาพเริ่มต้นที่ $35 สำหรับผู้ที่ซื้อ 10 ภาพ  สามารถซื้อได้สูงสุดถึง 500 ภาพต่อครั้งในราคาที่ถูกลง ค่าสมัครเพียง 69 ดอลลาร์ต่อเดือน สามารถซื้อภาพได้ 5 ภาพขึ้นไปต่อวัน

สนใจคลิ๊ก! www.bigstockphoto.com

2. Depositphotos

เว็บไซต์ Depositphotos.com

เว็บไซต์ขายภาพน้องใหม่ที่มาแรงพอสมควร เพราะราคาภาพค่อนข้างเหมาะสม เด่นเรื่องการเลือกภาพมาลงขายตรงต่อการใช้งานอย่างมาก ราคาต่อรูปถือว่าถูกมาก แต่ก็มีข้อเสียที่ผู้ใช้งานส่วนใหญ่ไม่ค่อยชอบนัก คือ ตัวเว็บไซต์มีระบบที่ค่อนข้างยุ่งยาก ไลบรารีของเว็บไซต์มีความซับซ้อนและไม่ค่อยอัปเดต ทำให้การค้นหาภาพเป็นเรื่องที่ยากมากยิ่งขึ้น แต่ถ้าคุณไม่สนใจเรื่องนี้ คุณก็จะได้ภาพแบบที่คุณต้องการในราคาที่ต่ำแบบสุดๆ อีกเรื่องที่น่าสนใจของเว็บไซต์นี้ คือ มีภาพสวยๆ จากช่างภาพที่มีประสบการณ์ มีทั้งรูปภาพและวิดีโอที่ถูกนำออกมาขายจำนวนมาก ที่เหลือก็เพียงแค่คุณเข้ามาเลือกไปใช้งาน ราคาเริ่มต้นของภาพความละเอียดต่ำจะอยู่ที่ $1 เท่านั้น!

ข้อดี

  • มีรูปภาพ, ภาพกราฟฟิกเวกเตอร์, ภาพประกอบ และวิดีโอให้เลือกหลากหลาย
  • รูปภาพราคาถูกมากเมื่อเทียบกับผู้ให้บริการรายอื่น
  • มีข้อเสนอพิเศษและคูปองส่วนลดให้อยู่เสมอ
  • มีระบบการฝากเงินที่ใช้งานง่าย
  • ผู้ใช้สามารถออกความคิดเห็นเกี่ยวกับภาพ เพื่อทำให้ได้ภาพที่ดีขึ้นและเหมาะสมกับความต้องการของคุณมากยิ่งขึ้น
  • เว็บไซต์รองรับได้หลายภาษา
  • สามารถคุยกับเจ้าหน้าที่ผ่านทางแชทสดและสามารถโทรสอบถามได้ตลอดเวลา
  • สำหรับรูปภาพที่ไม่ได้ใช้แล้วยังคงอยู่ในสต็อก จะถูกโอนไปใช้ในเดือนถัดไป โดยที่คุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

ข้อเสีย

  • ไฟล์เสียงไม่มีให้บริการ
  • ตัวเลือกหรือไลบรารี่หน้าเว็บไซต์ไม่เป็นปัจจุบัน ทำให้การค้นหาภาพค่อนข้างยุ่งยาก

ค่าสมัครเข้าใช้บริการเริ่มต้นที่ $29 ต่อเดือน ($0.96 ต่อภาพ) ถ้าคิดเป็นรายปีจะอยู่ที่ $299 และถ้าเป็นภาพระดับสูงราคาจะอยู่ที่ $4.90 ต่อภาพ

สนใจคลิ๊ก! https://depositphotos.com

3. iStock

เว็บไซต์ขายภาพ istockphoto.com

ความน่าสนใจของเว็บไซต์ขายภาพอย่าง iStock คือการเป็นเว็บไซต์ในเครือของ Getty Images เว็บไซต์สไตล์ stock photo ที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในวงการขายภาพ เป็นแหล่งซื้อ-ขายรูปภาพที่เหล่าเอเจนซี่โฆษณา, นักออกแบบกราฟฟิก และผู้ที่ต้องการใช้ภาพเพื่อนำไปประกอบเรื่องราวต่างๆ นิยมเลือกใช้ ทั้งยังยกย่องให้เป็นแหล่งซื้อ-ขายรูปภาพที่ยอดเยี่ยม ราคาถูก ภาพที่ขายมีความหลากหลายสูง ผลงานนับล้านชิ้นจากศิลปินและช่างภาพทั่วโลกถูกเก็บมารวมไว้ในเว็บไซต์นี้เป็นจำนวนมาก ซึ่ง iStock เองก็เปรียบเสมือนสาขาที่ 2 ของ  Getty Images  ที่ให้บริการขายภาพที่มีรายละเอียดไม่สูงมาก เพื่อนำไปใช้ประกอบบทความตามเว็บไซต์หรือแนบไปกับ E-mail  ให้การใช้งานที่ง่ายดาย ค้นหาภาพที่ต้องการได้อย่างรวดเร็ว มีฟังก์ชั่นการใช้งานที่ไม่ยุ่งยาก ค่าสมัครสมาชิกก็ไม่แพงจนเกินไป จึงถือว่าเป็นหนึ่งในทางเลือกที่ดีที่คุณไม่ควรพลาด!

ข้อดี

  • สามารถจ่ายเงินค่าภาพได้ตามระยะเวลาที่ใช้งาน จึงไม่เสียเงินมากเกินไป
  • ระบบการสมัครใช้งานง่าย ให้เครดิตในการซื้อที่เหมาะสม
  • มีภาพให้เลือกจำนวนมากกว่าล้านรูป
  • มีภาพถ่าย, ภาพกราฟฟิกเวกเตอร์, วิดีโอ และภาพประกอบให้เลือกอย่างหลากหลาย
  • ยืมเครดิตที่ยังไม่ได้ใช้กลับมาใช้งานใหม่ได้อีกครั้ง
  • ข้อเสนอดี โดยเฉพาะภาพในระดับ 4K ที่ให้ราคาไม่สูงมากนัก

ข้อเสีย

  • บริการของ iStock จะเน้นไปที่งานคุณภาพไม่สูงมาก ถ้าต้องการภาพที่มีรายละเอียดสูงอาจจะต้องไปซื้อเว็บไซต์อื่น
  • การใช้งานภายในเว็บไซต์บางอย่างมีความยาก อาจทำให้ผู้ใช้รู้สึกเสียอารมณ์ได้ง่ายๆ
  • ไม่มีไฟล์เสียงให้บริการ

ราคาขายเริ่มต้นที่ 12 ดอลลาร์ สำหรับ 1 ภาพต่อเครดิต การสมัครเข้าใช้งานเสียค่าสมัครเริ่มต้นที่ $40 ต่อเดือนสำหรับ 10 ภาพ

สนใจคลิ๊ก! www.werockyourweb.com

4. Getty Images

เว็บไซต์ขายภาพ gettyimages.com

เว็บไซต์ขายภาพดั้งเดิมที่ได้รับความนิยมอย่างมาก มีรูปภาพให้เลือกใช้งานอย่างหลากหลาย แม้แต่ภาพถ่ายทางประวัติศาสตร์ที่หายากมากในปัจจุบันเว็บไซต์นี้ก็มีขายให้กับผู้ที่สนใจ ความเด่นของเว็บไซต์นี้คือมีฐานข้อมูลและภาพที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก มีการนำเสนอภาพพรีเมี่ยมที่สามารถสื่อให้เห็นแนวความคิดที่ละเอียดอ่อน สามารถนำไปใช้งานด้านการทำป้ายโฆษณา, ประกอบในสื่อสิ่งพิมพ์ หรือลงในประกาศแคมเปญต่างๆ ได้อย่างเหมาะสม แม้แต่บรรณาธิการของนิตยสารยังหาซื้อรูปภาพภายใน Getty Images อีกด้วย!  ต้องบอกว่าเป็นเว็บที่มีภาพให้เลือกจำนวนมากถึง 80 ล้านรูป จึงเหมาะสมกับผู้ที่มีธุรกิจแล้วต้องการรูปภาพเพื่อทำโฆษณาต่างๆ อย่างมาก

ข้อดี

  • การค้นหาง่ายดาย ไม่ยุ่งยาก เพราะมีระบบการค้นหาที่ได้คุณภาพ
  • คุณสามารถซื้อภาพพิเศษแบบซื้อขาดหรือซื้อลิขสิทธิ์ของภาพได้เลย เช่น ภาพที่ต้องการนำไปลงโฆษณา, ภาพลงนิตยสาร หรือภาพที่ใช้ในงานสื่อสิ่งพิมพ์ต่างๆ เป็นต้น
  • งานวิดีโอทุกชิ้นมีไฟล์เสียงประกอบครบถ้วน
  • เว็บไซต์ใช้งานง่ายมาก
  • มีภาพถ่ายสวยๆ จากช่างภาพอิสระที่มีฝีมือมากถึง 35 ล้านรูป

ข้อเสีย

  • สื่อบางชนิดมีราคาแพงมาก และอาจจะต้องเสียค่าใช้จ่ายที่ต่อเนื่องอีกด้วย
  • การกำหนดราคาแตกต่างกันไปแต่ละภาพ แต่กลับไม่ติดราคาให้ชัดเจน

ราคาจะไม่ตายตัวและอาจแตกต่างกันออกไปในแต่ละภาพ ขึ้นอยู่กับสิทธิ์การเข้าใช้งานของผู้ซื้อ, ขนาดของภาพ และชนิดของสื่อที่คุณเลือก บางภาพคุณอาจจะได้มาในราคาไม่สูงและบางภาพคุณก็อาจจะต้องเสียเงินเพิ่มขึ้นหลายดอลลาร์ ทั้งที่ตัวภาพมีความคล้ายคลึงกัน

สนใจคลิ๊ก! www.gettyimages.com

5. 123RF

เว็บไซต์ขายภาพ 123rf.com

123RF เป็นเว็บไซต์ขายภาพราคาถูกที่เน้นขายออกจำนวนมาก แต่รูปภาพที่ขายจะเป็นสไตล์ภาพรายละเอียดต่ำในราคาตั้งแต่ 1 ดอลลาร์ต่อ 1 ภาพเท่านั้น! ถือว่าเป็นหนึ่งในเว็บไซต์ทางเลือกที่น่าสนใจ มีสต็อกรูปภาพจำนวนมากและมีความหลากหลายสูง เด่นด้วยการขายวิดีโอที่มาพร้อมเสียง และมีไฟล์ภาพเวกเตอร์ที่มากถึง 37 ล้านภาพ นอกจากนี้ยังมีภาพรายละเอียดสูงไว้ให้บริการด้วยเช่นกัน แต่ก็ต้องเพิ่มเงินให้กับภาพที่ค่อนข้างสูงเลยทีเดียว

ข้อดี

  • เสียค่าสมัครสมาชิกเพื่อเข้าใช้บริการในราคาที่ถูกมาก
  • มีภาพประกอบและภาพเวกเตอร์ให้เลือกซื้อจำนวนมาก
  • รับประกันความพึงพอใจ ถ้าภาพไม่ดีจริงคืนเงิน 100%
  • เว็บไซต์ใช้งานง่าย ไม่ยุ่งยากจนเกินไป
  • สามารถแชทสดหน้าเว็บไซต์เพื่อสอบถามข้อสงสัยต่างๆ ได้ตลอดเวลา

ข้อเสีย

  • มีตัวกรองคำหลักที่จำกัดมาก ทำให้การค้นหาภาพค่อนข้างยุ่งยาก

ราคาเริ่มต้นที่ $39 ค่าสมัครสำหรับ 5 ภาพ อยู่ที่ $79 ต่อเดือน (150 ภาพต่อเดือน)

สนใจคลิ๊ก! www.123rf.com

6. ShutterStock

เว็บไซต์ขายภาพ shutterstock.com

อีกหนึ่งเว็บไซต์ขายภาพที่มีชื่อเสียงอย่างมากในวงการ ผู้ใช้การันตีว่ามีภาพสวยๆ และสื่อต่างๆ ที่พร้อมให้บริการเป็นจำนวนมากและมีคุณภาพ เน้นขายภาพที่มีความละเอียดสูง โดยเฉพาะภาพที่มีขนาดใหญ่เหมาะกับงานป้ายโฆษณาและสื่อสิ่งพิมพ์หลากหลายชนิด การสมัครเข้าใช้งานมีความยืดหยุ่นสูง เพื่อให้เหมาะสมกับความต้องการของผู้ที่ซื้อภาพไปใช้ ความน่าสนใจของ ShutterStock คือการถูกขนานนามว่าเป็นห้องสมุดภาพรายละเอียดสูงขนาดใหญ่ที่สุด โดยมีภาพที่พร้อมขายมากถึง 70 ล้านภาพและมีไฟล์ทั้งแบบรูปถ่าย, วิดีโอ, ภาพประกอบ, ภาพเวกเตอร์ และวิดีโอ ให้เลือกใช้งานแบบไม่อั้น แต่ไม่มีไฟล์เสียงไว้รองรับบริการ ซึ่งข้อเสียตรงนี้ทำให้ ShutterStock แพ้ Getty Images ในการจัดอันดับไปเพียงก้าวเดียว ผู้ที่เข้ามาใช้บริการส่วนใหญ่จะเป็นเอเจนซี่โฆษณา, บริษัทต่างๆ และบรรณาธิการนิตยสาร ที่ต้องการใช้ภาพถ่ายที่มีความละเอียดและคุณภาพสูงไปใช้งานด้านสื่อบ่อยครั้ง

