เคล็ด(ไม่)ลับ เขียนบทความที่ไม่คุ้นเคย 2017

การเขียนบทความไม่ได้จำกัดอยู่ที่บทความทั่วไปเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงบทความวิจัย บทความวิชาการ บทความที่ต้องใช้ความสามารถทางภาษา ซึ่งบางครั้งบทความทั่วๆไปอย่างสุขภาพ ความสวยความงาม การดูแลตนเอง ผู้เขียนเชื่อว่าหลายๆคนก็มีความถนัดและมีคลังข้อมูลเป็นของตนเองที่สามารถเขียนออกมาได้เลย แต่ทว่า…บางครั้งก็จะมีบทความบางประเภทที่ไม่ค่อยถนัดหรือไม่ค่อยได้พบเจอบ้าง หากเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น นักเขียนบทความอย่างเราจะทำอย่างไร ตามผู้เขียนมาดูกันได้เลย

ค้นคว้าจากในหนังสือ

สำหรับบทความบางประเภทโดยเฉพาะด้านวิชาการ ทฤษฎีและปรัชญา บางครั้งข้อมูลทางอินเทอร์เน็ตจะไม่ค่อยละเอียดเท่ากับข้อมูลในหนังสือที่เขียนโดยนักวิชาการ นักเขียนบทความจึงควรค้นคว้าข้อมูลที่อยู่ในหนังสือด้วย เพื่อให้บทความมีความเกี่ยวข้องและมีข้อมูลที่อัพเดททันต่อเหตุการณ์ในปัจจุบัน ซึ่งทุกวันนี้ก็มีห้องสมุดมากมายที่ให้ประชาชนเข้าไปใช้บริการได้ฟรี เช่น ห้องสมุดประจำจังหวัด ห้องสมุดของมหาวิทยาลัย เชื่อเถอะว่าหากไปแล้วคุณจะได้แหล่งข้อมูลที่ยอดเยี่ยมเพิ่มขึ้นอีกเพียบ

หาความรู้เพิ่มเติม  

สิ่งหนึ่งสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่งสำหรับนักเขียนบทความทุกคนคือ การพัฒนาตนเองและหมั่นศึกษาหาความรู้เพิ่มเติม โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่รับเขียนบทความภาษาอังกฤษ จำเป็นต้องศึกษาถึงการใช้ไวยากรณ์ รากศัพท์ ศัพท์เฉพาะทาง รวมถึงคำแสลงต่างๆเอาไว้ให้ดี เพราะจะช่วยให้งานเขียนของคุณ เมื่ออ่านแล้วดูมีอรรถรส ถูกต้องตามบริบทของเนื้อหา ทำให้บทความมีความน่าเชื่อถือมากขึ้น เพราะผู้ที่อ่านบทความภาษาอังกฤษ นอกจากจะมีชาวไทยแล้วยังมีชาวต่างชาติซึ่งเป็นเจ้าของภาษาอีกด้วย

อินเทอร์เน็ต ความรู้ที่ไม่สิ้นสุด

เมื่อได้รับหัวข้อที่ไม่คุ้นเคย สิ่งหนึ่งที่ทำได้ง่ายและสะดวกที่สุดคือ การค้นหาข้อมูลทางอินเทอร์เน็ต แต่ข้อควรรู้คือ การเลือกใช้ข้อมูลที่มีความน่าเชื่อถือ ตัวอย่างเช่น บทความเกี่ยวกับสงคราม สำนักข่าวที่ได้รับความนิยมและมีความน่าเชื่อถือในการนำมาใช้เป็นข้อมูล อาทิ BBC CNN Al Jazeera Russia AFP ฯลฯ ซึ่งแหล่งข่าวต่างประเทศที่ได้กล่าวมา ล้วนได้รับความนิยมในระดับโลกและมีข้อมูลที่อัพเดททันต่อสถานการณ์แบบเรียลไทม์ ทำให้บทความดูสดใหม่และไม่น่าเบื่อสำหรับผู้อ่าน

