5 วิธีลงทุน hyip อย่างไรให้ได้กำไรอย่างยั่งยืน 100% (่อ่านจบนำไปใช้ได้ทันที)

ลงทุน hyipในยุคที่เราจำเป็นอย่างยิ่งต้องหาช่องทางในการหาเงินเพิ่มและลงทุน เพื่อให้เงินเก็บของเรานั้นงอกเงยมากขึ้นกว่าการฝากดอกเบี้ยในธนาคาร ดังนั้นทางเลือกหนึ่งคือการลงทุน hyip แน่นอนครับ หลายๆคนเมื่อได้ยินลงทุน hyip  แล้วอาจรู้สึกว่า ไม่น่าทำ กลัวโดนหลอก หรือกลัวสูญเงินทั้งหมด ผู้เขียนไม่ปฏิเสธว่าในวงจรของการลงทุน hyip  อาจมีสิ่งนี้เกิดขึ้นได้ (อย่างแน่นอน) แต่หากคุณลองเลือกใช้วิธี 5 วิธีลงทุน hyip อย่างที่ผมแนะนำนี้แล้ว รับรองว่าจะสามารถช่วยคุณคัดกรอง hyip และทำให้คุณสามารถจัดพอร์ตการลงทุน hyip  ที่ปลอดภัยและยั่งยืนได้แน่นอน

1.#มองหาเว็บ hyip หรือกองทุน hyip ที่มีประวัติที่ดี

วิธีแรกที่ดีที่สุดคือ การมองหาเว็บ hyip หรือกองทุน hyip ที่ดีและมีความปลอดภัยมากที่สุดก่อน ซึ่งเราจะสามารถหาเว็บเหล่านี้ได้ที่ไหนนั้น ผมขอแนะนำเว็บ hyip moniter ที่ดีๆ สักสองสามที่ตาม List ดานล่างนี้ครับ โดยคุณสามารถพิจารณาจากอันดับ 1-5 ของการจัดอันดับมาเป็นตัวเลือกในการลงทุน hyip ได้

เว็บไซต์ Monitor แนะนำ

www.allmonitors.net/top
www.allhyipmonitors.com

2.#ระยะเวลามีความสำคัญมาก

ในที่นี้ผมหมายถึงระยะเวลาในการก่อตั้งของกองทุน หรือเว็บ hyip ซึ่งโดยปกติแล้ว ตัวเลขที่ถือว่า กองทุน hyip ปลอดภัยคือจะต้องตั้งมาไม่น้อยกว่า 90 วัน หรือ 3 เดือน หากมีจำนวนวันที่ก่อตั้งต่ำกว่านี้ ถือเป็นเรื่องเสี่ยงมากๆครับ ดังนั้นเน้นๆเลยคือ ประมาณ 90 วัน แม้ว่ากองทุนนั้นจะเป็นกองทุนใหม่ก็ตาม

3.#คำนวณค่า ROI ให้ได้เสียก่อน

วิธีที่ 3 คือจงคำนวณหากค่า ROI ให้ได้เสียก่อน ค่า ROI หรือ Return Of Investment หรือ % ของดอกเบี้ยที่เราจะได้รับ โดยคิดเป็นต่อวัน ไม่ใช่ต่อเดือนนะครับ สำหรับการลงทุน hyip จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องใช้เป็นแบบต่อวัน ซึ่งโดยปกติแล้ว มักจะมีการคำนวณมาให้เสร็จสรรพ เช่นที่ amazing5 มอบดอกเบี้ยให้คุณวันละ 5% หรือการลงทุนขุดเหมือง Bitcoin ที่ Hashocean ซึ่งมอบผลตอบแทนเฉลี่ยเดือนละ 30% ซึ่งเมื่อหาร 30 วันจะตกวันละ 1% เป็นต้น

ตัวเลข ROI ที่น่าสนใจที่สุดในความคิดของผู้เขียนสำหรับการลงทุน hyip คือประมาณ 1-5% ต่อวันครับ

4.#หาจุด Break Event Point (B.E.P)

จุดคุ้มทุน หมายถึงจุดที่รายรับ (ผลกำไรของเรามากกว่าเงินลงทุน) เช่นเราลงทุนไป 1000 บาท และเมื่อถึงวันที่ … เรามีดอกเบี้ยอยู่ในบัญชีพร้อมถอน 1000 บาท หากเราไปถึงวัน … เมื่อไหร่ เราจะถือว่าวันดังกล่าวเป็น B.E.P ของการลงทุน hyip ครับ โดยปกติแล้วเราจะใช้จำนวนวัน เป็นเกณฑ์ในการประเมิน  มาดูหลักการหาวันที่การลงทุน hyip เข้าจุด B.E.P.

สูตรคำนวณหาวัน B.E.P

วัน bep

เช่น หากเว็บ A มอบดอกเบี้ยให้คุณวันละ 10% และคุณลงทุน 10,000 บาท ถามว่าต้องใช้เวลากี่วัน จึงจะถึงจุด B.E.P.
ตอบ = 10 วัน

เช่น หากกองทุน B มอบดอกเบี้ยวันละ 5% และคุณลงทุนที่ 100,000 บาท ถามว่าต้องใช้เวลากี่วัน จึงจะถึงจุด B.E.P.
ตอบ = 20วัน

หลักในการเลือกลงทุน hyip คือ พยายามเลือกลงทุน hyip ที่มีจุด B.E.P. อยู่ประมาณ 10-90 วันก่อนสำหรับผู้เริ่มต้น เพราะเป็นจุดที่ค่อนข้างปลอดภัยสำหรับผู้ลงทุน และโอกาสที่จะเจอกองทุน หรือเว็บที่ปิดตัวลงในระหว่างกรอบเวลานี้ค่อนข้างน้อยครับ

5.#นำรายได้ต่อวันเป็นตัวตั้งเพื่อคำนวณหาเงินลงทุน

ข้อสุดท้าย ให้คุณเลือกจำนวนเงินที่ต้องการต่อวันเป็นตัวตั้ง เพื่อคำนวณหาต้นทุนของการลงทุน เช่น หากกองทุน hyip A1 บอกว่าจะมอบดอกเบี้ยให้คุณที่ 5% ต่อวัน ดังนั้นสิ่งต่อมาคือการตั้งโจทย์ขึ้นมาครับว่า ต้องการเงินกี่บาทต่อวัน เช่น ต้องการเงินที่ 1,000 บาท/วัน ดังนั้น 5% = 1,000 บาท แปลว่าต้องใช้ทุนคือ 20,000 บาทในการลงทุน เป็นต้น

สูตรคำนวณหาเงินลงทุน hyip

สูตรคำนวณหาเงินลงทุน hyip

สูตรคำนวณหาเงินลงทุน hyip

ตัวอย่าง ลองคำนวณหาเงินทุนครับ

1.เว็บ A มอบดอกเบี้ยให้คุณ 10% ต่อวัน
คุณต้องการรายได้วันละ 1,000 บาท
คุณจะต้องใช้เงินลงทุนกี่บาท ตอบ…

2.กองทุน B มอบดอกเบี้ยให้คุณวันละ 3%
คุณต้องการรายได้วันละ 500 บาท
คุณต้องใช้เงินลงทุนกี่บาท ตอบ…

หากคุณสามารถตอบคำถาม 2 ข้อข้างต้นนี้ได้ เท่ากับว่าคุณมีหลักการในการคำนวณหาเงินลงทุนในการลงทุน hyip เรียบร้อยครับ

หากคุณนำวิธีลงทุน hyip ทั้ง 5 ข้อที่ผู้เขียนนำเสนอนี้ไปใช้ ผมรับรองครับว่า โอกาสที่เราจะเจอกองทุน hyip หรือเว็บไซต์ hyip ที่เปิดมาหลอกลวงนั้นเป็นเรื่องยากมาก และที่สำคัญ การลงทุน hyip  ของคุณนี้จะสามารถช่วยให้คุณมีกำไรจากตลาดได้ไม่น้อยกว่าเดือนละ 20% เลยทีเดียว แถมยังมีรายได้แบบ Passive Income ไปในตัวอีกด้วย

4 แหล่งซื้อขาย Bitcoin เมืองไทย ที่คุณต้องเป็นสมาชิก! (รีวิวละเอียดยิบๆ)

คุณกำลังมองหาแหล่งซื้อขายเงินบิตคอยน์ไหมBitcoin-wallet-guide

คุณมีเหรียญ Bitcoin หรืออื่นๆ แต่หาที่ซื้อขายไม่ได้ใช่ไหม

คุณไม่แน่ใจว่าในเมืองไทยมีตลาดซื้อขายเงินดิจิตอลใช่หรือไม่

บทความนี้จะพาคุณไปพบกับ 4 แหล่งซื้อขาย Bitcoin ในเมืองไทยที่คุณเป็นสมาชิกได้ทันที!

ปฏิเสธไม่ได้แล้วนะครับว่า สกลุเงินดิจิตอล หรือ Crypto-Currency  กำลังก้าวเข้ามามีบทบาทอย่างรุนแรงต่อโลกออนไลน์ โดยกลายมาเป็นตัวเงินที่มีการใช้ในการซื้อขายกันในโลกออนไลน์ อย่างเป็นเรื่องราวเลยทีเดียว โดยสกุลเงินดิจิตอลนั้น มีด้วยกันหลายตัว อาทิเช่น Bitcoin (บิตคอยน์), Ethereum (อีเทอร์เรียม) เป็นต้น

ผมคาดการณ์ว่าในปี 2020 จะมีการใช้เงินสกุลดิจิตอลอย่าง Bitcoin ในการทำธุรกรรมการเงินในโลกออนไลน์เป็นจำนวนมาก จนแม้แต่คุณก็ไม่อาจปฏิเสธได้ ดังนั้น ผมจึงขอใช้บทความนี้ในการนำพาคุณไปสู่แหล่งซื้อขาย Bitcoin ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ที่ที่จะช่วยให้คุณซื้อเหรียญ หรือขายเหรียญ Bitcoin กลับมาเป็นเงินไทยได้ แน่นอนว่าบางที มันอาจสร้างเงินล้านให้กับคุณเลยก็ได้!

