รวมธุรกิจออนไลน์ในปี 2017 ที่น่าสนใจ

ในยุคที่คนส่วนใหญ่เลือกที่จะทำธุรกิจมากกว่าการไปเป็นลูกจ้างคนอื่น ทราบหรือไม่ว่า นอกเหนือจากการขายของออนไลน์หรือเปิดเว็บไซต์ขายของแล้วที่เห็นกันอยู่หน้านิวฟิตแล้ว ยังมีธุรกิจออนไลน์อีกมากมายที่คุณสามารถทำได้ แถมยังสร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำ หากใครอยากรู้ ลองอ่านบทความนี้ให้จบ แล้วจะถึงบางอ้อว่า…ธุรกิจเหล่านี้ มีอยู่จริง และสร้างเงินให้กับคุณได้จริง แบบที่ไม่ต้องตื่นเช้าไปเผชิญกับการจราจรแออัดเลย ถ้าพร้อมแล้ว มาดูกัน

บริการรับเขียนบทความ  

อีกหนึ่งอาชีพที่ผู้เขียนกำลังทำอยู่ ถือเป็นธุรกิจออนไลน์ที่ได้รับความสนใจและมีความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะการทำ SEO ให้ประสบความสำเร็จ สิ่งหนึ่งที่สำคัญคือ บทความ แน่นอนว่าไม่ใช่การเขียนพร่ำเพื่อ ไปเรื่อยๆอย่างไร้จุดหมายและไร้หลักการที่ถูกต้อง เพราะบทความประเภทนี้ หากต้องการจัดอันดับติดหน้า 1 บนกูเกิ้ล ต้องมีแพทเทิร์นตามที่เจ้าตัวชอบด้วย เช่น การมีคีย์เวิร์ดที่แทรกในทุกๆพารากราฟ และแต่ละพารากราฟจะต้องเท่าๆกันประมาณ 4 – 5 บรรทัด เพื่อให้ง่ายต่อการอ่าน

นอกจากนี้ หากจะให้ดี ต้องมีรูปภาพแทรกระหว่างเนื้อหาด้วย ซึ่งปัจจุบัน ทุกๆเว็บไซต์ย่อมต้องอัพเดทบทความ เพื่อให้เว็บไซน์มีความเคลื่อนไหวอยู่เสมอและมีผู้ให้ความสนใจมาลงโฆษณา ดังนั้น การทำเขียนบทความ SEO จึงมีความสำคัญ จนกลายเป็นธุรกิจออนไลน์ที่มีผู้ให้ความสนใจมากขึ้น เพราะลงทุนน้อยและมีรายได้ดี อย่างไรก็ตาม สำหรับ เรทราคา หากเพิ่งเข้าวงการมาใหม่ๆ อาจจะตั้งราคาได้ไม่สูงมากนัก แต่ถ้ามีประสบการณ์และการใช้ถ้อยคำที่สละสลวย บอกเลยว่า 1 บทความ คุณจะได้ไม่ต่ำกว่า 1,000 บาทเลย

พัฒนาแอพพลิเคชั่น  

ยุคนี้ คนส่วนใหญ่นิยมใช้สมาร์ทโฟนมากกว่าแลบท็อปหรือเครื่องคอมพิวเตอร์ ไม่ว่าจะเป็นดูหนัง ฟังเพลงหรือแม้กระทั่งใช้เพื่อการทำงาน ผู้เขียนเคยมีเพื่อนฝรั่ง ส่วนใหญ่ที่มาเที่ยวเมืองไทย มักจะใช้แป้นพิมพ์เชื่อมสายต่อกับสมาร์ทโฟน แล้วนั่งพิมพ์งานส่งไปให้บริษัท โดยที่ไม่ต้องแบกโน๊ตบุ๊คให้หนักเลย แถมทำได้ทุกที่ ขอแค่มีอินเทอร์เน็ต นอกจากนี้ ใครจะคิดว่าวันหนึ่งสมาร์ทโฟนเพียงเครื่องเดียวจะเป็นได้ทั้ง ธนาคารเคลื่อนที่ คอมพิวเตอร์ เครื่องสแกน เครื่องเอกสาร ได้ในเครื่องเดียวโดยที่ไม่ต้องเสียเวลาเดินหาร้าน

เห็นแบบนี้แล้ว ทำให้ธุรกิจออนไลน์หนึ่งที่น่าจับตามองคือ การพัฒนาแอพพลิเคชั่น ให้มีความหลากหลายและสะดวกต่อการใช้งานในอนาคต ไม่ว่าจะเป็นการใช้เพื่อทำงาน เพื่อความบันเทิง หรือเสริมความรู้ เป็นต้น ใครที่มีทักษะหรือสนใจงานในด้านนี้ ลองหาความรู้เพิ่มเติมหรืออาจจะลงคอร์สเรียนเพื่อนำความรู้ที่ได้รับมาพัฒนาต่อยอดก็สามารถทำได้เช่นกัน

