9 เคล็ดลับสู่การพัฒนาตนเองเป็นนักเขียนบทความคุณภาพ ฉบับ บก.ฮีโร่ซัง

%e0%b8%9b%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%a7%e0%b9%87%e0%b8%9a-9-%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b9%87%e0%b8%94%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%87%e0%b8%99

“อาชีพเขียนบทความ คืออาชีพที่สร้างผลตอบแทนสูงมากในวงการ freelance”

-บก.ฮีโร่ซัง-

สวัสดีครับเพื่อนนักอ่านทุกท่าน ปกติแล้วผู้เขียนมักไม่ค่อยมีโอกาส ในการเขียนบทความเพื่อแบ่งปันข้อมูลเสียเท่าไหร่ อันเนื่องมาจากภารกิจการเขียนบทความให้กับลูกค้า ทั้งลูกค้า SMEs และลูกค้ารายบุคคล โดยประสบการณ์กว่า 3 ปีเข้าปีที่ 4 ซึ่งถือว่ายาวนานทีเดียว จึงอยากขอใช้โอกาสนี้แบ่งปันเคล็ดลับ 9 ข้อสำหรับการพัฒนางานเขียนบทความลงเว็บไซต์เพื่อการนำไปปฏิบัติจริง

ซึ่งสามารถใช้ได้ทั้งผู้ที่เริ่มต้นเป็นนักเขียนบทความ หรือผู้ที่เขียนบทความอยู่แล้ว ตลอดทั้งนักธุรกิจ เจ้าของเว็บไซต์ นักเรียน นักศึกษา ใช้เป็นแนวทางในการวางแผนการเขียนบทความลงเว็บไซต์ของตนเอง แนวทางทั้ง 9 ข้อนี้ เป็นประโยชน์อย่างมากกับ บก. และ บก.เชื่อมั่นว่า จะเป็นประโยชน์ต่อผู้อ่านทุกคนเช่นกันครับ

“รู้หรือไม่! การเขียนบทความ ถือเป็นหนึ่งในการทำ SEO Onpage ที่มีความจำเป็นสำหรับทุกเว็บไซต์” : Brian dean : backlinko.com

1.ค้นหารูปแบบการเขียนบทความที่ตนเองถนัดก่อน

“อยากเป็นนักเขียนหรือ ยากนะ! แต่ถ้าคุณอยากเป็นจริงๆ อะไรก็หยุดยั้งคุณไม่ได้หรอก”

Doroti day: (1897-1980)

เคล็ดลับข้อแรกคือ การค้นหาประเภทของงานเขียนบทความที่ตนเองถนัดให้ได้เสียก่อน เรื่องนี้ดูเหมือนจะไม่ค่อยสำคัญเท่าใด แต่จริงๆแล้ว สำคัญมากครับ สมัยผู้เขียนเริ่มเขียนบทความใหม่ๆ สิ่งที่เขียนถนัดที่สุดคือ บทความเกี่ยวกับการพัฒนาธุรกิจ, หุ้น, passive income, ซึ่งในที่สุดมันกลายเป็นชุดบทความที่สามารถทำเงินให้กับผู้เขียนได้เป็นจำนวนมาก

ดังนั้น ลองสำรวจดูสิครับ คุณถนัดงานเขียนประเภทใด ถ้าคุณนึกไม่ออก ก็ลองดูว่า คุณชอบอ่านหนังสือ หรือดูข้อมูลในเว็บเกี่ยวกับเรื่องใดเป็นพิเศษ

บางคนดูเรื่องท่องเที่ยว ชอบเข้าห้อง Blue Planet ของ pantip.com เป็นประจำอย่างนี้ก็เขียนบทความท่องเที่ยวไปเลยครับ รับรองว่ารุ่งแน่นอน (แถมตลาดลูกค้ากว้างและรายได้ดีเสียด้วย)

pantip

ค้นหาไอเดียการเขียนบทความที่หลากหลายกับเว็บไซต์ pantip.com

บางคนชอบอ่านนิยาย 18+ ถ้าเป็นอย่างนั้นก็เขียนบทความแนว 18+ ไปเลยครับ มันขายได้ด้วยนะ ราคาบทความหนึ่งประมาณ 500-1,500 คำไทย อัตราราคาอยู่ที่ 150-1,000 บาทต่อบทความเลยทีเดียว!

