[รีวิว] Dacxi Community Exchange มาซื้อ-ขายบิตคอยน์ที่นี่กันเถอะ 2018

เมื่อไม่นานมานี้เอง บก.ได้รับจดหมายจากคนรู้จักท่านหนึ่งให้ลองใช้งานเว็บซื้อ-ขายบิตคอยน์ (Version. Beta)ที่อาจกำลังเป็นที่นิยมในอนาคตอันใกล้ไม่แพ้ Binance ด้วยความสนใจงานด้านการลงทุนเป็นการส่วนตัวอยู่แล้วบก.เลยตัดสินใจลองศึกษาเว็บซื้อ-ขายบิตคอยน์ ตัวนี้และคิดว่าน่าจะมารีวิวทิ้งไว้เพื่อให้ทุกคนได้เรียนรู้และได้รับประโยชน์จากเว็บนี้ครับ เว็บที่ผมกำลังพูดถึงนั้นคือ Dacxi

คุณว่าโลกของคลิปโต้ไปในทิศทางใด

ก่อนที่เราจะพูดถึง Dacxi ผมอยากตอบคำถามที่ผมคิดว่า “ถ้าใครสักคนหนึ่งคิดจะลงทุนในตลาดคลิปโต้ จะต้องถามอย่างแน่นอน” แต่สิ่งที่ยากกว่านั้นคือ การตอบคำถามในช่วงสภาวะที่บิตคอยน์กำลังเอาขาก้าวลงเหวจากราคาที่ 26,000 ดอลล่าร์ มาอยู่ที่ 6,600 ดอลล่าร์ อาจทำให้ผู้วิเคราะห์นั้นถูกเหยียบจมธรณีได้! แต่กระนั้นก็ตาม ในมุมมองคนธรรมดาอย่าง บก. มีแนวคิดในการมองการลงทุนในตลาดคลิปโต้ดังนี้

บทความวิเคราะห์บิตคอยน์ ที่เขียนขึ้นในวันที่บิตคอยน์จมธรณีที่ 6,200 ดอลล่าร์

1.Volume ทั้งตลาดคือตัวบ่งชี้

คุณคงเคยไปเดินเที่ยวงานวัดใช่ไหมครับ แถวบ้านของ บก.มีงานวัดที่จัดกันมากว่า 30 ปีแล้ว! จริงๆแล้วมันน่าจะหยุดหรือว่ายกเลิกไปได้แล้ว เพราะว่ารอบข้างงานวัดนั้นเป็นห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่มาตั้งอยู่และมีผู้เข้าไปใช้บริการจำนวนมาก! แต่เหตุใดงานวัดยังตั้งอยู่ล่ะ!

คำตอบที่ง่ายที่สุดที่ บก.เห็นคือ “เพราะว่า งานวัดยังมีคนเดินเที่ยวเยอะ (High Volume) นั่นเอง”

งานวัดอยู่ได้เพราะมีคนเที่ยว ตลาดคลิปโต้อยู่ได้เพราะมี Volume เข้ามา

จากเหตุการณ์เดียวกันนี้เองครับ มันสามารถเทียบได้เลยกับตลาดบิตคอยน์! ถ้าเราอยากรู้ว่าทิศทางของมันเป็นอย่างไร เราก็เพียงแค่ดูกราฟสถิติ Volume ของตลาดเท่านั้น กับมูลค่า Market Cap ซึ่งหากเรานำข้อมูลที่ Coinmarketcap.com มาเป็นตัวพิจารณาเราจะได้กราฟดังภาพ

แม้ Cap จะลดลงเยอะ แต่ก็ยังสูงมาก ๆ เมื่อเทียบกับช่วงก่อนวันที่ 23 พ.ย. 2560 ปีที่แล้ว และ Volume ยังมากถึงวันละ หมื่นล้าน!

แม้ว่ากราฟจะทำให้เราเห็นว่า มูลค่าของตลาดนั้นลดลงเรื่อย ๆ ก็ตาม แต่หากไปเทียบกับช่วงปีที่ผ่านมาแล้วยังพบว่ามูลค่าของตลาดยังอยู่ในเกณฑ์ที่สูง และสามารถวัดได้อยู่ และนั่นคือ แนวโน้มสำคัญ! ที่กำลังส่งสัญญาณว่าอนาคตราคาบิตคอยน์จะไปในทิศทางใด

2.บิตคอยน์ยังมีจุดแข็งเหมือนเดิม

ผมไม่รู้ว่าข่าวไหน หรือรัฐบาลใดที่ดจมตีราคาบิตคอยน์จนมันดิ่งเหวมาก ๆ  แต่คุณต้องไม่ลืมนะครับว่าบิตคอยน์นั้นมีจุดแข็งประการสำคัญอันหนึ่งเลยคือ “มันเป็นอิสระ และไม่สามารถตรวจสอบได้” ตัวมันยังคงเป็นสินทรัพย์ที่มีความฉลาดในตนเอง ซ่อนเร้น อำพราง ปิดบังตัวเองจากคนทุกคน ไม่ว่าคุณจะเป็นนักบุญที่พร้อมบริจาคเงินทุกบาทให้กับทุก ๆ คน หรือว่าคุณจะเป็นจอมโจรที่พร้อมจะปล้นเงินจากทุกธนาคาร

บิตคอยน์ ก็ยังคงเป็นของกลางของโลกที่ให้เราถือได้ด้วยความสบายใจว่า มันจะไม่มีใครที่เข้ามายุ่มย่าม หรือมาขโมยเงินของคุณออกไปอย่างแน่นอน! และด้วยจุดแข็งข้อนี้เอง (ซึ่งจริงๆมันแข็งมากนะ มากที่สุดเลยก็ว่าได้ จนอาจเรียกได้ว่าเป็นความสมบูรณ์แบบทางการเงินในโลกดิจิตอล) ด้วยเหตุนี้เอง ผมจึงคิดว่าความแข็งแกร่งของมันจะยังคงทำให้มันเดินหน้าต่อไป และขยายตัวขึ้นเรื่อย ๆ

3.นวัตกรรมทั้งหลายยังคงอยู่

ตลอด 1-2ปีที่ผ่านมา แม้ว่าหลายตลาดจะคิดว่า มันเป็นภาวะฟองสบู่ของตลาด ICO แต่ในความเป็นจริงแล้วนั้น ผมคาดการณ์ว่าตั้งแต่ช่วงหลังของปี พ.ศ.2561 เป็นต้นไป นวัตกรรมหลาย ๆ ประการนั้นจะเริ่มออกดอกออกผลกันมากขึ้น ผมยังชอบนวัตกรรมกองทุนรวมของ ICONOMI ที่ยังคงเปิดให้บริการตามปกติ และมันกำลังเริ่มทำเงิน ผมยังชอบนวัตกรรมจาก BNKTOTHEFUTURE ที่กำลังพัฒนาตนเองให้กลายเป็น Platfrom ด้านการระดมทุนที่ใหญ่ที่สุดในโลก!