ฟรีแลนท์แปลเอกสาร 

ผู้เขียนเชื่อว่า ทุกคนเคยเรียนภาษา แต่จะมีสักกี่คนที่มีความรู้ด้านภาษาในระดับดีเยี่ยม เพราะฉะนั้น ธุรกิจออนไลน์ประเภทนี้ จึงได้รับความนิยมทุกยุคสมัย แถมรายได้ยังดีอีกด้วย และไม่ใช่เฉพาะภาษาอังกฤษเท่านั้น แต่ภาษาอื่นๆอย่างภาษาจีน เกาหลี ญี่ปุ่น รัสเซีย อาหรับ ขอบอกเลยว่าใครทราบเรทราคาการแปลของภาษาที่ 3 เหล่านี้แล้วจะตกใจ เพราะจะอยู่ราวๆ หน้าละ 500 – 1,000 ตามความยากง่ายและเนื้อหาของบทความ ดังนั้น ใครที่มีความรู้ด้านนี้ บอกเลยว่านำมาใช้ซะ

นอกเหนือจากการแปลเอกสาร ยังสามารถรับจ๊อบแปลบทพากย์ของซีรี่ย์หรือภาพยนตร์ก็ได้ เพราะผู้เขียนเองก็เคยรับงานแปลประเภทนี้มาก่อน เรื่องราคาถือว่าดีมาก เพราะค่อนข้างมีมาตรฐานเดียวกันทั้งวงการ อย่างน้อย 30 นาทีจะอยู่ที่ 750 – 850 บาท 1 ชั่วโมงจะอยู่ที่ 1,500 – 1,600 บาท ไม่ต่ำกว่านี้ (ในเรทภาษาอังกฤษ) แต่ถ้าเป็นภาษาที่ 3 อย่างจีน ญี่ปุ่น เกาหลี ก็จะได้เรทที่แพงขึ้นไปอีก เพราะหาผู้เชี่ยวชาญในด้านนี้น้อยมาก เป็นอีกธุรกิจออนไลน์หนึ่งที่น่าสนใจมากในชั่วโมงนี้

ธุรกิจ E-commerce

ในช่วงที่ผ่านมา E-commerce ถือเป็นธุรกิจหนึ่งที่ได้รับความนิยมเรื่อยมา เนื่องจากคนส่วนใหญ่นิยมซื้อของทางออนไลน์กันมากขึ้น เพราะสะดวก ประหยัด กว่าช้อปภายในห้างสรรพสินค้า (หากใครไม่เชื่อ ลองไปเทียบราคาดูกันได้เลย) ได้ส่วนลดและ การชำระเงิน ยังสามารถทำได้หลายช่องทาง อีกทั้งยังเป็นธุรกิจออนไลน์ที่ลงทุนน้อย แต่ค้าขายได้แบบไร้พรมแดนและโตไว อย่างไรก็ตาม สินค้าที่จะนำมาขาย ควรตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคด้วย รับรองว่าธุรกิจนี้จะสร้างเงินให้กับคุณได้เยอะเลยทีเดียว

ให้คำปรึกษาด้านสื่อออนไลน์ 

การตลาดออนไลน์ที่คุ้มค่า ทั่วถึงและได้ผลดี ก็คือ การเชื่อมโยงกับลูกค้าในทุกๆด้าน โดยเฉพาะทางโซเชียลมิเดีย ไม่ว่าจะเป็น Twitter, Facebook, Instagram, Youtube และอีกหลายช่องทาง โดยทุกวันนี้มีหลายบริษัทและหลายองค์กรที่สนใจ Social Media Marketing กันมากขึ้น ซึ่งผู้เขียนบอกเลยว่าหาผู้ที่ให้คำปรึกษาด้านสื่อออนไลน์ที่มีมือดีและเจ๋งๆ ถือว่าหายากมาก เพราะฉะนั้น ใครที่มีความสามารถในด้านนี้ หรือ สนใจงานในประเภทนี้ โอกาสมาถึงแล้ว รีบคว้าไว้

ทั้งหมดที่ผู้เขียนได้กล่าวมาในบทความนี้ เป็นธุรกิจออนไลน์มาแรงและได้รับความสนใจอย่างมากในปี 2017 แม้จะฟังดูเหมือนง่ายๆและน่าลองทำ แต่ที่สำคัญก็อย่าลืมศึกษาหาความรู้และวางแผนธุรกิจ เพื่อที่จะรับมือกับคู่แข่งและการเปลี่ยนแปลงในปีหน้ากันด้วย เพื่อให้ธุรกิจออนไลน์ของคุณอยู่รอดและเติบโตต่อไปได้ทุกๆยุคสมัย