ฝึกเขียนให้มีความชำนาญ 

แน่นอนว่าไม่มีใครที่ถนัดเขียนบทความได้ทุกประเภท แต่สิ่งหนึ่งที่สามารถพัฒนาได้คือ การฝึกเขียน ฝึกขัดเกลาบทความของคุณให้ดูน่าอ่าน แถมยังเป็นการเพิ่มประสบการณ์ให้กับตัวคุณเองอีกด้วย ส่วนวิธีการก็สามารถทำได้ง่ายๆคือ ลองนึกถึงหัวข้อที่ตนเองไม่ถนัดแล้วลองนำมาเขียนดู หาข้อมูลจากหลายๆแหล่ง เช่น อินเทอร์เน็ต หนังสือ ประสบการณ์ที่ตนเองได้พบเจอ เป็นต้น แต่อย่าลอกมา แล้วลองนำมาวิเคราะห์แยกแยะข้อมูลออกเป็นส่วนๆ อธิบายตามความคิดเห็นของตนเองก็จะทำให้เรียบเรียงข้อมูลออกมาได้ง่ายขึ้น

ทราบว่ากลุ่มเป้าหมายคือใคร 

การทราบถึงอายุ เพศ กลุ่มเป้าหมายจะทำให้นักเขียนทราบว่าแนวทางและภาษาของเนื้อหาในบทความควรเป็นไปในทิศทางไหน เพราะแต่ละช่วงวัยจะใช้ภาษาที่ไม่เหมือนกัน หากบทความที่เราเขียนมีผู้อ่านเป็นนักธุรกิจและนักวิชาการเยอะก็ควรใช้ภาษาที่เป็นทางการ ดูน่าเชื่อถือ ไม่ใส่ศัพท์วัยรุ่นเข้าไปให้ดูน่าปวดหัว แต่ถ้ากลุ่มเป้าหมายเป็นวัยรุ่นอย่างการเขียนบทความแนวแฟชั่น บันเทิง ก็ควรเขียนให้ดูเป็นกันเอง ในขั้นตอนนี้อาจใช้ศัพท์วัยรุ่นที่เป็นที่นิยมผสมลงไปในบทความด้วยก็ได้

ข้อควรระวัง บางครั้งแม้จะเป็นบทความแนววัยรุ่น แต่ผู้จ้างอาจต้องการเนื้อหาที่ใช้คำศัพท์แบบทางการด้วย ดังนั้น ก่อนรับงานทุกครั้งควรสอบถามก่อนว่าต้องการให้เขียนในแนวทางใด เพราะบางแนวทาง นักเขียนบางท่านก็ไม่ได้มีความถนัดมากนัก โดยเฉพาะการเขียนบทความแบบเล่าเรื่อง แม้จะดูเป็นเรื่องที่ง่าย แต่จริงๆแล้ว บทความแนวนี้ยากที่สุด เพราะผู้เขียนจะต้องทำความเข้าใจกับเรื่องที่จะเขียนมาเป็นอย่างดี

หากทำไม่ได้ก็ไม่ควรรับ  

หากบทความนั้นๆมีความยากเกินกว่าจะเขียนออกมาได้ ก็ควรตอบกลับลูกค้าไปตามตรงจะดีกว่า อย่ารับเขียนมาแบบสุ่มสี่สุ่มห้า เพราะถ้าทำได้ไม่ดีจะส่งผลให้ตัวนักเขียนต้องเสียเครดิต รวมทั้งลูกค้าท่านนั้นไป ไม่ใช่แค่บทความภาษาไทยเท่านั้น แต่บทความภาษาอังกฤษก็เช่นกัน ไม่ใช่ใครก็ได้ที่สามารถเขียนบทความภาษาอังกฤษออกมาได้อย่างดีเยี่ยม แต่ต้องมีทักษะทางด้านภาษาและความเชี่ยวชาญในเรื่องต่างๆเป็นอย่างดี เพราะคุณต้องเผชิญกับแกรมม่า รากศัพท์ คำแสลงที่จะตามมาอีกมากมาย