คุณ(คนไทย)สามารถซื้อกองทุนรวมดิจิตอลได้แล้วที่ iconomi.net

ทั้งหมดมันกำลังเริ่มต้นขับเคลื่อนตลาดคลิปโต้ และมันจะยังคงเพิ่มโอกาสมากขึ้นเรือย ๆ  ต่อไปตลาด ICO จะเล็กลง และทุก ๆ คนที่เป็นนักสร้างนวัตกรรมจะสามารถเข้าถึงมันได้อย่างไม่ยากนัก

4.รัฐบาลเหมือนควบคุม แต่จริงๆก็สนับสนุนระบบกลายๆ

ผมไม่คิดว่าการออกตัวของรัฐบาลไทยในการออกกฎหมายมาควบคุมทรัพย์สินดิจิตอลเหล่านี้ มันจะเป็นผลร้ายของตลาดนะครับ แต่ตรงกันข้ามผมว่านี่ล่ะคือผลบวก มันทำให้คนหลายๆคนนั้นรู้จักกับนวัตกรรมตัวนี้มากขึ้น เพิ่มปริมาณคนที่ยอมรับและอยากใช้มันให้มีมากขึ้น ตอนนี้ผมว่าถ้าเราหันไปทางซ้ายหรือขวา คงไม่มีใครที่ไม่รู้จักบิตคอยน์แล้วใช่ไหมครับ

5.อะไรที่มันยาก ทำให้ง่ายเข้าไว้

บางคนคิดว่าบิตคอยน์เป็นเรื่องที่คุมง่าย ใครๆก็สามารถควบคุมมันได้ ซึ่งผมบอกเลยครับว่า มันเป็นไปไม่ได้ คุณไม่มีทางควบคุมบิตคอยน์ได้เลย ไม่มีทาง! คุณทำได้เพียงแค่มองมัน ปิดรูออกจากปลายทางให้ได้มากที่สุด แต่ที่สุดแล้วมันก็ไม่สามารถทำได้ คุณกำลังตกที่นั่งลำบาก และนี่คือโอกาสของนักลงทุนในตลาดคลิิปโต้ครับ

ด้วยปัจจัยบวกทั้ง 5 ประการนี้เอง ดังนั้น บก.จึงสรุปฟันธง! ได้ว่า ราคาของบิตคอยน์และมูลค่าเหรียญคลิปโต้ที่เกิดขึ้นนั้นจะต้องเป็นไปในทางบวก และเป็นขาขึ้นอย่างแน่นอน เพียงแต่อาจไม่ใช่ในเดือนสองเดือนนี้ครับ แต่ในระยะยาวกรอบประมาณ 2 – 5 ปีนับจากนี้ ราคาของมันจะเดินทางกลับไปสู่ดวงจันทร์อีกครั้งหนึ่ง!

ฉันเชื่อมั่น HODL ดิ รออะไร

คุณจะรอดูมันกลับขึ้นไปสู่ดวงจันทร์อีกครั้ง! และบอกกับตนเองว่า เสียดายจัง!

หรือ…

คุณจะเป็นคนที่ขี่จรวดลำนี้ด้วยตนเอง! คุณคือผู้เลือก!!! 

ดังนั้น หากเราเป็นผู้เลือกสำหรับเกมส์การเงินดิจิตอลนี้ สิ่งสำคัญที่เราจะต้องมี คือระบบที่คอยสนับสนุนตลาดให้สามารถขับเคลื่อนไปข้างหน้าได้อย่างเหมาะสม สิ่งนั้นผมจะเรียกว่า Exchange Market

Exchange Market ที่ดีจะช่วยให้ตลาดมีมูลค่าเพิ่มขึ้น

binance.com หนึ่งในผู้ขับเคลื่อน Volume และ Market Cap ให้เติบโตต่อเนื่อง!

ณ วันที่ผมเขียนบทความชุดนี้อยู่ ผมเชื่อเลยครับว่าไม่มีใครที่ไม่รู้จัก Binance เว็บเทรดบิตคอยน์ระดับโลกที่มีมูลค่าการซื้อขายบิตคอยน์ และเหรียญอื่น ๆ ต่อวันมากกว่า 166ล้าน ดอลล่าร์สหรัฐ สิ่งที่น่าตื่นเต้นไม่ได้อยู่ที่ว่า Binance มีมูลค่าการซื้อขายเท่าไหร่หรอกครับ แต่มันอยู่ด้วยกัน 2 ข้อคือ

1.มันมาทีหลัง

Binance เป็นเว็บ Exchange Market ที่มาที่หลัง มันมาหลังจากเว็บดัง ๆ อย่าง bx.in.th และอีกหลาย ๆเว็บ Exchange ในโลกนี้ แต่การมาทีหลังไม่ได้แปลว่ามันจะเล็กกว่าเสมอไป ด้วยกลยุทธ์การออกแบบทางการตลาดที่ตั้งใจทำมาอย่างดี ส่งผลให้วันนี้ Binance คือเบอร์ 1 ของโลกอย่างเต็มภาคภูมิ!

และคุณรู้ไหม!

Binance มีเหรียญ หรือ Token ของตนเองที่ชื่อว่า BNB ซึ่งใครที่เข้าซื้อเหรียญ BNB ในราคา ICO คงยิ้มออกอย่างแน่นอนเนื่องจากมูลค่าของเหรียญเพิ่มขึ้นหลายร้อยเท่า!

ว่าแต่ คุณคือคนที่ได้โอกาสในการซื้อเหรียญ BNB หรือพลาดโอกาสล่ะ!?…

2.มันเป็น Exchange ที่ขับเคลื่อนตลาด

Binance มาทีหลังแต่ Volume เกือบเท่า 1 ใน 5 ของ Set Index ไทยต่อวัน!!!

ด้วยการที่ Exchange พัฒนาตนเองอย่างไม่หยุดยั้ง โดยเฉพาะในเรื่องของการแลกเปลี่ยนเงินตรา ตรงนี้เองส่งผลให้ตลาดบิตคอยน์และเหรียญคลิปโต้อื่น ๆ มีการขับเคลื่อนไปข้างหน้า ทำให้เงินที่เป็น Flat image ไหลเข้ามาสู่ตลาด Crypto Exchange อย่างต่อเนื่อง การไหลเข้ามาของเม็ดเงินสดนี้เอง ที่เป็นหนึ่งในปัจจัยที่ผมเขียนไว้ในข้อข้างต้นว่า มันจะเติมตลาดและทำให้โอกาสที่เราจะเห็นราคาบิตคอยน์กลับฟื้นคืนชีพอีกครั้งมาในอนาคต!

แต่กระนั้นก็ตาม Exchange ก็มีปัญหาในตัวของมันเองเช่นกันนั่นคือ…

หากเราสังเกตดี ๆ เว็บที่เป็นเว็บ Exchange ต่าง ๆ นั้นมักเป็นเว็บไซต์ ไม่ได้ออกแบบขึ้นมาเพื่อสนับสนุนให้ผู้ลงทุนรายใหม่ หรือรายย่อย มีความเข้าใจทั้งในเหรียญต่าง ๆ  เช่น เหรียญบิตคอยน์คืออะไร เหรียญ EOS คืออะไร มันมีที่มาที่ไปยังไง ความก้าวหน้าของเหรียญ การพูดคุยเหรียญนั้น ๆ

สิ่งเหล่านี้ทำให้กลุ่มคนที่จะเป็นนักลงทุนหน้าใหม่ ผู้ที่จะเข้ามาเติม Volume ให้กับตลาด Crypto Exchange นั้นหายไป ผมขอเรียกคนเหล่านี้ว่า Retail Investor นะครับ คือคนกลุ่มนี้ถ้าไม่มาลงทุนในตลาดคลิปโต้ ต่อให้มีนวัตกรรมดีแค่ไหน หรือมี ICO ที่ระดมทุนด้านนวัตกรรมอะไรปรากฎเกิดขึ้นมาก็ไม่มีประโยชน์ทั้งสิ้น อันเนื่องมาจากว่า คนที่จะเข้ามาดันตลาดนั้นไม่มีนั่นเอง

Retial Investor คือหัวใจแห่งอนาคต

จากที่กล่าวไปข้างต้น การที่เราจะมี Retail Investor เข้ามาในตลาดได้อีกนั้น เราจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องสร้าง ecosystem แห่งใหม่ขึ้นมา ซึ่งเป็น ecosystem ที่ง่ายต่อการใช้งาน ปราศจากเส้นกราฟที่มีความซับซ้อน หรือการตีความเหรียญในเชิงเทคนิคที่ยุ่งยาก

ตรงกันข้ามกับเป็นชุมชนที่พูดถึง การเคลื่อนไหวของนวัตกรรมอย่างชัดเจนเป็นเหตุเป็นผล มีผู้เชี่ยวชาญเข้ามาคอยดูแลและให้คำแนะนำที่เป็นประโยชน์ต่อการลงทุน ดังนั้นซึ่งเราจะเรียก Ecosystem นี้ว่า Community Exchange ซึ่งถือเป็นจุดกำเนิดของเว็บไซต์แห่งหนึ่งที่มีชื่อว่า Dacxi.com

