ประโยชน์ดีๆ ที่ได้จากการทำธุรกิจออนไลน์

สมัยนี้ มีหลายคนเปิดธุรกิจออนไลน์ขายสินค้าและบริการกันมากขึ้น เพราะจะให้รอรับเงินตอนสิ้นเดือนเพียงอย่างเดียว เห็นคงจะไม่พอ เพราะทุกวันนี้ค่าครองชีพก็สูงขึ้น แถมยังมีภาษีทางสังคมที่ต้องจ่ายอีก เพราะฉะนั้น การทำธุรกิจออนไลน์จึงเป็นอีกเส้นทางหนึ่งที่หลายคนเลือก แน่นอนว่าธุรกิจนี้สร้างผลประโยชน์และรายได้ให้กับเจ้าของกิจการอย่างมหาศาล บางคนมีรายได้จากธุรกิจออนไลน์มากกว่างานประจำเสียอีก วันนี้ ผู้เขียนจึงพามาดูกันว่า ประโยชน์ดีๆที่คุณจะได้รับจากธุรกิจออนไลน์ มีอะไรกันบ้าง

การเปิดร้านค้าออนไลน์ สามารถทำได้ทันที  

ขอเพียงแค่คุณมีสินค้าหรือบริการที่ต้องการจะขายและเว็บไซต์ / แฟนเพจ ก็เพียงพอต่อการเป็นเจ้าของธุรกิจออนไลน์แล้ว หลายคนมักเริ่มต้นขายจากสิ่งที่ตนเองชอบและมีความสนใจ เช่น เครื่องสำอาง รองเท้า เสื้อผ้า กระเป๋า เป็นต้น ซึ่งเป็นสินค้าที่มีผู้นำมาขายเป็นจำนวนมาก บ้างก็ขายของมือหนึ่งหรือของมือสอง ตามแต่ทุนทรัพย์ ก่อนจะขยับขยายกิจการนำเข้าสินค้าที่มีผู้ซื้อสนใจ เป็นการต่อยอดธุรกิจออนไลน์ไปในตัว

คำแนะนำ ก่อนจะเริ่ม ควรศึกษาการตลาด ช่องทางการจัดจำหน่าย การชำระเงินเสียหน่อย เพื่อรองรับต่อความต้องการของลูกค้า เพราะธุรกิจประเภทนี้ มีคู่แข่งสูง หากเตรียมการมาไม่ดีและมีปัญหาติดขัด ลูกค้าก็จะหันไปซื้อสินค้าจากเจ้าอื่นทันที

ประหยัดค่าใช้จ่ายในการเช่าสถานที่  

เจ้าของกิจการไม่จำเป็นต้องจ่ายค่าเช่าสถานที่เดือนละหมื่นหรือหลายหมื่นบาทต่อเดือน ยิ่งเป็นสถานที่ทำเลทองด้วยแล้ว ไม่ต้องพูดถึง บางแห่งมีมูลค่าเกือบ 100,000 บาทต่อเดือน ไหนจะค่าจ้างพนักงาน ตกแต่งร้านค้าและอื่นๆอีกมากมาย หักลบค่าใช้จ่าย ก็แถบจะไม่เหลือแล้ว แต่การทำธุรกิจออนไลน์ คุณแค่จ่ายค่าจดโดเมน หาโฮสติ้ง จ้างคนมาออกแบบเว็บไซต์ให้สวยงามดึงดูดลูกค้า เพียงเท่านี้ก็สามารเปิดร้านค้าได้แล้ว จึงเป็นอีกธุรกิจหนึ่งที่ลงทุนต่ำ แต่ผลตอบแทนคุ้มค่า