ธุรกิจออนไลน์ เริ่มต้นยังไงดี ปี 2017

เชื่อว่าหลายคนหันมาสนใจทำธุรกิจออนไลน์กันเยอะขึ้น เพราะดูแล้วเป็นสิ่งที่ทำง่าย แถมไม่ต้องลงทุนอะไรมากนัก แต่ในความเป็นจริงแล้ว การเริ่มต้นธุรกิจออนไลน์และสามารถไปได้ไกลนั้น เป็นสิ่งที่ยากมาก จึงจำเป็นต้องมีการเตรียมตัวที่ดี ไม่อย่างนั้นธุรกิจอาจเกิดการขาดทุนได้ เห็นแบบนี้ ก็อย่าเพิ่งกลัวไป เพราะวันนี้ ผู้เขียนจะมาแชร์ความรู้ดีๆให้คนที่สนใจในธุรกิจประเภทนี้ได้ศึกษาเป็นความรู้กัน ซึ่งมีดังต่อไปนี้

เลือกสินค้า 

สิ่งแรกที่ต้องทำคือ รู้ว่าเราจะขายอะไร ซึ่งส่วนใหญ่แล้วในธุรกิจออนไลน์ที่เห็นทางโซเชียลมิเดียจะเน้นขายอาหารเสริม เครื่องสำอาง เสื้อผ้า รวมทั้งกระเป๋า เพราะเป็นสินค้าที่ซื้อง่ายขายคล่อง แถมยังได้รับความนิยมในกลุ่มวัยรุ่นและคนทำงานที่ชอบช้อปปิ้งทางออนไลน์กันอีกด้วย หากใครที่ยังไม่ทราบ แนะนำให้ขายสินค้า – บริการที่ตนเองถนัดหรือมีความสนใจ เพราะจะสามารถตอบคำถาม รวมทั้งข้อสงสัยของลูกค้าได้

อีกวิธีหนึ่งคือ การทำ Dropship หรือการเลือกสินค้าที่มีคนอยากให้นำมาขายอยู่แล้วทางอินเทอร์เน็ต และจัดส่งสินค้าจากเจ้าของแบรนด์ถึงมือลูกค้าโดยตรง ซึ่งในกรณีนี้ คุณไม่ต้องสต๊อกสินค้าและจัดส่งสินค้าเอง ใครที่ไม่ค่อยมีงบลงทุนมากนักหรือกลัวความเสี่ยงว่าจะขาดทุน แนะนำให้ใช้วิธีนี้จะดีกว่า แต่ถ้ามีสินค้าที่ต้องการจะขายและสนใจมากเป็นพิเศษ เลือกใช้วิธีที่ 1 ได้เลย

คิดชื่อร้านค้า  

หลายคนอาจมีชื่อธุรกิจออนไลน์ของตนเองในใจ แต่อาจเรียกยากหรือไม่คุ้นหูคนไทย หากใครที่กำลังกังวลกับปัญหานี้ แนะนำให้ใช้ชื่อร้านแบบเบสิก แต่จดจำง่ายจะดีกว่า และจะดีมากถ้าชื่อที่ตั้ง มีความสัมพันธ์กับสินค้า – บริการที่นำมาขาย ตัวอย่างเช่น ใครที่สนใจธุรกิจนำเข้าสินค้าจากโรงงาน อาจจะตั้งชื่อตรงๆเลยคือ นำเข้าสินค้าจากโรงงาน โดย….(เป็นชื่อของคุณหรือชื่อเรียกที่ชอบก็ได้) การตั้งชื่อแบบนี้จะทำให้ลูกค้าจดจำและเข้าถึงเว็บไซต์หรือแฟนเพจได้ง่ายขึ้น

เงินทุน

สำหรับเงินที่จะนำมาลงทุนในธุรกิจออนไลน์ ไม่ควรจำกัดแค่สินค้าและค่าขนส่งอย่างเดียว แต่ควรนึกถึงค่าโฆษณา รวมถึงในกรณีที่สินค้าที่ลูกค้าสั่งไป เกิดการสูญหายหรือเสียหายด้วย ในบางรายอาจต้องจ้างแอดมินในการดูแลแฟนเพจ อัพเดทความเคลื่อนไหล รับออเดอร์จากลูกค้า สร้างคอนเท้นต์ประจำวัน ซึ่งทุกอย่างที่กล่าวมา ล้วนเป็นค่าใช้จ่ายในการลงทุนทั้งสิ้น ดังนั้น ควรวางแผนให้ดีว่า เงินทุนมีมากพอหรือไม่ เมื่อดำเนินการระยะยาวจะต้องไปกู้หนี้ยืมสินหรือเปล่า อย่าลืมคิดให้รอบคอบ เพราะเป็นต้นทุนในการดำเนินการทั้งสิ้น

