5 วิธีหาเงินออนไลน์ 2018 ให้ได้วันละ 1,000 บาทแบบได้จริงๆ

ปี 2018 เดินทางเข้ามาถึงจนช่วงหลังสงกรานต์แล้ว การหาเงินออนไลน์ 2018 ดูเหมือนจะทวีความสำคัญมากขึ้น และกำลังเป็นที่ต้องการมากขึ้นด้วย ผู้เขียนในฐานะที่เขียนบทความเกี่ยวกับการหาเงินออนไลน์ และนำเสนอโอกาสทางธุรกิจมากมายให้กับผู้คนที่สนใจ เลยคิดว่าน่าจะสรุปการหาเงินออนไลน์ 2018 ว่าในปีนี้ ถ้าคัดเลือกวิธีหาเงินออนไลน์ที่ง่ายๆ สัก 5 วิธี จะมีวิธีไหนบ้างที่ทำเงินได้และที่สำคัญคือ เริ่มต้นได้ทันที!

ลองนั่นคัดๆดูพบว่า 5 วิธีหารเงินออนไลน์ข้างล่างนี้ล่ะครับ เริ่มต้นง่ายและได้เงินจริง (แถมเร็วด้วย) เหมาะสมอย่างยิ่งที่จะเป็นวิธีหาเงินออนไลน์ 2018 ที่น่าจะได้รับความนิยมสูงสุดในปีนี้ เอาล่ะไปดูกันครับว่า ผู้เขียนสรุปออกมาแล้วมีอะไรบ้าง

1.เขียนบทความขาย

การหาเงินออนไลน์วิธีแรกนี้ดูเหมือนจะไม่ยากนักครับ เราใช้ทักษะแค่เรื่องของการเขียนเท่านั้น + กับเรื่องที่เรามีความสนใจ ถ้าตลาดเป็นที่ต้องการ คุณก้็จะสามารถทำเงินได้ทันที ราคาว่าจ้างเขียนบทความมักอยู่ที่ 50 บาท ต่อ 500 คำไทย แต่ถ้าคุณเขียนบทความได้ดีและเก่ง ราคาค่าตัวคุณก็จะสูงขึ้นมากกว่านี้มาก ลองคิดดูสิ หากคุณเขียนบทความได้ บทละ 150 บาท / 1000 คำไทย คุณเขียนบทความเพียงวันละ 7 บทความ ก็จะสามารถทำเงินได้วันละ 1050 บาทแล้ว! โดยค่าเฉลี่ยของการเขียนบทความอยู่ที่ประมาณ 4-6 ชั่วโมงเท่านั้น!

2.ใช้กล้องมือถือถ่ายภาพขาย

คุณมีมือถือไหมครับ แหม่! มันช่างเป็นคำถามที่กวนบาทาเสียจริง แต่จริงๆแล้วผมหมายความว่าอย่างนั้นจริงๆนะครับ เดี๋ยวนี้กล้องบนมือถือนั้นพัฒนาคุณภาพไปมาก และมีความสามารถในการถ่ายภาพออกมาได้ใกล้เคียงกับกล้อง DSLR เลยทีเดียว ทีนี้เนื่องจากในปัจจุบัน มีตลาดความต้องการภาพถ่าย เพื่อเอาไปประกอบสินค้าและการบริการออนไลน์มากขึ้น ส่งผลให้พ่อค้าแม่ค้าต่างมองหาภาพถ่ายสวยๆเอาไปประกอบเว็บไซต์ หรือ Post ของตนเอง

ตรงนี้จึงกลายเป็นรายได้ของเราครับ วิธีการคือ เราไปสมัครสมาชิกเว็บไซต์ที่เป็นผู้ให้บริการแบบ Marketplace ในการขายรูปมือถือ หลังจากนั้นแล้วก็ไม่มีอะไรมากไปกว่า การถ่ายภาพและส่งภาพถ่ายขึ้นเว็บเท่านั้น สำหรับใครที่กำลังมองหาว่าแล้วเราจะสมัคร App ไหนดี ผมแนะนำให้ 1 App ครับ

App นี้มีขื่อว่า clashot.com เป็นแอพที่ทำหน้าที่เป็น ตลาดหรือ Marketplace ขายรูปที่ถ่ายจากมือถือครับ สามารถดาวน์โหลดมาติดตั้งบนมือถือได้ทั้ง Android และ IOS จุดเด่นคือ หากคุณถ่ายภาพได้ตรงกับตลาดต้องการจริง มันจะขายได้ และขายง่ายด้วย!

