6 คุณสมบัติของนักเขียนบทความที่ควรมี

เชื่อว่าหลายคนอยากก้าวหน้าในอาชีพนักเขียนบทความ ไม่ว่าจะเป็นการมีงานเขียนที่ต่อเนื่อง เสนอผลงานไปก็ได้รับพิจารณาอยู่เสมอ ซึ่งการจะไปถึงจุดหมายดังกล่าวนั้น อย่างแรกที่สำคัญคือ การสร้างคุณสมบัติของนักเขียนที่ดีให้มีเสียก่อน ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้เขียนเชื่อว่า ทุกคนสามารถสร้างและเป็นได้ เรียกง่ายๆก็คือ ทุกคนล้วนมีต้นทุนที่เท่ากัน เหลือแค่ใครจะลงมือทำก่อนเท่านั้น ซึ่งคุณสมบัติที่ว่านี้จะมีอะไรกันบ้าง ตามมาชมกันได้เลย

1.รักในการเขียน 

คนเราล้วนมีความรักและความชอบแตกต่างกัน แต่หากใครมีใจรักในการเขียนบทความ ก็ถือว่าสำเร็จไปแล้วระดับหนึ่ง เพราะเมื่อมีความรักและชอบเป็นพื้นฐาน ก็จะเกิดแรงบันดาลใจที่อยากจะเขียนบทความออกมาทุกๆวัน ไม่มีเบื่อ วันไหนไม่ได้เขียนก็เหมือนขาดอะไรไป เมื่อเกิดการฝึกเขียน ฝึกลองบ่อยๆก็จะเกิดการพัฒนาฝีมือขึ้นมา จนในที่สุด ก็จะได้งานเขียนที่มีเอกลักษณ์และเป็นสำนวนของคุณเอง คราวนี้ล่ะ…ต่อให้เจอนักก้อปปี้แบบไหน ก็ไม่สามารถสร้างสรรค์ผลงานที่เปรียบเสมือนลายมือของคุณได้

2.ความมีวินัย 

ถือเป็นสิ่งสำคัญสำหรับทุกอาชีพ ด้านการเขียนบทความเองก็เช่นกัน ยิ่งเป็นอาชีพอิสระด้วยแล้ว ยิ่งต้องจัดตารางการเขียนบทความให้รัดกุมเสียหน่อย บางคนอาจจะถนัดเขียนบทความในช่วงกลางคืน บางคนอาจจะถนัดในช่วงกลางวัน ก็ลองจัดตารางกันดู ทั้งนี้ สำหรับใครที่ถนัดการทำงานในช่วงกลางคืน ก็ควรแจ้งให้ลูกค้าได้ทราบ ลูกค้าจะได้ไม่ต้องรองานจนดึกดื่น หรือ ระบุเวลาส่งงานให้ชัดเจนไปเลยว่ากี่นาฬิกา ซึ่งความมีวินัยเหล่านี้จะส่งผลให้งานเขียนออกมาได้สำเร็จตามเป้าหมายที่วางไว้

3.พัฒนาฝีมืออย่างสม่ำเสมอ  

การฝึกฝนตนเองอยู่เสมอ เป็นคุณสมบัติที่สำคัญข้อหนึ่งที่นักเขียนบทความทุกคนควรมี เพราะทุกวันนี้โลกออนไลน์และข้อมูลต่างๆทางโซเชียลมิเดียไปไวมาก งานเขียนควรมีการอัพเดทความรู้และสาระดีๆให้ทันต่อสถานการณ์ปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นแหล่งข้อมูลใหม่ๆที่น่าเชื่อถือ การใช้สำนวนให้เหมาะสมกับบริบทของบทความ การเคลื่อนไหวของวงการแฟชั่น (สำหรับนักเขียนที่เขียนบทความแนวแฟชั่น ไลฟสไตล์) หากหมั่นพัฒนาฝีมือและสำนวนการเขียนอยู่เสมอ รับรองว่าลูกค้าไม่หนีหายไปไหนแน่นอน

4.นิสัยรักการอ่านช่วยได้ 

การอ่านเป็นหัวใจสำคัญของการเขียนบทความ เพราะคุณจำเป็นต้องใช้ทักษะเหล่านี้ในการหาข้อมูลเพื่อนำมาประกอบการเขียน ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลทางอินเทอร์เน็ต ข้อมูลในหนังสือ / นิตยาสาร / วารสาร และนำข้อมูลที่ได้ มาปรับใช้กับสำนวนการเขียนของตนเอง อาจจะเพิ่มไอเดีย เทคนิคหรือสาระน่ารู้ที่อยู่นอกเหนือจากข้อมูลที่หาก็ได้ อย่างไรก็ตาม ต้องไม่ใช่การก้อปปี้มาอย่างเด็ดขาด เพราะนอกจากจะทำให้ตัวคุณเสียชื่อเสียงแล้ว ยังเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ผลงานของผู้อื่นด้วย