ทำความเข้าใจ Bitcoin เสียก่อน

ในโลกออนไลน์นั้นมีสกุลเงินดิจิตอลมากมาย แต่หนึ่งในสกุลเงินที่ได้รับการยอมรับเป็นอันดับ 1 ของโลกคือ Bitcoin ผู้ก่อตั้งสกุลเงินนี้คือนาย ซาโตชิ นากาโมโตะ ชาวญี่ปุ่น โดยคาดหวังเพียงเพื่อให้มันเป็นตัวแทนในการซื้อขายของในดิจิตอล ซึ่งเงินสกุลนี้นั้น จะได้มาด้วยการขุดทรัพยาการคอมพิวเตอร์ (Mining) ผมจะไม่กล่าวถึงกระบวนการขุดนะครับ  แต่เอาเป็นว่าเมื่อขุดมาแล้วก็จะได้เป็นเหรียญ Bitcoin ขึ้นมา เช่น

0.002424 BTC

1.239432 BTC

แบบนี้เป็นต้น โดยเงินเหล่านี้นั้นจะถูกเก็บอยู่ในกระเป๋าเงินดิจิตอล (Bitcoin Wallet) ซึ่งจะเปรียบเสมือนเป็นบัญชีธนาคารออนไลน์ ก็ได้ โดยการได้มาของกระเป๋า Bitcoin นั้น สามารถทำได้ 2 วิธีดังนี้คือ

  • 1.ลงกระเป๋าบนเครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณ (แนะนำ)
  • 2.ใช้กระเป๋าที่เว็บรับซื้อขายเหรียญ Bitcoin มอบให้คุณ

ในบรรดากระเป๋า Bitcoin ทั้ง 2 แบบ ผมขอแนะนำแบบแรกจะดีที่สุดต่อคุณนะครับ เพราะหากกระเป๋าเงินหายไป คุณสามารถกู้กระเป๋าของคุณดลับคืนมาได้จากเครื่องคอมพิวเตอร์ตัวอื่นๆในโลกใบนี้ครับ กระเป๋า Bitcoin ที่ผมแนะนำคือ Electrum Wallet

หน้าตากระเป๋า Electrum Wallet

หน้าตากระเป๋า Electrum Wallet

สิ่งที่ต้องเตรียมก่อนเปิดบัญชีกระเป๋า Bitcoin

1.เตรียมบัตรประชาชนของคุณให้พร้อม

อันดับแรกเลยคือ การเตรียมบัตรประชาชนของคุณให้พร้อมก่อน ในหลายๆเว็บไซต์ มักจะมีการร้องขอให้คุณถ่ายภาพบัตรประชาชนคู่กับใบหน้าของตนเอง หรืออาจเป็นการเอาบัตรประชาชนวางบนกระดาษขาวๆ แล้วถ่ายภาพส่ง ดังนั้นคุณเตรียมบัตรประชาชนให้พร้อมเลย

2.เตรียมสำเนาทะเบียนบ้าน หรือทะเบียนบ้าน

อันดับที่สองคือสำเนาทะเบียนบ้าน บางที่อาจเรียกร้องให้คุณส่งแค่ส่วนสำเนา และบางที่อาจต้องการภาพถ่ายสำเนาทะเบียนบ้านจริง ดังนั้นเตรียมส่วนนี้ให้พร้อมเสมอ

3.เอกสารที่เกี่ยวข้องกับการเงิน

ในข้อที่สามนี้มักจะพบจากเว็บ coins.co.th หากคุณมีการถอนเป็นเงินไทยรวมมากกว่า 100,000 บาท ซึ่งอาจมีการขอเอกสารเช่น ใบรับรองเงินเดือน, Statement, หรือสำเนาหน้าบัญชีธนาคาร Book bank เพื่อใช้ในการยืนยัน ดังนั้นเตรียมไว้ให้พร้อมเสมอนะครับ หากมีการเรียกเอกสารเหล่านี้เมื่อใด ต้องสามารถจัดส่งได้ทันที

เมื่อคุณเตรียมเอกสารต่างๆพร้อมแล้วสำหรับการสมัครเปิดบัญชีกระเป๋า Bitcoin ก็ถึงเวลาเลือกกระเป๋าแล้วครับ ด้านล่างนี้คือ รายชื่อเว็บไซต์ที่ให้บริการด้านกระเป๋า Bitcoin และรับซื้อขายเหรียญ Bitcoin ด้วย คุณอาจสมัครทุกเว็บที่ผมแนะนำ หรือเลือกเว็บที่คุณต้องการเป็นพิเศษก็ได้ครับ

1.#Localbitcoins.com


ป้ายแสดงราคาซื้อขาย ณ ปัจจุบันของ Localbitcoins.com คลิกที่ป้ายหากต้องการสมัคร

อันดับที่ 1 ที่ผมต้องการรีวิวก่อนคือ Localbitcoins.com สำหรับเว็บไซต์นี้ เป็นเว็บไซต์รับแลกเหรียญ Bitcoin ทั้งซื้อและขาย โดยมี จุดเด่นที่ คุณสามารถซื้อขายเหรียญBitcoin ในราคาที่ใกล้เคียงกับราคาตลาดกลางมากๆ และลดความเสี่ยงในเรื่องของค่าธรรมเนียมแลกเปลี่ยนและอัตราแลกเปลี่ยนที่ทำให้คุณขาดทุนกำไรได้ 

ดังนั้น คุณจึงสามารถซื่อ หรือขายเงินเหล่านี้แลกกลับมาเป็นเงินบาทได้อย่างง่ายดาย! ที่สำคัญ Localbitcoins.com ได้รับการยอมรับจากผู้ซื้อและผู้ขายเหรียญ Bitcoin จากทั่วโลก ทำให้ปลอดภัยอย่างยิ่งต่อการซื้อขายเหรียญของคุณที่นี่

สรุปข้อดีของ Localbitcoins.com

  • 1.สมัครสมาชิกฟรี!
  • 2.ขั้นตอนการซื้อและขายเหรียญบิตคอยน์ทำได้ง่ายมาก และไม่โดนเก็บค่าธรรมเนียมแพงแต่อย่างใด
  • 3.มีเหรียญให้ซื้อขายมากมาย หลายกระเป๋า
  • 4.เหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับคนเทรด Forex หรือ Option

อัตราการรับซื้อขาย Bitcoin

  • รับขาย Bitcoin ไม่จำกัด
  • รับซื้อ Bitcoin ไม่จำกัด

หากคุณต้องการเป็นสมาชิก เว็บไซต์ Localbitcoins.com คลิกที่นี่ 

2.#BX.in.th

หน้าแรกเว็บ bx.in.th

หน้าแรกเว็บ bx.in.th

แหล่งที่สอง ที่เหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับการซื้อขายเหรียญ Bitcoin ในความคิดของผมคือที่ bx.in.th ที่นี่จะแตกต่างจากแหล่งซื้อขายเหรียญ Bitcoin ที่อื่นๆคือ เปิดซื้อขายในรูปแบบของกระดานหุ้น ทำให้ใครที่อาจต้องการซื้อเหรียญ Bitcoin ไปเพื่อการเก็งกำไร สามารถเลือกใช้ที่ bx.in.th ในการเก็งกำไรได้ครับ

จุดเด่นประการสำคัญของ bx.in.th ที่ผมเห็นคือ เราสามารถซื้อขายเหรียญ Bitcoin ได้ไม่จำกัดวงเงินครับ คือเรามีเท่าไหร่ สามารถใส่เต็ม Max ของเราได้เลย ซึงถือว่าเป็นข้อดีมากๆ อีกทั้งระบบความปลอดภัยที่มีมากทำให้เงินของคุณปลอดภัยทันทีเมื่ออยู่ที่นี่

สรุปข้อดีของ bx.in.th

  • 1.สมัครสมาชิกฟรี!
  • 2.การยืนยันตัวตนสามารถทำได้อย่างง่ายดายด้วย บัตรระชาชน และสำเนาทะเบียนบ้าน
  • 3.สามารถซื้อขายเหรียญ Bitcoin และสกุลเงินอื่นๆได้เหมือนกับการเทรดในตลาดหุ้น
  • 4.รับยอดเงินซื้อขายเหรียญ Bitcoin ไม่จำกัด
  • 5.ระบบมีความปลอดภัยสูง มีผู้เข้ามาทำการซื้อขาย Bitcoin เป็นจำนวนมาก
  • 6.มีบริการเทรด Option สำหรับคนที่ต้องการเทรดเพื่อทำกำไรจากตลาดสกุลเงินดิจิตอล
  • 7.รับซื้อขายเหรียญในกลุ่ม Alt coin เป็นจำนวนมาก อาทิ Litecoin, Dogecoin, Peercoin เป็นต้น

อัตราการรับซื้อขาย Bitcoin

  • รับขาย Bitcoin วันละ Unlimited ฺBTC
  • รับซื้อ Bitcoin วันละ Unlimited BTC

บทวิเคราะห์ของผมสำหรับ bx.in.th

ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่ได้รับเงิน Bitcoin จากต่างชาติมาเป็นจำนวนมาก หนึ่งคำถามที่เกิดขึ้นอย่างแน่นอนคือ คุณจะหาสถานที่ขายเหรียญ Bitcoin ที่ไหน ที่อนุญาตให้คุณ สามารถซื้อขายเหรียญได้แบบไม่จำกัด (Unlimited) แน่นอนครับว่า bx.in.th ตอบโจทย์ความต้องการตรงนี้อย่างชัดเจน อีกทั้งยังมีความปลอดภัยทุกครั้งที่ทำการซื้อขายเหรียญ Bitcoin ที่นี่ด้วย!