หรือบางคนชอบบทความแนวธรรมะ การให้กำลังใจ การพัฒนาตนเอง การพัฒนาชีวิต แบบนี้ก็สามารถเขียนเป็นบทความขึ้นมาได้ และเดี๋ยวนี้กลุ่มกิจการธุรกิจ Start Up กำลังมีความต้องการบทความเหล่านี้เป็นจำนวนมาก คุณก็สามารถขายมันได้เช่นกัน สนนราคาบทความละ 100-500 บาท (500-1,500 คำไทย) หรือมากกว่านั้นเลยนะครับ

ดังนั้นเริ่มต้นค้นหา ประเภทของบทความที่ชอบเขียนขึ้นมาก่อน แล้วที่เหลือจะเป็นเรื่องง่ายแล้วในการเขียนบทความของคุณ

  • IDEA ช่วยคิดต่อไปนี้อาจช่วยให้คุณสามารถค้นหาแนวทางการเขียนบทความที่ชื่นชอบได้
  • 1.ลองเดินเข้าร้านหนังสือ และตรวจสอบดูว่า คุณชอบไปตรงหมวดหนังสือใดมากที่สุด! โดยปกติแล้ว หมวดนั้นมักเป็นหมวดที่คุณน่าจะเขียนเป็นบทความได้ดีที่สุดครับ
  • 2.ถ้าคุณต้องเลือกนิตยสารขึ้นมา 1 เล่ม คุณจะเลือกหยิบนิตยสารอะไร
  • 3.ถ้าคุณเข้าเว็บไซต์ pantip.com คุณจะเลือกห้องใดมากที่สุด ราชดำเนิน, ศาลาประชาคม, สินธร, สีลม ห้องที่คุณเลือก จะเป็นผลสะท้อนของการเขียนบทความในอนาคตของคุณ

2.ศึกษาแนวทางการเขียนบทความจากรุ่นพี่

เคล็ดลับประการที่สองคือ การมองหาแนวทางการเขียนบทความจากรุ่นพี่ๆ ทั้งในและต่างประเทศ ข้อดีคือ มันทำให้เรามองเห็น Pattern เพื่อนำมาใช้ในการเขียนบทความของตนเอง ตรงนี้สำคัญนะครับ ผมอยากให้ใส่ใจมากๆกับคำว่า Pattern  มันก็เหมือนกับ บล็อกกิ้งที่เราสามารถนำมาใช้ได้ทันที…

เช่น Pattern ของบทความท่องเที่ยว ก็จะมีการใส่รูปภาพประกอบการท่องเที่ยว และมีการเขียนรีวิวถึง สิ่งที่ตนเองไปเที่ยว…

ถ้าเป็นบทความธุรกิจ ก็จะมีการเขียนถึงขั้นตอนง่ายๆในการทำธุรกิจนั้นๆใส่ลงไปด้วย…

ดังนั้นถ้าเราสามารถแกะ Pattern ออกมาได้ที่เหลือจะกลายเป็นเรื่องง่ายทันทีสำหรับคุณครับ สำหรับใครที่ไม่รู้ว่าจะตามศึกษา Pattern บทความจากที่ไหนดี บก.มีตัวอย่างงานที่น่าสนใจ เป็นบล็อกเกอร์ แต่ละประเภทของงานเขียนมาฝาก ลองเลือกเข้าไปเสพงานได้ตามที่ตนเองถนัดเลย

Note! ตรงนี้ผมอยากให้คุณใส่ใจรายละเอียดเสียหน่อย ลองดูบทความระดับโลกเหล่านี้แล้วลองแกะดู Pattern ออกมาสิครับว่า เป็นอย่างไร

ตัวอย่างการแกะ Pattern ผมยกตัวอย่างให้ 1 ข้อแล้วกัน คุณจะพบว่าบทความที่มีการแชร์ และได้รับความสนใจ ส่วนมากแล้วจะมีการใช้ตัวเลข ลงไปในชื่อเรื่องเสมอๆ ลองดูตัวอย่างด้านล่างนี้สิครับ

health

เมื่อ บก.เขียนบทความสุขภาพ Pattern ที่เว็บ health.com คือตัวอย่างที่เหมาะสมต่อการถอดแบบออกมา

leaderwings

เว็บไซต์คุณภาพ Leaderwings.co สำหรับงาน Information Product ที่ บก.ชอบแกะรอยบ่อยๆ

3.ยึดคู่มือการเขียนบทความที่คุณชื่นชอบสัก 1 เล่ม

หนังสือการเขียนบทความดีๆสักเล่ม สามารถช่วยให้เราเรียนรู้ทักษะการเขียนบทความลงเว็บที่ถูกต้อง และสามารถขายบทความได้ด้วย (รวมทั้งการเขียนไว้ใช้เอง) จริงๆแล้วตำราเหล่านี้ในต่างประเทศมีค่อนข้างเยอะนะครับ อาทิ  แต่หากคุณสนใจอ่านเป็นตำราไทย บก.ขอแนะนำหนังสือแบ่งปันแนวทางการเขียนบทความของ บก.เองครับ รับรองว่าใครซื้อไปอ่าน ได้ประโยชน์ต่อการนำไปพัฒนาทักษะการเขียนบทความอย่างแน่นอน

ใครๆก็เขียนได้ 600px

หนังสือใครๆก็เขียนได้ โดย บก.ฮีโร่ซัง >> http://www.articleheros.com/ebook

 

4.ลงมือทำทันที!