ข้อดี

  • ภาพมีความละเอียดและคุณภาพสูงมาก
  • เป็นหนึ่งในเว็บไซต์ขายภาพชั้นนำที่มีบรรณาธิการภาพถ่ายชื่อดังระดับโลก
  • มีการสมัครที่คุณสามารถเลือกรูปแบบได้หลากหลาย เพื่อให้เหมาะสมกับความต้องการของคุณที่สุด
  • มีภาพประกอบ, ภาพเวกเตอร์, เพลง และวิดีโอให้บริการอย่างหลากหลาย
  • สามารถใช้งานบนระบบปฏิบัติการ iOS และแอนดรอยด์ได้อย่างง่ายดาย
  • คุณสามารถค้นหารูปและซื้อมาใช้งานได้แม้ในขณะเดินทาง
  • มีการให้คำปรึกษาและแก้ไขปัญหาต่างๆ ผ่านทางอีเมล์และโทรศัพท์

ข้อเสีย

  • เมื่อเทียบกับเว็บไซต์ขายภาพเว็บอื่นๆ แล้ว ShutterStock ถือว่าค่าใช้จ่ายในการซื้อภาพแพงที่สุด

ราคาเริ่มต้นที่ $29 สำหรับ 2 ภาพ การสมัครราคาเริ่มต้นที่ $49 ต่อเดือน (สำหรับ 10 ภาพ)

สนใจคลิ๊ก! www.shutterstock.com

7. Adobe Stock

เว็บไซต์ขายภาพ adobestock

ช่วงปี 2015 Adobe บริษัทซอฟท์แวร์ผู้นำด้านการออกแบบกราฟฟิกที่ได้รับความนิยมอย่างมาก มีการเปิดตัวสต็อกขายภาพด้วยเช่นกัน มีภาพประกอบและภาพเวกเตอร์ให้เลือกใช้งานมากถึง 40 ล้านภาพ นอกจากนี้คุณยังสามารถส่งภาพจากไอเดียของคุณเองไปขายกับทาง Adobe Stock ได้อีกด้วย เพราะทางเว็บไซต์ให้ความสำคัญกับผู้ที่มีความคิดสร้างสรรค์, เครือข่ายลูกค้าด้านออกแบบกราฟฟิก และช่างภาพอย่างมาก แต่น่าเสียดายที่ไม่มีไฟล์วิดีโอและไฟล์เสียงให้บริการ เรียกได้ว่าเน้นเรื่องภาพโดยเฉพาะ Adobe Stock เปิดมาได้เพียงไม่กี่ปี จึงถือว่าเป็นเพียงช่วงเริ่มต้น ดังนั้นคงต้องใช้เวลาสักพักจึงจะสามารถจัดอันดับได้

ข้อดี

  • รูปภาพและงานกราฟฟิกมีคุณภาพสูง
  • มีรูปภาพและงานกราฟฟิกให้เลือกมากถึง 40 ล้านรูป
  • สามารถซื้อภาพบุคคลได้
  • เดือนแรกใช้บริการฟรี!

ข้อเสีย

  • ไม่มีไฟล์วิดีโอและไฟล์เสียงให้บริการ

ราคาเริ่มต้นอยู่ที่ $9.99 ต่อภาพ ราคาในการสมัครใช้บริการเริ่มต้นที่ $29 สำหรับ 10 รายการต่อเดือน (เดือนแรกฟรี)

สนใจคลิ๊ก! https://stock.adobe.com

8. Alamy

เว็บไซต์ขายภาพ alamy.com

Alamy เป็นเว็บไซต์ขายภาพน้องใหม่ที่มีขนาดใหญ่มากที่สุด และมีภาพในสต็อกสูงถึง 8 หมื่นภาพจากทั่วทุกมุมโลก เป็นภาพที่ถูกส่งมาจาก 173 ประเทศ ทำให้ภาพที่นำมาขายมีหลากหลายและได้ไอเดียที่กว้างมากขึ้นกว่าเดิม โดยเฉพาะภาพวัฒนธรรม, ภาพธรรมชาติ และภาพการใช้ชีวิตของผู้คน ความเด่นอยู่ที่มีงานคุณภาพสูงถูกนำมาขายที่นี่มากกว่า 90 ล้านภาพ คุณจึงสามารถเลือกใช้ภาพได้ตามความต้องการ การขายภาพจะเน้นขายแบบรูปต่อรูป จึงไม่มีการสมัครสมาชิก ราคาจะขึ้นอยู่กับขนาดภาพ, ความยาก-ง่ายของภาพ และลิขสิทธิ์เท่านั้น! จึงเหมือนกับการซื้อของผ่านทางเว็บไซต์ออนไลน์ที่ไม่ได้มีอะไรยุ่งยากมากนัก สามารถเข้ามาเลือกซื้อได้เลยทันทีโดยไม่จำเป็นสมัครสมาชิกหรือ Log in – Log out ให้วุ่นวาย

ข้อดี

  • มีรูปภาพ, ภาพประกอบ, ภาพเวกเตอร์ และวิดีโอให้เลือกใช้งานจำนวนมาก
  • ตัวเลือกการซื้อภาพแบบบุคคล ทำให้สะดวกต่อผู้ซื้ออย่างมาก
  • วิธีการค้นหาภาพภายในเว็บไซต์มีคุณภาพ จึงได้ภาพตามที่ต้องการแบบง่ายดาย
  • ให้คำปรึกษาหรือตอบข้อสงสัยผ่านทางแชทสดหน้าเว็บไซต์และทางโทรศัพท์

ข้อเสีย

  • ไม่มีบริการสมัครสมาชิกทำให้ไม่มีสิทธิพิเศษหรือโปรโมชั่นใดๆ
  • รูปภาพอาจมีราคาแพง แม้แต่ภาพรายละเอียดต่ำหรือมีขนาดเล็กราคาก็อาจสูงได้
  • ไม่มีไฟล์เสียงให้บริการ
  • เลือกดูราคาค่อนข้างยาก เจอรูปถูกใจแต่ก็ยังต้องงงกับราคาที่ไม่ชัดเจน

ราคาเริ่มต้นอยู่ที่ $19.99 ต่อภาพ ไม่มีค่าสมัครสมาชิก

สนใจคลิ๊ก! www.alamy.com

9.Can Stock Photo

เว็บไซต์ขายภาพ canstockphoto.com

Can Stock Photo คือเว็บไซต์ขายภาพที่มีผลงานถูกส่งมาขายมากถึง 25,000 ชิ้นต่อวัน แต่จะเน้นขายภาพที่มีความละเอียดต่ำ นอกจากนี้ยังมีวิดีโอจำนวนมากลงขายเพื่อให้มีทางเลือกในการนำไปใช้งานมากยิ่งขึ้น แต่ก็มีข้อเสียที่ไม่มีไฟล์เสียงให้บริการและเว็บไซต์ค่อนข้างเล็กกว่าคู่แข่งเว็บอื่นอย่างมาก แต่การดาวน์โหลดทำง่าย ไม่มีความซับซ้อน การค้นหารูปภาพก็ไม่ยุ่งยากจนเกินไป เพราะเพียงแค่คลิ๊กครั้งเดียวรูปก็เป็นของคุณทันทีและมีขั้นตอนในการชำระเงินที่ง่ายดาย ไม่จำเป็นต้องสร้างบัญชีผู้ใช้ แต่ถ้าจะสมัครสมาชิกก็สามารถทำได้ จึงถือว่าเป็นหนึ่งในเว็บไซต์ขายภาพทางเลือกที่ซื้อง่ายและให้ความรวดเร็ว

ข้อดี

  • ราคาภาพมีความเหมาะสมกับภาพแบบ JPG ขนาดเล็ก
  • การดาวน์โหลดภาพเพื่อนำไปใช้งานง่ายดายและรวดเร็ว ไม่จำเป็นต้องสร้างบัญชีให้วุ่นวาย
  • มีหลากหลายภาษาให้เลือก
  • มีบริการทั้งสมัครสมาชิกปกติและแบบบุคคลที่สามารถซื้อทีละรูปได้เลย
  • มีภาพประกอบ, ภาพเวกเตอร์ และวิดีโอให้เลือกใช้งานหลากหลาย

ข้อเสีย

  • ไฟล์เสียงไม่มีให้บริการ
  • มีภาพให้เลือกน้อยกว่าเมื่อเปรียบเทียบกับเว็บไซต์คู่แข่ง
  • วิดีโอความละเอียดสูงราคาแพงมาก
  • มีเพียงคำแนะนำในเว็บไซต์เท่านั้น เมื่อผู้ใช้งานมีปัญหาก็ไม่สามารถขอรับคำปรึกษาจากผู้ให้บริการได้

ราคาภาพเริ่มต้นที่ $9 สำหรับ 12 เครดิต ถ้าต้องการสมัครสมาชิกเสียเงินค่าสมัคร $39 ต่อสัปดาห์แล้วรับบริการ 7 ภาพต่อวัน

สนใจคลิ๊ก! www.canstockphoto.com

10. Corbis ปัจจุบันคือ Gettyimage

Corbis ปัจจุบันคือเว็บไซต์ gettyimages

Corbis เป็นผู้ให้บริการเว็บไซต์ขายภาพที่เป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลาย มีฐานข้อมูลด้านการขายภาพที่มีขนาดใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก พร้อมด้วยการมีพันธมิตรภายในองค์กรมากกว่า 100 แห่ง และมีช่างภาพสแตนบายอยู่มากถึง 3,000 คน อดีตเว็บไซต์นี้อยู่ภายใต้การบริหารงานของ Visual China Group (VCG) แต่ปัจจุบันได้ถูกขายมาให้กับ Getty Images แล้ว แฟนคลับเว็บไซต์ขายภาพชื่อดังเว็บนี้จึงสามารถที่เข้าใช้งาน Corbis ได้อย่างง่ายดาย

11. Dreams time

ถ้าคุณต้องการเว็บไซต์ขายภาพที่มีความน่าเชื่อถือ ก่อตั้งมาอย่างยาวนาน Dreams time สามารถตอบโจทย์นี้ได้ดีมากค่ะ เพราะก่อตั้งและให้บริการมาตั้งแต่ปี 2543 เน้นให้บริการภาพแบบดิจิทัลคุณภาพสูงในราคาที่เหมาะสม มีเป้าหมายเพื่อเชื่อมโยงผู้ขายเข้ากับผู้ซื้อ เรียกง่ายๆ ว่าเป็นเพียงตัวกลางเท่านั้น ปัจจุบันทางเว็บไซต์มีสมาชิกมากกว่า 13 ล้านคนที่สามารถเข้าถึงรูปภาพที่ถูกส่งมาจากช่างภาพ 2 แสนคนทั่วโลก ความเด่นของเว็บไซต์นี้ คือ การตรวจทุกรูปที่ถูกส่งมาจากบรรณาธิการที่มีประสบการณ์ เพื่อให้ผู้ซื้อได้รับความมั่นใจเรื่องการควบคุมคุณภาพมากยิ่งขึ้น นอกจากการขายภาพนิ่งแล้วยังมีสต็อกภาพฟรี, ภาพตัดปะ และภาพเวกเตอร์จำนวนมาก ถือว่าเป็นเว็บไซต์ที่ทำให้ผู้ซื้อได้รูปที่ต้องการและยังเป็นแรงจูงใจที่ดีให้กับช่างภาพอีกด้วย!

ข้อดี

  • มีแผนการจ่ายทั้งแบบรายเดือนและแบบแพคเกจ
  • การสมัครสมาชิกจะคิดค่าบริการแยกออกเป็นแบบบุคคลและแบบองค์กรการค้า
  • มีโปรแกรมแนะนำลูกค้าที่มาซื้อภาพ และมีข้อเสนอที่ดีสำหรับช่างภาพ
  • คอลเล็กชั่นรูปภาพฟรีมีจำนวนมาก
  • มีฝ่ายบริการลูกค้าทางโทรศัพท์ที่พร้อมให้บริการ
  • มีแอปพลิเคชั่นเพื่อดาวน์โหลดลงสมาร์ทโฟน เพิ่มความสะดวกในการใช้งาน
  • ความสมารถในการค้นหาเป็นระดับขั้นสูง

ข้อเสีย

  • ไม่มีไฟล์เสียงให้บริการ
  • บางครั้งการมีภาพจำนวนมากก็ทำให้ภาพดูเยอะมากจนเกินไป จัดระเบียบรูปภาพไม่ดี
  • ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับรูปภาพมีราคาค่อนข้างสูง

ซื้อแพคเกจรับเครดิตรูปภาพที่เริ่มต้นเพียง $14.99 สำหรับเครดิต 11 ภาพ  เสียค่าสมัครเริ่มต้นที่ 25 ดอลลาร์ต่อเดือน สำหรับ 5 ภาพ

สนใจคลิ๊ก! www.dreamstime.com

 12. Foap

เว็บไซต์ขายภาพน้องใหม่ที่มาพร้อมแนวคิดที่แตกต่าง เพราะเปลี่ยนจากการถ่ายภาพด้วยกล้องเพียงอย่างเดียวมาเป็นการขายภาพที่ถ่ายจาก iPhone  ผู้ใช้สามารถเข้ามาดาวน์โหลดแอปพลิเคชั่นการถ่ายภาพไว้ในเครื่อง แล้วทำการอัปโหลดรูปถ่ายไปยังตลาดของ Foap ได้เลยทันที! เมื่อลงภาพขายแล้วจะแสดงรายการขายที่ชัดเจน แต่ก่อนที่ภาพของคุณจะได้ออกตลาดเพื่อขายอย่างสมบูรณ์แบบ จะต้องได้คะแนน 2.6 คะแนนจากผู้ใช้งาน 5 รายเสียก่อน ก็จะได้รับเงินรายได้ที่ $5 ต่อภาพ สำหรับผู้ซื้อจะเริ่มต้นที่ราคา $10 แต่จะมีขายเพียงภาพถ่ายเท่านั้น ภาพเวกเตอร์และวิดีโอไม่มีให้บริการ