ต้องการเปิดบัญชีกับ Bx.in.th และทำการซื้อขายเหรียญ Bitcoin คลิกที่นี่

3.#Coins.co.th

หน้าแรกเว็บ coins.co.th

หน้าแรกเว็บ coins.co.th

หนึ่งในเว็บไซต์ที่คนไทยชอบใช้มากที่สุดในการซื้อขายเหรียญ Bitcoin ต้องเป็น coins.co.th อย่างแน่นอน ด้วยจุดเด่นที่แตกต่างจากผู้ให้บริการรายอื่นคือ ความรวดเร็วในการโอนเงิน Bitcoin ระหว่างระเป๋า และกระบวนการรับซื้อ และขายเหรียญ Bitcoin ที่รวดเร็ว ดังนั้น เว็บนี้จึงเป็นหนึ่งแหล่งคนที่ต้องการซื้อขายเหรียญ Bitcoin นิยมใช้กันมากในประเทศไทย

สรุปข้อดีของ coins.co.th

  • 1.สมัครสมาชิกฟรี!
  • 2.ความรวดเร็วในการรับส่งเงินระหว่างกระเป๋าบิตคอยน์ ทำได้รวดเร็วมากๆ
  • 3.ความปลอดภัยของเว็บอยู่ในระดับสูง
  • 4.ดำเนินการรับซื้อและขายเหรียญ Bitcoin ได้อย่างรวดเร็วและสามารถดำเนินการได้เสร็จสิ้นภายในเวลา 24 ชั่วโมง

อัตราการรับซื้อขาย Bitcoin

  • รับขายสูงสุด Bitcoin วันละ 10 ฺBTC
  • รับซื้อสูงสุด Bitcoin วันละ 10 BTC

บทวิเคราะห์ของผมสำหรับ coins.co.th

หากคุณต้องการความรวดเร็วในการซื้อขาย Bitcoin แล้ว ที่เว็บ coins.co.th น่าจะเป็นคำตอบที่ดีที่สุดสำหรับคุณ แม้ผมเองก็เลือกใช้บริการที่นี่เป็นหลัก แต่สิ่งหนึ่งที่ถือเป็นข้อจำกัดของเว็บนี้คือ ขั้นตอนการยืนยันเอกสารที่ต้องใช้หลายตัว และการ Limit bitcoin ซึ่งแน่นอนว่า หากคุณทำงาน หรือลงทุนในระบบ Hyip แล้ว อาจเจอปัญหากับทาง coins.co.th ได้ครับ

ต้องการเกิดบัญชีกับเว็บ coins.co.th และซื้อขายเหรียญ Bitcoin คลิกที่นี่

4.#Bitcoin.co.th

หน้าแรกเว็บ bitcoin.co.th

หน้าแรกเว็บ bitcoin.co.th

เว็บไซต์รับซื้อขายเหรียญ Bitcoin อีกหนึ่งเว็บไซต์ของไทย ที่ถือว่ามีอายุยาวนานคือ bitcoin.co.th ซึ่งให้บริการในการซื้อขายเหรียญ bitcoin มาอย่างยาวนาน และได้กระจายไปออกเป็นเว็บไซต์อีกแห่งหนึ่งนั่นคือ bx.in.th นั่นเอง แต่กระนั้นก็ตาม เว็บหลักคือ bitcoin.co.th ก็ยังอนุญาตให้คุณสามารถทำการซื้อขายเหรียญ Bitcoin โดยจำกัดวงเงินที่วันละ 50,000 บาท

แต่เนื่องจากระบบการซื้อขายที่ออกแบบมาอย่างง่ายๆ ส่งผลให้ผู้ใช้งานมือใหม่ ไม่ต้องยุ่งยากในการยื่นเอกสารต่างๆ เพื่อประกอบการซื้อขายเหรียญ Bitcoin แต่อย่างใด ดังนั้นเว็บไซต์นี้จึงเหมาะสมต่อสมาชิกใหม่ที่มีวงเงินในการซื้อขายเหรียญ Bitcoin ไม่มากนักครับ

ต้องการเกิดบัญชีกับเว็บ bitcoin.co.th และซื้อขายเหรียญ Bitcoin คลิกที่นี่

สรุปข้อมูลสำคัญ

ข้อมูลสำคัญ

สรุปแล้วแหล่งซื้อขายเหรียญ Bitcoin ที่ผมได้ทำการรีวิวให้นี้ถือเป็นแหล่งสำคัญ และมีความปลอดภัยสูง เหมาะสมอย่างยิ่งที่คุณจะใช้เป็นช่องทางในการแกลเปลี่ยนเหรียญ Bitcoin และทำธุรกรรมต่างๆครับ ลองใช้งานดู หรือหากพบแหล่งซื้อขายเหรียญ Bitcoin ดีๆอีก อย่าลืมนำมาแบ่งปันกันที่ช่องความเห็นด้านล่างนะครับ

 

5 เทคนิคเขียนบทความได้เงิน ภายใน 24 ชั่วโมง (ฉบับ บก.ฮีโร่ซัง)

คุณเป็นนักเขียนบทความมือใหม่ใช่ไหมwriter

คุณต้องการเรียนรู้การเขียนบทความได้เงินจริง แบบที่ถูกต้องใช่หรือไม่

คุณต้องการสร้างรายได้จากการเขียนบทความให้ยั่งยืนใช่ไหม

ถ้าอย่างนั้น อ่านและทำตามเทคนิคเขียนบทความได้เงิน 5 ข้อนี้ และคุณจะได้เงินทันทีใน 24 ชั่วโมง

สวัสดีครับ ก่อนอื่นผมต้องขอขอบคุณผู้อ่านทุกคนมาก ที่มีจดหมายมาหาผม และบอกให้ทราบว่าบทความของผมนั้นสามารถช่วยเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิต และรายได้ของเขาเพียงไร ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นเครื่องย้ำเตือนว่า การเขียนบทความได้เงิน นั้น คุณสามารถทำได้จริง! แต่เนื่องจากยังมีผู้คนอีกมากมายที่ประสงค์จะเขียนบทความให้ได้เงิน แต่อาจต้องการเติมเทคนิคบางประการลงไป เพื่อให้สามารหาเงินได้จริง

ดังนั้น บก.จึงอยากแบ่งปันเทคนิคการเขียนบทความได้เงิน โดยเป็นการทำเงินได้ภายใน 24 ชั่วโมง ถ้าคุณลองนำหลักการเหล่านี้ไปใช้อย่างจริงจัง มาดูกันครับว่าเทคนิคการเขียนบทความได้เงิน ในแบบฉบับของผมนั้นมีขั้นตอนอย่างไรบ้าง

ขั้นตอนที่ 1 เขียนบทความตัวอย่างขึ้นมาก่อน

ขั้นตอนแรกที่เราต้องลงมือทำคือ จงเขียนบทความตัวอย่างขึ้นมาก่อน บทความตัวอย่าง เราจะใช้ในการส่งให้กับลูกค้าดู เพื่อให้ลูกค้าเห็น แนวทางการเขียนบทความของเรา สำนวนภาษา การใช้คำ หลักการทาง SEO ที่บรรจุลงไปในบทความ และหลอมรวมออกมากลายเป็นบทความคุณภาพในแบบฉบับของเรา ดังนั้น หากคุณขาดสิ่งนี้ ถือว่าเป็นการเริ่มต้นเขียนบทความที่ไม่ถูกต้องครับ ลองมาดูสิ่งที่ลูกค้าต้องการเห็นจากบทความตัวอย่าง

สิ่งที่ลูกค้าต้องการเห็นในบทความตัวอย่าง มีดังนี้

  • 1.1 สำนวนภาษาที่สละสลวย ไม่ใช้คำซ้ำ คำฟุ่มเฟือย
  • 1.2 การแบ่งวรรคตอนที่สวยงาม น่าอ่าน น่านำไปใช้งาน
  • 1.3 หลักการ SEO มีการใส่ Keyword ได้อย่างถูกต้องเหมาะสม

วิธีการเขียนบทความตัวอย่าง

1.1 เลือกหัวข้อที่เป็นที่นิยมมาก่อน

ข้อแรกให้เราเลือกหัวข้อหรือหมวดที่เป็นที่นิยมในตลาดออกมาก่อน ถ้าคุณนึกไม่ออกว่าจะเลือกหมวดไหนดี อย่างนั้น บก.ขอแนะนำหมวดดังต่อไปนี้นะครับ

  • หมวดธุรกิจออนไลน์ : ขายตรง, SMEs, ธุรกิจเครือข่าย, การตลาด
  • หมวดเครื่องสำอาง : การเลือกใช้, เทรนด์การแต่งกาย
  • หมวดสุขภาพ : การดูแลสุขภาพ, แนวทางการรักษาโรค เป็นต้น

ทั้ง 3 หมวดข้างต้น มีการจ้างเขียนบทความในตลาดค่อนข้างมาก ดังนั้นจึงเหมาะสมอย่างยิ่งที่เราจะเขียนขึ้นมาเป็นตัวอย่างเสียก่อน แต่ถ้าคุณมีบทความ หรือหมวดที่ต้องการเขียนในใจอยู่แล้ว ก็สามารถเขียนได้เองเลยครับ แนวทางข้างต้นเป็นอย่างของ บก.เท่านั้น

1.2 เขียนบทความที่มีจำนวนคำแตกต่างกัน

บทความที่เขียน จะต้องมีจำนวนคำรวมที่แตกต่างกัน โดย บก.ขอแนะนำจำนวนคำที่ควรเขียนดังนี้คือ 300 คำไทย, 500 คำไทย, 750 คำไทย, 1500 คำไทย จำนวนคำที่กล่าวถึงนี้มีการจ้างงานกันมากที่สุด โดยเฉพาะขนาด 300-500 คำไทย ถ้าเราเขียนตัวอย่างคำไว้แบบนี้ จะเป็นการง่ายที่ลูกค้าจะเลือกใช้บริการเขียนบทความของเรา

1.3 เขียนบทความจำนวน 4 บทความ

จำนวนบทความที่ต้องการใช้เป็นตัวอย่าง ควรมีอย่างน้อย 4 บทความ และทำการ Convert File ให้เป็นแบบ PDF เพื่อให้ลูกค้าสามารถเปิดอ่านได้อย่างง่ายดาย บก.ไม่แนะนำให้คุณส่งเป็นไฟล์ Word ให้กับลูกค้า เพราะนั่นเท่ากับว่า ทั้งคุณและลูกค้าอาจเกิดความไม่สบายใจกันในเรื่องของ ลิขสิทธิ์ของผลงานที่อาจมีการดัดแปลงกัน

1.4 อย่านำบทความเก่าของลูกค้าคนก่อนมาเป็นตัวอย่างเด็ดขาด

ลูกค้าของคุณคงไม่สบายใจอย่างยิ่ง หากพบว่าคุณนำบทความของลูกค้าคนก่อนๆมาเป็นตัวอย่างงาน เพราะบางทีแล้ว ลูกค้าของคุณคนนั้นอาจประกอบธุรกิจแข่งขันกัน ซึ่งการเปิดเผยบทความเท่ากับว่า เป็นการเปิดเผยความลับทางธุรกิจกันเลยทีเดียว!