ไม่กังวลเรื่องของเวลาปิด – เปิด ร้านค้า 

ไม่ว่าจะเป็นวันหยุดเสาร์ – อาทิตย์ วันหยุดนักขัตฤกษ์ก็ไม่จำเป็นต้องปิดร้าน เพราะร้านค้าออนไลน์สามารถทำงานได้ตลอด 24 ชั่วโมงและขายสินค้าได้ทั่วโลก หรือช่วงไหนที่คุณอยากหยุดพักผ่อนหรือไปเที่ยวต่างประเทศก็จ้างคนมาดูแลสักระยะหรือจะประกาศไว้ที่หน้าเพจว่ามีธุระส่วนตัว ก็สามารถทำได้เช่นกัน เพื่อเป็นการแจ้งเตือนถึงลูกค้าที่ต้องการสินค้า – บริการในช่วงดังกล่าว เป็นอีกงานหนึ่งที่คุณสามารถให้เวลากับตนเองได้อย่างเต็มที่

คำแนะนำ หากเป็นธุรกิจออนไลน์ที่มีคนติดตามและซื้อสินค้าเป็นจำนวนมาก ควรจ้างแอดมินดูแลแฟนเพจสัก 1 – 2 คนมาช่วยดูแล เพื่อคอยตอบกลับข้อสงสัยจากลูกค้าและรับออเดอร์ เพราะธุรกิจประเภทนี้ หากตอบช้าไปสัก 1 – 2 ชั่วโมง จำไว้ว่า ลูกค้าเขาไม่รอคุณหรอก แต่จะไปซื้อจากเจ้าอื่นที่บริการรวดเร็วทันใจแทน

เข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้ง่าย 

เนื่องจากคนที่เข้ามาค้นหาสินค้าและบริการส่วนใหญ่คือ คนที่สนใจและกำลังหาซื้อสินค้าประเภทนั้นอยู่ ทำให้เข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้ง่าย แค่ค้นหาก็เจอทันที หากสังเกตจะพบว่า ทุกวันนี้ เวลาจะค้นหาอะไรก็ตาม สิ่งแรกที่ทำคือ เปิดกูเกิ้ลหรือค้นหาทางเฟสบุ๊คมากกว่าไปเดินหาตามร้านค้า เพราะมันสะดวก รวดเร็วและประหยัดเวลากว่า แถมบางร้านค้ายังเปิดรับสินค้าพรีออเดอร์ที่นำเข้าจากต่างประเทศอีกด้วยและยังมีราคาถูก เพราะสินค้าบางชิ้น มีผู้สั่งซื้อเป็นจำนวนมาก จึงเป็นการเปิดหารไปในตัว

ลดความเสี่ยงในการถูกโจรกรรม  

ธุรกิจออนไลน์แตกต่างจากร้านค้าทั่วไปที่วางสินค้าให้ลูกค้าได้เลือก ดังนั้น เจ้าของกิจการจึงไม่ต้องกังวลว่าสินค้าจะหายหรือเกิดการโจรกรรมขึ้น อย่างไรก็ตาม ทางที่ดี หากสั่งสินค้ามากชิ้น ควรมีคนคอยเช็คสต๊อกสินค้าด้วย เผื่อในกรณีที่ของส่งมาไม่ครบจะได้แจ้งไปยังต้นทางได้ อาจจะจ้างคนเช็คสต็อกสินค้าหรือจะเช็คเองก็ได้ตามความสะดวก

การชำระเงินและส่งสินค้าที่ง่าย  

ทุกวันนี้จากข้อดีของการมี Mobile Banking ทำให้ช่องทางการชำระเงินมีความสะดวกสบายขึ้น แถมยังเป็นแอพพลิเคชั่นที่ดาวน์โหลดได้ฟรีไม่เสียค่าใช้จ่ายอีกด้วย ประกอบกับการขนส่งที่มีให้เลือกหลากหลายทั้งของรัฐบาลและของเอกชน ซึ่งหากเป็นสินค้ามากชิ้น แนะนำให้ใช้ของเอกชนจะดีกว่า เพราะจะได้ทั้งส่วนลดและค่าบริการที่ลดลง เป็นการประหยัดค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นไปอีก