ข้อควรรู้ นักเขียนที่อยากประสบความสำเร็จ ควรอ่านหนังสือหรือบทความทางอินเทอร์เน็ตเป็นประจำ เพราะยิ่งอ่านบ่อยๆ อ่านมากๆ ก็มักจะมีข้อมูลและทักษะในการอ่าน การเขียนที่ดีตามไปด้วย วิธีนี้ ผู้เขียนได้ลองใช้กับตนเอง ได้ผลดีมากทีเดียว  

5.มีความมุมานะ อดทน 

หลายคนเห็นว่า งานเขียนบทความเป็นงานที่สบาย นั่งหน้าคอมพิวเตอร์ หาข้อมูลและเขียนบทความออกมา ก็ได้รับเงินแล้ว จึงอยากลองทำบ้าง ผู้เขียนขอบอกในบทความนี้เลยว่า “ไม่ใช่” เพราะงานเขียนบทความเป็นงานที่ต้องใช้ความอดทน ความชำนาญและใช้เวลาในการเขียนบทความหนึ่งออกมาค่อนข้างนาน ยิ่งเป็นบทความวิชาการ บางครั้งใช้เวลาเป็นวันหรือเป็นอาทิตย์ก็มีและยังไม่นับรวมปัจจัยอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นสมองตันจนคิดไม่ออก ลูกค้าโอนเงินมาช้า ทำให้คิวงานรวนหรือได้งานแล้วไม่ชำระเงินเลยก็มี

สิ่งที่กล่าวมาในข้างต้นล้วนเป็นสิ่งที่นักเขียนทั้งหน้าเก่าและหน้าใหม่เคยเจอมาทั้งสิ้น แต่เชื่อเถอะว่า ปัญหาเหล่านี้จะทำให้ตัวคุณแข็งแกร่งและรู้จักการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นได้ดีขึ้น เพราะฉะนั้น ความอดทนและมุมานะจึงเป็นสิ่งสำคัญ สำหรับงานเขียนบทความ ไม่ใช่งานง่ายๆที่ใครๆก็ทำได้

6.มีใจที่เป็นกลาง 

การเป็นผู้ฟังที่ดี จะทำให้นักเขียนได้รับข้อมูล ข่าวสารใหม่ๆอยู่เสมอ ไม่อยู่แต่ในกรอบความคิดของตนเอง อาจทำได้โดย การร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ข้อมูลข่าวสารต่างๆและเก็บรายละเอียดเหล่านี้ นำมาร้อยเรียงเป็นสำนวนของตนเองลงในบทความก็ได้ และไม่ควรเขียนบทความอย่างมีอคติ เพราะจะทำให้งานเขียนชิ้นนั้นๆไม่น่าอ่านเอาเสียเลย ยิ่งสมัยนี้โซเชียลมิเดีย มีผู้เล่นทุกเพศ ทุกวัย หากนำเสนอข้อมูลที่เป็นเท็จหรือขาดหลักฐานที่ชัดเจน อาจส่งผลเสียต่อผู้อ่านและผู้เขียนก็เป็นได้

ข้อควรรู้ ทุกครั้งที่นำข้อมูลมาใช้ ควรตรวจสอบให้แน่ชัดว่า มีแหล่งอ้างอิงหรือหลักฐานที่น่าเชื่อถือหรือไม่ หากไม่แน่ใจหรือไม่มีหลักฐานอ้างอิงที่ชัดเจน แนะนำให้หลีกเลี่ยงการนำมาใช้จะดีกว่า       

คุณสมบัติของนักเขียนที่ได้กล่าวมาทั้งหมดนี้ เป็นสิ่งที่ทุกคนสามารถสร้างได้ด้วยตัวของคุณเอง ซึ่งแต่ละข้อ ล้วนส่งเสริมทั้งประสบการณ์และฝีมือในการเขียนบทความให้พัฒนามากขึ้น จนเกิดเป็นทักษะและความเป็นมืออาชีพที่หาตัวจับได้ยาก คราวนี้ล่ะ…เมื่อเสนอผลงานครั้งใด ก็ย่อมได้รับการตอบรับจากลูกค้าอย่างแน่นอน

        