ประเภทของเว็บ Exchange

ภาพแสดงยุคของระบบ Exchange ที่เกิดขึ้นและกำลังจะเกิดขึ้น

1.Trader Exchange

เป็นยุคของ Trader Exchange ในยุคแรกครับโดยหลักแล้วออกแบบมาเพื่อกลุ่มเป้าหมายหลักเลยคือกลุ่มของ Trader หรือกลุ่มของ Majors Investor จุดอ่อนของเว็บเหล่านั้นคือ การขาดสิ่งที่เรียกว่า Retial community หรือชุมชนของนักลงทุนหน้าใหม่รายย่อย ขาด App ขาดกลุ่มแห่งการพูดคุยกัน หรือ Group Discussion ขาด Live Event ขาดผู้เชียวชาญอิสระที่จะเข้ามาให้ข้อมูลในการแนะนำเลือกซื้อ Token หรือการลงทุน ICO รวมทั้งขาดเพื่อน ๆ ที่ชอบการลงทุนเหมือนกัน เว็บไซต์ที่อยู่ในกลุ่มนี้ได้แก่ OK, Binance, Bitfinex, GDAX, IDEX, Huobi, Mandala เป็นต้น

2.Wallet Exchange

ในยุคต่อมาก็มีการพัฒนาให้ระบบ Exchange มีความสามารถในการเก็บเหรียญไว้ในระบบได้ด้วย และมีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น แต่กระนั้นก็ดี ปัญหาที่กล่าวไว้ข้างต้นก็ยังคงเป็นปัญหาอยู่ด้วยเช่นเดียวกัน เว็บไซต์ที่อยู่ในกลุ่มของ Wallet Exchange อาทิเช่น Coinbase, Guarda

3.Community Exchange

ในยุคที่สาม ซึ่งถือเป็นยุคล่าสุด เว็บที่เป็น Trader Exchange ได้มีการพัฒนาขึ้นมาเป็นลำดับ และมีการแก้ไขปัญหาที่กล่าวมาข้างต้นกล่าวคือ ได้มีการพัฒนาชุมชนนักลงทุนรายย่อย หรือที่เราเรียกว่า Retail Community (คล้าย ๆ กับ facebook) มี App ที่สามารถเข้าถึงชุมชนได้อย่างง่ายดาย มีกลุ่มสำหรับการสนทนา Live Event ต่าง ๆ รวมทั้งมีผู้เชียวชาญอิสระที่คอยให้คำแนะนำในการแลกเปลี่ยนข้อมูลด้านการลงทุนในตลาดคลิปโต้ และที่สำคัญที่สุด มี เพื่อน! ที่ชื่นชอบในเรื่องเดียวกันได้พูดคุยกัน

และหากเรามองไปในตลาดคลิปโต้แล้ว ผมคิดว่า ณ วินาทีนี้ มีเพียงเว็บ Exchange เดียวที่ถือว่าเป็น Community Exchange นั่นคือ DACXI ครับ

Daxci เกิดมาเพื่อแก้ปัญหาทั้งหมด

Dacxi.com เว็บไซต์ Community exchange แห่งแรกของโลก

มาทำความรู้จักกับสุดยอด Community Exchange ที่จะทำให้คุณสามารถซื้อขายเหรียญต่าง ๆได้ รวมทั้งเหรียญ ICO กับทั้งได้พูดคุยกับเหล่าเพื่อน ที่ชื่นชอบในเหรียญแบบเดียวกันกับคุณกับ DACXI ครับ โดยชื่อเต็มของ DACXI คือ เว็บไซต์ที่ให้บริการในรูปแบบของชุมชนนักลงทุนรายย่อย Retail Community Exchange ซึ่งแพลตฟอร์มนี้ได้เปิดตัวให้ใช้งานในเวอร์ชั่น Beta แล้วในเดือน มิถุนายน 2018 ซึ่งระบบของ DACXI ออกแบบมาเพื่อให้สนับสนุนให้นักลงทุนรายย่อย ทั้งเก่าและใหม่ ได้มีชุมชนแห่งการแลกเปลี่ยนข้อมูลด้านการลงทุน ที่เข้าถึงง่าย (ผ่าน App )

ที่สำคัญที่สุด ผมเชื่อว่าคุณต้องถามแน่นอน! นั่นคือ DACXI สนับสนุนภาษาไทยไหม ผมตอบเลยนะครับว่า DACXI สนับสนุนภาษาไทยแบบเต็มรูปแบบ 100% ครับ

แต่ความเป็นสุดยอดของ DACXI ยังไม่ได้มีเท่านี้ครับ ผมอยากสรุปให้ฟังเป็นข้อ ๆ เกี่ยวกับจุดเด่นของนวัตกรรมนี้ โดยมีดังนี้คือ

จุดเด่นของนวัตกรรมนี้

1.ใช้งานง่าย

สิ่งแรกที่ บก.เห็นคือ การใช้งานเว็บไซต์ และแอพที่ง่าย ไม่มีความซับซ้อน การออกแบบเว็บไซต์ใช้ระบบที่เรียกว่า Flatten Image ซึ่งทำให้มองเห็นตัวอักษรต่าง ๆ ได้ง่าย สดใส มีการทำเมนูที่เข้าใจง่าย สามารถคลิกได้ทันทีโดยไม่มีข้อสงสัยว่ามันคือปุ่มอะไร

2.มี App สนับสนุนชุมชน

App เวอร์ชั่น Beta ที่ใช้งานง่ายและสวยงามของ Daxci.com

อีกหนึ่งสิ่งที่ทำให้นวัตกรรมนี้น่าสนใจมากยิ่งขึ้นคือ มีระบบ App เหมือนชุมชนแบบ Facebook ทำให้ง่ายต่อการเข้าใช้งาน ผมรู้สึกว่าฟิลการใช้งานเหมือน Facebook แต่การสนทนานั้นเหมือนการสนทนาใน Telegram เลยครับ ตรงนี้ถือเป็นจุดเด่นที่ผมชอบมาก ๆ

3.มีชุมชนของเหรียญแต่ละตัวให้เราเข้าไปศึกษา

หากเราคลิกเข้าไปในแอพ จะพบว่าเหรียญแต่ละเหรียญนั้น มีการสร้าง Community เพิ่มขึ้นมาอีก เพื่อพูดคุยถึงเหรียญนั้น ๆ โดยเฉพาะ ตรงนี้ถือเป็นความสะดวกในการได้รับข้อมูลเฉพาะเหรียญที่เป็นประโยชน์ โดยเฉพาะผู้ที่เทรดเหรียญรายวัน น่าจะเป็นประโยชน์มาก หากได้ Join กับชุมชนที่ Daxci

4.มีเหรียญ ICO ที่ผ่านการกรองแล้วมาให้เราเลือกทำกำไร

รูปแสดงการเข้าไป Follow คนที่เป็นมืออาชีพด้านการลงทุนหรือ Daxci Dragon

เพื่อให้ Ecosystem นี้มีความสมบูรณ์พร้อมอย่างสูงสุดในการเป็นชุมชนนักลงทุนของกลุ่ม Retail Investor ทางชุมชนจะมีการสร้าง Daxci Dargon ขึ้นมาเพื่อช่วยให้ผู้ที่เพิ่งเรียนรู้การลงทุน ICO ใหม่ หรือลงทุนใน Token อื่น ๆ ได้มีแหล่งข้อมูลที่เป็นประโยชน์มากต่อการลงทุนครับ

5.มี PR คนไทยน่ารัก ๆ ที่คอยตอบคำถามเรา

นอกจากนี้ที่ Daxci ยังมี PR ที่ใจดีและคอบตอบปัญหาข้อสงสัยต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับการลงทุน ทำให้คุณไม่ต้องกังวลว่า ภาษาไทยจะกลายเป็นข้อจำกัดของการเป็นส่วนหนึ่งของชุมชน Daxci หรือแม้กระทั่งการลงทุน ICO ต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

ผมเชื่อว่าพอเห็นภาพกันไปแล้วสำหรับ Daxci Community แต่เพื่อให้เราได้เป็น Guest Welcome ก่อนใคร ผมจะขอถือโอกาสนี้พาทุกคนเข้าไปดูและเยี่ยมชมเว็บไซต์ Community Exchange แห่งแรกของโลกที่นี่ก่อนนะครับ รับรองว่า ภาพที่คุณจะได้เห็นต่อไปนี้ คุณจะได้ยลโฉมก่อนใครอย่างแน่นอน!