ขั้นตอนที่ 2 จัดทำข้อมูลไฟล์ตัวอย่างให้เรียบร้อยสวยงาม

หลังจากขั้นตอนที่ 1 เสร็จสิัน ขั้นตอนต่อมาคือ การจัดทำข้อมูลไฟล์ ให้เรียบร้อยสวยงาม บก.มักเรียกส่วนนี้ว่า การใส่หัวกระดาษ บางทีแล้ว คุณไม่จำเป็นสต้องทำขนาดนี้ก็ได้ แต่เพื่อความเป็นมืออาชีพในการเขียนบทความ คุณอาจต้องทำสิ่งนี้ ผมย่อยประเด็นที่ควรบรรจุอยู่ในหัวของบทความมีดังนี้ครับ

  • 2.1 ชื่อเรื่อง
  • 2.2 ชื่อของบทความ
  • 2.3 จำนวนคำไทยรวม
  • 2.4 จำนวน % ความหนาแน่นของ Keyword
  • 2.5 คำรับรองในการตรวจบทความของคุณ

ลองดูในภาพประกอบนะครับ นั่นคือตัวอย่างของหัวกระดาษ ที่บก.ใช้จริง และมันอาจเป็นแนวทางในการนำไปใช้งานของคุณ อีกทั้งหากคุณต้องการไฟล์ตัวอย่าง บก.ใส่ ลิ้งค์ดาวน์โหลดไฟล์ไว้ให้แล้ว ที่นี่ครับ

เขียนบทความได้เงิน

ปล.โปรดอย่าลืมใส่หัวกระดาษนี้ก่อนที่จะทำการ Convert File เป็น PDF ตามขั้นตอนที่ 1

ขั้นตอนที่ 3 หาลูกค้าของคุณ

หลังจากเราเตรียมไฟล์ตัวอย่างเรียบร้อยแล้ว ส่วนต่อไปคือการมองหาลูกค้าของคุณ ลูกค้าที่พร้อมจะทำการว่าจ้างเขียนบทความคุณ จริงๆแล้วขั้นตอนนี้ดูเป็นอะไรที่น่าจะง่าย แต่เอาเข้าใจจริงก็ยากเหมือนกัน บก.ขอนำเสนอแหล่งว่าจ้างงานต่อไปนี้ ที่คุณอาจสามารถใช้ในการเริ่มต้นหาผู้ว่าจ้างได้

ลำดับที่ ชื่อแหล่งข้อมูล ลิ้งค์เชื่อมโยง
1 ห้องค้าขาย เว็บไซต์ Thaiseoboard.com  http://goo.gl/tFo3bX
2 กลุ่มตลาดซื้อขายบทความ E-Book (ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย)  https://goo.gl/X0q4e7
3 ประกาศหาลูกค้าที่ Fruityjob.com  http://goo.gl/vwTfQS
4  ติดต่อไปยังเจ้าของธุรกิจนั้นๆ โดยตรง  None

โดยการประกาศ หรือติดต่อลูกค้านั้น ผมขอให้คุณใช้ภาษาที่สุภาพ พร้อมกับถ้อยคำในการโปรโมตที่ดี เพื่อให้ลูกค้าของคุณ ประทับใจคุณตั้งแต่แรก อันจะส่งผลให้คุณสามารถขายบทความได้ง่ายมากขึ้น หากใครยังไม่แน่ใจในการเขียนจดหมาย ด้านล่างนี้คือตัวอย่างที่คุณสามารถเอาไปประยุกต์ใช้ได้ครับ

สวัสดีครับ ผม……………………….ครับ

 

ผมเป็นนักเขียนบทความ (Content Writer) และได้ประกาศของท่านแล้ว ผมสามารถเขียนบทความตามรายละเอียดการจ้างงานของลูกค้าได้ และสามารถจัดส่งบทความได้ตรงตามเวลาที่ลูกค้าต้องการ โดยบทความที่่ผมเขียนขึ้นนั้น ผมอาศัยหลักความรู้ 3 ประการด้วยกันประกอบไปด้วย

 

1.สำนวนภาษาที่เข้าใจง่าย

2.มีการแทรกคำศัพท์ของเนื้อหาชนิดนั้นๆลงไปด้วย

3.แบ่งวรรคตอนที่สวยงาม

4.ถูกต้องตามหลักการ SEO

 

ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้มีโอกาสรับใช้งานของลูกค้าครับ และหากลูกค้าสนใจโปรดติดต่อกลับหาผมที่…………………………………..

อนึ่ง ผมมีตัวอย่างบทความจำนวน 4 บท แนบมากับการติดต่อนี้ เพื่อให้ลูกค้าพิจารณาก่อนทำการว่าจ้างครับ

ขอบพระคุณมากครับ

ชื่อ…………………………………………

บก.หวังว่าแนวทางจดหมายข้างต้นจะช่วยสร้างความประทับใจให้กับลูกค้าเขียนบทความของคุณนะครับ และอย่าลืมดัดแปลงถ้อนคำสำนวนให้ต่างออกไปบ้าง เพื่อให้ลูกค้าไม่รู้ว่าคุณ Copy แนวทางมาจาก บก.ฮีโร่ซัง ^__^

ขั้นตอนที่ 4 ส่งข้อมูลที่สำคัญให้ลูกค้า

เอาล่ะ ถ้าคุณทำตามขั้นตอนที่ บก.ได้แนะนำไปนี้ เชื่อว่าลูกค้าจะต้องประทับใจ และพร้อมที่จะว่าจ้างคุณในการเขียนบทความได้เงิน อย่างแน่นอน แต่ผมอยากนำเสนอข้อมูลตรงนี้ก่อนนั่นคือ คุณจะต้องมีข้อมูลสำคัญเหล่านี้เสมอ พร้อมที่จะส่งให้ลูกค้า หากลูกค้าของคุณต้องการ

  • 1.ความรู้เกี่ยวกับการทำ SEO Onpage ที่ถูกต้อง
  • 2.ความรู้เกี่ยวกับการเขียนบทความในรูปแบบ Pattern A1
  • 3.ความรู้ในเรื่องที่เขียน

โดยเฉพาะในข้อที่ 3 คุณต้องมีนะครับ อย่าเขียนบทความโดยที่คุณนั้นไม่รู้เลยว่า บทความนั้นเกี่ยวข้องกับเรื่องอะไร มันทำให้ลูกค้าของคุณเสียหายมากๆ  และที่สำคัญคือ บทความนั้นจะด้อยคุณภาพลงทันที! หากใครต้องการเติมความรู้ในข้อที่ 1,2 ในการเขียนบทความ สามารถใช้ความรู้จากหนังสือเล่มนี้ได้ครับ คลิกที่นี่

ขั้นตอนที่ 5 ดำเนินการจัดทำ และส่งบทความพร้อมทั้งขอข้อมูล Feedback ด้วย

ภายหลังจากที่จัดส่งบทความไปแล้ว อย่าลืมขอข้อมูล การเขียนบทความของคุณด้วยนะครับว่า ลูกค้ามีความรู้สึกอย่างไร หากบทความของคุณนั้นดี จะเป็นอะไรที่เป็นประโยชน์มาก และคุณสามารถ Copy บทความนั้นๆนำไปใช้ในการอ้างอิงให้กับลูกค้าคนอืนได้ครับ (เป็นการเพิ่มความมั่นใจให้ลูกค้าคนอื่นๆมากยิ่งขึ้น)

5 ขั้นตอนที่คุณได้อ่านไปนั้น เป็นขั้นตอนที่ผมใช้ในการว่าจ้างงานเขียนบทความกับลูกค้าจริง และหากคุณนำขั้นตอนนี้ไปใช้อย่างจริงจัง เชื่อ บก.ครับ คุณสามารถทำเงินได้ภายในเวลา 24 ชั่วโมงอย่างแน่นอน ดังนั้น อย่ารอช้า! ลงมือทำเสียตั้งแต่ตอนนี้เพื่อลูกค้ารายแรก และรายต่อๆไปของคุณในวันพรุ่งนี้เลย

อนึ่ง หากคุณยังต้องการเรียนรู้วิธีการเขียนบทความให้เหมือนกับของ บก.ฮีโร่ซัง บก.ขอแนะนำหนังสือ E-Book ใครๆก็เขียนได้ ซึ่งบก.ได้ถ่ายทอดเทคนิค ในการเขียนบทความได้เงิน ในแบบมืออาชีพ และทำให้เราสามารถเริ่มต้นเขียนบทความได้ตรงใจตลาดทันที เพียงเล่มละ 390 บาทเท่านั้น หากใครสนใจ สามารถคลิกสั่งซื้อได้ ที่นี่

ขอให้ประสบความสำเร็จในเส้นทางการเขียนบทความได้เงิน ภายใน 24 ชั่วโมงนะครับ และอย่าลืมมาบอกเล่าความสำเร็จในนี้ให้ บก.ได้ชื่นชมผ่านทางอีเมล์ articleheros@gmail.com กันด้วยนะครับ

 

เปิด 10 วิธีสร้าง Passive income 2016

คำว่า Passive income มีความหมายแบบง่ายๆ คือ การลงมือสร้างแหล่งรายได้ สร้างเครื่องมือผลิตเงิน ที่สามารถสร้างรายได้ให้กระเป๋าของเรา ได้ด้วยตัวของมันเอง โดยที่เราไม่ต้องทำอะไร แม้เราจะป่วยนอนอยู่ที่โรงพยาบาล หรือไปเที่ยวรอบโลกอยู่ มันก็จะไม่หยุดสร้างรายได้ให้กับเรา อย่างนี้เรียก รายได้แบบ Passive income ดังนั้นวันนี้ ขอนำเสนอ วิธีสร้างรายได้แบบ Passive income ทั้งแบบออนไลน์ และไม่ออนไลน์ อย่างง่ายๆ ที่เราเองก็สามารถทำได้ ดังนี้

ช้าก่อน! อย่าลืมสร้างรายได้แบบ Passive Income กับ IQoption อ่านวิธีทำด้านล่างเลย!