สามารถวิเคราะห์ข้อมูลต่างๆได้

ในที่นี้หมายถึง ผู้ที่เข้าเลือกชมสินค้าในแฟนเพจหรือเว็บไซต์ว่าแต่ละวันมีอยู่กี่คน ยอดการเข้าชมเพิ่มขึ้นหรือลดลง ผู้เข้าชมสนใจสินค้าตัวไหนมากที่สุด ในช่วงใดที่ผู้เข้าชมมีจำนวนลดลง แต่ละคนที่เข้ามา มาจากจังหวัดอะไร อยู่ที่ไหน เข้ามาในเว็บไซต์แล้วทำอะไรบ้าง เช่น อ่านบทความ ตอบคอมเม้นท์ ถามข้อสงสัย สั่งซื้อสินค้า เป็นต้น จากข้อมูลเหล่านี้จะทำให้คุณวิเคราะห์การตลาดได้ดีและแม่นยำขึ้น

ทั้งนี้ ประโยชน์ดีๆในการทำธุรกิจออนไลน์ยังมีอยู่เยอะมากเกินกว่าจะกล่าวได้หมด แต่การทำธุรกิจทุกประเภทย่อมมีประโยชน์และข้อจำกัดของมัน ในบทความหน้าผู้เขียนจะพามาดูกันว่า ข้อจำกัดและข้อเสียของการทำธุรกิจออนไลน์มีอะไรบ้าง เพื่อให้เจ้าของกิจการและผู้ที่กำลังริเริ่มธุรกิจออนไลน์ได้ศึกษาให้ดีก่อนการลงทุน

ข้อจำกัดและข้อเสียของการทำธุรกิจออนไลน์

ในปัจจุบันมีข้อจำกัดและข้อเสียมากมายที่คนทำธุรกิจออนไลน์จะต้องเจอ ไม่ว่าคุณจะขายเสื้อผ้า กระเป๋า นาฬิกา รองเท้าหรือสินค้าและบริการประเภทอื่นๆ แม้การเริ่มต้นจะค่อนข้างง่าย แต่ใช่ว่าทุกคนจะประสบความสำเร็จเสมอไป บ้างก็สมหวังเป็นเจ้าของธุรกิจออนไลน์เงินล้าน บ้างก็ผิดหวังที่ไม่เป็นไปตามที่คาดไว้ วันนี้ ผู้เขียนจึงขอมาบอกเล่าถึงข้อจำกัดและข้อเสียที่ทุกคนจะต้องเจอ มาฝากผู้อ่านทุกท่านที่อยากทำธุรกิจไลน์ จะมีอะไรที่ต้องเตรียมรับมือกันบ้างนั้น ถ้าอยากรู้ ต้องอ่านบทความนี้ให้จบ

สินค้าขาดสต็อก  

แน่นอนว่าการประกอบธุรกิจออนไลน์ หลายคนจำเป็นต้องสต๊อกสินค้าเอาไว้ แต่สิ่งหนึ่งที่ผู้เขียนเชื่อว่าทุกคนต้องเจอคือ สินค้าขาดสต็อก แม้ธุรกิจนั้นจะมีเจ้าของร้านคอยดูแลทุกอย่างหรือมีทีมงานคอยเช็คสต็อกก็ตาม แต่บางครั้งการสื่อสารที่ไม่ดีหรือเกิดความผิดพลาดระหว่างการสื่อสาร ทำให้ฝ่ายขาย ขายของเพลินจนลืมนับสต็อก ส่งผลให้สินค้าขาดตลาด ลูกค้ารอนานจนหลายคนหันไปใช้บริการเจ้าอื่น ทำให้คุณสูญเสียฐานลูกค้าเพิ่มมากขึ้น

สินค้าชำรุดหรือเกิดความเสียหายระหว่างขนส่ง  

ส่วนใหญ่ปัญหานี้เป็นเหตุสุดวิสัยที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น หากคุณเข้าไปดูในไปรษณีย์จะพบว่าแต่ละคนมีผู้มาส่งสินค้าเป็นจำนวนมาก ซึ่งเยอะกว่าเมื่อก่อนหลายเท่าตัว เป็นผลมาจากความนิยมในการทำธุรกิจออนไลน์และการซื้อของออนไลน์ ทำให้เจ้าหน้าที่ที่ขนส่งสินค้าไม่สามารถคอยระวังวัสดุทุกชิ้นได้หมด นอกจากนี้ สินค้าบางชนิดก็เกิดการชำรุดมาตั้งแต่โรงงานแล้ว พ่อค้า แม้ค้าบางรายก็ส่งไปโดยที่ไม่ตรวจเช็คให้ดีก่อน ทำให้เกิดปัญหาและข้อเรียกร้องของลูกค้าตามมา