Just do it!” : Nike

หลังจากที่เราศึกษาคู่มือต่างๆของการเขียนบทความเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็ถึงเวลาที่เราจะต้องลงสู่สนามจริงกันเสียที คุณต้องกล้า และพร้อมสำหรับการเขียนบทความครับ ลูกค้ารายแรกของคุณอาจมอบประสบการณ์ที่วิเศษสุดให้กับคุณ หรืออาจมอบบทเรียนที่แสนโหดให้กับคุณ คุณก็จะต้องไม่ท้อ และสู้ต่อไป

บก.ยังจำได้สมัยตนเองเขียนบทความขึ้นมาลูกค้ารายแรกนั้น ได้รับการตอบรับการบริการเป็นอย่างดี แต่ในขณะที่ลูกค้ารายที่สองนั้น แทบไล่ บก.ออกไปเลยทีเดียว แต่เราก็ผ่านมันมาได้ ดังนั้นจึงไม่มีสิทธิ์ที่คุณจะถอย และออกไปจากวงการนี้

แหล่งประกาศงานขายบทความของคุณที่น่าสนใจ

เพียง 2 แหล่งข้อมูลข้างต้น คุณก็สามารถมีลูกค้าสะสมได้อย่างเพียงพอสำหรับการเริ่มต้นทำธุรกิจเขียนบทความอย่างแน่นอน

5.วินัยแห่งความสำเร็จสำคัญที่สุด

“มีเพียง 2 สิ่งเท่านั้นที่นักเขียนต้องทำ คือ 1.จงอ่านให้มาก และ 2.จงเขียนให้มาก”

Stephen King: นักเขียนนิยายระดับ Best Seller

เคล็ดลับประการที่ห้า คือ การมีวินัยในตนเอง! ผมอยากให้คุณโน้ตข้อนี้ไว้ในสมุดจดตัวโตๆ มันสำคัญมากๆ และหลายๆคนมักเขียนบทความไม่สำเร็จ เพราะขาดข้อที่ 5 มันเป็นเหมือนเส้นเลือดเลยครับในการหล่อเลี้ยงอาชีพเขียนบทความ และมันทำให้คุณรู้สึกว่า คุณคือนักเขียนบทความที่แท้จริง

shutterstock_412222573

ตรวจสอบตารางการเขียนบทความ และลงมือเขียนบทความทุกวัน

ดังนั้น! ตั้งเป้าหมายเลยครับว่าในหนึ่งวันคุณจะต้องเขียนบทความได้วันละเท่าใด 2 บท 10 บท หรือมากกว่า ตั้งเลย และจงทำ! และทำให้ได้อย่างน้อยต่อเนื่องสัก 21 วัน

ถ้าคุณสามารถทำได้ต่อเนื่องครบ 21 วัน คุณจะเริ่มรู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลง 1 อย่างในร่างกายของคุณ นั่นคือ ความมั่นใจที่มันพุ่งขึ้นจนสูงเสียดฟ้า และให้ความรู้สึกว่า คุณมีอาชีพใหม่นี้อย่างแท้จริง

อย่าหยุดแม้แต่เพียงวันเดียว หากหยุด ให้เริ่มต้นนับหนึ่งใหม่อีกครั้ง แน่นอนว่ามันค่อนข้างเจ็บปวดในตอนแรก เพราะคุณอาจต้องเริ่มต้นใหม่หลายครั้ง แต่อย่าหยุด ทำให้มันเหมือนกับการแปรงฟัน ที่ไม่ว่าอย่างไรคุณก็ไม่ลืมที่จะแปรงฟันของตนเอง ทุกวัน!

“ถ้าคุณไม่ลืมแปรงฟันทุกวัน ก็ไม่มีเหตุผลใดๆที่คุณจะไม่สามารถเขียนบทความขึ้นมาได้”

6.ตัวอย่างบทความต้องมี และมีอย่างน้อยสัก 3-4 ตัวอย่าง

เมื่อคุณเริ่มเขียนบทความได้ดีขึ้นและคล่องขึ้น จงเขียนบทความเป็นตัวอย่างขึ้นมาอย่างน้อย 4 ตัวอย่าง และทำการ convert ไฟล์ของมันออกมาเป็น Pdf ครับ ไฟล์เหล่านี้เราจะนำไปใช้ในการ ส่งเป็นตัวอย่างให้กับลูกค้าของเรา

ข้อสำคัญ

  • 6.1อย่าส่งไฟล์ word ไปเด็ดขาด เพื่อที่ว่าคุณจะได้ไม่มีปัญหาข้อพิพาทกันในตอนหลัง
  • 6.2คุณสามารถอัพโหลดไฟล์ไว้ที่เว็บไซต์ slideshare.net และส่งมันให้กับลูกค้าได้
  • 6.3ตรวจทานข้อความ และความถูกต้องให้แน่ใจเสียก่อนส่งบทความนั้นให้กับลูกค้า
slideshare-%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%9e%e0%b9%82%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b9%84%e0%b8%9f%e0%b8%a5%e0%b9%8c%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2