ตรวจสอบข้อมูลที่เขียนให้ถูกต้อง                                                                                                                                         

เมื่อเขียนบทความเสร็จเรียบร้อย ขั้นตอนสุดท้ายที่ต้องไม่ลืมคือ การตรวจสอบข้อมูลให้ถูกต้องไม่ว่าจะเป็นคำศัพท์ เนื้อหา บทสรุป แหล่งข้อมูลที่นำมาใช้ว่ามีความน่าเชื่อและได้อ้างอิงแล้วหรือไม่ เพื่อเป็นการให้เกียรติต่อนักเขียนท่านอื่น แต่ทางที่ดีบทความที่เขียนควรเป็นบทความที่สดใหม่ ไร้การคัดลอก เพราะจะส่งผลดีต่อการจัดอันดับใน Google ของเว็บไซต์ลูกค้าด้วยและยิ่งเป็นการเพิ่มเครดิตที่ดีให้กับนักเขียนไปในตัว ซึ่งจะทำให้มีงานอย่างต่อเนื่องไม่ขาดสาย

อย่างไรก็ตาม การเขียนบทความไม่ว่าจะเป็นบทความประเภทใด จะถนัดหรือไม่ถนัดก็ควรทุ่มเททำอย่างเต็มที่ เพราะเมื่อมีลูกค้ามาจ้างนักเขียนแล้ว นั่นหมายความว่าเขาไว้วางใจในฝีมือและชื่อเสียงของคุณว่าจะทำบทความออกมาได้อย่างดี ดังนั้น ก็อย่าลืมขอบคุณความไว้วางใจนี้ผ่านงานเขียนที่มีคุณภาพให้กับลูกค้าและผู้อ่านทุกท่านกันด้วย

 

ข้อควรรู้ รับเขียนบทความภาษาอังกฤษ

หลายคนคงทราบกันดีว่า การรับเขียนบทความภาษาอังกฤษ จะมีเรทราคาที่สูงกว่าบทความภาษาไทยมาก และบทความบางส่วนโดยเฉพาะบทความวิชาการจะมีอัตราที่แพงกว่าบทความทั่วไปถึง 2 เท่า เนื่องจากความยากของเนื้อหา คำศัพท์เฉพาะทาง รวมถึงรายละเอียดที่ต้องอาศัยความเชี่ยวชาญในด้านภาษาค่อนข้างเยอะ ทำให้นักเขียนหลายคนหันมารับงานเขียนบทความภาษาที่ 3 กันมากขึ้น แต่ทว่า…ก่อนที่จะรับเขียนบทความภาษาอังกฤษ มีบางอย่างที่จำเป็นต้องรู้เสียก่อน แต่จะมีอะไรกันบ้างนั้น ตามมาชมกันได้เลย

ไวยากรณ์ต้องแม่นยำ

แม้กูรูที่เชี่ยวชาญทางด้านภาษาอังกฤษหลายท่าน จะบอกว่า “ไวยากรณ์ภาษาอังกฤษไม่ใช่เรื่องสำคัญ เพราะแม้แต่เจ้าของภาษายังใช้ผิด แต่สิ่งสำคัญคือ ความกล้าที่จะพูดต่างหาก” ประโยคนี้เป็นเรื่องจริง แต่เมื่อไรก็ตามที่มาอยู่ในงานเขียนบทความแล้ว ไวยากรณ์เป็นเรื่องสำคัญมาก เพราะหากมีการใช้ไวยากรณ์ที่ไม่ถูกต้อง อาจส่งผลต่อความน่าเชื่อถือของบทความได้ ดังนั้น นักเขียนที่ดีควรทบทวนเรื่องไวยากรณ์ให้แม่นยำอยู่เสมอ เพื่อให้งานเขียนของคุณมีคุณภาพและแสดงถึงความเป็นมืออาชีพ