ได้รับสินค้าช้ากว่ากำหนด  

เหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นได้จาก 2 สาเหตุคือ ระบบขนส่งเกิดความขัดข้อง ทำให้การขนส่งสินค้าคลาดเคลื่อน เช่น เกิดภัยพิบัติ น้ำท่วม พายุเข้าจนไม่สามารถขนส่งสินค้าได้ เป็นต้น ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่สามารถแก้ไขได้ พ่อค้า แม่ค้าควรแจ้งเตือนให้ลูกค้าทราบก่อนจะดีกว่า ส่วนกรณีที่ 2 คือการเกิดอุบัติเหตุ และเขียนชื่อ – ที่อยู่ผิด (บางคนเขียนผู้รับเป็นผู้ส่ง และผู้ส่งกลายเป็นผู้รับก็มีให้เห็นกันมาแล้ว) ในส่วนนี้สามารถแก้ไขได้ด้วยการลดความประมาทและตรวจทานก่อนการจัดส่งสินค้า

ลูกค้าไม่พอใจเนื่องจากสินค้าที่ได้ไม่ตรงกับรูป  

เกิดขึ้นได้หลายสาเหตุ อาทิ ตอนลงรูปสินค้า เรามีการตกแต่งสี ตกแต่งสินค้า ตกแต่งภาพ จนภาพที่ออกมาดูเกินจริง อย่าลืมว่าเวลาดูของจริงกับดูในโทรศัพท์มือถือ แม้จะไม่ได้ตกแต่งภาพ แต่อย่างน้อยทั้งรูปร่างและสีก็แตกต่างกันบ้างแล้ว เพราะฉะนั้น พ่อค้า แม่ค้าควรลงรูปสินค้าหลายๆมุม มีซูมภาพใกล้ไกลให้ลูกค้าตัดสินใจได้ง่ายขึ้น หรืออีกกรณีหนึ่งคือ เกิดจากสาเหตุกระบวนการจัดส่งที่ทำให้สินค้าเกิดความเสียหาย ผิดรูปไม่เป็นไปตามที่ลูกค้าคาดหวังไว้

สินค้าไม่สามารถใช้ได้  

เป็นข้อเสียอย่างหนึ่งของคนทำธุรกิจออนไลน์ที่ทำให้ลูกค้าไม่อยากซื้อสินค้าเลยก็ว่าได้ เพราะลูกค้าไม่สามารถลองหรือสัมผัสได้ด้วยตนเอง โดยเฉพาะเสื้อผ้า รองเท้า กระโปรง กางเกง หรือสินค้าอะไรก็ตามที่จำเป็นต้องสวมใส่ บางครั้งขนาดของสินค้าแต่ละยี่ห้อก็ไม่เท่ากัน บางครั้งจะเป็นไซน์คนเอเชีย แต่บางครั้งก็เป็นไซน์ชาวต่างชาติ ซึ่งแต่ละอย่างหากคำนวณผิดไปแม้แต่นิดเดียวก็ไม่สามารถสวมใส่ได้แล้ว หากเจอเหตุการณ์เช่นนี้ไม่ว่าจะเป็นใครก็ย่อมเสียอารมณ์ด้วยกันทั้งนั้นและไม่อยากซื้อของออนไลน์อีก

ออเดอร์ทิ้งไว้แล้วไม่จ่ายเงิน

ลูกค้าหลายคนมักออเดอร์ทิ้งไว้และไม่ยอมชำระเงิน บ้างก็หายไปกับสายลม เหตุการณ์แบบนี้ ผู้เขียนเชื่อว่าคนทำธุรกิจออนไลน์ทุกท่านต้องเคยเจอ ผลที่ตามมาคือ สต็อกสินค้ารวน สินค้าค้างสต็อก หลายๆเพจหรือหลายเว็บไซต์จึงตั้งกฎไว้ว่า หากลูกค้าท่านใดสั่งสินค้าเล่นๆและไม่ชำระเงิน อาจจะต้องบล็อกไม่ให้สั่งสินค้าในรอบต่อไป เพื่อเป็นการป้องกันเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นอีกหรือหากเป็นสินค้าที่ราคาสูงอาจจะให้ลูกค้ามัดจำก็ได้ เผื่อในกรณีที่ไม่จ่ายในส่วนที่เหลือตามกำหนดการณ์ชำระเงิน พ่อค้า แม่ค้าจะได้นำไปขายต่อเป็นกำไรเพิ่มได้