ข้อดี

  • การซื้อภาพของคุณเป็นหนึ่งในแรงจูงใจและเป็นประโยชน์ให้กับช่างภาพที่มีความคิดสร้างสรรค์
  • มีภาพถ่ายที่โดดเด่น ไม่เหมือนใคร และสร้างสรรค์มาก
  • เมื่อซื้อภาพไปใช้แล้วคุณสามารถปรับเปลี่ยนหรือแก้ไขรูปภาพได้ตามที่ต้องการ
  • เป็นเว็บไซต์ที่ใช้งานง่าย มีแอปพลิเคชั่นเพื่อซื้อ-ขายภายใสมาร์ทโฟนได้ง่ายดายและรวดเร็ว
  • มีเนื้อหาใหม่และภาพสวยๆ ที่ถูกส่งมาขายทุกวัน

ข้อเสีย

  • มีแต่รูปถ่ายเท่านั้น สื่อด้านอื่นไม่มีเลย
  • การกำหนดราคาอยู่ในระดับไฮเอนด์เพราะส่วนใหญ่เป็นรูปที่มีคุณภาพสูง
  • จำกัดจำนวนภาพในการซื้อแต่ละครั้ง

ราคาเริ่มต้นอยู่ที่ $10 ต่อรูปภาพ หรือเลือกเป็นเครดิตแบบแพคเกจราคาเริ่มต้นที่ $180 สำหรับ 20 รูป  และราคา $750 สำหรับ 100 รูป

สนใจคลิ๊ก! www.foap.com

13. Fotolia โดย Adobe Review

Fotolia มีฐานข้อมูลของรูปภาพขนาดใหญ่กว่า 81 ล้านชิ้น มีรูปถ่าย, งานศิลปะ และวิดีโอ นับหมื่นรูปที่อัปโหลดทุกวัน มีความหลากหลายของชิ้นงานสูง สามารถลือกได้ตามที่ต้องการ ภายในเว็บไซต์มีสต็อกภาพขนาดใหญ่ มาพร้อมการให้บริการที่ได้มาตรฐาน ทั้งผู้ซื้อและผู้ขายสามารถมองหาราคาที่ดีที่สุดให้กับตัวเอง การซื้อ-ขายภาพมีความยืดหยุ่น ถือว่าเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด การสมัครสมาชิกสามารถเลือกรับเป็นรายเดือนหรือรายปีได้ตามที่ต้องการ นอกจากนี้ยังสามารถจ่ายด้วยเครดิตในขณะที่คุณติดธุระอยู่นอกบ้านหรือกำลังเดินทาง ราคาขายปานกลาง แต่ซื้อครั้งละภาพไม่ได้ต้องซื้อภาพจำนวนมากเท่านั้น

 ข้อดี

  • มีสื่อจำนวนมากกว่า 81 ล้านสื่อให้เลือกซื้อ
  • มีตัวเลือกการซื้อด้วยเงินสดและซื้อด้วยเครดิตที่มีความหลากหลาย
  • มีภาพประกอบ, ภาพเวกเตอร์ และภาพวิดีโอขายจำนวนมาก
  • ใช้งานภายในเว็บไซต์ได้อย่างง่ายดาย มีตัวเลือกและตัวกรองที่เข้าใจง่าย ทำให้การหาผลลัพธ์ตรงใจคุณมากที่สุด
  • ผสานรวมเข้ากับ Adobe Creative Cloud, Dropbox และ Google ไดรฟ์ ได้อย่างง่ายดาย
  • ขอรับคำแนะนำหรือคำปรึกษาทางโทรศัพท์ได้สะดวก

ข้อเสีย

  • ต้องซื้อเครดิตภาพอย่างน้อย 5 เครดิตในครั้งเดียว ถือว่าเป็นการจำกัดมากเกินไป
  • ตัวเลือกเครดิตแพ็คเกจจะสามารถซื้อรูปได้อย่างจำกัด
  • ประเภทภาพถ่ายของเครดิตและแบบซื้อลิขสิทธิ์จะมีความต่างกันพอสมควร
  • ไฟล์เสียงไม่สามารถใช้งานได้

ราคาของเครดิตแพ็คเกจเริ่มต้นที่ $14 สำหรับเครดิต 10 หน่วย ค่าสมัครเข้าใช้บริการเริ่มต้นที่ $25 ต่อเดือนสำหรับ 5 ภาพ

https://www.fotolia.com/

14. Photo Spin

Photo Spin เป็นเว็บไซต์ขายภาพที่มีอายุยาวนาน เพราะก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 2539 ด้วยความคิดที่ต้องการให้ผู้ซื้อได้รับบริการที่รวดเร็ว และเสียเงินค่าบริการไม่สูงมาก การกำหนดราคาของ Photo Spin จึงขึ้นอยู่กับข้อมูลในการสมัคร คุณอาจจะจ่ายเงินเพียงครั้งเดียวแต่สามารถดาวน์โหลดได้ทุกรูปภายในเว็บไซต์ โดยเลือกใช้ได้ตั้งแต่ 500-1,000 ภาพต่อเดือนเลยทีเดียว มีทางเลือกในการสมัคร 2 แบบ คือ แบบ Plus เริ่มต้นที่ $429 ต่อปี สำหรับภาพขนาดใหญ่สามารถซื้อได้สูงสุดที่ 500 ภาพ สำหรับความละเอียดที่ 3600px ส่วนแพคเกจ Super Plus จะเริ่มต้นที่ $649 ต่อปี สำหรับ 500 ภาพ ที่ความละเอียดภาพ 5100px ถ้าต้องการซื้อรูปรายละเอียดสูงประมาณ 500-1,000 รูปต่อเดือน คุณก็อาจจะต้องพิจารณาการสมัครรายปีถึงจะคุ้มค่ามากกว่า

ข้อดี

  • รูปแบบการสมัครสมาชิกคุ้มค่า สามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ง่ายๆ โดยไม่ต้องใช้เครดิต
  • ราคาต้นทุนต่อภาพไม่แพงมากจนเกินไป
  • ใช้งานง่าย ไม่ซับซ้อน
  • มีภาพบุคคล ภาพประกอบแบบเวกเตอร์ และแบบอักษรได้อย่างหลากหลาย

ข้อเสีย

  • ตัวกรองการค้นหาด้วยคำหลักใช้งานค่อนข้างยาก
  • ไม่มีไฟล์เสียงและวิดีโอขาย
  • ตัวเลือกการค้นหาและแหล่งข้อมูลของภาพถูกจำกัด

ถ้าต้องการซื้อภาพเดี่ยวราคาเริ่มต้นที่ $2-30 (ขึ้นอยู่กับขนาดของภาพ) และสามารถซื้อแบบแพคเกจได้สูงสุดที่ 50,000 ภาพในราคาเริ่มต้นเพียง $429 เท่านั้น!

สนใจคลิ๊ก! www.photospin.com

15. Yay Images

Yay Images เป็นเว็บไซต์ขายภาพที่สร้างขึ้นเพื่อคนทั่วไป เป็นบริษัทใหม่ที่รุกตลาดด้วยการสตรีมภาพออนไลน์แบบไม่อั้น ไม่จำกัดจำนวน การสตรีมมิ่งคือการนำไปใช้งานแบบออนไลน์ได้เลย แต่ไม่สามารถดาวน์โหลดลงเครื่องได้และไม่สามารถนำไปใช้งานออฟไลน์ได้ ดังนั้นใน Yay Images จะไม่มีการให้ดาวน์โหลดและอัปโหลดใดๆ ทั้งสิ้น แต่เมื่อคุณต้องการได้รูปในแบบที่ต้องการ ทางเว็บไซต์จะมีลิงก์ให้เพื่อให้คุณนำไปใส่ไว้ในจุดที่คุณต้องการบนเว็บไซต์ได้เลย คุณสามารถที่จะทำการแก้ไขภาพและติดภาพที่คุณซื้อไปได้อย่างยาวนาน แม้แต่เวลาที่คุณไม่ได้ใช้แล้วถ้าไม่เอาลิงก์ออก ภาพนี้ก็ยังคงอยู่ในเว็บไซต์ของคุณต่อไป เพียงแค่นำลิงก์ที่ได้ลากไปแล้ววางลง ขั้นตอนง่ายๆ เพียงเท่านี้! แต่ไม่ดีตรงที่ซื้อเพียงภาพเดียวไม่ได้นั่นเอง

ข้อดี

  • มีการสมัครสมาชิกที่ใส่ใจว่าคุณต้องการนำภาพไปใช้ในด้านใดบ้าง เช่น คุณเป็นบล็อกเกอร์, นำไปติดเว็บไซต์ของตัวเอง หรือเป็นนักการตลาด เป็นต้น
  • การใช้บริการจะเป็นการสตรีมมิ่งแบบไม่จำกัด รวมไปถึงโฮสติ้งด้วย
  • มีบริการให้คำแนะนำและคำปรึกษาผ่านทางโทรศัพท์และอีเมล์
  • มีรูปภาพขนาดเล็ก, ขนาดกลาง และขนาดใหญ่ให้เลือกใช้ตามความต้องการ
  • มีบริการให้ทดลองใช้ฟรี!

ข้อเสีย

  • ไม่มีไฟล์วิดีโอและเสียงให้บริการ
  • ภาพถ่ายสตรีมมิ่งมีความกว้างไม่เกิน 700 พิกเซล และสามารถใช้งานออนไลน์ได้เท่านั้น!
  • ต้องเสียค่าสมัครสมาชิกเท่านั้นถึงจะเข้าใช้งานได้
  • ราคาแพงกว่าการดาวน์โหลดเพียงครั้งเดียว

ราคาเริ่มต้นอยู่ที่ $9.99 ต่อเดือน สามารถดาวน์โหลดได้ 1 ครั้ง และสามารถดาวน์โหลดภาพเพิ่มเติมได้ที่ภาพละ $10 ทุกๆ $99 ต่อเดือนถึงจะได้รับการสตรีมมิ่งได้แบบไม่จำกัด และดาวน์โหลดได้สูงสุดที่ 1,000 ครั้ง

สนใจคลิ๊ก! www.yayimages.com

เว็บไซต์ขายภาพแบบใดที่เหมาะสมกับคุณ?

การมองหาเว็บไซต์ขายภาพที่สามารถสนองความต้องการของคุณได้นั้นอาจเป็นเรื่องยาก เพราะจะขึ้นอยู่กับว่าคุณตั้งใจจะใช้รูปภาพหรือสื่อที่ดาวน์โหลดมาในด้านใน นอกเหนือจากการตรวจสอบเว็บไซต์ที่เหมาะสมกับงบประมาณของคุณแล้ว สิ่งที่สำคัญกว่านั้นคือต้องค้นหาเว็บไซต์ขายภาพที่ถูกต้องตามกฎหมาย มีรายละเอียดและข้อกำหนดเรื่องการอนุญาตใช้งานที่ชัดเจน เพื่อไม่ให้คุณต้องเสี่ยงต่อการโดนฟ้องเรื่องลิขสิทธิ์ในอนาคต

 

 

 

32 [วิธี] หาเงินระหว่างเรียน ทำได้แน่นอน 2018

คุณเป็นนักศึกษาคนหนึ่งที่ต้องการหาเงินระหว่างเรียนอยู่หรือเปล่าคะ? ถ้าใช่! ลองอ่านบทความนี้เพื่อหาไอเดียการสร้างรายได้แบบง่ายๆ ที่ไม่กระทบต่อการเรียนและช่วยทำให้คุณเพิ่มเงินในบัญชี เพื่อเก็บไว้เป็นทุนในอนาคตต่อไป เพียงแค่หาเวลาว่างหลังเลิกเรียนมาทำก็จะช่วยให้คุณหาเงินระหว่างเรียนได้โดยไม่รบกวนเรื่องการเรียนเลยสักนิด ซึ่งวิธีเหล่านี้ผ่านการทดลองมาจากผู้ที่มีประสบการณ์หารายได้ระหว่างเรียนในรูปแบบออนไลน์และออฟไลน์มาแล้ว! จึงเลือกวิธีที่ดีและเหมาะสมกับนักศึกษามากที่สุดออกมาเขียนอธิบายให้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น

32 [วิธี] หาเงินระหว่างเรียน ทำได้แน่นอน 2018

1.ทำแบบสำรวจออนไลน์

วิธียอดนิยมที่คนหาเงินระหว่างเรียนทำกัน! การกรอกแบบสำรวจออนไลน์ เพราะสามารถทำได้ในเวลาว่าง ไม่ยุ่งยาก เพียงแค่มีโน๊ตบุ๊คหรือคอมพิวเตอร์สักเครื่องก็ทำได้เลย! คุณสามารถเลือกทำแบบสำรวจได้อย่างหลากหลาย เพราะบริษัทต่างๆ จะมีการวิจัยตลาดเกี่ยวกับสินค้าหรือบริการของตัวเองอยู่เสมอ จึงต้องการผู้ที่สามารถตอบแบบสอบถามและทดสอบผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ อยู่เสมอ ใช้เวลาเพียงไม่กี่นาทีก็เสร็จเรียบร้อย จึงสามารถทำแบบสอบถามออนไลน์ได้หลายแห่งต่อวัน ซึ่งคุณสามารถเลือกรับค่าตอบแทนเป็นเงินสด, บัตรกำนัน หรือของรางวัลต่างๆ ได้ตามความต้องการ

2.เพียงแค่ค้นหาก็รับเงินสบายๆ

วิธีนี้ถือว่าเป็นวิธีหาเงินระหว่างเรียนที่ง่ายที่สุด เหมาะกับผู้ที่ชื่นชอบการออนไลน์เป็นอย่างมาก ยิ่งค้นหามากเท่าไหร่ก็ยิ่งเพิ่มโอกาสสร้างเงินได้เท่านั้น เพียงแค่ติดตั้ง Qmee.com ไว้ที่เบราเซอร์ของคุณ พร้อมใช้งานด้านการค้นหาแทน Google, Yahoo และ Bing เพียงเท่านี้คุณก็จะได้รับเงินแบบสะสมง่ายๆ เลยทันที! ค่าตอบแทนสามารถเลือกรับเป็นเงินสดหรือจะสะสมแต้มไว้แลกเป็นของรางวัลได้ตามสะดวก เริ่มทำตั้งแต่วันนี้ลงชื่อสมัครใช้งานฟรีและสร้างรายได้จากการค้นหาที่คุณแทบไม่ต้องขยับตัวทำอะไรทั้งสิ้น!