วิธีสมัคร+ใช้งานเว็บไซต์ Daxci (ฺBeta)

อย่ารอช้านะครับ ลองทำตามขั้นตอนด้านล่างต่อไปนี้ดู มันง่ายมากจริง ๆ  ก่อนที่จะมีคนนับล้านสมัครเป็นสมาชิกกับ Daxci.com ทำไมคนกลุ่มแรกไม่ควรเป็นคนสำคัญอย่าง คุณ! ก่อนล่ะ ว่าแล้วก็สมัครตามเลยครับ

1.คลิกที่นี่เพื่อเข้าสู่โลกของ Daxci (ฺBeta)

2.คลิกที่คำว่า Register

3.กรอกข้อมูลตามภาพ

4.ภายหลังกดปุ่ม Register แล้วระบบจะมีอีเมล์เข้ามาหาเรา เพื่อทำการยืนยัน (Activate)

5.คลิกที่ปุ่ม Activate

6.ระบบจะพามายังหน้าข้างล่าง ให้เรากรอกข้อมูลให้ครบและจากนั้นกด Login

7.หน้านี้เป็นหน้า Dashboard เวอร์ชั่น Beta นะครับ มี 2 จุดให้เราลองเล่นดูทั้งในส่วนที่ 1 คือ Wallets และ Trading กับในส่วนของ Deposit และ Whitdraw เราลองกดเล่น ๆตรงนี้ได้

8.กระดานเทรดของ Daxci ที่ออกแบบอย่างสวยงาม และง่ายต่อการใช้งานมาก ๆ

สิ่งที่น่าสนใจภายหลังการทดลองเล่นอีกครั้ง!

1.มันใช้ง่ายง่ายมากจริง

คุณรู้ไหมทำไม iPhone ถึงได้แพร่หลายอย่างมากในประเทศไทยและทั่วโลก! เพราะว่ามันใช้ง่ายมาก แถมแทบไม่มีปุ่มอะไรเลยบนเครื่อง นั่นมันเป็นสิ่งเดียวกันกับ Daxci.com ครับ ที่ใช้งานง่าย เสียจนทำให้ผมนึกถึงการแพร่ของนวัตกรรมอย่าง iPhone ดังนั้นมันจึงดูมีอนาคตไกลมาก ๆ

2.นวัตกรรมนี้มีโอกาสแพร่หลายในอนาคต

สิ่งใดก็ตามที่ใช้งานง่าย มันมีโอกาสที่จะเติบโตอย่างยิ่งใหญ่ในอนาคต และผมคิดว่า Daxci คือหนึ่งในนั้น ผมเริ่มหลับ และตื่นขึ้นมาโดยฝันว่า Daxci จะอยู่ติด Top10 ในกระดานบิลบอร์ดที่ Coinmarketcap.com! ภายใน 6 เดือนนับแต่บทความนี้เผยแพร่ออกไป!

และมันจะดีมาก ถ้า Daxci เปิดให้ผมได้มีส่วนในการเป็นเจ้าของ Community Exchange แห่งแรกของโลกแห่งนี้!!!

แต่!!!!

เดี๋ยวก่อน!!!

เหมือนผมจะตาฝาดไปนะ!

ผมพบว่า….

Daxci เป็นเพียงเวอร์ชั่น Beta เท่านั้น! และมันต้องไปไกลกว่านี้ และ คุณ! สามารถเป็นส่วนหนึ่งของโปรเจ็คระดับโลกนี้ได้ด้วยการ ซื้อ ICO

ใช่แล้ว Daxci เปิด Pre-ICO ณ ตอนนี้และมันจะอยู่กับเราไม่นาน

คุณก็เป็นส่วนหนึ่งของนวัตกรรมตัวนี้ได้ด้วยการลงทุน ICO

อย่าปล่อยให้โอกาสของคุณผ่านไปเหมือน Binance เสียล่ะ!

ถ้าคุณยังเชื่อมั่นในตลาด

หากคุณต้องการร่วมเป็นส่วนหนึ่งกับ Community Exchange ที่มีโอกาสเติบโตมากที่สุดในโลก ณ ตอนนี้คุณสามารถทำได้ด้วยการ Buy DAC Coin ได้ครับ

 

ทำไมครั้งนี้คือโอกาสของ Retail Investor

หลังจากที่เราพลาดหวังกับการเป็นหุ้นส่วนกับ Trading Exchange มากมายไม่ว่าจะเป็น Binance หรืออีกหลาย ๆ ที่ จนราคาของเหรียญนั้นพุ่งสูงเกินกว่า 1,000%

นี่คือโอกาสที่กลับมาอีกครั้งครับ หากเราเชื่อมั่นว่าอนาคตของ Daxci น่าจะเป็นอีกทางเลือกหนึ่งในอนาคตของการสร้างชุมชนที่เป็น Community Exchange ที่มีคุณภาพ และมีการเทรด รวมทั้งการแลกเปลี่ยนข้อมูลด้านคลิปโต้ รวมตลอดทั้งจำนวนสมาชิกที่อาจมากกว่า 4 ล้านคน ผมคิดว่าการเลือกพิจารณาลงทุนใน Daxci จึงเป็นอะไรที่น่าสนใจมาก โดยสิ่งที่เราควรทำความรู้จักเพิ่มขึ้นกับเหรียญ DAC คือ…

เหรียญ Dacxi กับกระดานเทรด Exchange

ทาง Dacxi การันตี 100% ว่าเหรียญ DAC จะเข้ากระดานเทรดที่ทาง DAC มีให้กับ Community Exchange นอกจากนั้นผู้ถือเหรียญ DAC ยังได้รับ…

1.ระบบการรักษาความปลอดภัยที่แข็งแรง

ระบบแพลตฟอร์มกระดานแลกเปลี่ยนที่ปลอดภัยสูงสุด และรักษาเหรียญของคุณให้คงอยู่เหมือนเดิม

2.การใช้งานที่เรียบง่าย

ระบบกระดานเทรด DACXI ออกแบบมาให้เทรดได้อย่างง่ายดาย มีการสนับสนุนทางภาษาทั่วโลก และแน่นอนว่ารวมทั้งภาษาไทยของเราด้วยครับ ถือเป็นการลงทุนที่ง่ายมาก

สิ่งที่น่าสนใจใน Dacxi Community

ในโลกของ Dacxi จะมีระบบฟีเจอร์ต่าง ๆ มากมายให้เราได้เรียนรู้ และใช้งาน ซึ่งทั้งหมดเป็นไปเพื่อประโยชน์ของคนที่เป็นนักลงทุนทั้งสิ้น อาทิเช่น

1.ศูนย์การเรียนรู้ (Dacxi Learn Course)

2.การประชุมกันในโลกของความจริง

3.ผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งเราจะเรียกว่า Dacxi Dragon

4.การวิเคราะห์เหรียญต่าง ๆ เป็นภาษาไทย

5.บทวิเคราะห์เหรียญเชิงลึก

6.ข่าวสารล่าสุดในวงการคลิปโต้ และเป็นภาษาไทย

ซึ่งทั้งหมดที่กล่าวมานั้นจะเกิดขึ้นโลกของ Dacxi ที่คุณสามารถเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของโลกใบนี้ได้ เพียงแค่สมัครสมาชิกเท่านั้น!