อ่านหนังสือเพื่อเพิ่มคลังคำศัพท์

คำศัพท์ภาษาอังกฤษมีเป็นล้านคำที่เรายังไม่รู้ เพราะฉะนั้น การรู้จักใช้และจดจำคำศัพท์ ควรฝึกให้เป็นนิสัย เวลาที่เขียนบทความจะได้นำมาใช้งานได้อย่างหลากหลายและเหมาะกับบริบทของบทความ อย่าลืมว่าการใช้ภาษาอังกฤษในบทความทั่วไป บทความวิชาการและบทความที่เป็นข่าวสาร มักจะใช้คำศัพท์ที่แตกต่างกัน เพื่อให้งานเขียนมีถ้อยคำที่สวยงาม ถูกกาลเทศะและไม่ซ้ำซ้อนกันจนน่าเบื่อ ดังนั้น ควรหาหนังสือแนวที่ชอบอย่าง นวนิยาย / หนังสือพิมพ์ภาษาอังกฤษ มาอ่านเพื่อเพิ่มคลังคำศัพท์ของตนเองกันด้วย

ตั้งชื่อให้มีความน่าสนใจ  

เช่นเดียวกับบทความภาษาไทยที่จำเป็นต้องตั้งชื่อบทความให้ดูน่าอ่าน เห็นแล้วอยากคลิกเข้าไปอ่าน กดไลท์ กดแชร์ให้ผู้อื่นได้รับรู้ ซึ่งการตั้งชื่อบทความภาษาอังกฤษก็มีความยากกว่าบทความภาษาไทยมาก ทั้งในเรื่องของการใช้คำ รูปแบบไวยากรณ์ ความยาวที่ต้องไม่ยาวจนเกินไป หากใครที่ติดปัญหาเรื่องนี้อยู่ ผู้เขียนขอแนะนำเว็บไซต์ Linkbait Generator, HubSpot’s Blog Topic Generator, Portent’s Content Idea Generator และ Impact’s BlogAbout Title Generator

เว็บไซต์ทั้ง 4 เว็บที่ได้แนะนำในข้างต้น เหมาะกับการใช้งานในทุกรูปแบบ มีคลังคำศัพท์อยู่เยอะ ส่วนเรื่องไวยากรณ์ก็มีความสมบูรณ์แบบมาก วิธีใช้ก็ง่ายๆ เพียงแค่ใส่คำศัพท์ที่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาหลักในบทความลงไป เว็บไซต์ก็จะเสนอไอเดียชื่อของบทความมาให้เลือก แต่จะมีให้เลือกมากหรือน้อย ขึ้นอยู่กับเรื่องที่เขียนเป็นหลัก ซึ่งส่วนใหญ่จะมีให้เลือกมากกว่า 5 แบบ ชอบแบบไหนก็สามารถเลือกนำมาใช้ได้เลย ไม่ติดลิขสิทธิ์แถมยังดาวน์โหลดมาใช้บริการได้ฟรีไม่เสียค่าใช้จ่าย

เครื่องมือช่วยชีวิตที่ต้องรู้  

หนึ่งในตัวช่วยที่นักเขียนบทความภาษาอังกฤษทุกคนต้องมีคือ Grammarly เป็นโปรแกรมที่ช่วยเช็คแกรมม่าให้กับผู้เขียนพร้อมกับแนะนำวิธีแก้ไขให้ถูกต้อง ซึ่งผู้ใช้งานสามารถเขียนเอกสารหรือข้อความต่างๆลงไปในโปรแกรมได้เลยหรือจะใส่ลงไปเป็นไฟล์ Word ก็ได้ มันจะช่วยเช็คว่าบทความของเรามีความผิดตรงไหน กี่จุด ต้องปรับรูปแบบยังไง รวมถึงตัวอย่างของประโยคที่ถูกต้องและที่สำคัญโปรแกรมนี้ไม่ได้ตรวจเช็คแกรมม่าได้เพียงอย่างเดียว แต่สามารถบันทึกไฟล์งานของเราบนคลาวด์ได้อีกด้วย