อัพโหลดไฟล์ตัวอย่างเขียนบทความของคุณลงที่ slideshare.net

7.เรียนรู้ที่จะพัฒนา Pattern การเขียนบทความใหม่ๆเพิ่มขึ้นมา

ถ้าคุณเขียนบทความเกี่ยวกับ “หาเงินออนไลน์”  คุณจะพบว่าบางเรื่องมันมักจะมีการเขียนแบบซ้ำๆกัน ถ้าเป็นแบบนี้ ลองถอดแบบมันออกมาให้อยู่ในรูปของ pattern ดูสิครับ มันไม่ยากมากหรอก แต่ได้ผลดีมากเสียด้วยสิ โดยเฉพาะเวลาคุณจะต้องเขียนบทความและนำมันกลับมาใช้อีกครั้ง

รูปแบบการเขียนบทความด้วย Pattern A1 ของ บก.ฮีโร่ซัง

8.หัดเขียนบทความให้ตนเองบ้าง

อย่าเอาแต่เขียนบทความขายอย่างเดียวครับ คุณควรพัฒนาและเขียนบทความให้กับตนเองด้วย บางทีคุณอาจมีทักษะในการเขียนบทความที่เติบโตมากเสียจนสามารถทำเงินให้กับลูกค้าได้อย่างมากมาย แต่ลืมนำความสามารถนั้นมาใช้กับตนเอง

นักเขียนบทความหลายคน มีความรู้สึกไม่กล้า เพราะว่าหากมาเขียนบทความให้ตนเอง มักมองไม่เห็นโอกาสในการสร้างเงิน ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้ว

shutterstock_123517663

มองหา passive income ให้กับงานเขียนบทความของตนเองเสมอๆ

IDEA แนวทางการใช้บทความต่อยอดให้กลายเป็นทรัพย์สินดิจิตอลที่มีมูลค่าอย่างที่นึกไม่ถึง

  • 1.เขียนบทความเสร็จแล้ว จากนั้นมองหา Affiliate ที่เกี่ยวข้องกับสินค้าของเราใส่เข้าไปในบทความ เพียงเท่านี้คุณก็ได้รับค่า commission มากมายแล้ว ตัวอย่าง affiliate ที่น่าสนใจ
  • 2.เขียนบทความเสร็จ และเมื่อลงเว็บไซต์แล้ว ก็เปิดให้ผู้คนมาเช่าพื้นที่บนเว็บไซต์ของตนเอง ในรูปแบบของป้ายโฆษณา Banner
  • 3.เขียนบทความเสร็จ และเมื่อลงบทความในเว็บไซต์แล้ว เปิดให้เจ้าของธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับบทความนั้นๆเช่าบทความทั้งบท ซึ่งจะช่วยให้คุณมีรายได้แบบ passive income ตลอดทั้งเดือน ทุกเดือนอีกด้วย
  • 4.เขียนบทความเสร็จ คุณสามารถขายใช้บทความดังกล่าวเป็นสะพานเชื่อมเพื่อขายสินค้า หรือบริการของตนเองได้เลย ตัวอย่างเช่นคุณเขียนบทความท่องเที่ยว คุณอาจขายที่พักของคุณไปในตัวได้เลย
  • 5.เขียนบทความสำเร็จรูปสัก 10 บท จากนั้นขายมันออกไป โดยกำหนดเป็นคีย์ให้ลูกค้าเช่น “หาเงิน” จำนวน 10 บทความเป็นต้น

พอเป็นไอเดียเพื่อการต่อยอดการเขียนบทความ และการสร้าง passive income ไปในตัวด้วยนะครับ

9.นวัตกรรมการเขียนบทความ

ข้อสุดท้ายคือ การมองหานวัตกรรมการเขียนบทความ ที่คุณอาจต้องเลือกนำมาใช้ประกอบกับการเขียนบทความด้วยเสมอ อาทิเช่น

การหาคำหลักด้วยโปรแกรม Keyword Samurai

ตัวอย่างหน้าจอโปรแกรม

โปรแกรมนี้สามารถช่วยคุณมองหา ไอเดียในการเขียนบทความ ที่มีคนอ่าน และตรงกับความต้องการของการค้นหาใน Google เพิ่มขึ้นด้วย ซึ่ง บก.ก็ใช้โปรแกรมนี้ในการออกแบบเป็นตัวบทความให้กับลูกค้า และรวมทั้งออกแบบให้กับการเขียนบทความของตนเองด้วย

เป็นอย่างไรกันบ้างครับกับเคล็ดไม่ลับ 9 ข้อ ที่คุณสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับการพัฒนางานเขียนบทความของตนเองได้ทันที และสามารถพัฒนาผลงานบทความดีๆ ออกสู่ตลาดออนไลน์ทั้งในและต่างประเทศได้อย่างแน่นอน ผู้เขียนขอเป็นกำลังใจให้ครับ