แล้วเหรียญ DAC Coin คืออะไรล่ะ

ภาพสัญลักษณ์เหรียญ DAC Coin

DAC Coin คือเหรียญคลิปโต้ในระบบ Community Exchange เหรียญแรกของโลก ซึ่งมีรูปแบบคล้ายกันกับเหรียญอย่าง Binance หรือ Kucoin ที่กลายเป็นเรื่องระดับโลกที่ได้รับการยอมรับในปี 2018

มันเปรียบเสมือนหุ้น! การถือครองเหรียญ DAC Coin เท่ากับเป็นการถือครองความสำเร็จของกิจการร่วมกันกับ Dacxi Community

1.คุณค่าของเหรียญ (Coin Value)

มูลค่าของเหรียญ DAC จะมาจากค่าธรรมเนียมการแลกเปลี่ยนเหรียญต่าง ๆ การเข้าร่วมชุมชนแบบพิเศษเพื่อรับสิทธิประโยชน์เหนือระดับ (Premium Community) และรวมทั้งโอกาสในการลงทุนแบบ Pre-ICO

2.ราคาของเหรียญ (Coin Price)

ราคาของเหรียญ DAC เปิดตัวที่ 1C / 1 DAC และเหรียญจะเพิ่มราคาขึ้น 0.1C ต่อสัปดาห์

3.ปริมาณความต้องการที่เพิ่มขึ้น (Growing demand)

หลังจากที่เหรียญถูกลิสต์เข้ากระดานเทรดแล้ว ราคาและความต้องการของเหรียญจะเป็นไปตามการขับเคลื่อนของตลาดคลิปโต้ รวมทั้งแคมเปญทางการตลาดต่าง ๆ (อารมณ์คล้ายๆ การทำการตลาดของ Binance)

4.การลดลงของอุปทาน

70% ของผลกำไรที่เกิดขึ้น ทาง Dacxi จะนำมาใช้ซื้อเหรียญคืนเข้าสู่ระบบและทำการเผาเหรียญออกไปด้วย ให้เหลือกเพียง 50% เท่านั้น เพื่อควบคุมอุปทานไม่ให้ล้นตลาด

เมื่อผมลองวิเคราะห์ดูถึงประโยชน์ของเหรียญ DAC แล้ว ถือได้ว่าเป็นการเพิ่มความน่าสนใจให้กับผู้ที่ถือครองเหรียญ และหากสามารถทำได้ทั้ง 4 ประเด็นนี้

มีความเชื่อว่า ราคาของเหรียญ DAC เมื่อเปิดในตลาด Exchange น่าจะมีราคาที่สูงขึ้นกว่าราคา Pre-ICO และ ICO มากทีเดียว

ประเด็นที่น่าติดตามต่อคือ แล้ว Timeline ของเหรียญ DAC และชุมชน Dacxi จะเป็นอย่างไรต่อไป เราลองมาตามดูกันครับ

Timeline ที่น่าสนใจของเหรียญ DAC Coin

จากระบบ Timeline ที่ทาง Dacxi นำเสนอนั้น ผมคิดว่าค่อนข้างมีความชัดเจนและมองภาพออกง่ายมากครับ ซึ่งหลาย ๆข้อนั้นดูเหมือนจะท้าทายความสามารถของทาง Daxci เองว่าสามารถทำได้หรือไม่ ซึ่งหากทำได้จริง นั่นหมายความว่า Dacxi มีโอกาสอย่างยิ่งที่จะก้าวเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของ Community Exchange ที่ได้รับการยอมรับในอนาคตในระดับ Top 5 ของโลกเป็นอย่างมาก!

และนั่นอาจหมายถึง ผลกระทบในแง่บวกที่ทำให้ราคาของเหรียญ DAC วิ่งไปไกลมากก็เป็นได้!

เท่าที่ผมทราบตอนนี้ทางชุมชน Dacxi เปิดโอกาสให้ผู้สนใจร่วมเสี่ยงในการลงทุนผ่าน ICO ซึ่งหากคุณสนใจและชื่นชอบในการลงทุน สามารถ Join ผ่านปุ่มด้านล่างนี้ได้ครับ

โปรโมชั่นพิเศษสำหรับคุณกับโปรโมชั่น Confidence Campaign- we believe in crypto

โปรโมชั่นนี้เป็นการแสดงความเชื่อมั่นอย่างสุงสุดของทาง Daxci ว่า เหรียญต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นบิตคอยน์ หรืออื่น ๆ  จะสามารถขยับขึ้นไปอีกได้หลังจากที่มาพักฐานที่แถวๆ 6000 ดอลล่าร์ครับ โดยโปรเจ็คนี้ ได้กำหนดอัตราแลกเปลี่ยนของบิตคอยน์ต่อเหรียญ DAC แบบ Fix rate ที่ 1 BTC ต่อ 10,0000 USD ซึ่งเท่ากับว่าคุณสามารถซื้อเหรียญ DAC ได้ในจำนวนมากยิ่งขึ้น และหากเหรียญ DAC เข้าตลาด Exchange ไม่แน่ว่าเราอาจได้เห็นราคาที่ก้าวกระโดดเหมือนอย่างเช่น Binance ก็เป็นได้ครับ

บทสรุป

แม้ว่าราคาของบิตคอยน์นั้นจะยังคงเป็นไปในทิศทางขาลงและมีการปรับฐานอยู่ที่ 6,600 ดอลล่าร์ต่อ 1 บิตคอยน์ก็ตาม แต่ บก.เชื่อมั่นว่าในกรอบอนาคตในรอบ 3-5 ปีนั้นเราอาจได้เห็นการปรับราคาบิตคอยน์เป็นไปในขาขึ้นใหม่อีกครั้งครับ หากเรายึดกราฟและคำพยากรณ์ของ Walletinvstor ที่ให้เราบิตคอยน์นั้นจะกลับไปยืนที่ 16,000 ดอลล่าร์ได้ใน 1 ปี นั่นเท่ากับว่าหากเราเลือกลงทุนกับเว็บ Exchange ต่าง ๆ อย่างเช่น Daxci เป็นต้น ย่อมมีโอกาสที่หุ้นดิจิตอลเหล่านี้จะมีราคาที่เติบโตไปในทิศทางเดียวกันกับตลาดใหญ่นั่นเอง

 

รีวิว [Mythemeshop] สุดยอด theme wordpress สำหรับคนทำธุรกิจออนไลน์ 2018

เมื่อใดก็ตามที่เราเริ่มมองหา Plug in ที่นำมาใช้กับ wordpress ไม่ว่าจะเป็น theme หรือ plugin ก็ตาม ปัญหาสำคัญคือมีตัวเลือกที่อยู่ใน marketplace เป็นจำนวนมาก หลายพันหลายหมื่น ทำให้เป็นเรื่องยากครับที่เราจะตัดสินใจเลือกตัวไหนดี

ในโลกของ e-commerce “การเลือกที่ถูกต้อง มีผลต่อการทำกำไรและความสำเร็จของเว็บไซต์นั้นๆ” โดยสิ่งที่สำคัญที่สุดเรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในตัวบ่งชี้ที่กำหนดความสำเร็จคือ รูปแบบของ theme และ Plugin ที่ดีและส่งผลต่อผู้เยี่ยมชมมากที่สุดครับ

ดังนั้นเพื่อช่วยให้คุณมีข้อมูลที่ดีในการเลือกตัดสินใจจะใช้ theme ไหน หรือว่า plugin ใด วันนี้ผมมีบทรีวิว ของ community แห่งหนึ่งที่นักธุรกิจออนไลน์ และนักการตลาดออนไลน์นิยมเลือก theme และ plugin ออกมาทำเว็บไซต์

เพื่อการสร้างธุรกิจออนไลน์ที่ยิ่งใหญ่ โดยที่ที่ผมกำลังจะพูดถึงนั้นมีชื่อว่า Mythemeshop ครับ

มาเริ่มกันเลย!