3.ลงทุนกับ eToro

eToro คือ เว็บไซต์ที่พร้อมให้เข้ามาลงทุนเพื่อเก็งกำไร คุณสามารถที่จะลงทุนได้หลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะทองคำ, น้ำมัน, หุ้น หรือค่าเงิน เรียกง่ายๆ ว่าเป็นโบรกเกอร์ที่พร้อมพาคุณไปลงทุนตามแบบที่คุณถนัด แต่ถ้าเป็นมือใหม่หัดเทรด เว็บไซต์นี้ก็มีโปรแกรมเด็ดที่ให้ผู้เทรดมือใหม่ได้เข้าไปดูโปรไฟล์และวิธีการเล่นของเหล่ามือโปรได้ เพื่อให้เกิดการเรียนรู้และศึกษาคนเก่งที่ทำกำไรได้จริง ไม่ต้องไปลงคอร์สให้เสียทั้งเวลาและเงิน เพราะเพียงแค่ศึกษาวิธีการลงทุนจากกราฟของคนเก่ง แล้วปล่อยเงินทำงาน เพียงเท่านี้ก็พร้อมรับเงินในบัญชีได้เรื่อยๆ ถือว่าเป็นวิธีหาเงินระหว่างเรียนที่น่าสนใจ เพราะผู้เทรดหลายรายที่ลงทุนกับเว็บไซต์นี้สามารถสร้างกำไรให้กับตัวเองได้สูงถึง 90% หรือถ้าวันนั้นคุณโชคไม่ดีแต่อย่างน้อยก็ได้กำไรต่ำๆ ที่ 15% เมื่อคุณเทรดจนเก่งและทำกำไรได้ดีแล้วมีคนเข้าดูโปรไฟล์และวิธีการเทรดของคุณ ก็จะได้รับเงินเพิ่มที่หัวละ 10 USD ต่อเดือนอีกด้วย!! ถือว่าเป็นวิธีสร้างรายได้ที่คุ้มค่ามากจริงๆ ส่วนการฝาก-ถอนก็สะดวกและปลอดภัย สามารถทำได้ทุกธนาคาร หรือผ่าน PayPal และ Western Union เป็นต้น

4.เริ่มทำเว็บไซต์ตั้งแต่ตอนนี้!

สนใจการหาเงินระหว่างเรียนสไตล์ Passive Income ไหมคะ? รายได้ที่จะมาเรื่อยๆ แม้แต่ขณะที่คุณนอนหลับ! ถ้าสนใจคุณเพียงแค่สละเวลาหลังเลิกเรียนตั้งใจสร้างสรรค์เว็บไซต์ในแบบฉบับตัวเองขึ้นมา จากนั้นก็ลงบทความและเข้าอัปเดตเรื่องราวต่างๆ เป็นประจำ เพื่อให้เว็บไซต์มีทราฟฟิกที่ดี มีคนเข้ามาติดตามจำนวนมาก และรับรายได้จากค่าโฆษณาไปทุกเดือน

TIPS : ถ้าคุณคิดว่าวิธีนี้คือวิถีของฉันเลย! เราขอแนะนำให้เริ่มต้นเว็บไซต์กับ Bluehost ที่ใช้เวลาเพียง 20 นาทีคุณก็พร้อมมีเว็บไซต์เป็นของตัวเองได้ทันที ความพิเศษของ Bluehost คือ จดโดเมนฟรีและเสียค่าโฮสติ้งราคาถูกมาก มีคู่มือแนะแนวทางในการทำเว็บไซต์ให้เหล่ามือใหม่อีกด้วย ต้องการายละเอียดเพิ่มเติมสามารถเข้าไปดูได้ที่ วิธีการเริ่มต้นเว็บไซต์ภายใน 20 นาที https://www.savethestudent.org/make-money/how-to-start-wordpress-website.html

5.นักวิจารณ์เว็บไซต์

ถ้าคุณเป็นคนชอบท่องเว็บอยู่แล้ว งานนี้ถือว่าเหมาะสมมากค่ะ เพราะคุณจะเป็นนักวิจารณ์เว็บไซต์ หรือ Testing Web ที่เพียงแค่เข้าใช้เว็บไซต์ใหม่ แล้วตรวจสอบความบกพร่องทุกซอกทุกมุมให้กับเจ้าของเว็บ คุณก็จะได้รับเงินค่าจ้างแบบง่ายๆ ทันที! ถ้าสนใจวิธีหาเงินระหว่างเรียนวิธีนี้ ขอแนะนำ UserTesting.com ที่จะทำให้คุณกลายเป็นนักวิจารณ์เว็บไซต์อย่างสมบูรณ์แบบ เพียงแค่คุณเข้าไปใช้งานเว็บไซต์แล้วอัดวิดีโอหน้าจอไว้ ซึ่งทาง UserTesting.com จะมีโปรแกรมเฉพาะให้ จากนั้นก็ส่งวิดีโอพร้อม Feedback กลับมา ใช้เวลาเพียง 15-20 นาทีต่อ 1 เว็บไซต์ คุณจะได้รับเงินสด $10 เป็นค่าตอบแทน ถ้าสนใจเป็นนักวิจารณ์เว็บไซต์สามารถสมัครฟรีได้ที่ http://usertesting.go2cloud.org

6.นำภาพยนตร์หรือการ์ตูนเก่ามาขาย

ถ้าคุณเป็นสายการ์ตูนหรือคอหนังดิสนีย์ที่ชอบเก็บความประทับใจไว้บนแผ่น CD และ DVD ต้องไม่พลาด! นำแผ่นเก่าออกมาขายใน Amazon แต่ถ้าเป็นหนังสือนิยายเก่าหรือตัววิดีโอม้วนขนาดใหญ่ที่ยังใช้ได้ก็จะยิ่งเพิ่มราคาให้สูงขึ้น นำมาขายในตลาดของเก่าจะปล่อยได้ง่ายและรวดเร็วอีกด้วย บางคนหารายได้จากการนำของเก่าที่มีอยู่มาขายได้ในราคาสูงกว่าเดิมหลายเท่าเลยทีเดียว เช่น ในปี 2011 มีคนซื้อการ์ตูนดัง Beauty and the Beast แบบแผ่น DVD Blu-ray 3D ในราคาเพียง 24.99 ปอนด์เท่านั้น แต่ในปัจจุบันแผ่นนี้กลับขายได้ในราคาสูงถึง 74.99 ปอนด์เลยทีเดียว!

7.จัดส่งสินค้าแบบเดลิเวอรี่

ถ้าคุณมีรถจักรยานยนต์ไว้ใช้งานเพื่อขับขี่ไปมหาวิทยาลัยและใช้งานสมาร์ทโฟนอยู่แล้ว ก็สามารถหาเงินระหว่างเรียนได้ด้วยการสมัครเป็นคนจัดส่งสินค้าแบบเดลิเวอรี่กับเว็บไซต์ดังอย่าง Line Man, GrabBike (Delivery), UberEATS หรือ FOOD PANDA เป็นต้น การสร้างรายได้ด้วยวิธีนี้คุณสามารถเลือกเวลาหลังเลิกเรียนมาทำได้สบายๆ ถ้าขยันสักหน่อยก็รับเงินค่าส่งอาหารได้เป็นกอบเป็นกำเลยทีเดียว

8.มาเขียน E-book กันค่ะ!

สายวิชาการหรือสายเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ชอบอ่าน ชอบเขียน มาทางนี้เลยค่ะ คุณสามารถหาเงินระหว่างเรียนได้ด้วยการเขียน E-book เพียงแค่ใช้ความรู้ที่มีมาเรียบเรียงให้น่าอ่าน เนื้อหาชัดเจน อ่านเข้าใจง่าย และให้ความรู้ที่ถูกต้อง คุณก็สามารถนำมาเขียนแล้วส่งขายไปที่เว็บไซต์ดังอย่าง Amazon Kindle ที่ลิงค์ผู้คนทั่วโลกให้เข้ามาหาซื้อหนังสือสไตล์ E-book อ่าน จึงถือว่าเป็นตลาดขายหนังสือออนไลน์ที่มีขนาดใหญ่มากที่สุดอีกที่หนึ่ง และถ้าเกิด E-book ของคุณไปเข้าตาคนจำนวนมาก คุณจะได้รับรายได้หลังหักค่าธรรมเนียมต่างๆ มากถึง 70% มาพร้อมกับโปรแกรมการขายที่ช่วยให้หนังสือของคุณเข้าตาผู้ที่มาเลือกซื้อมากยิ่งขึ้น ถือว่าเป็นเครื่องมือที่ช่วยคุณได้มากเลยทีเดียว เพียงแต่งานนี้ต้องเก่งภาษาอังกฤษพอสมควรค่ะ

9.การติดโฆษณา  Affiliate

ถ้าคุณมีบล็อกหรือเว็บไซต์เป็นของตัวเอง อย่าลืมนำ  Affiliate ไปติดด้วยนะคะ! เพราะจะช่วยทำให้คุณหาเงินระหว่างเรียนได้แบบง่ายๆ สไตล์ Passive Income อีกด้วย แนะนำว่าควรติดไว้หลายจุดในหนึ่งหน้าและเลือกผลิตภัณฑ์หลายแบบมาติดเพื่อเพิ่มความน่าสนใจ เพียงแค่คุณเข้าไปสมัครที่ www.awin.com พร้อมตรวจสอบข้อเสนอที่คุณจะได้รับและเรียกดูรายชื่อของบรรดาบริษัทต่างๆ ที่เราจะนำโฆษณาไปติด โดยใน 1 ลิงค์จะมีเวลาประมาณ 90 วัน ถ้ามีคนคลิ๊กและสั่งซื้อก็จะได้รับค่าคอมมิชชั่นเพิ่ม วิธีนี้อาจจะดูว่าช้าไปหน่อยแต่ก็ได้รับเงินเข้าบัญชีเรื่อยๆ แน่นอน

10.รีไซเคิลโทรศัพท์มือถือ

ถ้าคุณมีมือถือเก่าที่เก็บไว้นานก็สามารถนำมาผันเป็นเงินได้ เพียงแค่หาเวลาว่างค้นหามือถือเก่าๆ ที่ไม่ใช้แล้วหรือจะกลับไปถามคุณพ่อ-คุณแม่ที่บ้าน เพื่อนำเอาโทรศัพท์มือถือเก่าเหล่านี้ไปรีไซเคิลกับบริษัทที่รับซื้อ บางแห่งมีราคาของแต่ละรุ่นที่รับซื้อมาระบุให้ชัดเจน วิธีการนี้จึงช่วยให้คุณได้เงินและได้ช่วยสิ่งแวดล้อมไปในตัวอีกด้วย ถ้าต้องการหาเงินระหว่างเรียนด้วยวิธีนี้ก็ลองไปเดินตามบ้านแล้วแจกใบโฆษณารับซื้อโทรศัพท์เก่าหรือลงรับซื้อในโซเชี่ยล คุณก็อาจจะได้โทรศัพท์เพื่อไปรีไซเคิลจำนวนมาก สนใจเปรียบเทียบราคาก่อนขายสามารถเข้าไปดูรายละเอียดได้ที่ https://www.mobilecashmate.co.uk/

11.ทำงานกับ Clickworker

เพียงแค่คุณลงสมัครกับ Clickworker พร้อมเข้ามาค้นหาคนที่กำลังต้องการจ้างงานเล็กๆ แล้วอยู่ใกล้กับที่พักของคุณ จากนั้นก็รับงานและทำให้สำเร็จ เงินค่าจ้างก็จะถูกโอนเข้าบัญชีทันที หรือแม้แต่งานสไตล์กรอกแบบสอบถามและค้นหาเว็บไซต์แล้วได้เงินก็มีอยู่ในนี้ เป็นอีกหนึ่งวิธีหาเงินระหว่างเรียนที่น่าสนใจ เพราะคุณเลือกเวลาและงานที่เหมาะสมได้ตามที่ต้องการ

12.รับเงินคืนเมื่อซื้อสินค้า

ถึงแม้ว่าวิธีนี้จะไม่ใช่การหาเงินระหว่างเรียน แต่จะเป็นตัวช่วยทำให้คุณซื้อของได้คุ้มค่ามากยิ่งขึ้น เพียงแค่ใช้บริการเว็บไซต์ขายของออนไลน์ที่มีโปร Cashback เมื่อซื้อของคุณจะได้รับเงินคืนกลับมา 0.5-10% เลยทีเดียว และมีหลายเว็บไซต์ที่นอกจากจะลดราคาสินค้าแบบสุดขั้วแล้วยังให้เงินคืนสะสมที่สูงอีกด้วย ถ้าสนใจเราขอแนะนำ Top Cashback , Quidco.com และ Swagbucks ที่ให้บริการส่งฟรีและทุกร้านค้าผ่านการการันตีมาแล้วว่าไม่มีหลอกลวง สินค้ามีคุณภาพ ถ้าซื้อแล้วได้ของดีราคาถูกและเงินคืนแบบนี้ก็ไม่ควรพลาดนะคะ!