รีวิวลงทุนออนไลน์! กับการลงทุนระบบ binary option

1.Passive income จาก Affiliate

การสร้างรายได้แบบ Passive income จากการทำ Affiliate นั้น ถือได้ว่าเป็นที่นิยมกันมาก ในโลกออนไลน์ เพราะเป็นการขายสินค้า ที่เราไม่ต้องทำอะไรเลย ไม่ต้องผลิตสินค้า ไม่ต้องจัดส่งสินค้า สิ่งเดียวที่เราทำคือ ให้ลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย สนใจซื้อสินค้าชนิดนั้นๆ คลิกซื้อสินค้า ผ่านจากลิ้งที่เราได้รับมา จากเจ้าของสินค้า เมื่อลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย ทำการสั่งซื้อสินค้า เราก็จะได้รับเงินที่เป็นส่วนแบ่ง ส่วนการได้ส่วนแบ่ง มากหรือน้อยนั้นขึ้นอยู่กับสินค้าแต่ละชนิด แต่ละราคา

วิธีการนี้ง่ายมาก เราไม่จำเป็นต้องมีความรู้อะไรมากมาย(หาเอาใหม่ทีหลังได้) เพียงแค่คุณสร้างบล็อกขึ้นมาสักบล็อก เอาที่ฟรีอย่าง บล็อกเกอร์ หรือเวิร์ดเพรส ก็ได้ ง่ายดี ใช้เวลาในการสร้างไม่นาน ส่วนใครที่พอมีความรู้บ้างอยากจะสร้างเว็บไซต์แทนก็ได้

จากนั้นทำการเผยแพร่บทความที่ดี มีประโยชน์ และมีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับสินค้า ที่เราจะนำมาขาย หรือทำ Affiliate ต่อไปก็ทำการตลาด ให้บล็อกของเรา ให้เป็นที่นิยม เรื่องนี้ไม่ต้องห่วง หากคุณขยันอัปบทความที่มีประโยชน์ต่อคนอ่าน ตรงกลุ่มเป้าหมาย และอัปบทความบ่อยๆ

ย่อมมีคนเข้ามาอ่านเนื้อหาภายในบล็อก ของคุณทุกวัน อย่างแน่นอน หรือถ้าเราพอจะมีเวลาอยู่บ้าง ก็ทำการ

โปรโมทบล็อกของเรา ไปตามแหล่งชุมชนโซเชียลต่างๆ ได้ยิ่งดี รวมทั้งการทำ SEO ให้กลับบล็อกของเรา

ต่อไปเราก็ไปสมัครสมาชิก เพื่อของทำ Affiliate กับเว็บไซต์ที่เราต้องการ เราจะได้ลิ้งเพื่อนำมาโปรโมทขายสินค้า นำลิ้งสินค้า พร้อมรูปภาพ นำมาโพสเผยแพร่ ลงในบล็อกของเรา พร้อมๆ กับเขียนรีวิวสินค้า(เขียนแนะนำ และเชียร์ให้ซื้อ) เมื่อลูกค้าเข้ามาอ่านบทความ ในบล็อกของเรา เกิดความสนใจคลิกดูสินค้า และทำการสั่งซื้อสินค้า เราก็จะได้เงินที่เป็นส่วนแบ่ง

ต่อมาให้คุณเขียนบทความ หรือจ้างเขียนบทความก็ได้ นำมาลงไว้ในบล็อก และกำหนดเวลาโพสไว้ ให้บล็อกของคุณโพสเอง เพียงเท่านี้คุณก็ไม่จำเป็น ต้องเข้าไปดูแลเว็บเลยก็ได้ ปล่อยให้มันทำงานของมันเอง สร้างรายได้แบบ Passive income ต่อไปเรื่อยๆ

คุณต้องการรายได้มากมายแค่ไหน เมื่อคุณมีความรู้แล้ว เก่งแล้ว คุณสามารถสร้างบล็อกขึ้นอีกกี่บล็อกก็ได้ จะเป็น 10 บล็อก 100 บล็อก คุณก็สามารถทำได้ สร้าง Passive income ที่ทำเงินมหาศาลได้

หลักการของ Passive income คือ การสร้างระบบที่สามารถทำเงินไหลเข้ากระเป๋าของเราได้ โดยเอาตัวเองออกจากระบบ แต่ความเป็นจริงแล้ว คุณไม่จำเป็นต้องยึดหลักการของ Passive income มากนักก็ได้ ในบางครั้งคุณก็เข้าไปดูแลระบบบ้างก็ได้

2.Passive income จากกลุ่มสมาชิก

ถ้าเราต้องการมี Passive income จากค่าสมัครของสมาชิก หรือค่าดูแลรายปี เราต้องสร้างกลุ่ม สร้างระบบ ที่มีประโยชน์ต่อลูก ยกตัวอย่างเพื่อให้เห็นภาพง่ายที่สุด เช่น สร้างเว็บไซต์ห้องสมุดออนไลน์ ที่สมาชิกในกลุ่มสามารถอ่านฟรีได้ตลอดทั้งปี ขึ้นมาสักเว็บ แต่การจะเข้าไปอ่านได้นั้น คนที่ไม่สมัครสมาชิกพร้อมการจ่ายเงินค่าสมัคร จะไม่สามารถเปิดอ่านหนังสือได้

อาจจะทำเป็นค่าธรรมเนียมในการดูแลรักษาปีละ 500 บาทก็ได้ หากมีสมาชิก 20,000 คน(คนไทยมากว่า 60 ล้านคน คุณต้องลงทุนให้คนเรานี้มาสนใจใช้บริการเว็บไซต์ของคุณ) เราจะได้เงินทุกปีแบบ Passive income อยู่ที่ปีละ 10,000,000 บาท

นำเงินส่วนหนึ่ง ไปจ้างเว็บมาสเตอร์มาดูแลระบบ พัฒนาระบบ และจัดซื้อหนังสือ E-book เข้าสู่ระบบ พร้อมๆ กับรวมๆ หนังสืออ่านฟรี ทั่วโลกมาไว้ให้คนอ่าน เพียงเท่านี้ คนก็สามารถมีรายได้แบบ Passive income จากค่าสมาชิกแล้ว

ตัวอย่างที่พูดมานี้ มันอาจจะยากไป งันเอาอีกสักตัวอย่าง เอาแบบง่ายๆ ใช้พื้นที่ของกลุ่มเฟสบุ๊กเป็นไง สร้างง่ายดี และเชื่อว่าเราทุกคนทำได้ วิธีการเช่น สร้างกลุ่มที่เป็นพื้นที่ในการโพสหางาน สำหรับฟรีแลนซ์ โพสจ้างงานสำหรับนายจ้าง

โดยในขั้นเริ่มแรกคุณต้องทำทุกอย่างให้ฟรีหมด ทำกลุ่มนี้ให้เป็นที่นิยม ให้เป็นพื้นที่ ที่ทุกคนต้องใช้ประโยชน์ เมื่อเป็นที่นิยมแล้ว เราสามารถจัดระเบียบของกลุ่มได้ โดยการขึ้นทะเบียนคนทำอาชีพฟรีแลนซ์ การันตีว่ามีฝีมือ มีความรับผิดชอบ ส่งงานตรงต่อเวลา เพื่อให้นายจ้างสามารถมั่นใจได้ และเลือกฟรีแลนซ์จากคนที่ขึ้นทะเบียน เป็นต้น

หรือ เราจะเป็นคนกลางหางานมาแจกจ่ายให้คนทำฟรีแลนซ์ในกลุ่ม โดยถ้าใครอยากได้งาน อยากมีเงินใช้ อยากเข้าร่วมกลุ่ม ต้องจ่ายค่าลงทะเบียนก่อน ถึงจะอนุมัติเข้าร่วมกลุ่ม

อีกวิธีหนึ่ง คือการขายเพื่อที่โฆษณาของกลุ่ม เช่น พื้นที่ปักหมุด หน้าปกของกลุ่มเป็นต้น เมื่อกลุ่มที่เราดูแลเป็นที่นิยมเราสามารถทำเช่นนี้ได้ โดยปล่อยให้เช่าพื้นที่ปักหมุด คิดเป็นรายเดือนหรือหลายปีก็ได้ เช่น เดือนละ 500 บาท ขอยกตัวอย่างกลุ่มลักษณะนี้ที่เราเห็นกันมากที่สุด คือกลุ่มลงประกาศขายสินค้าฟรี โดยเจ้าของกลุ่มจะให้ลงประกาศหรือโพสขายสินค้าได้ฟรีอย่างอิสระ เมื่อมีสมาชิกมากขึ้น ก็จะทำการขายพื้นที่ปักมุกโพส เดือนละ 100-500 บาท ตามแต่จำหน่วยของสมาชิกในกลุ่ม ยิ่งสมาชิกในกลุ่มมากยิ่งขายแพงๆ ได้

สมมุติเราสร้างกลุ่มลงประกาศฟรีขึ้นมาและขายพื้นที่โฆษณา เดือนละ 500 บาท สร้างขึ้นมา 100 กลุ่ม เราจะมีรายได้ต่อเดือนอยู่ที่ 50,000 บาท ตกปีละ 600,000 บาท เอาเงินส่วนนี้ไปจ้างผู้ดูแลกลุ่ม สัก 2 คน ให้ดูแลคนละ 50 กลุ่ม แล้วคุณก็อยู่นิ่งๆ รอรับเงินแบบ Passive income ทุกๆ เดือน(วิธีนี้ไม่ค่อยจะแน่นอนหรือยั่งยืนเท่าไหร่ แนะนำว่าเราลองทำเองสักกลุ่มสองกลุ่มก่อน)