Mythemeshop คืออะไร

เว็บไซต์ mythemeshop.com

ทำความรู้จักกับ Mythemeshop กันก่อนนะครับ สำหรับ Mythemeshop เป็นการผสานรวมกันของ ธีม wordpress กับ ชุมชน (Clubs) ของคนรักการสร้างและพัฒนาธีมที่ดีที่สุดที่นำมาใช้กับ WordPress สินค้าและผลิตภัณฑ์ต่างๆที่ Mythemeshop นำออกมาจำหน่ายนั้น เกิดจากสมาชิกทั้งหลายให้คำแนะนำ และข้อเสนอแนะ

ซึ่งส่งผลให้สินค้าทุกตัวของ Mythemeshop ส่งผลดีทั้งด้าน SEO และเพิ่มมูลค่าและยอดขายให้กับคนทำธุรกิจ e-commerce ทั่วโลก และแน่นอนว่าคนต่อไปอาจเป็นคุณ!

เชื่อหรือไม่ครับ! Mythemeshop ถือเป็นหนึ่งในชุมชน (Clubs) ที่ใหญ่ที่สุดในโลกแห่งหนึ่งที่มีสมาชิกกว่า 300,000 คน โดยมี theme ให้เลือกกว่า 99 ธีม และ plugin กว่า 20 ตัว!

เจ้าของเว็บไซต์ชื่อดังอย่าง ShoeMoney ยังเลือกใช้ธีมจาก Mythemeshop

ราคาของ Mythemeshop 

ในส่วนของราคาจำหน่ายนั้น หากเป็นสินค้าที่จำหน่ายเป็นเซตจะมีราคาอยู่ที่ 59$ ในขณะที่ถ้าเป็นการซื้อแยกชิ้นจะมีราคาอยู่ที่ 29$ ซึ่งหากเทียบกับบรรดาเจ้าอื่นๆแล้ว ส่วนตัวผมคิดว่าราคาอยู่ในระดับกลางๆ ไม่ได้สูงมากแต่อย่างใด

สำหรับค่าเข้าเป็นสมาชิกคลับรายปีนั้น เริ่มต้นที่ 167 เหรียญต่อปีเท่านั้น ราคานี้ทำให้คุณสามารถใช้ theme มากกว่า 99 ธีม ปลักอินกว่า 20 ตัวและรวมทั้งงาน Photoshop ได้อีกด้วย ส่วนตัวผมคิดว่าหากจะเดินสายสร้างทรัพย์สินดิิจิตอลด้วยเว็บไซต์ การสมัครเป็นสมาชิกรายปีกับ Mythemeshop น่าจะเป็นคำตอบที่ดีที่สุดครับ

ลองมาสำรวจธีม Mythemeshop กัน

เอาล่ะครับ มาถึงส่วนสำคัญ นั่นคือธีมต่างๆที่ Mythemeshop  มี ผมพยายามคัดธีมที่เป็นที่นิยมและน่าใช้งาน พร้อมทั้งส่งผลดีต่อการจัดอันดับใน Google และรองรับ Mobile แบบเต็มรูปแบบ ลองมาดูกันครับว่าธีมที่ Mythemeshop มีอะไรน่าสนใจบ้าง

การออกแบบธีมของ Mythemeshop  เน้นที่การใช้งานแบบ Usability โดยแต่ละธีมนั้นมีการใส่ตัวอย่างของข้อมูลลงไปด้วย เพื่อให้ผู้ใช้งานมองภาพออกว่า เมื่อนำธีมไปใช้แล้วหน้าตาของธีมจะออกมาเป็นแบบไหนและอย่างไร

ธีมแต่ละมีออกแบบมารองรับการใช้งาน Google font รวมทั้งยังสามารถเลือกใส่พื้นหลังได้อย่างหากหลาย แต่ส่วนสำคัญที่สุดที่ผมชอบในส่วนของ Mythemeshop คือ ความสามารถในการทำเว็บรีวิว รวมทั้งการรองรับการใช้งานผ่านมือถือ!

กลุ่มของ theme

การค้นหาธีมแต่ละธีมสามารถทำได้อย่างง่ายดาย หลายๆหมวดในธีมนั้นมีให้เราสามารถทดลองใช้ฟรี! ได้ด้วย นอกจากนี้ในแต่ละธีมยังมีการนำเสนอไอเดีย พอเป็นแนวทางให้เราได้เห็นภาพว่า เมื่อเราติดตั้งธีมแล้ว หน้าตาจะออกมาในรูปแบบใด

สำหรับในส่วนของการค้นหานั้น ธีมจะแบ่งแยกออกมาได้ดังนี้คือ

  • 2 Column
  • 3 Column
  • Adsense optimised
  • Full width
  • Fixed header
  • HTML5/CSS3
  • Responsive
  • Slider
  • Translation ready

Most Popular (ธีมที่ได้รับความนิยม)

สำหรับธีมที่ได้รับความนิยมมากที่สุดใน  Mythemeshop ประกอบไปด้วย

Schema

ธีม Schema เป็นธีมที่เน้นในเรื่องของความเร็วในการโหลดครับ ถ้าคุณติดตั้งธีมนี้เว็บของคุณจะสามารถโหลดได้เร็วกว่าคู่แข่ง และนั่นหมายถึงคะแนนการจัดอันดับของคุณก็จะดีขึ้นมากด้วยเช่นกัน นอกเหนือจากจุดเด่นของธีมที่ผมบอกไปข้างต้นแล้ว ธีมนี้ยังมีความสามารถพิเศษในการรองรับระบบ Mobile แบบเต็มรูปแบบ ตอนนี้ธีมดังกล่าวได้รับความนิยมสูงสุดเมื่อเทียบกับบรรดาธีมที่เหลือ

ราคา: $47 | ตัวอย่าง | รายละเอียด

SociallyViral

ธีม SociallyViral ถือเป็นธีมที่ครอบจักรวาล สามารถประยุกต์ใช้งานได้อย่างหลากหลายตามความต้องการของเจ้าของเว็บ โดยหลักๆแล้วเหมาะสมสำหรับการทำเป็นธีมวาไรตี้ หรือธีมธุรกิจออนไลน์ต่าง ๆ มีจุดเด่นด้านสีสัน และงานด้าน SEO ถือเป็นอีกหนึ่งธีมที่น่าดาวน์โหลดมาใช้งานอย่างยิ่ง

ความสวยงามของธีมนี้ขึ้นอยู่กับรูปแบบของ

ราคา: $47 | ตัวอย่าง | รายละเอียด

Crypto

หากคุณกำลังทำธุรกิจเหรียญคลิปโต้ หรือว่าบิทคอยน์ หรือ ICO ธีมนี้ออกแบบมาเพื่อคุณ ด้วยการวาง Layout ที่เป็นมาตรฐาน มีการแสดงราคาของเหรียญคลิปโต้ต่างๆ บนหัวของเว็บไซต์ ให้ความรู้สึกเสมือนเป็นดังเว็บไซต์ชั้นนำ เพียงแค่คุณปรับแต่งอีกเล็กน้อยเว็บไซต์ก็สามารถใช้งานได้ราวกับมืออาชีพในการออกแบบ

ราคา: $47 | ตัวอย่าง | รายละเอียด

Ad-Sense

ธีม Ad-Sense ออกแบบมาเพื่อการทำธุรกิจ PPC สำหรับเจ้าของเว็บอย่างแท้จริง ด้วยตำแหน่งการวาง Ads ที่มีความหลากหลาย รวมทั้งมีช่องวางโฆษณาที่ง่ายดาย ทำให้ผู้เยี่ยมชมรู้สึกไม่ขัดตาเวลาเข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์ ซึ่งส่งผลต่อการเพิ่ม CTR ให้กับ Adsense ของคุณอย่างมาก

ราคา: $47 | ตัวอย่าง | รายละเอียด

Coupon

กระแสของการมองหาส่วนลดพิเศษเพื่อการซื้อสินค้ากำลังมาแรง ส่งผลให้ทาง Mythemeshop ออกแบบธีมที่สนับสนุนกระแสความต้องการของสินค้ากลุ่มนี้ โดยการออกแบบเว็บไซต์แนวคูปอง ส่วนลดให้ลูกค้าเข้ามาค้นหาได้ในเว็บไซต์