ได้รับสินค้าไม่ครบตามที่สั่งไว้  

ปัญหายอดฮิตของการทำธุรกิจออนไลน์ ซึ่งเกิดจากความประมาทของคนขายของออนไลน์นั่นเอง ผู้เขียนเองก็เคยเจอ สั่งสินค้าไป 5 ชิ้น ได้จริงๆแค่ 3 ชิ้น แน่นอนว่าลูกค้าสามารถเรียกร้องและท้วงติงได้ แต่อย่าลืมว่าเหตุการณ์ดังกล่าวจะทำให้ลูกค้าเสียความเชื่อถือไปและหันไปใช้บริการจากเจ้าอื่นแทน จงอย่าลืมว่าธุรกิจออนไลน์เกือบ 90 เปอร์เซ็นต์ ไม่ได้ขายเพียงแค่เจ้าเดียว แต่ขายด้วยกันหลายเจ้าและการแข่งขันก็สูงมาก เพราะฉะนั้น หากไม่อยากเสียลูกค้าไป พ่อค้าแม่ค้าก็ต้องรอบคอบให้มากขึ้น

ไม่ได้รับสินค้า  

หากส่งสินค้าทางไปรษณีย์แล้วลูกค้าไม่ได้รับสินค้าตามกำหนดการณ์คงเป็นปัญหาที่คนทำธุรกิจออนไลน์ไม่สามารถควบคุมได้ ดังนั้น ทุกครั้งที่ส่งสินค้า แนะนำให้ส่งแบบลงทะเบียนหรืออีเอ็มเอส พร้อมแจ้งเลขวัสดุแก่ลูกค้า เพื่อให้ติดตามการขนส่งอีกครั้งหนึ่งและเป็นพยานว่าสินค้าได้ถูกจัดส่งไปแล้วจริงๆ

ทั้งหมดนี้คือข้อจำกัดและข้อเสียของการทำธุรกิจออนไลน์ จริงๆแล้วยังมีอยู่เยอะมากเกินกว่าจะกล่าวหมด เพราะฉะนั้น ควรเตรียมรับมือ มีสติ รอบคอบและเตรียมพร้อมกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้ดีที่สุด

 

ธุรกิจออนไลน์ เริ่มต้นยังไงดี ปี 2017

เชื่อว่าหลายคนหันมาสนใจทำธุรกิจออนไลน์กันเยอะขึ้น เพราะดูแล้วเป็นสิ่งที่ทำง่าย แถมไม่ต้องลงทุนอะไรมากนัก แต่ในความเป็นจริงแล้ว การเริ่มต้นธุรกิจออนไลน์และสามารถไปได้ไกลนั้น เป็นสิ่งที่ยากมาก จึงจำเป็นต้องมีการเตรียมตัวที่ดี ไม่อย่างนั้นธุรกิจอาจเกิดการขาดทุนได้ เห็นแบบนี้ ก็อย่าเพิ่งกลัวไป เพราะวันนี้ ผู้เขียนจะมาแชร์ความรู้ดีๆให้คนที่สนใจในธุรกิจประเภทนี้ได้ศึกษาเป็นความรู้กัน ซึ่งมีดังต่อไปนี้