3.Passive income ขาย E-book

คุณสามารถสร้างรายได้แบบ Passive income ออนไลน์ ด้วยการสร้าง E-book ขึ้นมา และนำไปขายในเว็บไซต์ที่ให้บริการ วิธีนี้คุณจะมี Passive income จากสุดขายของหนังสือ E-book ของคุณ สมมุติ คุณขายเล่มละ 520 บาท ตลอดทั้งปีขายได้ 10,000 เล่ม คุณจะมีรายได้ในปีนั้นประมาณ 5,200,000 บาท

คนไทยมีทั้งมากกว่า 60 ล้านคน เราก็ไปวางแผนทำการตลาด ว่าจะทำยังไงให้ขายได้ ขายดี หรือไม่คุณก็วางขายแล้วก็จบ ปล่อยให้มันทำรายได้แบบ Passive income ไปเรื่อยๆ ตามความต้องการของตลาด(ถ้าเล่มเดียวมันขายได้น้อย เราก็ทำสัก 100 เล่ม)

พูดมันง่าย ใครจะไปทำ E-book เป็น เรื่องนี้ง่ายมาก ไม่มีใครเขาทำเป็นตั้งแต่เกิด ทุกคนโตมา เรียนรู้ ลงมือทำ จึงทำเป็น เราก็ทำได้ ขอเพียงสละเวลาเล่นเฟสบุ๊ก ดูยูทูป หรือดูทีวี เล่นเกม เอาเวลาเหล่านั้นมาลงทุนในการหาความรู้ หาวิธีทำเงิน ทำรายได้ แบบ Passive income จากการขายหนังสือ E-book ศึกษาดูว่าเขาทำยังไง มีจำนวนหน้ากี่หน้า ตั้งราคายังไง

จริงๆ วิธีทำง่ายมาก เราทุกคนน่าจะเคยเขียนรายงานส่งคุณครู หรือเขียนเรียงความส่งคุณครูมาแล้ว รวมทั้งการเขียนเพื่อโพสเฟสบุ๊ก ด้วย ลักษณะใกล้เคียงกันมาก หรือจะทำเหมือนรายงานเลยก็ได้ มีปกหน้า ปกหลัง คำนำ สารบัญ เนื้อหาบทที่ 1 บทที่ 2 บทที่ 3 บทที่ 4 บทส่งท้าย (รวมทั้ง เอกสารอ้างอิงถ้ามี)

จากนั้นบันทึกไฟล์ เป็นแบบ PDF เท่านี้เราก็ได้หนังสือ E-book มาแล้วหนึ่งเล่ม พร้อมที่จะนำไปวางขายตามเว็บไซต์ที่ให้บริการ หรือขายเอง ผ่านโซเชียลต่างๆ เชื่อว่าถ้าเราลงมือเรียนรู้จริงๆ จะรู้เรื่องราวเทคนิคต่างๆ อีกมากมาย ในการทำหนังสือ E-book ที่ง่ายและเร็วขึ้น

แนวทางการเขียน E-Book เพื่อสร้าง passive income

10 ขั้นตอนหาเงินล้าน! จากการขาย ebook (แบบทำได้จริง!!)

4.Passive income จากสปอนเซอร์

ถ้าให้พูดตามตรง ตามความเป็นจริง เรื่องของ Passive income จากสปอนเซอร์ผู้สนับสนุนนั้น ต้องบอกอย่างนี้ รายได้เยอะมาก ยิ่งถ้าเราทำเว็บไซต์ที่สามารถรวบรวมผู้ชมที่เป็นกลุ่มเป้าหมายของสินค้าหรือสปอนเซอร์นั้นๆ ได้ในจำนวนมากรายได้จากการสนับสนุนโดยสปอนเซอร์จะยิ่งเยอะตามไปด้วย

แต่เราต้องดูแลสปอนเซอร์ได้ และรับการสนับสนุนจากสปอนเซอร์ในจำนวนที่เราสามารถดูแลได้ เช่น มีสปอนเซอร์ขอมาสนับสนุน 100 ราย ถ้าเรารับหมด อย่างนี้เราดูแลไม่ได้ ต้องรับเท่าที่เราสามารถดูแลจัดการได้ ไม่งันเราจะมีปัญหากับสปอนเซอร์ที่สนับสนุนเราตามมา

ข้อความระวัง การมีรายได้แบบ Passive income จากการขอสปอนเซอร์ ต้องถือว่าเป็น Passive income ที่ไม่แน่นอน และต้องเอาใจใส่ดูแลมากพอสมควร การจัดการค่อนข้างเป็นระบบ เป็นขั้น เป็นตอน ดังนั้นเราต้องวางแผนให้ระบบเป็นอย่างดี มีการจ้างผู้ดูแลที่มีประสบการณ์ เชื่อถือ และมั่นใจได้ ก่อนที่เราจะเอาตัวเองออกจากระบบ และบ่อยให้ระบบมันผลิตเงินให้เรา

5.Passive income จาก MLM

MLM มีลักษณะเป็นธุรกิจที่มีการตลาดแบบหลายชั้น ดูแลกันเหมือนพี่น้อง ที่ร่วมอุดมการณ์ มุ่งไปสู่ความสำเร็จด้วยกัน มีแผนธุรกิจที่สามารถสร้างรายได้แบบ Passive income ที่ชัดเจน ธุรกิจประเภท MLM ถ้าเรามุ่งมั่น ทุ่มเท พยายาม สู้ไม่ถอย และไม่ยอมแพ้ เรามีโอกาสประสบความสำเร็จ มีรายได้แบบ Passive income อย่างแน่นอน เพราะมีหลายคนได้ลงมือทำ และพิสูจน์มาแล้ว

แต่การทำธุรกิจ MLM ต้องอาศัย ความอดทน ความพยายาม อยู่นานหลายปีพอสมควร ดังนั้นเราต้องคิดให้ดี ก่อนที่จะโดนเอาไปร่วมวง ตามหัวใจตัวเองว่าชอบไหม ถ้าชอบก็ไปต่อ ไปให้ถึงฝัน ไปให้โลกจดจำ ว่าเราคือหนึ่งคนที่มีรายได้แบบ Passive income

6.Passive income จากเว็บไซต์ขายโฆษณา

เราสามารถหารายได้แบบ Passive income จากการขายพื้นที่โฆษณาในเว็บไซต์ได้ เรื่องนี้เป็นเรื่องจริงที่สามารถทำเงินได้หลายหมื่นบาทต่อเดือน หรือเป็นแสนบาทต่อเดือน เพียงแค่เราทำเว็บไซต์ที่มีเนื้อหาดีๆ โดนๆ ทำให้ผู้ชมติดตามเรา แวะเข้ามาเยี่ยมชมเว็บไซต์เราทุกวัน

รับรองได้เลยว่าเราไม่ต้องไปประกาศขายโฆษณา กลับกันโฆษณาจะวิ่งเข้ามาหาเราเอง สุดท้ายเราก็จะมีรายได้แบบ Passive income จากการขายพื้นที่โฆษณาในเว็บไซต์แบบเดือนต่อเดือน

7.Passive income จากดอกเบี้ยออนไลน์

รายได้จาก Passive income ในรูปแบบนี้ ถ้าให้พูดตามตรง คือ การปล่อยกูยืมเงินนั้นเอง มีรายได้เพิ่มขึ้นจากเงินต้นที่ออกดอกเบี้ยทุกๆ เดือน อย่างต่อเนื่อง เป็นช่องทางที่หลายคนนิยมมาก เพราะเป็นวิธีการใช้เงินต่อเงินแบบง่ายๆ แต่ได้กำไรเยอะ

Passive income ในช่องทางนี้ไม่ขอแนะนำ เพราะเป็น Passive income ที่ค่อนข้างจะมีแต่ปัญหาเข้ามาทุกๆ วัน หากเราไม่สามารถจัดการกับปัญหา และอุปสรรค์ต่างๆ นั้นได้ เราอาจเกิดความเครียดสะสมในร่างกายได้ จึงไม่มีต่อสุขภาพจิต และสุขภาพร่างกาย

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ขึ้นอยู่กับเราว่าเรามั่นใจในการจัดการทุกอย่าง ให้เป็นระบบได้หรือไม่ หรือเป็นแค่การให้เพื่อนๆ ยืมเงินเฉยๆ ไม่ว่าจะยังไง เราต้องเป็นคนตัดสินใจเองว่าควรให้ยืมหรือไม่ อย่างให้ใครมาบอกเรา หรือตัดสินใจแทนเอาในเรื่องเงินเด็ดขาด เพราะมันจะทำให้เงินของเราจนอยู่อย่างนั้น กว่าจะได้คืนมันต้องใช้เวลานานมาก

แนวทางการสร้าง Passive Income โดยใช้หลักดอกเบี้ยออนไลน์

รีวิวลงทุนหุ้นออนไลน์ Merchant shares ดอกเบี้ย 10-30% ต่อเดือน (Step by Step)

8.Passive income กำไรจากกิจการ

สั้นๆ ง่ายๆ เราสร้างกิจการขึ้นมาหนึ่งอย่าง จัดการให้ทุกอย่างเป็นระบบ มีพนักงานดูแลจัดการอย่างมั่นใจ แม้เราไม่ทำงาน พนักงานก็จัดการเองได้ สรุปคือ ตัวเราเองไม่ได้อยู่ในระบบของกิจการ ขาดเราไป กิจการก็เดินต่อได้ ดังนั้นรายได้ หรือกำไรจากกิจการในลักษณะอย่างนี้ จึงถือว่าเป็นรายได้แบบ Passive income เพราะแม้ว่าเราจะป่วย หรือไปเที่ยว รายได้จากตรงนี้ก็วิ่งเข้ากระเป๋าของเราอยู่ดี