อย่าลืมแผนการตลาด 

เป็นสิ่งสำคัญที่จะกำหนดชะตาของธุรกิจออนไลน์ แม้จะมีสินค้าที่มีคุณภาพดี ราคาถูก แต่ถ้าไม่มีรู้จัก ก็ไม่มีประโยชน์ เพราะฉะนั้น การวางแผนการตลาด จึงเป็นสิ่งสำคัญ ไม่ถึงกับต้องจ้างนักการตลาดมาคอยดูแล แต่ควรรู้ว่าจะโปรโมทร้านอย่างไร ด้วยวิธีไหน งบประมาณเท่าไร ทำอย่างไรจึงจะดึงดูดลูกค้าเข้าร้านได้ ยิ่งเป็นร้านใหม่ๆด้วยแล้วจะทำยังไงให้ชนะคู่แข่ง เป็นต้น

คำแนะนำ  ควรวางเป้าหมาย ก่อนเปิดเพจหรือเว็บไซต์ให้ชัดเจนว่า 1. จะเปิดเมื่อไร  2. ต้องเตรียมการอัพเดทอะไรบ้าง 3. ทำอย่างไรให้คนรู้จักมากขึ้น  4.ประเมินงบประมาณที่จะใช้ในขั้นตอนต่างๆ  5. ตรวจสอบและปรับปรุงแผนว่าที่ได้ใช้ไป สำเร็จตามเป้าหมายหรือไม่  6. ในกรณีที่ไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ ควรหาแผนสำรองเพื่อจัดการกับปัญหาดังกล่าว (นำไปปรับใช้ได้ ตามความเหมาะสม)

เลือกวิธีในการชำระเงิน 

แนะนำว่า ควรเปิดบัญชีกับธนาคารที่ลูกค้าส่วนใหญ่ใช้บริการมากกว่าการเลือกธนาคารที่ลูกค้าไม่นิยม แต่ดอกเบี้ยดีและควรเปิดมากกว่า 2 บัญชี เพื่อแยกประเภทของเงินว่า ส่วนนี้คือ ค่าใช้จ่ายในธุรกิจออนไลน์ / ค่าใช้จ่ายในบ้าน / ค่าใช้จ่ายส่วนตัว / บัญชีเงินฝากประจำ การจัดการแบบนี้จะช่วยให้เงินในบัญชีแบ่งแยกอย่างชัดเจน สะดวกต่อวางแผนและวางงบประมาณมากขึ้น

ช่องทางการจัดจำหน่ายและการขนส่ง 

การเปิดธุรกิจออนไลน์ ช่องทางจัดจำหน่ายที่ง่ายที่สุดคือ การเปิดแฟนเพจ เพราะเปิดได้ฟรี ไม่เสียค่าบริการ อีกทั้งยังเป็นช่องทางที่ลูกค้าเข้าถึงได้ง่ายกว่าช่องทางอื่นๆ รองลงมาคือ การสร้างเว็บไซต์ แต่ต้องเสียค่าโดเมนในการสร้างเว็บไซต์ด้วย ใครที่ไม่ค่อยมีเงินลงทุนนัก แนะนำให้ใช้แฟนเพจจะดีกว่า เพราะสามารถลงโฆษณาได้ตามงบและตามกลุ่มเป้าหมายที่ตั้งไว้ แถมยังอัพเดท ตอบกลับลูกค้าได้ง่ายอีกด้วย

หากใครที่ทำธุรกิจออนไลน์แบบ Dropship คงจะง่ายหน่อย เพราะไม่ต้องสต็อกของ แพคของและส่งสินค้าเอง แต่ถ้าเป็นแบบทั่วๆก็เลือกว่าจะส่งสินค้าอย่างไร แบบไหนจึงจะสะดวกและทำให้ลูกค้าประทับใจ ของส่งถึงไหว ซึ่งส่วนใหญ่แล้วมักใช้บริการจากไปรษณีย์ไทยทั้งการส่งแบบลงทะเบียนและส่งแบบ EMS แต่ถ้าหากมียอดการสั่งซื้อมากๆ แนะนำให้ใช้บริการจากเอกชน เพราะได้ราคาถูกและมีส่วนลดเพิ่มให้อีกด้วย

ทั้งหมดนี้คือ คำแนะนำเบื้องต้นที่ต้องรู้ก่อนเริ่มทำธุรกิจออนไลน์ ใครที่อ่านบทความนี้จบแล้วก็สามารถนำไปปรับใช้กันได้ แต่สิ่งสำคัญที่ต้องมีในทุกๆธุรกิจคือ ความอดทนและมุ่งมั่น เพราะอาชีพนี้ต้องเจอกับลูกค้าหลากหลาย รวมทั้งมิจฉาชีพที่แอบแฝงเข้ามา ดังนั้น อย่าลืมระมัดระวังกันด้วย