เลือกสินค้า 

สิ่งแรกที่ต้องทำคือ รู้ว่าเราจะขายอะไร ซึ่งส่วนใหญ่แล้วในธุรกิจออนไลน์ที่เห็นทางโซเชียลมิเดียจะเน้นขายอาหารเสริม เครื่องสำอาง เสื้อผ้า รวมทั้งกระเป๋า เพราะเป็นสินค้าที่ซื้อง่ายขายคล่อง แถมยังได้รับความนิยมในกลุ่มวัยรุ่นและคนทำงานที่ชอบช้อปปิ้งทางออนไลน์กันอีกด้วย หากใครที่ยังไม่ทราบ แนะนำให้ขายสินค้า – บริการที่ตนเองถนัดหรือมีความสนใจ เพราะจะสามารถตอบคำถาม รวมทั้งข้อสงสัยของลูกค้าได้

อีกวิธีหนึ่งคือ การทำ Dropship หรือการเลือกสินค้าที่มีคนอยากให้นำมาขายอยู่แล้วทางอินเทอร์เน็ต และจัดส่งสินค้าจากเจ้าของแบรนด์ถึงมือลูกค้าโดยตรง ซึ่งในกรณีนี้ คุณไม่ต้องสต๊อกสินค้าและจัดส่งสินค้าเอง ใครที่ไม่ค่อยมีงบลงทุนมากนักหรือกลัวความเสี่ยงว่าจะขาดทุน แนะนำให้ใช้วิธีนี้จะดีกว่า แต่ถ้ามีสินค้าที่ต้องการจะขายและสนใจมากเป็นพิเศษ เลือกใช้วิธีที่ 1 ได้เลย

คิดชื่อร้านค้า  

หลายคนอาจมีชื่อธุรกิจออนไลน์ของตนเองในใจ แต่อาจเรียกยากหรือไม่คุ้นหูคนไทย หากใครที่กำลังกังวลกับปัญหานี้ แนะนำให้ใช้ชื่อร้านแบบเบสิก แต่จดจำง่ายจะดีกว่า และจะดีมากถ้าชื่อที่ตั้ง มีความสัมพันธ์กับสินค้า – บริการที่นำมาขาย ตัวอย่างเช่น ใครที่สนใจธุรกิจนำเข้าสินค้าจากโรงงาน อาจจะตั้งชื่อตรงๆเลยคือ นำเข้าสินค้าจากโรงงาน โดย….(เป็นชื่อของคุณหรือชื่อเรียกที่ชอบก็ได้) การตั้งชื่อแบบนี้จะทำให้ลูกค้าจดจำและเข้าถึงเว็บไซต์หรือแฟนเพจได้ง่ายขึ้น

เงินทุน

สำหรับเงินที่จะนำมาลงทุนในธุรกิจออนไลน์ ไม่ควรจำกัดแค่สินค้าและค่าขนส่งอย่างเดียว แต่ควรนึกถึงค่าโฆษณา รวมถึงในกรณีที่สินค้าที่ลูกค้าสั่งไป เกิดการสูญหายหรือเสียหายด้วย ในบางรายอาจต้องจ้างแอดมินในการดูแลแฟนเพจ อัพเดทความเคลื่อนไหล รับออเดอร์จากลูกค้า สร้างคอนเท้นต์ประจำวัน ซึ่งทุกอย่างที่กล่าวมา ล้วนเป็นค่าใช้จ่ายในการลงทุนทั้งสิ้น ดังนั้น ควรวางแผนให้ดีว่า เงินทุนมีมากพอหรือไม่ เมื่อดำเนินการระยะยาวจะต้องไปกู้หนี้ยืมสินหรือเปล่า อย่าลืมคิดให้รอบคอบ เพราะเป็นต้นทุนในการดำเนินการทั้งสิ้น

อย่าลืมแผนการตลาด 

เป็นสิ่งสำคัญที่จะกำหนดชะตาของธุรกิจออนไลน์ แม้จะมีสินค้าที่มีคุณภาพดี ราคาถูก แต่ถ้าไม่มีรู้จัก ก็ไม่มีประโยชน์ เพราะฉะนั้น การวางแผนการตลาด จึงเป็นสิ่งสำคัญ ไม่ถึงกับต้องจ้างนักการตลาดมาคอยดูแล แต่ควรรู้ว่าจะโปรโมทร้านอย่างไร ด้วยวิธีไหน งบประมาณเท่าไร ทำอย่างไรจึงจะดึงดูดลูกค้าเข้าร้านได้ ยิ่งเป็นร้านใหม่ๆด้วยแล้วจะทำยังไงให้ชนะคู่แข่ง เป็นต้น