ในทางกลับกัน หากในระบบของกิจการ ไม่สามารถขาดเราได้ ต้องมีเราดูแล ต้องมีเราเข้าไปจัดการ เพื่อให้กิจการมันเตอบโต เคลื่อนไปข้างหน้า รายได้ หรือกำไร จากกิจการจึงไม่ถือว่าเป็น Passive income

9.Passive income จากค่าเช่า

รายได้จากค่าเช่าถือเป็น Passive income ที่ดี อีกช่องทางหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นค่าเช่าจาก การปล่อยเช่าที่ดิน ปล่อยเช่าบ้าน คอนโด อพาร์ทเมนท์ รถยนต์ มือถือ ตูเย็น พัดลม รองเท้า เสื้อผ้า  ยานอวกาศ

ถือเป็น Passive income ที่ได้รับความนิยมมาตั้งแต่สมัยก่อน เป็นรูปแบบที่ทำเงินได้ดี อย่างต่อเนื่อง หรือเป็นธุรกิจให้เช่าก็ได้ แต่มีข้อแม้ว่า เราต้องทำทุกอย่างให้เป็นระบบ จากนั้นจ้างคนมาดูแลระบบ เพื่อที่จะให้ตัวเราเองออกจากระบบ เพราะถ้าเราทำเองทุกอย่าง มันจะไม่เรียกว่า Passive income แต่กลับกันมันจะกลายเป็นรายได้แบบ Active Income แทน

10.Passive income จากเงินปันผล

รายได้จากเงินปันผลนั้น ถือเป็น Passive income ที่ดีมากเหมือนกัน เงินปันผลเกิดจากการลงทุนของเรา ไม่ว่าจะเป็นการร่วมทุน รวมเป็นหุ้นส่วน ในการทำธุรกิจ การซื้อหุ้น หรืออื่นๆ ทั้งหลายเหล่านี้ล้วนแล้วสามารถออกดอกออกผลเป็นเงินปันผลให้เราได้ ตลอดในระยะเวลานาน

แนวทางลงทุนในกำลังขุด Bitcoin และรับปันผลทุกวัน

ขุดแล้วรวย! ลงทุนขุด bitcoin กับเหมืองที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย hashbx

รายได้แบบ Passive income

เรื่องของรายได้แบบ Passive income นั้น กว่าเราจะได้รายได้ลักษณะนี้มา ต้องบอกว่ามันไม่ง่าย แต่มันก็ไม่ได้ยากเกินไปกว่ามนุษย์อย่างเรา เพียงแต่การจะได้รายได้แบบ Passive income นั้น ในระยะเริ่มต้องเราต้องเหนื่อยแบบ Active Income ให้มากๆ ก่อน จากนั้นค่อยเปลี่ยน  Active Income มาเป็น Passive income

รีวิวหนังสือ “ใครๆก็เขียนได้” บก.ฮีโร่ซัง

ก่อนอื่นเลยผมต้องขอแนะนำตัวก่อนนะครับ ผมมีงานประจำทำอยู่ครับ แต่ชื่นชอบการเขียนไม่น้อยเลยครับ ผมได้อ่านหนังสือ “ใครๆก็เขียนได้” ผมคิดว่าผมโชคดีครับที่ได้อ่านหนังสือเล่มนี้  เพราะหนังสือที่ บก.ฮีโรซังได้เขียนขึ้นมานั้นทำให้ผมมีแนวทางการสร้างรายได้จากการเขียนที่ผมชอบ หนังสือเล่มนี้ผมคิดว่าเป็นไปตามชื่อหนังสือเลยครับ  “ใครๆก็เขียนได้” ใครที่ชื่นชอบการเขียนอยู่แล้ว ถ้าคุณได้เข้ามาอ่านหนังสือเล่มนี้คุณจะได้แนวคิดการสร้างรายได้แบบผมแน่นอนครับ  แต่สำหรับคนที่คิดว่าไม่ถนัดงานเขียนหรือเขียนไม่เป็น  ผมคิดว่าสิ่งที่บก.ฮีโร่ซังได้บรรจงเขียนในหนังสือเล่มนี้นั้นจะช่วยให้คุณเขียนได้และสร้างรายได้แบบผมได้เช่นกันครับ ภายในหนังสือเล่มนี้สร้างแนวทางและความประทับใจอะไรให้ผมบ้าง ไปดูกันเลยครับ

แรงบันดาลใจ

บก.ฮีโร่ซัง ได้พูดถึงจุดเริ่มต้นของการทำงานเขียนได้น่าประทับใจและสร้างแรงบันดาลใจได้เป็นอย่างดีเลยครับ สำหรับคุณที่คิดว่าชีวิตนี้ถึงทางตันไม่มีหนทางที่จะเดินต่อ  ตกงาน  รายได้น้อย หาเงินไม่ได้  เป็นหนี้สิ้น  ผมคิดว่าถ้าคุณนั้นได้อ่านหนังสือ “ใครๆก็เขียนได้”  คุณจะร้อง เฮ้ย! นี่ไงงาน นี่ไงเงิน  คุณจะโชคดีแบบผมครับ ตอนนี้ถึงแม้รายได้การเขียนของผมยังไม่ได้มากแต่ผมพอใจมากๆครับ  เพราะผมเห็นแนวทางที่จะสร้างรายได้จากการเขียนมากกว่าที่ผมได้อยู่ครับ

เขียนบทความแบบมืออาชีพ

ผมชอบการเขียนครับ  แต่ผมนั้นไม่เคยรู้ว่าการเขียนแบบไหนที่จะสร้างรายได้ให้กับผม  ภายในหนังสือ “ใครๆก็เขียนได้” บก.ฮีโร่ซังได้ให้แนวทางการเขียนบทความแบบมืออาชีพให้กับผมครับ  สำหรับผู้ที่ไม่ถนัดงานเขียนหรือเขียนไม่ได้  ถ้าคุณมีความตั้งใจที่อยากจะเป็นนักเขียนบทความมืออาชีพและสร้างรายได้กับงานเขียน บก.ฮีโร่ซังได้บอกแนวทางการเขียนบทความไว้ในหนังสือเล่มนี้แล้ว เริ่มต้นงานเขียนคุณต้องทำอะไร รูปแบบการเขียนเป็นยังไง บอกถึงการเขียนบทความให้ถูกหลักSEOเพื่อรองรับความต้องการของตลาดเว็บไซด์ ที่สำคัญ บก.ฮีโร่ซัง ไม่ลืมบอกถึงรายได้ที่คุณจะได้รับจากการเขียนบทความ ซึ่งผมเชื่อว่าทุกคนคงอยากรู้ และยังมีอีกหลายสิ่งที่คุณสามารถเรียนรู้ได้ ผมเชื่อว่าหนังสือเล่มนี้สามารถทำให้คุณเขียนบทความแบบมืออาชีพได้ครับ  มาเรียนรู้และสร้างรายได้ไปพร้อมๆกับผมนะครับ

การหาลูกค้าและรักษาลูกค้า

วิธีการสร้างรายได้จากการเขียนบทความนั้น ที่มาของรายได้ก็คือลูกค้า  ในหนังสือ “ใครๆก็เขียนได้” บก.ฮีโร่ซัง ได้บอกไว้ด้วยว่าลูกค้าที่จะมารับซื้อบทความของเราคือใคร  นอกจากนี้ยังบอกถึงวิธีการหาลูกค้า เทคนิคอะไรที่จะสร้างความประทับใจและมัดใจลูกค้าให้จ้างงานเขียนของเราต่อ  รวมถึงวิธีการอะไรที่จะรักษาลูกค้าไม่ให้เราเสียลูกค้าไป ทั้งหมดนี้ บก.ฮีโร่ซังได้เขียนไว้ในหนังสือเล่มนี้อย่างละเอียดครับ

 ความประทับใจ

สำหรับหนังสือ “ใครๆก็เขียนได้” ที่เขียนโดย บก.ฮีโร่ซังนั้น  มีจุดประทับใจที่ผมชอบพิเศษเป็นการส่วนตัวหลายข้อครับ     •  สำนวนการเขียนที่เข้าใจง่าย  การที่ผมนั้นสามารถเข้าได้ถึงทุกถ้อยคำที่ บก.ฮีโร่ซังได้ถ่ายทอดออกมาเป็น           หนังสือเล่มนี้  ในสำนวนการเขียนแบบนี้ผมเชื่อว่าถ้าใครได้อ่านความเข้าใจจะเกิดขึ้นกับคุณแน่นอน  ถ้าเรา   เข้าใจในสิ่งที่ บก.ฮีโร่ซังได้ถ่ายทอดออกมา  หนทางการสร้างรายได้เปิดโอกาสให้คุณเดินเข้าหาแล้วครับ

  • ตัวอย่างแนวทางในการเขียนบทความ บก.ฮีโร่ซังได้ให้ไว้ในหนังสือเล่มนี้หลายหมวดหมู่เลยครับ  ผมคิดว่าส่วนนี้ดีมากต่อผู้ที่เริ่มต้นการเขียน  เพราะจะได้เห็นและได้เรียนรู้ตัวอย่างของบทความที่เขียนได้อย่างถูกต้องที่ บก.ฮีโร่ซังได้เขียนขึ้นเองครับ
  • แรงบันดาลใจที่เกิดขึ้น ผมอ่านหนังสือเล่มนี้จบ ผมรู้สึกว่าผมอยากเป็นแบบ บก.ฮีโร่ซังครับ อยากเป็นในที่นี้ไม่ได้หมายถึงในทุกด้านดีเท่าบก.ฮีโร่ซัง   สิ่งที่อยากเป็นคือผมไม่อยากท้อแท้ต่ออุปสรรคต่างๆ  ตราบใดที่มีโอกาสในชีวิตผมจะทำตามความฝันให้ได้   งานเขียนเป็นงานที่ผมชอบเพราะฉะนั้นผมขอยึดแนวความคิดแบบบก.ฮีโร่ซังมาใช้ในการสร้างงานเขียนของผม  ในส่วนนี้ผมเชื่อว่าทุกคนที่อยากจะเขียนบทความเพื่อสร้างรายได้ ถ้าคุณได้อ่านหนังสือเล่มนี้ คุณจะมีแรงบันดาลใจบางอย่างเกิดขึ้นแบบผมครับ