-บก.ฮีโร่ซัง-

ปั้นเงินล้าน! ด้วยทุน 300 บาทกับ Olymp trade Option พร้อมสูตรเพื่อทำกำไรบนตลาดกำไร 100%

%e0%b8%9b%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87-7-%e0%b9%82%e0%b8%81%e0%b8%87

สวัสดีครับกับเพื่อนักลงทุนในโลกออนไลน์ทุกคนครับ ในช่วงสภาวะเศรษฐกิจแบบนี้การมองหาโอกาส และช่องทางในการลงทุนเพิ่ม ถือเป็นอีกหนึ่งโอกาสในการสร้าางรายได้อย่างยั่งยืนให้กับตนเอง โดยเฉพาะการเทรดทรัพย์สินออนไลน์ อาทิเช่น ทองคำ น้ำมัน รวมถึง forex ด้วย ซึ่งนอกเหนือจากตลาดดังกล่าวแล้ว ยังมีอีกหนึ่งตลาดที่น่าสนใจ และสามารถทำเงินได้ดีเช่นเดียวกัน นั่นคือตลาด binary option ครับ

สำหรับใครที่ยังไม่เข้าใจ หรือยังไม่คุ้นเคยว่า binary option คืออะไร และสามารถทำเงินได้อย่างไร โปรดอ่านบทความการลงทุน 2 บทด้านล่างก่อน (อาจจะยาวหน่อย) จากนั้นค่อยกลับมาเรียนรู้การเทรด binary option กับ Olymp trade กันอีกครั้งนะครับ

บทความที่ 1

หารายได้ เทรด Expert Option ปั้นเงินแสน ไม่ต้องลาออกจากงานประจำ (ฉบับคัมภีร์ ยาวมากๆ)

บทความที่ 2

รีวิวลงทุนออนไลน์! กับการลงทุนระบบ binary option

สำหรับใครที่เข้าใจระบบเทรดแบบ binary option เรียบร้อยแล้ว บทความนี้พร้อมมอบโอกาสในการทำกำไรที่ดีที่สุด โดยการเลือกโบรกเกอร์เทรดที่ดี และมีคุณภาพ (ไม่ใช้ Market Maker) อย่าง Olymp trade มาเป็นเครื่องมือในการทำเงินกัน โดยก่อนอื่นผู้เขียนขอพาคุณไปทำความร้จักกับ Olymp trade ให้มากกว่านี้ก่อน

Olymp trade คืออะไร

Olymp trade คือโบรกเกอร์ชั้นนำของโลกด้านการให้บริการเทรดแบบ binary option ซึ่งมีจุดเด่นในเรื่องของระบบ support ภาษาไทย ระบบการเทรดที่ง่ายต่อการเข้าใจ และไม่มีการโกงผู้เทรด ส่งผลให้ผู้ที่ไม่ต้องการใช้กราฟที่สลับซับซ้อนเหมือน forex ก็สามารถทำกำไรได้อย่างง่ายดายและรวดเร็ว โดยอาจสามารถสร้างผลตอบแทนสูงสุดได้มากถึง 2,000% ใน 24 ชั่วโมง

olymp-13

หน้าตาของ Olymp trade ภายหลังจากที่คุณสมัครเป็นสมาชิกเข้าร่วมโบรกเกอร์แห่งนี้

สรุปจุดเด่นของ Olymp trade

  • 1.เป็นโบรกเกอร์ที่ได้รับใบรับรองการเทรดแบบ binary option อย่างถูกต้อง https://olymptrade.com/regulation
  • 2.สามารถเริ่มเทรดด้วยเงินต่ำสุดเพียง 1 เหรียญเท่านั้น
  • 3.สามารถทำกำไรต่อครั้งได้สูงสุดถึง 90% (ภายใน 1 นาที)
  • 4.มีระบบวิเคราะห์ข่าวให้คุณได้ทราบประกอบการตัดสินใจเปิดสัญญาเทรด
  • 5.ระบบฝากถอนเงิน ง่าย และมีโบนัสให้ด้วย
  • 6.รองรับภาษาไทย
  • 7.เราสามารถใช้กราฟ forex ประกอบการวิเคราะห์เพื่อเทรดกับ Olymp trade ได้ด้วย
14397452_10210583242400841_1779419299_n

เงินบางส่วนที่ผมได้รับจากการเทรด olymp trade ครับ ผมทำได้ คุณก็ทำได้!