13.ทำงานพาร์ทไทม์

แน่นอนว่าถ้าพูดถึงการหาเงินระหว่างเรียน เราย่อมต้องคิดถึงงานพาร์ทไทม์ของเด็กนักเรียนและนักศึกษา เพราะเป็นทางเลือกดั้งเดิมที่ทำกันมานาน ให้รายได้ที่แน่นอนและสม่ำเสมอ ช่วงเวลาในการทำงานก็มักจะเป็นหลังเลิกเรียน ข้อดีของงานพาร์ทไทม์ คือ ช่วยให้คุณได้มีประสบการณ์หลายด้าน ทำให้คุณมีรายได้ไว้ใช้จ่ายแบบไม่ต้องกวนผู้ปกครอง และฝึกให้คุณมีความรับผิดชอบ แต่ข้อเสียคืออาจทำให้คุณเหนื่อยมากและงานพาร์ทไทม์ดีๆ ก็ค่อนข้างหายากเลยทีเดียว อยากรู้เคล็ดลับในการหางานพาร์ทไทม์ที่ดีและตรงใจ คลิ๊ก! https://www.savethestudent.org/student-jobs/finding-part-time-job.html

14.มาทำงาน Fiverr

Fiverr คือแหล่งหาเงินระหว่างเรียนที่มีขนาดใหญ่และมีงานจากทั่วทุกมุมโลกให้เลือก แต่ส่วนใหญ่จะเป็นงานขนาดเล็กแบบไม่ยุ่งยากมากจนเกินไป ทำเพียงสั้นๆ แล้วรับเงินได้ทันที! เหมาะกับนักศึกษาอย่างมาก โดยเฉพาะผู้ที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน เช่น งานกราฟฟิก, งานแปลภาษา, งานพากย์เสียง, งานอาร์ตเวิร์ก หรืองานนักเขียน เป็นต้น โดยราคาเริ่มต้นอยู่ที่ $5 แต่ถ้าต้องการรายได้ที่เพิ่มขึ้นคุณสามารถแนบบริการพิเศษเข้าไป ก็จะช่วยทำให้คุณมีรายได้ที่มากขึ้นตามไปด้วย

15.ตรวจสอบเพลงก็ได้เงิน

ถ้าคุณเป็นคนชอบฟังเพลง การหาเงินระหว่างเรียนด้วยวิธีนี้เหมาะสมกับคุณมาก นั่นคือการวิจารณ์เพลงของวงดนตรีและศิลปินออนไลน์ ผ่านทาง Slice the pie เพียงแค่คุณรีวิวเพลงที่ได้ฟัง พร้อมให้คะแนน ถ้าเพลงที่คุณให้คะแนนไปมีคนนิยมและให้คะแนนที่ใกล้เคียงกับของคุณมากเท่าไหร่ ก็จะได้รับค่าวิจารณ์มากเท่านั้น แนะนำให้ฟังแนวเพลงที่คุณชื่นชอบและเป็นที่นิยมของตลาด เพื่อให้ค่าวิจารณ์เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

16.ขายสิ่งที่คุณจดมา

เวลาเรียนเป็นคนชอบจดงานไหมคะ? ถ้าชอบก็เอาสิ่งที่คุณจดมาลงขายใน Notesale ได้เลย! เป็นอีกหนึ่งวิธีหาเงินระหว่างเรียนที่เหมาะสมกับนักศึกษาเป็นอย่างมาก เพราะในชั้นเรียนย่อมมีคนจดงานไม่ทัน, ไม่ได้เข้าเรียน หรืออาจจะเป็นคนที่ต้องเรียนวิชาเดียวกันคุณ แล้วต้องการวิชาที่คุณจดไว้เพื่อนำไปอ่านทบทวน คุณสามารถนำโน้ตนี้ไปขายแล้วรอรับเงินจากผู้ที่ยอมซื้อ แนะนำให้อัปโหลดไฟล์งานของคุณเป็น PDF เพื่อป้องกันคนเข้ามาคัดลอกงานของคุณไปใช้ และควรใช้วิธีการพิมพ์มากกว่าเขียนด้วยมือเพราะจะทำให้การอ่านง่ายมากยิ่งขึ้น

17.ขายหนังสือเรียนมือ 2

หนังสือเรียนของปีก่อน ไม่ว่าจะเป็นหนังสือเรียนช่วงประถม, มัธยม หรือมหาวิทยาลัย นำมาขายเพื่อหาเงินระหว่างเรียนกับ Amazon Marketplace ที่คุณสามารถขายแบบออนไลน์ได้อย่างง่ายดาย ไม่ต้องกลัวว่าจะขายไม่ออก เพราะมีผู้คนจากทั่วโลกที่สนใจซื้อหนังสืออยู่ในตลาดนี้! โดยเฉพาะตำราที่เป็นภาอังกฤษจะขายได้ง่ายมากยิ่งขึ้น!

18.เข้าสู่การแข่งขัน

วิธีนี้เหมาะสมกับผู้ที่หาเงินระหว่างเรียนอย่างมาก เพราะเป็นการสมัครเข้าแข่งขันด้านความรู้และความสามารถเฉพาะตัวที่คุณเรียนมา ไม่ว่าจะเป็นการแข่งขันธรรมดาทั่วไป, แข่งขันในมหาวิทยาลัย หรือแม้แต่แข่งระดับประเทศ ขอให้คุณเข้าร่วมทั้งหมดค่ะ เพราะนอกจากคุณจะได้ประสบการณ์จากการแข่งขันแล้ว ถ้าคุณติดเข้ารอบ 3 คนสุดท้ายหรือชนะเลิศ คุณก็จะได้รับเงินรางวัลกลับมาอีกด้วย การสมัครเข้าแข่งขันในระดับนักเรียน-นักศึกษาส่วนใหญ่ไม่เสียค่าลงทะเบียนและอาจสร้างรายได้ให้คุณสูงถึง 50,000 บาทต่อปีอีกด้วย

19.ซื้อขายโดเมน

โดเมนคือชื่อและที่อยู่ของเว็บไซต์ คนที่กำลังคิดสร้างเว็บไซต์เป็นของตัวเอง จำเป็นต้องใช้โดเมนเนมที่คล้องจองกับเนื้อหาในเว็บไซต์ ดังนั้นถ้าคุณพอมีเงินทุนให้รีบซื้อโดเมนที่มีชื่อสวยๆ ไว้ แล้วเลือกให้หลากหลายทั้ง .com, .net หรือ .co.th เป็นต้น เพื่อให้ผู้ที่ต้องการซื้อได้มีทางเลือกเพิ่มมากขึ้น การซื้อในแต่ละครั้งเสียค่าใช้จ่ายเพียง 1.99 ปอนด์ และถ้าเป็นโดเมนระดับพรีเมี่ยมคุณอาจต้องซื้อในราคาสูง แต่เชื่อเถอะว่าคุณจะขายออกได้สูงด้วยเช่นกัน บางโดเมนสามารถขายได้สูงถึง 1,000 ปอนด์เลยทีเดียว ถ้าสนใจหาเงินระหว่างเรียนด้วยวิธีนี้สามารถเข้าไปเลือกโดเมนราคาประหยัดได้ที่ 123-reg.co.uk หรือ GoDaddy.com

20.มาเป็น Mystery Shopper กัน!

Mystery Shopper หรือนักช้อปฯ ลึกลับ เหมาะกับการหาเงินระหว่างเรียนอย่างมาก เพราะเลือกเวลาที่จะลงไปตรวจสอบได้ ไม่กระทบเวลาเรียนแน่นอน การเป็น Shopper คือการทำตัวเป็นลูกค้าเพื่อเข้าไปทดสอบสินค้าและบริการของบริษัทที่ว่าจ้างคุณมา เพื่อให้คุณเข้าไปตรวจสอบพนักงานในสาขาและสินค้าที่ถูกวางขายตามจุดต่างๆ เมื่อจบงานแล้วคุณก็จะได้รับค่าตอบแทนทันที ถือว่าเป็นวิธีการหารายได้ที่ง่ายและสนุกอีกด้วย

21.นักแสดง Extra

ลองจินตนาการดูว่าถ้าคุณเป็นนักแสดง Extra ที่เพียงเดินผ่านฉากหลังของละครหรือภาพยนตร์เรื่องโปรดมันก็คงจะดีไม่น้อยใช่ไหมคะ? และถ้าคุณชื่นชอบสายบันเทิง มีความสามารถในการจำบทนิดๆ Acting ก็ได้! แนะนำให้สมัครเป็นนักแสดง Extra ซึ่งการหาเงินระหว่างเรียนด้วยวิธีนี้จะได้รับค่าตอบแทนค่อนข้างดีเลยทีเดียว แถมไม่ต้องทำอะไรมาก แค่เดินผ่านไปมาในฉาก, เล่นเป็นชาวบ้านที่มามุงดูเหตุการณ์ หรืออาจจะโชคดีได้รับโอกาสเป็นตัว Extra ที่มีบทพูด ก็จะทำให้คุณได้รับค่าตัวเพิ่มมากขึ้นไปด้วย

22.ขาย CD เพลงและภาพยนตร์เก่า

ถ้าคุณเป็นคนชอบสะสมหรือมี CD เพลงและภาพยนตร์เก่า แนะนำให้กลับไปรื้อตู้แล้วเอามาปัดฝุ่นเพื่อออกขาย ก็จะทำให้คุณหาเงินระหว่างเรียนได้แบบง่ายๆ CD เพลงและภาพยนตร์ทั่วไปสามารถขายได้แผ่นละ 300-500 บาท แต่ถ้าเป็น CD ที่หายาก ตลาดกำลังต้องการ ก็อาจจะอัพราคาได้สูงถึงหลักพันหรือหลักหมื่นกันเลยทีเดียว นำไปขายได้ที่ Amazon Marketplace, Preloved และเว็บไซต์เพลงอย่าง Music Magpie ที่พร้อมจ่ายเงินให้คุณทันที!

23.รับสอนพิเศษ

ถึงแม้ว่าคุณจะยังเรียนไม่จบ แต่ถ้าคุณมีผลการเรียนดีมาตลอด หรือมีความสามารถเฉพาะด้านที่โดดเด่น นำมาสอนพิเศษกับเด็กๆ แถวบ้านหรือประกาศลงโซเชียลเพื่อเปิดคอร์สสอนพิเศษเล็กๆ ในช่วงวันหยุด นอกจากนี้คุณยังสามารถที่จะอัดคลิปสอนพิเศษแล้วนำมาลงขายผ่านโลกออนไลน์ได้ที่เว็บไซต์ Udemy ที่นี่คุณสามารถอัปโหลดหลักสูตรออนไลน์แล้วออกขายได้ง่ายๆ เมื่อมีคนสนใจเข้ามาซื้อ คุณก็จะได้รับค่าตอบแทน วิธีนี้ไม่ใช่เพียงแค่หาเงินระหว่างเรียนเท่านั้น ยังสามารถที่จะสร้างเป็น Passive Income ได้อีกด้วย

24.ขายรูปภาพที่คุณถ่ายเอง

ถ้าคุณเรียนถ่ายภาพหรือเพียงแค่ชื่นชอบการถ่ายภาพ แล้วสามารถที่จะกดชัตเตอร์ออกมาแล้วได้ภาพสวยๆ ทุกครั้ง เพียงนำภาพเหล่านั้นมาขายกับเว็บไซต์ที่รับซื้อภาพถ่ายอย่าง Fotolia หรือ iStockphoto ที่จะทำให้การหาเงินระหว่างเรียนเป็นเรื่องที่สนุกและได้เงินเรื่อยๆ จากค่าคอมมิชชั่นในเว็บไซต์ขายภาพ

25.ให้เช่าพื้นที่จอดรถ

นักศึกษาบางคนพักอยู่ภายในคอนโดจึงจะได้ที่จอดรถแถมมาด้วย ดังนั้นถ้าคุณยังไม่มีรถยนต์หรือไม่ค่อยอยู่ห้อง ก็เพียงแค่ให้เช่าพื้นที่จอดรถแล้วเก็บเงินค่าจอดตามจำนวนเวลา ยิ่งถ้าคุณอยู่ในพื้นที่เมือง มีคนจำนวนมาก วิธีนี้จะช่วยทำให้คุณมีรายได้ที่ดีพอสมควร แต่ควรระวัง! อย่าให้ลูกค้าของคุณไปเบียดเบียนที่จอดรถของผู้อาศัยคนอื่นๆ

26.บริการพี่เลี้ยงเด็ก

ถ้าคุณเป็นคนรักเด็ก ชื่นชอบการได้ดูแลเด็ก คุณก็สามารถหาเงินระหว่างเรียนได้แบบง่ายๆ และเป็นวิธีหาเงินที่ค่อนข้างคลาสสิกมากๆ หากคุณสงสัยว่าต้องคิดค่าบริการอย่างไร ก็สามารถเข้าดูเว็บไซต์ให้บริการพี่เลี้ยงทั่วไป พร้อมลงหางานผ่านระบบออนไลน์หรือประกาศเองผ่านสื่อโซเชี่ยลทั่วไป เพียงเท่านี้คุณก็จะได้ทั้งงานที่ถนัดและเงินรายได้ที่น่าพึงพอใจ

27.พาน้องหมาออกไปวิ่งเล่น

อีกหนึ่งวิธีหาเงินระหว่างเรียนที่เหมาะกับคนรักสุนัข เพียงแค่คุณประกาศลงโซเชียลหรือลงหางาน “พาน้องหมาเดินเล่น” ผ่านระบบออนไลน์ เมื่อมีคนสนใจคุณก็คิดค่าบริการและรับเงินได้ทันทีหลังงานเสร็จ สามารถหาช่วงเวลาที่เหมาะสมได้ เพราะการพาน้องหมาเดินเล่นมักจะเป็นช่วงเย็น ถ้าใจรักน้องหมาอยู่แล้วก็เตรียมตัวไปรับทรัพย์กับงานนี้ได้เลยค่ะ!