สำหรับการโหลดมาใช้งานก็สามารถใช้งานได้ฟรีไม่เสียค่าใช้จ่ายในเบื้องต้น กล่าวคือ หากเป็นการใช้งานที่ตรวจเช็คแกรมม่าธรรมดาก็สามารถใช้งานได้ฟรี แต่ถ้าหากต้องการคำศัพท์เฉพาะทางหรือทำบทความที่ต้องใช้คำศัพท์และไวยากรณ์ระดับสูงก็ต้องเสียค่าใช้จ่าย ซึ่งมีระบุไว้ในโปรแกรม หากอยากรู้ว่าโปรแกรมนี้จะเทพขนาดไหนก็ลองสมัครใช้งานกันได้ โดยจะได้รับสิทธิ Premium ใช้งานได้ทุกฟังก์ชั่นฟรี 1 สัปดาห์ เป็นอีกโปรแกรมที่คนเขียนบทความภาษาอังกฤษไม่ควรพลาด

คอนเทนต์เป็นสิ่งสำคัญ

นอกเหนือจากความถูกต้องของไวยากรณ์และคำศัพท์แล้ว สิ่งที่ขาดไม่ได้และสำคัญที่สุดคือ ตัวเนื้อหาในบทความ โดยบทความที่ใช้จะต้องสดใหม่ ไม่ซ้ำกับที่ไหน ไม่คัดลอกและละเมิดลิขสิทธิ์มาจากคนอื่น เนื้อหาที่ใช้มีความกระชับ ไม่ซ้ำซ้อน อ่านแล้วลื่นไหล เป็นประโยชน์ต่อผู้อ่าน เพียงเท่านี้ โอกาสที่บทความของคุณจะติดอันดับใน Google ก็มีโอกาสสูงแล้ว ถ้าจะให้ดีควรเพิ่มรูปภาพที่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาลงไปด้วยเพื่อเพิ่มอรรถรสในการอ่านและการเข้าใจเนื้อหาได้ชัดเจนยิ่งขึ้น

เริ่มที่ตัวคุณเอง  

สำหรับคนที่อยากเขียนบทความภาษาอังกฤษ แต่ไม่รู้ว่าจะหาและฝึกฝนงานเขียนจากที่ไหน ผู้เขียนแนะนำให้เริ่มต้นง่ายๆด้วยการเขียนเรื่องราวในชีวิตประจำวันเป็นภาษาอังกฤษ ใช้คำศัพท์พื้นฐานที่เข้าใจง่าย ไม่ซับซ้อนและนำบทความไปตรวจทานในเว็บไซต์ Hemingway ซึ่งเหมาะกับผู้ที่เริ่มเขียนบทความภาษาอังกฤษ เพราะใช้งานได้ง่ายและเหมาะกับบทความทั่วๆไป โปรแกรมนี้จะช่วยไฮไลท์คำผิดและแก้ไขให้ถูกต้อง รวมทั้งแนะนำการใช้คำที่สละสลวยให้กับผู้เขียนได้อีกด้วย

หลังจากที่อ่านบทความนี้จบแล้ว ก็อย่าลืมนำไปปรับใช้หรือเตรียมความพร้อมกันก่อนรับงานเขียน หากคิดไม่ออกหรือไม่มั่นใจคำศัพท์หรือไวยากรณ์ที่ใช้ก็สามารถตรวจสอบผ่านทาง Google หรือเว็บไซต์ตรวจเช็คไวยากรณ์ภาษาอังกฤษได้เลย มีให้เลือกใช้อีกเพียบ แต่สิ่งสำคัญคือ อย่าลืมพัฒนาคลังคำศัพท์และอัพเดทความรู้ใหม่ๆอยู่เสมอ เพียงเท่านี้คุณก็สามารถหาเงินได้ง่ายๆจากการเขียนบทความภาษาอังกฤษแล้ว