คำแนะนำ  ควรวางเป้าหมาย ก่อนเปิดเพจหรือเว็บไซต์ให้ชัดเจนว่า 1. จะเปิดเมื่อไร  2. ต้องเตรียมการอัพเดทอะไรบ้าง 3. ทำอย่างไรให้คนรู้จักมากขึ้น  4.ประเมินงบประมาณที่จะใช้ในขั้นตอนต่างๆ  5. ตรวจสอบและปรับปรุงแผนว่าที่ได้ใช้ไป สำเร็จตามเป้าหมายหรือไม่  6. ในกรณีที่ไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ ควรหาแผนสำรองเพื่อจัดการกับปัญหาดังกล่าว (นำไปปรับใช้ได้ ตามความเหมาะสม)

เลือกวิธีในการชำระเงิน 

แนะนำว่า ควรเปิดบัญชีกับธนาคารที่ลูกค้าส่วนใหญ่ใช้บริการมากกว่าการเลือกธนาคารที่ลูกค้าไม่นิยม แต่ดอกเบี้ยดีและควรเปิดมากกว่า 2 บัญชี เพื่อแยกประเภทของเงินว่า ส่วนนี้คือ ค่าใช้จ่ายในธุรกิจออนไลน์ / ค่าใช้จ่ายในบ้าน / ค่าใช้จ่ายส่วนตัว / บัญชีเงินฝากประจำ การจัดการแบบนี้จะช่วยให้เงินในบัญชีแบ่งแยกอย่างชัดเจน สะดวกต่อวางแผนและวางงบประมาณมากขึ้น

ช่องทางการจัดจำหน่ายและการขนส่ง 

การเปิดธุรกิจออนไลน์ ช่องทางจัดจำหน่ายที่ง่ายที่สุดคือ การเปิดแฟนเพจ เพราะเปิดได้ฟรี ไม่เสียค่าบริการ อีกทั้งยังเป็นช่องทางที่ลูกค้าเข้าถึงได้ง่ายกว่าช่องทางอื่นๆ รองลงมาคือ การสร้างเว็บไซต์ แต่ต้องเสียค่าโดเมนในการสร้างเว็บไซต์ด้วย ใครที่ไม่ค่อยมีเงินลงทุนนัก แนะนำให้ใช้แฟนเพจจะดีกว่า เพราะสามารถลงโฆษณาได้ตามงบและตามกลุ่มเป้าหมายที่ตั้งไว้ แถมยังอัพเดท ตอบกลับลูกค้าได้ง่ายอีกด้วย

หากใครที่ทำธุรกิจออนไลน์แบบ Dropship คงจะง่ายหน่อย เพราะไม่ต้องสต็อกของ แพคของและส่งสินค้าเอง แต่ถ้าเป็นแบบทั่วๆก็เลือกว่าจะส่งสินค้าอย่างไร แบบไหนจึงจะสะดวกและทำให้ลูกค้าประทับใจ ของส่งถึงไหว ซึ่งส่วนใหญ่แล้วมักใช้บริการจากไปรษณีย์ไทยทั้งการส่งแบบลงทะเบียนและส่งแบบ EMS แต่ถ้าหากมียอดการสั่งซื้อมากๆ แนะนำให้ใช้บริการจากเอกชน เพราะได้ราคาถูกและมีส่วนลดเพิ่มให้อีกด้วย

ทั้งหมดนี้คือ คำแนะนำเบื้องต้นที่ต้องรู้ก่อนเริ่มทำธุรกิจออนไลน์ ใครที่อ่านบทความนี้จบแล้วก็สามารถนำไปปรับใช้กันได้ แต่สิ่งสำคัญที่ต้องมีในทุกๆธุรกิจคือ ความอดทนและมุ่งมั่น เพราะอาชีพนี้ต้องเจอกับลูกค้าหลากหลาย รวมทั้งมิจฉาชีพที่แอบแฝงเข้ามา ดังนั้น อย่าลืมระมัดระวังกันด้วย