เขียนบทความ SEO เรื่องง่ายๆที่หลายคนไม่รู้

การเขียนบทความถือเป็นศิลปะอย่างหนึ่งที่ต้องถ่ายทอดผ่านตัวอักษรให้ผู้อ่านเข้าใจ และถ้าจะให้ดีก็ต้องนำไปใช้ประโยชน์หรือเป็นความรู้ติดตัวได้ ซึ่งปัจจุบัน ด้วยความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี ทำให้งานเขียนบทความมีความสำคัญและจำเป็นมากในตลาดออนไลน์ เพราะเข้าถึงง่ายและมีต้นทุนต่ำ แต่ได้ผลตอบแทนเร็วและคุ้มค่า เพราะบทความหนึ่ง เจ้าของลิขสิทธิ์สามารถใช้ได้ตลอดชีวิต โดยบทความที่เป็นที่นิยมมากที่สุดในการทำตลาดออนไลน์ นั่นคือ บทความ SEO แต่จะทำอย่างไรให้ปังนั้น วันนี้ เราจะพามาดูกัน

วางเป้าหมายของเนื้อหาให้ชัดเจน 

สิ่งแรกที่นักเขียนบทความทุกคนต้องรู้มีอยู่ 3 อย่างคือ เขียนเกี่ยวกับเรื่องอะไร / เพื่ออะไร / กลุ่มเป้าหมายคือใคร หากทราบทั้ง 3 อย่างนี้ จะทำให้คุณวางจุดประสงค์ของการเขียนบทความออกมาได้อย่างชัดเจน ตัวอย่างเช่น หากบทความดังกล่าวมีกลุ่มเป้าหมายเป็นวัยรุ่น ควรใช้ภาษาที่ดูเป็นกันเอง ไม่ดูวิชาการจนเกินไป เพราะจะทำให้ดูน่าเบื่อและเข้าถึงยาก อย่างไรก็ตาม บทความก็ต้องมีความน่าเชื่อถือของข้อมูลด้วยเช่นกัน แบบนี้จึงจะเรียกว่าเป็นบทความ SEO ที่มีคุณภาพ

หากเป็นการเขียนบทความเกี่ยวกับฟุตบอล เรื่องนี้ควรต้องใช้ความเชี่ยวชาญและความชอบส่วนตัวสักหน่อย เพราะถ้าเขียนบทความฟุตบอล แต่ไม่ดูการแข่งขัน ไม่ทราบว่าแต่ละทีมมีชื่อเรียกว่าอะไร แบบนี้จะเป็นอุปสรรคต่อการเขียนอย่างมาก เพราะบทความด้านกีฬา มักมีคำศัพท์เฉพาะและชื่อเรียกที่แตกต่างกันไปในวงการ อีกทั้งภาษาที่ใช้เขียน ยังแตกต่างจากบทความวิชาและบทความทั่วไป ใครที่จะรับงานเขียนประเภทนี้ อย่าลืมสำรวจความเชี่ยวชาญของตนเอง ก่อนรับงานกันด้วย

ใช้สำนวนของตนเอง 

สำนวนการเขียนบทความของนักเขียนแต่ละคน ย่อมแตกต่างกันไป เปรียบเสมือนลายเซ็นหรือลายมือที่ไม่มีวันคัดลอกได้เหมือน ซึ่งโดยทั่วไปแล้ว สำนวนการเขียนนี้ก็สามารถบ่งบอกถึงลักษณะของผู้เขียนได้ในระดับหนึ่ง เพราะฉะนั้น จงหาสำนวนการเขียนของตนเองให้เจอ แล้วการเขียนบทความ SEO จะเป็นเรื่องง่ายสำหรับคุณไปเลย เพราะจะทำให้เรารู้ว่าคีย์เวิร์ดแบบนี้ ควรวางไว้ตรงไหนของประโยคจึงจะเหมาะสม แถมยังทำให้ผู้อ่านเข้าใจบทความของคุณเหมือนที่ผู้เขียนเข้าใจได้ง่ายขึ้นอีกด้วย

เขียนบทความที่กระชับและไม่ยาวจนเกินไป 

การเขียนบทความ SEO หากอยากให้ได้ผลอย่างรวดเร็ว ควรรู้จักกระชับเนื้อหาให้เหมาะสม กระจายคีย์เวิร์ดให้สมดุล สักพารากราฟละ 1 คีย์เวิร์ดและใน 1 บทความ ควรมีเนื้อหาประมาณ 500 – 1,000 คำจะดีมากและต้องเป็นเนื้อหาที่สอดคล้องกับหัวข้อเรื่องด้วย เคยมั้ย…ที่เวลาอ่านบทความจากบางเว็บไซต์ ชื่อเรื่องดูสวยหรูน่าสนใจ แต่พอคลิกเข้าไปอ่านแล้ว เนื้อหาจริงๆมีอยู่แค่ 2 บรรทัด ส่วนที่เหลือก็เป็นน้ำเกือบทั้งหมด