รูปแบบเว็บออกแบบได้ดึงดูดสายตาและประยุกต์ใช้งานในรูปแบบภาษาไทยง่ายมากๆ

ราคา: $47 | ตัวอย่าง | รายละเอียด

Interactive

ธีมสุดท้ายนั้นเป็นธีม Interactive เน้นความหลากหลายของการแสดงผลออกแนววาไรตี้ที่สมบูรณฺ สามารถประยุกต์ใช้กับธีมการท่องเที่ยว หรือ Portfolio ของตนเองได้ตามต้องการ ถือเป็นอีกหนึ่งธีมเอนกประสงค์ที่น่าใช้งานครับ

ราคา: $47 | ตัวอย่าง | รายละเอียด

Most Popular Plugin (ปลั้กอินที่ได้รับความนิยม)

นอกเหนือจากธีมแล้วทาง Mythemshop ยังมีปลักอินดีๆที่เราเอาไว้ใช้เชื่อมต่อกับเว็บ wordpress ของเราเพื่อเพิ่มความเทพให้กับเว็บไซต์ มีดังนี้

WP Review Pro

คุณเคยค้น Google แล้วพบว่าทำไมบางเว็บไซต์นั้นมีดาวรีวิวโผล่ขึ้นมาใน scale การค้นหาด้วย ถ้าคุณต้องการให้เว็บไซต์มีความเทพในระดับนั้น คุณจำเป็นต้องสั่งซื้อปลักอิน WP Review Pro ไปติดตั้งบนเว็บไซต์ของคุณครับ มันติดตั้งง่าย และผมพบว่าไม่เคยมีปัญหาใดๆเลยทั้งในส่วนของการติดตั้งและการใช้งาน

ราคา: $87 | ตัวอย่าง | รายละเอียด

WP Quiz Pro

สำหรับปลักอินตัวนี้นั้นออกแบบมาให้เว็บไซต์ของคุณมีระบบการตอบคำถามที่ดี เป็นกิจกรรมที่มอบให้กับผู้ที่เข้ามาเยี่ยมชมเว็บไซต์ได้มีความสนุกสนานเพิ่มมากยิ่งขึ้น

ราคา: $77 | ตัวอย่าง | รายละเอียด

 

เป็นอย่างไรกันบ้างครับกับธีมสวยๆ และปลั้กอินเทพๆ จะเห็นว่าที่ Mythemeshop ทุกอย่างลงตัวและน่าใช้งานมากที่สุด โดยส่วนตัวของผมแล้วยกให้ที่นี่เป็นหนึ่งในเครื่องมือสำคัญที่สุดในการสร้างทรัพย์สินดจิติตอลประเภทเว็บไซต์เลยทีเดียวครับ

 

รีวิว[wagecan.com] bitcoin debit card ไอเท็มระดับแรร์ ที่คุณต้องมี!

คุณกำลังต้องการถอนเงินบิทคอยน์เป็นเงินบาทใช่ไหม

คุณต้องการถอนเงินบิทคอยน์ผ่านตู้ ATM ในไทยใช่ไหม

คุณต้องการใช้เงินบิทคอยน์ แต่ไม่ต้องการเดินบัญชีผ่านแบงค์ไทยใช่ไหม

ถ้าที่ผมเขียนมาทั้งหมด คำตอบบางข้อของคุณคือ “ใช่” ! ผมยินดีด้วยครับ บทความนี้ผมเขียนขึ้นมาเพื่อคุณ และผมโคตรมั่นใจเลยว่า คุณต้องใช้ ไอเท็มที่ผมเอามารีวิวนี้อย่างแน่นวลชวนแข ว่าแล้วเราก็อย่ารอช้าเลยครับ ไปพบกับทางออกของปัญหาเหล่านี้กัน! แล้วคุณจะชอบ กับไอเท็มลับอันนี้อย่างแน่นอน

บัตร wagecan คืออะไร

ถ้าดูตามชื่อแล้วผมคิดว่า มันอ่านยากมากเลยครับเจ้าบัตรเดบิตใบนี้ แต่น่าจะเรียกว่า วา-เก-เคน คือเอาตรงๆเลยชื่อแบบไม่เป็นมงคลจักรวาลทั้งแปดทิศมาก! แต่ชางเถอะครับ เราจะสนอะไรขอแค่มันใช้งานได้ก็พอ เจ้าบัตรนี้มันก็คือบัตรเดบิตครับ เป็นบัตรเดบิตที่สามารถถกดเงินสดได้ทั่วโลก! ย้ำว่าทั่วโลก เป็นสกุลเงินอะไรก็ได้ตามแต่ประเทศนั้นๆ เช่น

ถ้าคุณไปอยู่ญี่ปุ่น คุณสามารถกดบัตรออกมาได้เป็นเงินเยน

ถ้าคุณไปอยู่ลาว คุณสามารถกดบัตรออกมาได้เป็นเงินกีบ

และถ้าคุณไปอยู่อเมริกา คุณก็สามารถกดบัตรออกมาได้เป็นเงินดอลล่าร์!

เป็นไงครับ เจ๋งป่ะละ แต่… จริงๆแล้วเจ้าบัตรเดบิต wagecan มีประโยชน์ชนิดที่ผมต้องร้อง WOW นั่นคือ มันสามารถฝากเงินบิทคอยน์ เข้าไปในบัตร และสามารถถอนเงินออกมาเป็นเงินสกุลประเทศอะไรก็ได้!!! นี่ละความเจ๋งของมัน

คุณสามารถใช้บัตรบิทคอยน์ ถอนเงินสดได้ผ่านตู้ ATM ในประเทศไทย

คุณลองคุิดดูสิครับ คุณขุดเหรียญบิทคอยน์เสร็จ คุณสามารถโอนเหรียญเข้าไปในบัตรเดบิต wagecan จากนั้นก็ถอนมันออกมาเป็นเงินบาท! หรือคุณอาจจะเทรดเหรียญอะไรก็แล้วแต่ จากนั้นคุณก็สามารถถอนเงินออกมาเป็นเงินบาทได้ผ่านบัตรเดบิต wagecan ซึ่งผมบอกเลยว่าเจ้าบัตรเดบิต wagecan มันรองรับการใช้งานที่ประเทศไทย 100%

ดังนั้นสรุป! บัตรเดบิต wagecan คือบัตรกดเงินสดที่สามารถถอนเงินบิทคอยน์ออกมาเป็นเงินบาท หรือเงินสกุลประเทศนั้นๆได้ผ่านตู้ ATM”

แต่ก่อนจะไปรู้จักบัตรนี้มากขึ้น ผมขอสำรวจดูก่อนครับว่าเจ้าบัตรแห่งนี้นั้นมันเป็นของผู้ใด และมีความมั่นคงขนาดไหน

ผมลองสำรวจที่หน้าเว็บไซต์ ยอมรับตรงๆว่าไม่เจอข้อมูลใดๆเลยเกี่ยวกับบริษัท ธนาคาร หรืออะไรก็ตามที่เกี่ยวข้องกับบัตรนี้ แต่ผมพบข้อมูลในส่วนของ About us ที่กล่าวว่า “เว็บไซต์ก่อตั้งขึ้นในปี 2014 โดยเสนอบริการการเป็นช่องทางการจ่ายเงินผ่านมือถือหรือเว็บไซต์ โดยเชื่อมต่อโลกทางการเงินดิจิตอลกับโลกจริง”

ผมอยากรู้ว่าเว็บมีการใช้งานตรงจริงหรือไม่ พอใช้ Similar web ตรวจสอบดูพบข้อมูลดังนี้คือ

แปลง่ายๆว่า ไม่พบข้อมูลอะไรเลยเกี่ยวกับปริมาณทราฟิกครับ ถือว่าในแง่ของ Trust ผมให้คะแนนสอบตกครับ