28.ทำงานกับองค์กรการกุศล

เพียงแค่คุณเข้าร่วมงานกับองค์กรการกุศล โดยเฉพาะเกี่ยวกับเรื่องการศึกษา คุณก็สามารถหาเงินระหว่างเรียนได้แบบง่ายๆ ดังเช่น เว็บไซต์ wesser.co.uk ที่เป็นแหล่งระดมทุนด้านต่างๆ ที่เกี่ยวกับเด็ก รับทั้งเงินบริจาคและผู้ที่ต้องการร่วมงานเป็นกำลังในการออกไปนอกสถานที่เพื่อระดมทุน, พบปะผู้คนตามบ้าน และช่วยติดต่อระดมทุนกับบริษัทต่างๆ ทางโทรศัพท์ โดยมีค่าตอบแทนให้ การหารายได้ด้วยวิธีนี้เหมาะกับนักศึกษาอย่างมาก เพราะผู้ร่วมงานส่วนใหญ่เป็นคนที่ยังอยู่ในวัยเรียน ทางองค์กรเหล่านี้จึงจะหาช่วงเวลาที่เด็กๆ สามารถออกทำงานได้สะดวก ไม่เสียเวลาเรียน และให้เงินค่าจ้างที่สมน้ำสมเนื้อ

29.เปลี่ยนห้องให้เป็นสถานที่ถ่ายทำ

เพียงแค่เปลี่ยนห้องพักหรือบ้านพักของคุณเป็นสถานที่ถ่ายทำ คุณก็พร้อมรับค่าเช่าสถานที่ได้ทันที! เพียงแค่คุณไปลงโฆษณาในสื่อโซเชียลหรือเข้าสู่เว็บไซต์เพื่อหาสถานที่ถ่ายทำ แล้วถ่ายรูปสวยๆ รอบบ้านหรือห้องพักของคุณส่งไปให้ทางเว็บไซต์พิจารณา เมื่อมีภาพยนตร์หรืองานถ่ายทำที่ต้องการสถานที่แบบที่คุณพักอยู่ก็จะทำการติดต่อกลับมา เมื่อนั้นคุณจะสามารถหาเงินระหว่างเรียนได้ทันที! สนใจการหารายได้ด้วยวิธีนี้ลองเข้าไปศึกษาได้ที่ https://jjmedia.com/connect

30.เป็นแบบภาพวาด

ถ้าคิดว่าคุณนั่งนิ่งๆ ได้หลายนาทีหรือเป็นชั่วโมง ลองสมัครเป็นแบบให้กับนักศึกษาด้านศิลปะดูสิคะ! เพียงแค่ไปนั่งให้นักศึกษาเหล่านี้ได้วาดใบหน้าและลักษณะท่าทางของคุณตามที่ถูกเซ็ตไว้ เพียงเท่านี้คุณก็หาเงินระหว่างเรียนได้อย่างง่ายดาย แต่การตกลงเพื่อเป็นแบบวาดภาพนั้น คุณควรคุยกับผู้ว่าจ้างให้ดีเรื่องขอบเขตของการเป็นแบบ เพราะในหลายๆ ครั้ง จะมีการวาดสรีระของมนุษย์จึงอาจทำให้คุณต้องเปลื้องผ้าได้! ถ้าไม่มีการตกลงให้ชัดเจนตั้งแต่แรก

31.งานทดสอบตัวยาและผลิตภัณฑ์

งานนี้จำเป็นต้องอยู่ภายใต้ของกฎหมายและการดูแลที่ดีของบริษัทที่ว่าจ้าง เพราะคุณจะต้องเป็นคนทดสอบยาหรือผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวกับสุขภาพเหล่านั้น จึงควรมีการทำประกันไว้ก่อนการทดลอง วิธีนี้เป็นอีกหนึ่งวิธีของการหาเงินระหว่างเรียนที่รายได้ค่อนข้างดี แต่ต้องเสี่ยงต่อสุขภาพค่อนข้างสูง ดังนั้นก่อนทำควรศึกษารายละเอียดและข้อสัญญาให้ดีก่อนเสมอและจำไว้ว่าต่อให้คุณอยากได้เงินสักเท่าไหร่ แต่ถ้ามันไม่ไหว เสี่ยงเกินไป ก็ไม่ควรทำนะคะ!

32.งานฟรีแลนซ์

ปัจจุบันงานฟรีแลนซ์เปิดกว้างมากยิ่งขึ้น ตลาดงานมีความคึกคัก มีงานที่หลากหลาย และเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้หาเงินระหว่างเรียนอีกด้วย ถ้าคุณเป็นคนชอบเขียน ชอบอ่านหนังสือ ชอบหาความรู้ตลอดเวลา หรือมีความสามารถเฉพาะด้าน เช่น งานกราฟฟิก, งานออกแบบ หรือแม้แต่งานเขียนแคปชั่นและดูแลเพจ ที่ถือว่าเป็นงานที่ใช้ทักษะและความคิดสร้างสรรค์ พร้อมด้วยวินัยที่ดี มีความรับผิดชอบสูง เพื่อให้งานที่รับสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี เพียงเท่านี้คุณก็จะกลายเป็นฟรีแลนซ์ที่รับงานด้วยตัวเองตั้งแต่วัยเรียน นอกจากจะได้เงินแล้วยังช่วยเพิ่มประสบการณ์ด้านการทำงานและคอนเนคชั่นดีๆ  ที่จะทำให้คุณเตรียมพร้อมไปสู่โลกทำงานของผู้ใหญ่ได้อย่างไม่ต้องกังวลใดๆ สนใจการทำงานแบบฟรีแลนซ์ สามารถหาอ่านคำแนะนำที่น่าสนใจ คลิ๊ก https://www.savethestudent.org/make-money/big-guide-to-freelancing.html

แนะนำเพิ่มเติม : ถ้าคุณมีเสื้อผ้าเก่าไม่ได้ใช้และสภาพยังดีอยู่ ไม่อยากทิ้งไป สามารถนำมาขายได้ที่ Ebay โดยใช้วิธีการประมูลออนไลน์ ใช้เวลาเพียงหนึ่งสัปดาห์คุณจะได้รับเงินจากการขายอย่างแน่นอน! ซึ่งตลาดด้านนี้ถือว่าใหญ่มากและใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ความเสี่ยงก็แทบไม่มี เราจึงคิดว่าวิธีนี้น่าจะเหมาะกับการหาเงินระหว่างเรียนอีกวิธีหนึ่ง เพียงแต่คุณจะต้องเป็นคนที่ตามแฟชั่นพอสมควร สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่คู่มือ https://www.savethestudent.org/make-money/ebay-selling-tips.html

นอกจากการขายเสื้อผ้ามือ 2 แล้ว การนำหนังสือมาอ่านแล้วอัดคลิปพร้อมทำภาพวิดีโอประกอบก็น่าสนใจไม่น้อย หรือคิดทำภาพยนตร์ของตัวเองขึ้นมา แล้วนำไปลงในโซเชียลและ Youtube เพื่อให้ผู้คนเข้ามาชมคลิปวิดีโอของคุณ วิธีการหาเงินระหว่างเรียนวิธีนี้จะทำให้คุณสนุกและได้นำเสนอความคิดสร้างสรรค์ของตัวเองออกมาเต็มที่ อาจจะทำให้คุณได้เงินค่าโฆษณาหรือมีบริษัทใหญ่สนใจงานของคุณ แล้วต้องการจ้างแบบจริงจังอีกด้วย ดังเช่นคลิปวิดีโอ You’ve Been Framed ที่ดังเปรี้ยงในชั่วข้ามคืนจนสร้างรายได้สูงถึง 250 ปอนด์เลยทีเดียว ในประเทศไทยการหารายได้ลักษณะนี้ คือ การเป็น Youtuber ที่นำเสนอความสามารถของตัวเองผ่านทาง Youtube ถ้าทำให้คนติดตา ติดใจ จนมีการ Subscribe จำนวนมากหรือมีชื่อเสียง เป็นที่รู้จักของผู้คนจำนวนมาก ไม่นานคุณก็จะมีรายได้จากค่าโฆษณาที่ไหลมาเทมาอย่างแน่นอน!

ความรู้เสริม : การสร้างรายได้จาก Bitcoin และ cryptocurrencies

ไม่น่าเชื่อว่าภายในระยะเวลาเพียงไม่กี่ปี การสร้างรายได้จาก Bitcoin และ cryptocurrencies จะกลายเป็นที่สนใจของคนทั่วโลกมากขึ้นเรื่อยๆ แม้แต่การหาเงินระหว่างเรียนของนักศึกษาก็ยังมีคนสนใจที่จะทำรายได้จากทั้ง 2 วิธีนี้ จึงทำให้มีนักเรียนและนักศึกษาหลายล้านคนจากทั่วโลกต้องการเข้าสู่โลกใหม่แห่งการลงทุนนี้ ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่กำลังสนใจวิธีทำเงินทั้ง 2 แบบนี้เช่นกัน เพียงแค่คุณหาทุนอุ่นๆ จากเงินเก็บสักก้อน แล้วศึกษารายละเอียดให้ดี หากลุ่มที่สร้างรายได้จาก Bitcoin และ cryptocurrencies เพื่อเก็บเกี่ยวประสบการณ์จากคนที่มีความสามารถ แล้วนำเอาความรู้ที่มีฝึกฝนตัวเองบ่อยๆ ติดตามความรู้จากเว็บไซต์แนะนำหรือรีวิว Bitcoin ที่มีคุณภาพ เพื่อให้คุณได้อ่านและเรียนรู้วิธีการลงทุนที่ถูกต้องมากที่สุด ที่สำคัญคือคุณต้องมีความอดทนสูง ไม่หวั่นไหวง่าย และพร้อมที่จะลุยไปกับทุกสถานการณ์ แต่ถ้าคิดว่าตัวเองไม่เหมาะสมกับการลงทุนก็ลองนำทั้ง 32 วิธีด้านบนไปพิจารณาดูค่ะ! แล้วคุณจะได้เพิ่มรายได้เสริมแบบง่ายๆ ไม่เสียเวลาเรียน และไม่ทำให้ต้องเหนื่อยจนเรียนไม่รู้เรื่อง! ถ้าอ่านมาถึงตรงนี้แล้วคุณยังไม่เชื่อ! ทางที่ดีที่สุดที่จะพิสูจน์ได้ คือ คุณต้องลองทำด้วยตัวเอง! รับรองว่าคุณจะได้ผลลัพธ์ที่คุณเองก็คาดไม่ถึงอย่างแน่นอน!

สนใจรายละเอียดเรื่องวิธีการซื้อ Bitcoin tutorial สำหรับมือใหม่และบทความให้ความรู้ สามารถติดตามได้ที่

www.articleheros.com

www.savethestudent.org/make-money/how-to-buy-bitcoin.html

25 [ไอเดีย] ปั้น Passive income โดยไม่ต้องลาออกจากงานประจำ

Passive income เป็นรูปแบบการเพิ่มเงินในกระเป๋าที่ได้รับความสนใจอย่างมากในปัจจุบัน จึงมีการให้ความรู้ผ่านบทความแนะนำวิธีสร้างรายได้สไตล์นี้ออกมาเป็นจำนวนมาก แต่บ่อยครั้งก็ยังมีคนเข้าใจผิดต่อการสร้าง Passive income อยู่ดี เพราะคนส่วนใหญ่คิดว่าคือการสร้างเงินที่เพียงแค่อยู่เฉยๆ ก็ได้รับเงินทันที หรือไม่ก็ลงทุนไม่ต้องมากแต่เตรียมรับเงินเป็นกอบเป็นกำได้เลย! ซึ่งในความเป็นจริงแล้วเป้าหมายของการสร้างรายได้ลักษณะนี้ คือ การมีรายได้ที่สม่ำเสมอและยั่งยืนในอนาคต การเริ่มต้นเพื่อสร้างเงินอย่างต่อเนื่องจึงอาจจะต้องตั้งใจอย่างมากและทุ่มเทอย่างหนัก เพื่อให้มีเงินที่เข้าบัญชีอยู่เรื่อยๆ ตามแบบที่ต้องการ ดังนั้นถ้าคุณได้ยินจากใครว่า Passive income คือวิธีการทำเงินที่ง่ายและสบาย ขอให้คุณเข้าใจไว้เลยว่าเขาพูดไม่ผิด แต่จะผิดตรงที่ความง่ายและสบายนี้จะเกิดขึ้นเมื่อคุณพบวิธีที่เหมาะสมกับตัวเองและลงทุนจนได้ระยะเวลาที่เหมาะสมกับการเก็บเกี่ยวแล้วนั่นเอง

สิ่งที่ต้องใช้เพื่อหารายได้แบบ Passive income

ก่อนที่จะเข้าสู่แนวคิดการหารายได้แบบ Passive income คุณควรทำความเข้าใจให้ชัดเจน ถึงแม้ว่าการหารายได้ในลักษณะนี้จะทำให้คุณตื่นเต้นเพราะเคยได้ยินคำโฆษณาชวนเชื่อจากใคร หรือทำให้คุณรู้สึกว่าต้องมีวิธีที่ทำให้คุณเพิ่มรายได้อย่างมหาศาลขึ้นมาอย่างรวดเร็ว อย่าเชื่อ! จนกว่าคุณจะได้เรียนรู้และทำความเข้าใจด้วยตัวเอง เพราะมันอาจทำให้คุณพลาดได้! ดังนั้นลองมาอ่านความรู้ในบทความนี้ก่อนตัดสินใจกันค่ะ ซึ่งรายได้แบบ Passive income นั้นมีด้วยกัน 2 องค์ประกอบ คือ การลงทุนทางการเงินเพื่ออนาคตและการลงทุนล่วงหน้า ดังนั้นการจะทำให้ตัวเองมีรายได้ลักษณะนี้อย่างยั่งยืน คุณจะต้องมีเงินลงทุนก่อนค่ะ ถ้าตอนนี้คุณยังคงต้องไปทำงานอยู่จึงไม่จำเป็นต้องลาออกมาลุยตั้งแต่เริ่มต้น เพียงแค่คุณอ่านบทความนี้ รับรองว่าคุณจะหาจังหวะของการลงทุนทั้งที่คุณยังทำงานอยู่ได้แน่นอน!