เป็นอย่างไรกันบ้างครับสำหรับหนังสือ “ใครๆก็เขียนได้” ที่ผมได้กล่าวมาทั้งหมดเป็นแค่ความคิดเห็นและความรู้สึกของผมหลังจากได้อ่านหนังสือเล่มนี้ สำหรับผู้ที่อยากจะเริ่มต้นในการหารายได้จากการเขียนบทความ  ผมคิดว่าหนังสือเล่มนี้ตอบโจทย์คุณแน่นอนครับ ถ้าพร้อมแล้วลงมือศึกษา ฝึกฝน และประสบความสำเร็จไปด้วยกันนะครับ สำหรับการเขียนถึงหนังสือเล่มนี้ของผม ผมตั้งใจเขียนครับ ผมคิดว่างานเขียนครั้งนี้ของผมจะสามารถสร้างแรงบันดาลใจให้กับคุณทั้งหลายที่สนใจสร้างรายได้จากการเขียนบทความนะครับ สุดท้ายผมขอขอบคุณ บก.ฮีโร่ซังนะครับที่เขียนหนังสือดีๆแบบนี้ ทำให้ผมรู้ว่าไม่ต้องเป็นนักเขียนมืออาชีพมาก่อน  แค่อยากเขียน “ใครๆก็เขียนได้”

รวยด้วยการเขียนบทความ คุณทำได้! 2016

ในปัจจุบันมีธุรกิจมากมายที่พร้อมจะสร้างรายได้ให้กับผู้ประกอบการ แต่จะมีกี่ธุรกิจกันเชียว ที่คุณสามารถทำรายได้ในทุกเวลาที่คุณว่าง  ไม่ต้องมีสถานที่ประกอบการ เพียงแค่คุณมีคอมพิวเตอร์ พิมพ์ได้ และที่สำคัญคือความตั้งใจ หนึ่งในธุรกิจนี้คือธุรกิจที่โดนให้ความสนใจเป็นอย่างมากจากผู้ที่มีงานประจำ  ผู้ที่ต้องการรายได้เสริม หรือฟรีแลนซ์ นั้นก็คือธุรกิจการเขียนบทความที่พร้อมจะสร้างรายได้ให้คุณ พอเป็นค่าขนม  ค่าน้ำ ค่าไฟในแต่ละเดือน หรือทำให้คุณรวยได้เลยขึ้นอยู่กับว่าคุณมีความตั้งใจและความขยันมากเพียงใด บทความนี้จะพาคุณไปพิสูจน์ว่าคุณจะรวยจากการเขียนบทความได้อย่างไร

คุณชอบการเขียนหรือไม่

สำหรับผู้ที่ไม่ชอบการเขียนเอาซะเลย  อาจจะมองว่าการเขียนบทความนั้นเป็นเรื่องยากและอาจจะทำให้ธุรกิจการเขียนบทความของคุณต้องหยุดลง  แต่สำหรับผู้ที่ให้เขียนก็เขียนได้หรือผู้ที่ชื่นชอบการเขียน ก็เป็นโอกาสดีมากๆที่จะสามารถสร้างรายได้จากธุรกิจการเขียนบทความได้  ซึ่งผู้เขียนเองมีความเห็นว่าก่อนที่เราจะทำธุรกิจนี้ อยากจะให้เราได้ถามตัวเองว่าชอบการเขียนหรือไม่  ถ้าชอบหรือเขียนได้  โอกาสที่จะประสบความสำเร็จที่จะหารายได้จากธุรกิจการเขียนบทความนี้ก็มีสูงเลยทีเดียว

ความตั้งใจและความขยัน

การที่เราจะลงมือทำอะไรสักอย่าง สิ่งที่ทุกคนต้องมีเหมือนกันก่อนที่ทำสิ่งๆนั้นคือความตั้งใจ  ในการเขียนบทความนั้นหลายๆคนอาจจะไม่เข้าใจว่าเขียนอย่างไร  อาจจะไม่รู้ว่าการเขียนที่ถูกต้องเป็นอย่างไร หรือบางคนอาจจะเข้าใจว่าตัวเองนั้นเขียนไม่ได้หรอก  แต่คุณรู้หรือไม่ว่าสิ่งเหล่านั้นสามารถเรียนรู้ได้  ขอเพียงคุณมีความตั้งใจและค่อยๆที่จะเรียนรู้  ซึ่งเมื่อคุณมีความตั้งใจจนคุณสามารถที่จะเขียนได้บวกด้วยความขยันของคุณ  ยิ่งคุณขยันมากขึ้นเท่าไหร่ รายได้ที่คุณได้รับจากการเขียนบทความก็จะแปรผันตามกัน

อยากเขียนบทความเป็น

ตัวผู้เขียนเองในการเขียนบทความก็เริ่มจากความรู้สึกที่ว่าไม่รู้จะเริ่มเขียนยังไงดีแต่มีความตั้งใจเกินร้อยที่จะสร้างรายได้จากการเขียนบทความให้ได้ จึงเริ่มจากการที่ลองค้นหาการเขียนบทความใน Google จนทำให้รู้จักกับ บก.ฮีโร่ซัง  ภายในเว็บไซด์ของ บก.ฮีโร่ซัง ได้ให้ความรู้และที่สำคัญยังให้แรงบันดาลใจของผู้ที่อยากจะเริ่มต้นการเขียนบทความอีกด้วย นอกจากนี้หนังสือใครๆก็เขียนได้  ที่บก.ฮีโรซังได้เขียนเป็นหนังสือที่ครอบคลุมเนื้อหาของธุรกิจการเขียนบทความที่ผู้อ่านสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้เป็นอย่างมาก ถ้าคุณอยากเขียนเป็นทำธุรกิจได้สามารถไปเรียนรู้กับ บก.ฮีโรซังได้เลย   http://www.articleheros.com/

ลงมือทำ

เมื่อคุณได้เรียนรู้การเขียนบทความที่ถูกต้องแล้ว  ก็ถึงเวลาที่คุณต้องลงมือทำ  ช่วงของการเขียนแรกๆคุณอาจจะยังเขียนได้ช้าไม่ค่อยมีความมั่นใจในการเขียน  ขอให้คุณอย่าหยุด  พยายามพัฒนาการเขียนของคุณต่อไป  ถ้าคุณได้ฝึกเขียนทุกวันสำนวนการเขียนของคุณจะเกิดขึ้น  จนทำให้คุณสามารถเขียนได้เร็วขึ้นจนเกิดความมั่นใจ  และแน่นอนว่ารายได้จากการเขียนบทความที่คุณหวังเอาไว้ก็จะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน

รายได้มาจากไหน?

ในการทำธุรกิจอะไรก็แล้วแต่  สิ่งสำคัญที่สุดเลยที่เราอยากรู้คือผลตอบแทน  แน่นอนว่าการเขียนบทความนั้นสร้างรายได้ให้คุณได้แน่นอนเพราะคุณไม่ได้ใช้เงินทุนอะไรเลยใช้แค่เพียงความตั้งใจและความขยัน บทความแต่ละบทมีความสำคัญต่อธุรกิจเว็บไซด์เป็นอย่างมาก เว็บไซด์ต่างๆต้องการบทความเพื่อมาทำให้เว็บไซด์ของตัวเองอยู่ในอันดับที่ดีของการค้นหา  บทความอาจจะไม่ใช่ทั้งหมดแต่ก็มีส่วนสำคัญอย่างมากต่อการจัดอันดับ คิดง่ายๆว่าถ้าเกิดเว็บไซด์ของคุณติดหน้าแรกของGoogle โอกาสที่เว็บไซด์นี้จะสร้างรายได้มีมากแค่ไหน  เพราะฉะนั้นการเขียนบทความจึงสร้างรายได้ไม่หยุดตราบใดที่ธุรกิจเว็บไซด์ยังแข่งขันกันอยู่

เราจะขายบทความให้ใคร?

สถานที่การขายบทความในปัจจุบันมีเยอะมาก เราสามารถไปลงประกาศขายบทความของเราได้ ซึ่งถ้าการเขียนบทความของเราถูกอกถูกใจลูกค้า  เราอาจจะได้ลูกค้าประจำเลยก็เป็นได้  และถ้าเราเข้าใจระบบมากขึ้นรายได้ที่จะเกิดขึ้นต่อจากนี้อาจจะแบบ Passive Income ควบคู่กับ Active Income ที่เราได้เขียนบทความอยู่  ส่วนสถานที่ขายบทความที่ผู้เขียนแนะนำนั้นคือ  กลุ่ม Thaicontentmarket ; https://www.facebook.com/groups/thaicontentmarket/  ถ้าคุณคิดว่าบทความของคุณพร้อมที่จะขายอย่ารอช้าที่จะรับรายได้ครับ

ความคาดหวังและประสบความสำเร็จ

การเขียนบทความนั้นจะสร้างรายได้ให้ตรงกับความคาดหวังของคุณได้หรือไม่  ต้องขึ้นอยู่กับความตั้งใจและความขยันตามที่ผู้เขียนได้กล่าวมาแล้วนั้น  สิ่งใดที่เราได้ตั้งความหวังไว้ในชีวิต ธุรกิจการเขียนบทความอาจจะช่วยให้คุณประสบความสำเร็จได้ครับ

การเขียนบทความสามารถทำให้คุณเห็นแล้วว่าเป็นธุรกิจที่สามารถทำให้คุณรวยได้  ถ้าคุณอยากที่จะเริ่มเขียนบทความแล้ว อย่ารอช้าครับ  ลงมือทำได้เลย  ผลตอบแทนและความสำเร็จรอคุณอยู่ครับ  ผู้เขียนหวังเป็นอย่างยิ่งว่าบทความนี้จะสร้างทางเลือกหนึ่งให้กับผู้ที่ต้องการหารายได้จากธุรกิจการเขียนบทความ  มาประสบความสำเร็จกับการเขียนไปด้วยกันนะครับ