แต่ก็อย่างว่า ในอุตสาหกรรมคลิปโต้นั้น หลายๆคนมักไม่ค่อยอยากเจ็บตัวเท่าไหร่ จึงมักนิยมออกผลิตภัณฑ์หรือการบริการมา แต่มักไม่ค่อยจะแสดงตัวเองเท่าไหร่เหมือนเช่นบัตรเดบิตใบนี้ ทีนี้หากไปดูเรื่องการจัดอันดับใน Google พบว่าเว็บไซต์ได้อันดับค่อนข้างดี และมีการจัดหมวดตามด้านล่าง

ดังนั้นแม้ว่าตัวตนจะได้รับการปกปิด แต่ในแง่ของปริมาณผู้ใช้งาน ก็ถือว่าเยอะพอสมควรทีเดียวครับ

เราเอาบัตร wagecan มาทำประโยชน์อะไรบ้าง

ข้อดีของบัตรเดบิต wagecan 

  • 1.ไม่ตรวจสอบประวัติให้ยุ่งยาก
  • 2.สามารถแลกเงินได้หลากหลายสกุลเงิน
  • 3.ใช้งานผ่านเว็บ หรือแอฟก็ได้
  • 4.ใช้ shopping ได้ทั่วโลก
  • 5.สามารถกดเงินออกจากตู้ ATM ในประเทศไทยได้! เป็นเงินบาท

เอาจริงๆแล้วบัตรเดบิต Wagecan เหมาะสมทำอะไรที่สุด

จากประสบการณ์นะครับ ผมคิดว่าถ้าคุณเทรดบิทคอยน์ หรือว่าลงทุนอยู่ในตลาด crypto currency นี่คืออีกหนึ่งช่องทางในการระบายเงินของคุณออกมาครับ นอกเหนือจากการใช้บัตรเดบิตอื่น ๆ อาทิ epayments เป็นต้น และที่สำคัญคือ วงเงินที่ได้รับที่มากกว่า ทำให้การนำเงินบิทคอยน์มาใช้ในประเทศไทย ง่ายขึ้นกว่าที่คุณคิด!

ดังนั้น ผมจึงฟันธง! ว่าบัตรเดบิต Wagecan ถือเป็น หนึ่งไอเท็มลับ สำคัญที่คุณต้องมีครับ!

วิธีสมัครเป็นสมาชิกบัตรเดบิต Wagecan

1.คลิกที่นี่ เพื่อเข้าสู่หน้าเว็บ

2.กรอกรายละเอียดตามภาพ

เทคนิคพิเศษ: พยายามตั้งรหัสผ่านให้มีส่วนผสมของ ตัวอักษรพิมพ์เล็ก,พิมพ์ใหญ่,อักขระพิเศษ,และตัวเลข เพื่อให้เราได้ค่ารหัสผ่านเป็น Strong จะช่วยให้รหัสผ่านของเราปลอดภัยมากยิ่งขึ้น

3.การสมัครเสร็จเรียบร้อย ระบบต้องการให้เรายืนยันอีเมล์ ให้เราทำการกด OK ที่หน้านี้ก่อน

4.ภายหลังกด OK ให้เราเข้ามาที่อีเมล์ของเรา จะปรากฎเมล์ที่มาจาก Wagecan ให้เราคลิกเข้าไป

5.กดที่ลิ้งค์ภายในอีเมล์

คำแปลในจดหมายคือ

6.กรอกข้อมูลตามภาพ (หน้านี้สำคัญมากนะครับ ห้ามกรอกผิด ไม่เช่นนั้นจะไม่สามารถแก้ไขได้อีก)

7.ถ้าทุกอย่างกรอกอย่างถูกต้องระบบจะขึ้นดังภาพ

ถือว่าการสมัครสมาชิกเสร็จสิ้น ให้เราทำการ Login เข้าสู่ระบบเพื่อไปทำขั้นตอนการยืนยันตัวตนด้วยเอกสารอีกครั้ง เป็นอย่างไรครับ กรอกข้อมูลสมัครสมาชิกได้เร็วกว่า 30 วินาทีเหมือนที่ระบบบอกไว้ไหมเอ่ย ^^

ทุกครั้งที่เรา Login ระบบจะมีการส่งอีเมล์มาเพื่อบอกให้เราทราบด้วย โดยในอีเมล์จะมีการระบุเลข IP ของการ Login ครับ

วิธียืนยันตัวตน Account Verification (ทำ KYC)

1.เมื่อทำการ Login เข้ามาแล้วจะเป็นหน้า Dashaboard

2.คลิกที่คำว่า Profile

3.คลิกที่คำว่า Account Verification

4.กดที่ปุ่ม Verify

 

5.อธิบายกันก่อน เอกสารที่เราจะใช้ในการยืนยันตัวตนประกอบไปด้วย

5.1 หน้า Passport โดยถ่ายภาพด้วยมือถือมีลัหษณะของภาพเหมือนกับตัวอย่างด้านล่าง

5.2 ถ่ายภาพใบหน้าของเรา ถือ Passport และระบุวันเดือนปี ค.ศ.เหมือนในภาพตัวอย่างอีกหนึ่งภาพ

5.3 Statement ธนาคารที่มีวันย้อนหลังไม่เกิน 60 วัน โดยใน Statement ต้องระบุ ชื่อ ที่อยู่เป็นภาษาอังกฤษ โดยให้ถ่ายภาพหน้าทั้งหน้าด้วยมือถือ ให้ชัดเจน

เมื่อเตรียมเอกสารครบทั้ง 3 ชิ้นแล้ว จึงค่อยทำการยืนยันตัวตนครับ โดยทำการกดที่ปุ่ม มุมขวาล่างคือปุ่ม Start Verification

 

สรุปเรื่องวงเงินกันหน่อย

บัตรเดบิต Wagecan ที่เราสามารถสั่งซื้อมาได้นั้นชื่อว่า Golden Card นะครับ โดยมีราคาสั่งซื้ออยู่ที่ $225 แต่ถ้าคุณเอา Code ต่อไปนี้ไปกรอก มันจะลดเหลือราคาเพียง $180 เท่านั้น การจัดส่งบัตรใช้เวลา 2-7 วันทำการ (ไม่รวมเสาร์-อาทิตย์) ผ่านทางการขนส่ง DHL ครับ สำหรับการยืนยันบัตร และค่าธรรมเนียมรายเดือน บัตรเดบิต Wagecan ไม่มีการเรียกเก็บแต่อย่างใด

บัตรเดบิต Wagecan อนุญาตให้ 1 คนต่อ 1 ใบเท่านั้น และระบบจะมีการแบ่งออกเป็น 2 Level ด้วยกัน ซึ่งแต่ละ Level จะได้วงเงินต่างๆไม่เท่ากันดังนี้คือ

 

พอเข้าใจเรื่องวงเงินของบัตร และรายละเอียดการถอนเงินฝากเงินแล้วนะครับ จะเห็นว่าถ้าเราเป็น KLv2 เราจะสามารถทำรายการต่างๆได้มากขึ้น และสามารถถอนเงินออกจากตู้ ATM ได้มากขึ้นต่อวัน ซึ่งเพียงพอต่อการใช้เงินแต่ละวันของคุณทันที! ดังนั้นถ้าคุณยังไม่มีบัตรเดบิตบิทคอยน์ ผมแนะนำให้สมัครเลยครับกับ บัตรเดบิต Wagecan แต่ถ้าคุณมีบัตร epayments อยู่แล้ว การเพิ่มบัตรเดบิต Wagecan จะช่วยให้คุณเพิ่มวงเงินการถอนบิทคอยน์เป็นเงินบาทต่อวันได้มากขึ้น จนคุณสามารถนำเงินนั้นมาใช้จ่ายได้อย่างสบายๆในแต่ละวันเลยทีเดียว

สมัครบัตรเดบิต Wagecan วันนี้เลยนะครับ! เพื่อจะได้ไม่เป็นภาระลูกหลานในอนาคต