25 [ไอเดีย] ปั้น Passive income โดยไม่ต้องลาออกจากงานประจำ

ถ้าตอนนี้คุณยังคงทำงานอยู่แล้วอยากมีรายได้แบบ Passive income ในอนาคต เพื่อให้ชีวิตมีความมั่นคงทางการเงินมากยิ่งขึ้น แต่คิดอย่างไรก็คิดไม่ออกว่าควรทำอย่างไร ไม่ต้องกังวลไปค่ะ! เพียงแค่ทำความเข้าใจต่อวิธีสร้างรายได้ในลักษณะนี้ แล้วเตรียมเงินทุนเริ่มต้นเพียง 5,000 บาท ก็พร้อมลุยไปกับไอเดียการสร้าง Passive income เหล่านี้ได้เลย!

1.หุ้นปันผล

หุ้นปันผลเป็นหนึ่งในวิธีสร้าง Passive income ที่ได้ผลลัพธ์ดี แต่คุณอาจจะต้องค้นหาข้อมูลและรายละเอียดของหุ้นตัวที่คุ้มค่าที่สุด มีทุนมากก็ลงมาก มีทุนน้อยก็ลงแค่พอประมาณ จากนั้นก็เพียงแค่รอเวลาการจ่ายเงินปันผลที่จะได้อย่างต่อเนื่องทุกปี ถ้าไม่รีบร้อนใช้เงินคุณก็สามารถที่จะสะสมเป็นรายได้ต่อไปเรื่อยๆ ถือว่าเป็นการได้รับเงินที่ยั่งยืนมากเลยทีเดียว สำหรับโอกาสที่ดีในการลงทุนหุ้นปันผล เพียงแค่เปิดบัญชีออนไลน์กับโบรกเกอร์ที่มีเงื่อนไขตรงกับความต้องการของคุณมากที่สุด ที่สำคัญคือต้องไว้ใจได้และมีทุนขั้นต่ำที่เอื้อประโยชน์ต่อผู้มีทุนน้อย พร้อมแนะนำข้อมูลของหุ้นอย่างตรงไปตรงมา เพื่อให้คุณได้ตัดสินใจลงทุนอย่างถูกต้อง

2.รายได้จาก Peer to Peer Lending

การให้กู้ยืมแบบ Peer to Peer Lending หรือ P2P เป็นการปล่อยกู้ให้กับผู้ที่มีไอเดียดีด้านธุรกิจ แต่อาจจะไม่เข้าตาธนาคาร ทำให้ไม่สามารถกู้เงินได้ตามปกติ ถ้าคุณมีเงินทุนก็ปล่อยให้กู้ยืมได้เลย! โดยที่คุณจะเลือกผู้กู้ได้ด้วยตัวเอง พูดคุยตกลงเรื่องการจ่ายคืนและดอกเบี้ยด้วยตัวคุณเอง นอกจากนี้คุณยังกระจายเงินกู้ออกไปได้อีกหลายคนเพื่อลดความเสี่ยง ซึ่งเว็บไซต์สไตล์นี้ที่ต่างประเทศได้รับความนิยมมาก ผู้ที่มีเงินทุนจึงมักจะพากันมาปล่อยกู้และสร้าง Passive income ที่จะทำให้ได้รับกำไรอย่างต่อเนื่องเลยทีเดียว

3.ให้เช่าอสังหาริมทรัพย์

ถ้าคุณเป็นคนที่มีอสังหาริมทรัพย์อยู่ในมือ ไม่ว่าจะเป็นบ้าน, คอนโด หรือบ้านพักตากอากาศ ก็สามารถสร้าง Passive income ได้ด้วยการปล่อยเช่า แต่ถ้าทุนน้อยก็ลองเป็นตัวกลางระหว่างผู้ให้เช่าและผู้เช่าดูสิคะ สไตล์การทำงานคล้าย Lending Club แต่เป็นในรูปแบบตัวกลางด้านอสังหาริมทรัพย์ แล้วเก็บเป็นค่าบริการหรือค่านายหน้าในราคาที่เหมาะสม หรือใช้วิธีการ Crowdfunding ด้านอสังหาริมทรัพย์ ที่เป็นการระดมทุนจากผู้ที่มีเงินมาทำโครงการหมู่บ้านหรือแม้แต่ห้างสรรพสินค้า แล้วให้เงินปันผลจากรายได้ของโครงการที่ขายได้หรือกำไรที่ได้จากอสังหาริมทรัพย์นั้นๆ และถ้าคนที่ลงทุนต้องการถอนเงินตัวเองคืนก็สามารถทำได้ โดยจะได้รับทั้งเงินต้นและดอกเบี้ยกลับไป ถือว่าเป็นการสร้างรายได้แบบ Passive income ที่น่าสนใจ!

4.ซื้อกองทุนทางการเงิน

อีกหนึ่ง Passive income ที่ทำให้คุณมีเงินเข้าบัญชีได้อย่างต่อเนื่อง คือ การซื้อกองทุนทางการเงินที่เพียงแค่คุณเดินเข้าไปในธนาคารที่ใช้บริการอยู่แล้วขอคำปรึกษาจากเจ้าหน้าที่ในธนาคาร หรือเลือกเป็นบริษัทที่ให้คำแนะนำด้านการลงทุนโดยเฉพาะ ก็จะช่วยทำให้การตัดสินใจซื้อกองทุนมีความคุ้มค่ามากยิ่งขึ้น ความน่าสนใจของการซื้อกองทุนคือคุณจะได้รับเงินปันผลจากกองทุนสะสมไปเรื่อยๆ ทุกปี ทำให้คุณมีเงินทุนเก็บแบบอุ่นๆ ภายในบัญชีได้อย่างไม่ต้องกังวลใดๆ

5.เงินรายปีจากประกันชีวิต

ถ้าคุณเป็นสายชอบทำประกันชีวิต แล้วต้องการให้มีรายได้แบบ Passive income เรื่อยๆ ลองทำประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ดูสิคะ ที่มีทั้งแบบระยะสั้นและระยะยาวที่คุณเลือกได้ตามที่ต้องการ จุดเด่นของประกันภัยชนิดนี้คือเงินปันผลที่จะคืนกลับมาเมื่อคุณมีอายุครบตามสัญญา เพียงแต่คุณต้องเลือกบริษัทประกันที่ไว้ใจได้และมีข้อสัญญาที่ชัดเจน ซึ่งการลงทุนลักษณะนี้อาจจะไม่คุ้มค่าสำหรับคนที่ทุนน้อย เพราะต้องเจอกับค่าธรรมเนียมที่ค่อนข้างสูงและต้องส่งอย่างต่อเนื่องห้ามขาดแม้แต่เดือนเดียว จึงเหมาะกับผู้ที่มีรายได้มั่นคงและสามารถจ่ายเงินได้อย่างต่อเนื่อง

6.เล่นหุ้นผ่าน Robo-Adviser

ถ้าคุณไม่ถนัดที่จะลงทุนหุ้นปันผล ก็ยังมีวิธีการลงทุนเกี่ยวกับหุ้นที่สร้าง Passive income ได้ ทั้งยังเป็นรูปแบบอัตโนมัติที่คุณไม่ต้องมานั่งลุ้นกับผลหุ้นไปตลอดทั้งวัน เหมาะกับผู้ที่ทำงานประจำแล้วต้องการเล่นหุ้น เพียงแค่คุณเลือกใช้บริการของ Robo-Adviser ที่ปรึกษาทางการเงินแบบอัตโนมัติ ใช้เวลาในการตอบคำถาม 2-3 ข้อและตั้งค่าบัญชีเพียง 10 นาที ระบบก็จะนำข้อมูลไปจัดการแทนตัวคุณทันที ที่ปรึกษาสไตล์นี้กำลังได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน ขอแนะนำผู้ให้บริการที่ได้มาตรฐาน คือ https://www.betterment.com  ซึ่งคุณสามารถตั้งค่าให้ระบบลงทุนอัตโนมัติและจัดการกับส่วนที่เหลือได้ทั้งหมด ค่าธรรมเนียมในการใช้งานต่ำ ลงทุนไม่ต้องสูง และให้ความสะดวกสบายอย่างมาก!

7.ลงทุนอสังหาริมทรัพย์กับ REIT (Trust Investment)

หากคุณกำลังกังวลเกี่ยวกับการลงทุนอสังหาริมทรัพย์สายตรง เพราะยังไม่พร้อมที่จะลงทุนด้วยเงินก้อนใหญ่(มาก) เพียงแค่คุณเลือกลงทุนอสังหาริมทรัพย์ผ่านทาง REIT (Trust Investment) ที่ไม่จำเป็นต้องใช้เงินทุนสูง คุณก็สามารถที่จะสร้าง Passive income ได้ง่ายมากยิ่งขึ้น ความพิเศษคือคุณลงทุนอสังหาริมทรัพย์ได้ทุกประเภทตามที่คุณต้องการ มีความยืดหยุ่นมากกว่ากองทุนรวมอสังหาริทรัพย์ คุณจะได้ใบทรัสต์ที่มีความคล้ายกับการถือหุ้น โดยได้ประโยชน์จากค่าเช่าและรายได้ต่างๆ ที่เกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ที่คุณเลือก วิธีการสร้าง  Passive income วิธีนี้มีความปลอดภัยพอสมควร เพราะจะมีบริษัทผู้เชี่ยวชาญด้านการบริหารจัดการกองทุนอสังหาริมทรัพย์มาเป็นผู้ดูแลโดยเฉพาะ

8.รีไฟแนนซ์สินทรัพย์ที่คุณมีอยู่

วิธีการสร้าง Passive income วิธีนี้เหมาะกับผู้ที่มีสินทรัพย์อยู่ในมือ นำมาแปรเปลี่ยนเป็นเงินด้วยการรีไฟแนนซ์แล้วรับเงินกู้มาใช้ อาจจะฟังดูแล้วแปลก! ในเมื่อรีไฟแนนซ์แล้วเงินที่ได้มาก็คือเงินกู้แล้วทำไมถึงเป็น Passive income ได้ล่ะ! เพราะเมื่อคุณรีไฟแนนซ์แล้วสินทรัพย์ที่คุณมีอยู่ดอกเบี้ยจะลดลง แถมช่วยลดค่างวดที่จะต้องจ่ายแต่ละเดือนให้น้อยลง ยืดระยะเวลาของการผ่อนชำระให้นานกว่าเดิมแถมด้วยวงเงินที่เพิ่มสูงขึ้น เนื่องจากสินทรัพย์ที่เรามีอยู่เมื่อเวลาผ่านไปราคาประเมินก็มักจะสูงตามไปด้วย ทำให้คุณได้รับส่วนต่างจากการรีไฟแนนซ์มาใช้แบบสบายๆ

9.ชำระเงินเพื่อลดหนี้

วิธีนี้มีลักษณะคล้ายการรีไฟแนนซ์ เพราะถ้าคุณมีหนี้สินจากการกู้เงินธนาคารและยังเป็นหนี้บัตรเครดิตด้วย คุณสามารถทำให้เกิด Passive income ได้ด้วยการรวมหนี้เป็นยอดเดียวกันให้หมด เพื่อให้อัตราดอกเบี้ยของเงินที่กู้มาลดลง ทำให้คุณประหยัดเงินมากขึ้น ไม่ต้องไปจ่ายแยกแล้วรับอัตราดอกเบี้ยที่แตกต่างกันออกไปแต่ละที่ เมื่อคุณรวมหนี้เป็นก้อนเดียวแล้วมีความรับผิดชอบ คุณจะมีเครดิตมากพอที่จะขอกู้สินเชื่อได้ต่อในวงเงินที่สูงขึ้น และคราวต่อไปคุณก็อาจจะได้ดอกเบี้ยที่ลดต่ำลง ทำให้คุณได้มีเงินหมุนที่คุ้มค่าไปเรื่อยๆ

10.ลงทุนในธุรกิจที่น่าสนใจ

อีกหนึ่งวิธีสร้างรายได้ Passive income ที่ไม่มีความซับซ้อนมากนัก คือ การลงทุนหรือเป็นหุ้นส่วนที่อยู่เบื้องหลังของธุรกิจใหม่ๆ ดังเช่นเมื่อหลายปีก่อน Lyft และ Uber เป็นบริษัทขนาดเล็กที่กำลังมองหานักลงทุนรายย่อยที่สนใจเข้ามาร่วมทุนกับบริษัทของตัวเอง ใครจะคาดคิดว่าธุรกิจขนาดเล็กในวันนั้นจะกลายมาเป็นธุรกิจพันล้านในวันนี้ นักลงทุนที่กล้าร่วมทุนและมองเห็นอนาคตก็จะได้รับผลประโยชน์ไปแบบเต็มๆ โดยที่ตัวเองไม่ต้องเหนื่อยลงแรงใดๆ ทั้งสิ้น เพียงแต่การสร้าง Passive income ด้วยวิธีนี้ความเสี่ยงอาจจะค่อนข้างสูง ผู้ลงทุนจึงควรวิเคราะห์ให้ดีและกระจายความเสี่ยงออกไปให้มากที่สุด

วิธีสร้าง Passive income ที่ต้องใช้เวลาในการลงทุน!