หากเจอแบบนี้บ่อยๆ สุดท้าย ผู้อ่านก็จะไม่เชื่อถือและไม่อยากกดเข้ามาอ่านบทความในเว็บไซต์นี้อีก ส่งผลให้การจัดอันดับในกูเกิ้ลตกต่ำลงไปด้วย ถ้าไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้น จงจำให้ขึ้นใจว่า “จงซื้อสัตย์กับงานของคุณ รวมถึงผู้อ่าน แล้วทำบทความออกมาอย่างเต็มที่”

เลือกใช้ข้อมูลที่ถูกต้อง

คงปฏิเสธไม่ได้ว่าการหาข้อมูลเขียนบทความออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็นบทความ SEO บทความวิชาการหรือบทความแบบทั่วไป ส่วนใหญ่แล้วแหล่งข้อมูลขนาดใหญ่ที่ใช้งานบ่อยๆและหาได้สะดวกที่สุดก็คือ ข้อมูลทางอินเทอร์เน็ต แต่ไม่ใช่ว่าลอกมาทั้งหมด แค่ให้อ่านเป็นแนวทางและเก็บความรู้มาใช้ในการเขียนเท่านั้น แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือ ความถูกต้องและความน่าเชื่อถือของข้อมูล อย่าลืมว่าบทความ เมื่อนำลงเว็บไซต์ไปแล้ว จะมีผู้อ่านเป็นร้อย เป็นพัน หรือบางครั้งก็เป็นหมื่นเข้ามาอ่านและกดไลท์ กดแชร์เป็นจำนวนมาก

หากข้อมูลมีความผิดพลาด ย่อมเกิดผลเสียเป็นทอดๆอย่างใหญ่หลวง ดังนั้น สิ่งที่ต้องระวังคือ การเลือกใช้ข้อมูล เพราะเดี๋ยวนี้มีเว็บไซต์ที่นำเสนอข้อมูลเท็จและข่าวลือรายวันเป็นจำนวนมาก (แถมยังมีผู้ติดตามเยอะเสียด้วย) เพื่อเรียกยอดไลท์ ยอดแชร์จากผู้อ่าน เพราะฉะนั้น หากจะนำข้อมูลมาใช้ ควรตรวจสอบให้ดีก่อน อาจทำได้โดยการตรวจสอบแหล่งที่มาของข่าวว่ามีจริงหรือไม่ ตรวจสอบจากหลายๆเว็บไซต์ว่ามีข้อมูลตรงกันหรือเปล่า หากมีข้อมูลที่ตรงกันหลายเว็บไซต์หรือหลายสำนักข่าว ก็วางใจได้ในระดับหนึ่งแล้ว

ฝึกฝนและพัฒนาตนเองอยู่เสมอ 

การฝึกเขียนบทความบ่อยๆจะทำให้ทราบจุดบกพร่องและจุดแข็งของตนเอง วิธีนี้อาจดูเป็นวิธีพื้นๆที่หลายคนเคยได้ยินกันมากแล้ว แต่เชื่อว่า มีน้อยรายนักที่จะทำตาม อาจจะด้วยความไม่มีเวลา ขี้เกียจหรือเหตุผลร้อยแปดพันประการ จนในที่สุดก็ทำผิดซ้ำซากอยู่เรื่อยๆ เพราะฉะนั้น สละเวลาว่างของคุณสัก 30 – 1 ชั่วโมง แล้วมานั่งฝึกเขียนบทความ เพื่อพัฒนาฝีมือกันดีกว่า ค่อยๆปรับปรุงแก้ไข เสริมจุดแข็ง จุดเด่นในสำนวนและถ้วยคำของคุณไปเรื่อยๆ รับรองว่า ต่อให้เจอบทความ SEO แบบไหนก็ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป

ทั้งหมดนี้ คือวิธีง่ายๆที่จะทำให้การเขียนบทความ SEO ของคุณนั้นง่ายและมีประสิทธิภาพมากขึ้น ใครที่กำลังมีปัญหาเรื่องการเขียนบทความแนวนี้ ก็สามารถนำเทคนิคที่ผู้เขียนได้ให้ไว้ในวันนี้ นำไปปรับใช้กันได้ แต่ที่สำคัญคือ เมื่ออ่านแล้วก็อย่าลืม นำไปปฏิบัติอย่างจริงจัง เพื่อพัฒนาต่อยอดบทความของคุณต่อไป แบบนี้สิ…จึงจะเรียกว่าเป็น นักเขียนบทความที่มีคุณภาพ