ขั้นตอนการสมัครสมาชิกกับ Olymp trade

1.เข้าไปที่เว็บไซต์ Olymp trade

2.กรอกข้อมูลให้ครบถ้วน ตามที่ระบุในรูปภาพ

olymp-02

3.กรอกข้อมูลตามภาพ และภายหลังสมัครสมาชิก ระบบจะเข้าสู่การสอนการใช้งานในเมนูต่างๆทันที

olymp-03

หมายเหตุ คุณจำเป็นต้องมีบัตรเครดิต หรือเดบิตของ Visa หรือ Master Card หรือ Qiwi wallet, Webmoney จึงจะสามารถเทรดและทำกำไรได้ครับ

หากคุณไม่มีบัตรเครดิตจริงๆ ผมแนะนำให้คุณสมัครเป็นสมาชิกเว็บ webmoney.com และ แลกเปลี่ยนเงินเข้าระบบ ผ่านเว็บไซต์ https://www.exchangercoin.com/ ได้ครับ

อย่าลืมเลือก TRADE ON REAL ACCOUNT

olymp-16

เพื่อเทรดบัญชีจริง และทำเงินนะครับ

ขั้นตอนการใช้งาน Olymp trade แบบง่ายๆ

1.ภายหลังจากที่คุณ Log in เข้ามาในระบบ จะได้หน้าจอดังภาพข้างล่าง โดยพื้นที่กราฟนั้นจะแสดงราคาของคู่เงิน หรือทรัพย์สินปัจจุบันว่ามีราคาเท่าใด (Real time)

olymp-04

2.พื้นที่ด้านบนจะแสดงคู่เงินต่างๆ พร้อม % ผลตอบแทนที่เราจะได้รับหากเลือกเข้ามาเทรด

olymp-05

3.หลังจากเลือกคู่เงินเรียบร้อย เราสามารถมากำหนดจำนวนเงิน ต่อการเทรด 1 ครั้งได้ที่นี่ครับ

olymp-06

4.ข้อต่อมาคือการกำหนดจำนวนเวลา ก่อนปิดสัญญา ซึ่งเราสามารถเลือกได้ต่ำสุดคือ 1 นาที แต่ผมแนะนำว่าเพื่อการเทรดทำกำไรอย่างยั่งยืน ควรใช้ตัวเลข 5 นาทีขึ้นไป

olymp-07

5.ตัวเลขประมาณการผลกำไรที่คุณจะได้รับ หากการเทรดถูกต้องในแต่ละครั้ง

olymp-08

6.ปุ่มสำหรับกดเพื่อใช้ทำนายราคา ในอนาคต

olymp-09

7.เมื่อเรากดปุ่ม ขึ้น หรือลง เส้นราคาก็จะมาปรากฎบนกราฟ โดยสีเขียวคือขึ้น สีแดงคือลง

olymp-10

8.ด้านล่างตรงนี้แสดงออเดอร์ที่เราเปิดไว้

olymp-11

9.เมื่อกราฟวิ่งไปจนสุดเวลาที่เราตั้งไว้ หากคำทำนายของเรานั้นถูกต้อง เราก็จะไดรับเงินทันที!

olymp-12

หากคุณยังไม่เคยเทรด option โปรดศึกษาบทความต่อไปนี้ก่อน แต่ถ้าคุณเคยเทรด option แล้ว นี่จะเป็นบทความที่จะช่วยให้คุณอาจสร้างโอกาสในการทำกำไรบนตลาด option อย่างง่ายๆกับ Olymp trade โดยกลโกง 7 ข้อนี้ ผู้เขียนสังเคราะห์ออกมาจากประสบการณ์ในการเทรดจริง และคิดว่าคุณน่าจะสามารถทำได้เช่นเดียวกัน ลองอ่านและนำไปปรับใช้กับ Olymp trade นะครับ

1.ต้องใช้จอ 2 จอทุกครั้งในการเทรด Olymp trade

ไม่ว่าคุณจะเทรด option กับโบรกเกอร์ใดก็ตาม ไม่ว่าจะเป็น iqoption, expertoption หรือว่า Olymp Option สิ่งที่ถือเป็นกฎเหล็กประกอบการเทรดคือ คุณจะต้องเปิดโปรแกรม 2 ตัวพร้อมกันนะครับ โดยดีที่สุดคือใช้จอคอม 2 ตัวโดยเปิดโปรแกรมดังนี้