วิธีต่อไปนี้คือการสร้าง Passive income แบบต้องใช้เวลาในการลงทุน และอาจจะต้องลงแรงมากกว่าลงทุนอีกด้วย แต่จะได้รับเงินกลับมาคุ้มค่าแน่นอน ซึ่งวิธีส่วนใหญ่จะเน้นไปที่การมีบล็อกและเว็บไซต์ส่วนตัว ดังนั้นเราขอแนะนำ  www.bluehost.com ที่จะทำให้คุณได้จดโดเมนฟรีและเสียค่าโฮสติ้งเพียง $ 2.95 ต่อเดือนเท่านั้น! เสียรายเดือนเพียงเท่านี้แต่แลกกับรายได้ Passive income สะสมในทุกๆ เดือนก็ถือว่าคุ้มค่าเลยทีเดียว

11.ขาย E-book

ถ้าคุณมีความสามารถในการเขียน ชอบอ่านหนังสือ สามารถถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์ต่างๆ ได้อย่างน่าสนใจ การเขียน E-book แล้วนำออกขายก็ถือว่าเป็นหนึ่ง Passive income ที่คุ้มค่า ไม่เสียเงินทุนจำนวนมากแต่มีรายได้เข้ามาเรื่อยๆ ด้วยความสามารถของตัวเอง โดยเฉพาะการเขียน E-book ออกขายผ่านทาง Amazon’s Kindle Direct Publishing ที่เพียงแค่อัปโหลดผลงานของคุณทิ้งไว้แล้วรอเวลา ไม่นานนักก็จะมีรายได้แบบ Passive income เข้ามาเรื่อยๆ อย่างแน่นอน

12.ขายหลักสูตรของคุณเอง

ถ้าคุณเป็นคนมีความรู้และความสามารถเข้าขั้นผู้เชี่ยวชาญ ลองขายหลักสูตรออนไลน์ดูสิคะ! เพียงแค่คุณอัดคลิปวิดีโอสอนหลักสูตรที่น่าสนใจและมี E-book สักเล่มแจกฟรีไปพร้อมหลักสูตร เพื่อเป็นตำราเรียนเพิ่มเติมให้กับผู้ที่สนใจ จากนั้นนำมาขายกับเว็บไซต์รวมหลักสูตรอย่าง Udemy เพียงเท่านี้คุณก็พร้อมรับรายได้แบบ Passive income ได้ทันที!

13.ขายภาพถ่ายที่มาจากฝีมือของคุณเอง

การขายภาพถ่ายในปัจจุบันได้รับความนิยมอย่างมาก เพราะตราบใดที่ยังมีคนเขียนบล็อก, เขียนบทความลงเว็บไซต์ และนิตยสารออนไลน์ ภาพถ่ายแบบลิขสิทธิ์ก็ยังคงสำคัญอยู่เสมอ นอกจากนี้ยังมีเว็บไซต์รับซื้อภาพถ่ายโดยเฉพาะที่คุณสามารถนำภาพที่ตัวเองถ่ายไว้ด้วยฝีมือของคุณเองมาขาย แล้วก็รับค่าภาพพร้อมค่าคอมมิชชั่นเมื่อภาพขายออกได้เรื่อยๆ ถือว่าเป็นหนึ่งในวิธีสร้าง Passive income ที่ไม่ต้องลงทุนมากแต่อาจจะต้องรอเวลาสักหน่อยเท่านั้นเอง

14.ขายลิขสิทธิ์เสียงเพลงหรือเนื้อเพลง

ถ้าคุณมีความสามารถด้านการแต่งเนื้อร้องและทำนอง ก็สามารถสร้าง Passive income ได้ เพียงแค่คุณผลิตผลงานเพลงดีๆ แล้วอัดคลิปวิดีโอไว้ จากนั้นก็นำเพลงที่คุณแต่งไปจดลิขสิทธิ์ แล้วจัดการปล่อยเพลงเหล่านี้ออกมาทางสื่อโซเชี่ยลหรือ Youtube ได้เลย ถ้าผลงานใดเป็นที่ถูกตา ถูกใจของผู้คน รับรองได้ว่าจะต้องมีคนนำไปใช้ต่ออย่างแน่นอน คุณก็สามารถเก็บค่าลิขสิทธิ์ได้เลยทันที ไม่แน่ว่าคุณอาจจะเจอแจ็คพอตจากค่ายใหญ่ที่ชื่นชอบผลงานของคุณแล้วมาซื้อผลงานต่อด้วยเงินก้อนใหญ่อีกด้วย

15.สร้างแอปพลิเคชั่นออกขาย

วิธีการสร้าง Passive income วิธีนี้ได้รับความนิยมมานานแล้ว และในปัจจุบันก็ยังคงเป็นวิธีที่ดีที่ช่วยสร้างรายได้ให้กับคนรุ่นใหม่ เพียงแค่ใช้ความคิดสร้างสรรค์ที่คุณมีอยู่และใช้ฝีมือสร้างแอปพลิเคชั่นที่น่าสนใจขึ้น จากนั้นก็นำแอปฯ นั้นออกขายหรือให้ดาวน์โหลดฟรีแล้วติดโฆษณาไว้ภายในแอปฯ เพียงเท่านี้คุณก็จะมีรายได้ Passive income เข้ากระเป๋าเรื่อยๆ ตามที่ต้องการ

16.ติด Affiliate

Affiliate คือการตลาดที่ทำให้คุณสร้าง Passive income ได้บนเว็บบล็อกหรือเว็บไซต์ของคุณเอง ด้วยการติดโฆษณาแบบ Affiliate ไว้ตรงจุดที่จะมีคนเห็นมากที่สุด เมื่อมีคนสนใจคลิ๊กเขาไปดูหรือเพียงแค่ผ่านตา คุณก็จะได้รับค่านายหน้าในการติดตั้ง Affiliate แต่อาจจะใช้เวลานานในการสร้างรายได้กลับมา แต่เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสมคุณก็มีรายรับที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนน่าพึงพอใจแน่นอน

17.การตลาดแบบเครือข่าย

การตลาดแบบเครือข่ายหรือที่เรามักเรียกกันว่า “ธุรกิจขายตรง” เป็นรายได้แบบ  Passive income ที่ต้องใช้เวลาแต่สร้างรายได้ที่มหาศาลเลยทีเดียว เพียงแค่คุณเลือกบริษัทที่มีความน่าเชื่อถือและมีชื่อเสียงเพื่อเข้าร่วมงาน เช่น Avon, Amway, Giffarine, Young Living Oils, Pampered Chef และ AdvoCare เป็นต้น บริษัทเหล่านี้จะมีการตลาดเครือข่ายที่เอื้อประโยชน์และช่วยเหลือคุณได้ดี มีทีมที่พร้อมพาคุณไปประสบความสำเร็จและรับค่าคอมมิชชั่นจำนวนมากในอนาคต

18.ทำเงินด้วยการออกแบบเสื้อยืด

ถ้าคุณมีความสามารถด้านการออกแบบ ขอแนะนำให้คุณออกแบบเสื้อยืดเก๋ๆ หรือคิดลายสกรีนเท่ห์ๆ ออกมา แล้วนำไอเดียไปลงขายที่เว็บไซต์ Cafe หรือ Amazon Merch คุณก็อาจจะได้รับความสนใจจากผู้ที่ชื่นชอบในผลงานของคุณ ที่น่าสนใจคือเว็บไซต์เหล่านี้จะดูแลในส่วนของการจัดส่งให้อีกด้วย

19.สร้างผลงานศิลปะบน Etsy

Etsy คือ เว็บไซต์ที่รวบรวมงานศิลปะและไฟล์ดิจิทัลเพื่อให้ผู้ที่สนใจเข้ามาเลือกซื้อสิ่งที่ต้องการ ไม่ว่าจะเป็นศิลปะภาพพิมพ์, ศิลปะภาพนูน และงานศิลปะต่างๆ ที่สามารถนำไปติดผนังบ้านเพื่อการตกแต่ง เมื่อมีผู้ต้องการซื้องานแล้วถูกใจงานของคุณก็จะเกิดเป็น Passive income ที่จะถูกจ่ายเข้าบัญชีของคุณในทุกๆ เดือน

วิธีสร้าง Passive income แบบกึ่งธุรกิจ

วิธีการสร้าง Passive income แบบกึ่งธุรกิจนี้ จะต้องมีทั้งการลงทุน, ลงแรง และเวลา เป็นการลงทุนเล็กๆ ที่เมื่อทำแล้วมีรายได้เพิ่มขึ้น เพียงแต่อาจจะต้องมีความอดทนสักนิด ลงทุนอย่างต่อเนื่อง ถ้าคุณสามารถทำได้รับรองว่าจะเป็นวิธีสร้าง Passive income ที่ได้เงิน 100% อย่างแน่นอน

20.ให้เช่าบ้านกับ Airbnb

ถ้าคุณมีบ้านเช่า, ห้องคอนโด, ห้องอพาร์ทเม้น, บ้านพักตากอากาศในเมืองท่องเที่ยว หรือแม้กระทั่งสวนหลังบ้านของคุณเอง เพียงนำที่พักเหล่านั้นไปลงให้เช่ากับ Airbnb ก็พร้อมสร้างรายได้ Passive income ได้เลยทันที! ซึ่งการปล่อยให้เช่ากับ Airbnb มีข้อดีตรงที่คุณจะมีรายได้จากค่าเช่าแน่นอน แค่คุณเตรียมสถานที่ให้ดีและเตรียมบริการที่น่าประทับใจ เพื่อให้นักท่องเที่ยวไปบอกต่อและกลับมาเช่าใหม่อีกครั้ง

21.รับล้างรถสิคะ!

ลงเว็บไซต์หรือสื่อโซเชี่ยลเพื่อรับล้างรถยนต์ในเวลาหลังเลิกงานหรือวันหยุดดูสิคะ! พร้อมเพิ่มความพิเศษด้วยการบริการถึงบ้านในพื้นที่ใกล้เคียงหรือเปิดบ้านเพื่อให้บริการเต็มรูปแบบ เพียงแค่คุณศึกษาวิธีการล้างรถและดูแลรถพร้อมลงทุนอุปกรณ์อีกนิดหน่อย ให้บริการที่ดี น่าประทับใจ และราคาเหมาะสม รับประกันได้ว่าลูกค้าจะไหลมาเทมาอย่างแน่นอน

22.ติดเครื่องหยอดเหรียญไว้หน้าบ้าน

เครื่องยอดเหรีญก็เหมือนกระปุกเก็บเงินที่สามารถสร้าง Passive income ให้คุณได้เป็นอย่างดี เพียงแต่คุณไม่ใช่คนหยอดกระปุกนี้ จะเป็นคนทั่วไปที่ต้องการใช้บริการหยอดเงินเพื่อแลกกับสิ่งที่ต้องการ เช่น ตู้ซักผ้าหยอดเหรีญ, ตู้น้ำหยอดเหรีญ หรือตู้ซื้อสินค้าแบบอัตโนมติ เป็นต้น

23.ให้เช่าพื้นที่เก็บของ

ถ้าคุณมีพื้นที่ว่างเหลือเฟือ ไม่ได้ทำอะไรนอกจากปล่อยไว้เฉยๆ เพียงแค่คุณลงประกาศในโซเชียลหรือติดป้ายประกาศแถวบ้านคุณ เพื่อให้เช่าพื้นที่เก็บของสำหรับคนที่บ้านมีพื้นที่ไม่เพียงพอ หรือเปิดให้เป็นที่จอดรถยนต์และรถจักรยนต์ที่ปลอดภัย แล้วคุณก็เก็บค่าเช่าเป็นรายเดือน เท่านี้คุณก็จะมีรายได้ Passive income ที่เข้าบัญชีทุกเดือนที่แทบไม่ต้องลงทุนอะไรเลย

24.รับ Cashback Rewards จากบัตรเครดิตของคุณ

หากคุณเป็นคนใช้บัตรเครดิตเพื่อซื้อของ, จ่ายค่าอาหาร และจ่ายค่าบริการต่างๆ คุณจะได้รับ Cashback Rewards โดยที่คุณอาจจะได้รับเป็นเงินสดคืน, ของรางวัล และส่วนลดต่างๆ ที่จะทำให้ชีวิตของคุณง่ายขึ้น แต่ควรเลือกบัตรเครดิตที่มีค่าธรรมเนียมรายปีที่ไม่สูงจนเกินไปหรือไม่มีเลยก็ยิ่งดี

25.ใช้บริการ Sites Cashback

วิธีนี้จะมีความคล้ายคลึงกับ Cashback Rewards ของบัตรเครดิต แต่เป็นการซื้อของผ่านทางเว็บไซต์ชอปปิ้งออนไลน์ ที่จะมีการมอบ Sites Cashback ให้กับสมาชิกในเว็บไซต์ที่สั่งซื้อของบ่อยครั้ง โดยมีทั้งการคืนเป็นเงินสด, ของรางวัล และส่วนลดต่างๆ ที่เหมือนกับบัตรเครดิต และอาจมีโปรโมชั่นเด็ดๆ ที่เอื้อประโยชน์ให้กับคุณได้อีกด้วย

แล้วคุณจะเริ่มต้นกับวิธีสร้าง  Passive income ได้อย่างไร

ถ้าคุณสนใจที่ทำตามวิธีเหล่านี้แต่ไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไรหรือเลือกไม่ถูกว่าควรใช้วิธีไหน ลองหากระดาษและปากกามาจดวิธีที่คุณสนใจจริงๆ 5 รายการ แล้วเริ่มต้นทำจาก 5 รายการนี้ดูก่อน ถ้ารู้สึกว่ายังไม่ใช่แล้วค่อยเพิ่มไปอีก 5 รายการเรื่อยๆ และไม่ว่าคุณจะเลือกวิธีแบบไหน สิ่งที่คุณควรทำคืออดทดและรอเวลาเท่านั้น!! เพื่อให้วิธีสร้าง Passive income ค่อยๆ เติบโตมาเป็นรายได้ที่ดีงามต่อไปในอนาคต