จอที่ 1 โปรแกรม Olymp trade บน PC

เราใช้โปรแกรมนี้ในการเทรด option เพื่อการทำกำไร โดยการดูสัญญาณจากจอที่ 2 ครับ

olymp-14

ให้เปิด 2 หน้าจอแบบนี้ โดยให้ olypm อยู่ด้านด้านซ้ายมือ

คำอธิบาย

  • 1.ต้องตั้งกรอบให้โปรแกรมเทรด olymp อยู่ทางด้านซ้ายมือเท่านั้น และให้ MT4 อยู่ทางขวามือ โดยทั้งสองกรอบต้องปรากฎราคาของคู่เงินนั้นๆด้วย ตัวอย่างคือ EUR/USD
  • 2.ราคาอาจมีความต่างกันเล็กน้อยใน จุดทศนิยมสองตัวท้าย ทั้งนี้มาจากการ + ค่าคอมของฝั่ง MT4 ดังนั้นไม่ต้องกังวลครับ กราฟจะแกว่งไปตามราคาปกติอย่างแน่นอน
  • 3.คุณสามารถเลือกตั้งสีของ MT 4 ได้ตามใจต้องการ ส่วนตัวผู้เขียนนั้นชอบสีขาวดำครับ
  • 4.สำคัญมาก จงตั้งกรอบเวลาให้เท่ากันเสมอ อย่างในภาพคือ 1H เท่ากัน หากคุณเทรดที่ 5 Min ก็ต้องตั้งเป็น 5 min ให้เหมือนกันทั้งคู่
  • 5.ถ้ากราฟของ olymp trade ไม่ขึ้่นเวลา 1 min 5 min 15 min ให้เลือก ให้คุณปรับกราฟของ olymp trade เป็นแบบ candle stick

จอที่ 2 โปรแกรม Meta trader 4 หรือ 5

จอนี้ให้ติดตั้ง indicator สำหรับการเทรดแบบ follow trend เท่านั้นประกอบไปด้วย

  • 1.1 Bollinger Band (นับค่าเมือเกิดกราฟแท่งเทียนทะลุ  HB หรือ LB ประมาณ 60% ของตัวแท่งนั้นๆ)
  • 1.2 EMA ค่าเฉลี่ย 23 วันแบบ Exponancial กับ EMA ค่าเฉลี่ย 13 วันแบบ Exponancial เช่นกัน (นับค่าเมื่อเส้นตัดกัน)
  • 1.3 Pinbar Detection (นับค่าเมื่อปรากฎตัว pinbar ใกล้จุดสัญญาณในข้อ 1.2)
  • 1.4 CPI V.1.5 ขึ้นไป (นับค่าเมื่อเกิดคำว่า shooting star หรือ hammer ใกล้จุดในข้อ 1.3)

การเปิดสัญญา option จะใช้จำนวน 3 ใน 4 สัญญาณที่เกิดขึ้นเท่านั้น! หากเกิดเพียง 1-2 สัญญาณ ห้ามทำการเปิด option โดยเด็ดขาด เพราะโอกาสที่เราจะเสียนั้นจะสูงกว่ามากครับ โดยเวลาที่ควรตั้งใน Olymp Option ที่เหมาะสมประกอบไปด้วย

  • 1.1 เทรดทุกๆ 1 นาที หากกราฟราย 30 นาที และ 15 นาทีใน meta trader เป็นแบบ Up trend หรือ down trend
  • 1.2 เทรดทุกๆ 1 ชั่วโมง หากกราฟราย 1 ชั่วโมง และราย 4 ชั่วโมงใน meta trader เป็นแบบ Up trend หรือ down trend

เทคนิค : ห้ามเทรดนอกกฎเหล่านี้โดยเด็ดขาด! โอกาสแพ้สูงมากครับ

olymp-15

จากรูปภาพผู้เทรดใช้

  • 1.คู่เงิน EUR/USD
  • 2.ใช้ timeframe 15 นาที
  • 3.ใช้ Indicator 2 ตัวเท่านั้นคือ pinbar dectector กับ Tempc_wonders
  • 4.เมื่อสัญญาณปรากฎพร้อมกันสองตัวในแท่งเทียนเดียวกัน ให้เราเปิดสัญญาตามสัญญาณ โดยให้มีระยะเวลาห่างกัน 5 นาที เช่น กราฟคือ 15 min ให้เราเปิดในสัญญา olymp ที่ 5 นาทีแทน (ตอนเช็คกราฟเช็คที่ 15 นาที แต่ตอนเทรด ใช้กราฟ 5 นาทีของ olymp trade)

2.แนะนำให้เทรดทองคำ หรือคู่เงิน EUR/USD เท่านั้น

จากการทดสอบการเทรด Olymp trade พบว่า การเทรดทองคำ และคู่เงิน EUR/USD สามารถทำกำไรได้ง่ายที่สุด และเราสามารถหาข้อมูลข่าวสารจาก forexfectory มาเพื่อใช้ในการเทรดได้ด้วยครับ แ่ต่หากคุณมีความถนัดในการเทรดคู่เงินอื่นๆ หรือสินแร่ตัวอื่นๆ ก็สามารถเลือกเทรดได้

แต่อย่างไรก็ตามผมแนะนำให้คุณเริ่มต้นจากการเทรด Olymp Option กับทองคำ หรือ EUR/USD ก่อนเสมอๆ

3.เทรดOlymp trade เมื่อสัญญาณ Trend Line ของ forex แสดงสัญญาณต่อไปนี้

เพื่อให้คุณสามารถทำกำไรได้โอกาสสูงสุด 100% จงจำกฎเหล่านี้เพื่อเทรดกับ Olymp trade

  • 3.1 ให้เทรดต่อเมือเราสามารถกำหนดเทรนด์ได้เท่านั้น ซึ่งจะต้องเป็น Up trend หรือ Down trend อย่างชัดเจน
  • 3.2 เทรดที่ปลอดภัยที่สุดคือ ความยาวของการถือครองสัญญาตั้งแต่ 30 นาทีขึ้นไป และถ้าคุณยังไม่ชำนาญ ห้ามทำการเทรด Olymp Option ทุกนาทีเด็ดขาด ผมบอกเลย โอกาสแพ้มากกว่าชนะมากๆ
  • 3.3 เทรดโดยใช้ Indicator ที่กำหนดไว้ตามข้อ 1 หรืออาจเลือกใช้ในตัวที่คุณเทรดอยู่แล้วบนตลาด forex ก็ได้
  • 3.4 อย่าเทรดนอกสัญญาณเด็ดขาด!

4.อย่าเทรดOlymp trade ในตลาด OTC

คำว่าตลาด OTC หมายถึงการเทรดนอกตลาดปกติ ซึ่งโดยปกติแล้วจะเกิดขึ้นในวัน เสาร -อาทิตย์ ถ้าคุณเป็นมือใหม่ ผมแนะนำให้เลี่ยงการเทรด Olymp Option ในวันดังกล่าว เพราะว่าอาจเป็นอันตรายต่อพอร์ตการลงทุนของคุณได้ แต่หากนอกเหนือจากนี้ คุณสามารถเทรดได้ตามต้องการเลยครับ

แต่สำหรับผู้เขียน การเทรด Olymp Option ในวันเสาร์ อาทิตย์ คือโอกาสที่ดีที่สุดในการทำเงิน แต่นั่นหมายถึงคุณต้องมีความชำนาญมากพอ

5.ห้ามใช้โบนัสเด็ดขาด เว้นแต่ระบบมอบให้แบบ Auto

เมื่อใดก็ตามที่ระบบ Olymp trade ร้องขอให้คุณรับโบนัส หรือว่ากรอกข้อมูลบางประการเพื่อให้คุณได้รับโบนัสเป็นเงินเข้าบัญชี ผมจะบอกคุณว่า เงินเหล่านั้นไม่ใช่เงินในบัญชีจริง และคุณห้ามนำไปเทรดโดยเด็ดขาดครับ เพราะมันจะมีปัญหาที่ยุ่งยากในตอนที่เราถอนเงินออกมา ดังนั้น! ท่องไว้โบนัสต้องไม่เอา ห้ามเอาเด็ดขาด

6.ห้ามเทรดเยอะตานะครับ ต้องมีเป้าหมายที่ชัดเจน

ทุกวัน ต้องมีเป้าหมายในการทำกำไรที่ชัดเจน เช่น ต้องการทำกำไรที่ 1,000 บาทต่อวัน หากเรามีเป้าแบบนี้เวลาเทรด Olymp trade จะทำให้เราไม่เปิดจำนวนสัญญาเทรดมากนัก และโอกาสที่เราล้างพอร์ตก็จะลดลงตามไปด้วย ตัวเลขที่ผู้เขียนคิดว่า มีความปลอดภัยมากๆ คือ 1,000-3,000 บาทต่อวัน

7.เทรด option ตัวอื่นๆไปพร้อมกัน เพื่อการทำกำไร X3

เมื่อคุณมีความชำนาญในตลาด option แล้ว ผมแนะนำว่าให้คุณมองหาการเทรด option ตัวอื่นๆด้วยอาทิ Expert Option หรือ IQ Option ซึ่งทั้งสองที่เป็นระบบ Binary Option ที่เป็นของจริงเช่นเดียวกับที่ Olymp Option ดังนั้นคุณจึงสามารถทำเงินได้มากขึ้น X3 เท่าของรายได้ที่คุณรับในแต่ละครั้งการเทรด

ลองทำดูนะครับ ง่าย! และไม่ยุ่งยากเลยครับ

สรุปแล้ว กลยุทธ์ทั้ง 7 ข้อที่ผู้เขียนเขียนขึ้นมานี้ ถือเป็นเทคนิคง่ายๆในการเทรด Olymp trade ที่คุณสามารถนำไปประยุกต์ และสามารถทำเงินได้ทันที อีกทั้งเป็นหลักการเทรด Binary Option ที่คุณสามารถนำไปประยุกต์กับการเทรดในรูปแบบอื่นๆได้อีกด้วย

คำเตือน : การเทรด binary option โดยขาดความรู้ที่ถูกต้องด้านการลงทุน อาจส่งผลให้คุณสูญเสียเงินทุนทั้งหมด และไม่ได้แปลว่าผู้เทรดจะต้องประสบความสำเร็จทุกคน

RISK WARNING: PLEASE NOTE THAT BINARY OPTION TRADING ENTAILS SUBSTANTIAL RISK OF LOSS, AND MAY NOT BE SUITABLE TO EVERYONE. TRADING COULD LEAD TO LOSS OF YOUR INVESTED CAPITAL”.