หน้าที่คุณคือ การสะสมภาพสวยๆไว้ใน Portfolio ของคุณให้มากที่สุดเท่านั้น! จากนั้นก็เป็นหน้าที่ของเว็บที่จะทำการขายให้แทนคุณ เดี๋ยวนี้หลายๆคนสามารถสร้างรายได้ระดับ 1,000 – 3,000 บาทต่อวันจากแอพตัวนี้ และไม่แน่ว่าคนต่อไปที่จะมีรายได้แบบนี้อาจเป็นคุณก็ได้ครับ! ว่าแล้วรออะไรล่ะ… หยิบกล้องขึ้นมาโหลดแอพ และถ่ายภาพกันเลย!

3.ขุดบิทคอยน์กับเหมืองออนไลน์ (ที่ดี)

ผู้เขียนเขียนบทความหาเงินออนไลน์ 2018 มาตั้งหลายปีแล้วและในบทความนั้นๆจะมีการพูดถึงการขุดบิทคอยน์เสมอๆ แม้ว่าหลายๆคนนั้นจะโจมตีมัน แต่ในที่สุดเหมืองขุดบิทคอยน์ประเภท Cloud mining ที่มีคุณภาพก็สามารถอยู่ได้มาจนกระทั่งถึงวันนี้ และผมจะบอกว่า ในเวลาที่คุณอ่านบทความนี้อยู่ ราคาบิทคอยน์ยังอยู่ที่ 7000 ดอลล่าร์เท่านั้น! มีการคาดการณ์ว่าในอนาคตเราอาจเห็นราคาบิทคอยน์ที่ 28,000 ดอลล่าร์ หรือมากกว่าได้!

ดังนั้นการลงทุนกับเหมืองขุดบิคอยน์ในวันนี้ จึงเป็นความคุ้มค่าอย่างที่สุด และมีโอกาสสร้างผลตอบแทนขนาดมหึมาในอนาคตได้ คุณลองเลือกเหมืองที่มีอนาคต และมีคุณภาพอย่าง Hashflare หรือ Minersale เป็นจุดเริ่มต้นของการลงทุนและการขุดดูสิครับ เดี๋ยวนี้เหมืองเหล่านี้มอบผลตอบแทนเฉลี่ยมากกว่า 20-30% ต่อปีแล้ว และสูงกว่าเงินฝากธนาคารอีกด้วยนะ

4.เป็นนายหน้าขายสินค้าออนไลน์

คำว่านายหน้าขายสินค้าออนไลน์นั้น ผู้เขียนจะเรียกเป็นภาษาอังกฤษว่า affiliate ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งอาชีพที่สามารถสร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำครับ วิธีการคือ เราไปคัดเลือกสินค้าหรือบริการที่เปิดให้เราสมัครเป็นสมาชิกประเภท affiliate ได้ จากนั้นเราก็เขียนบทความขึ้นมา โดยมีการ Tie in สินค้าหรือบริการนั้นๆเข้าไปในบทความ ในรูปแบบของ Text link ครับ หากนึกภาพไม่ออก งั้นลองสำรวจบทความอันนี้ที่ผู้เขียนเขียนขึ้นมาก็ได้ครับ มันคือหลักการเดียวกันเลยล่ะ!

รายได้จากการเป็น affiliate ก็มาจากการได้รับค่าคอมมิชชั่นนั่นแหละครับ แต่เนื่องจากว่ามีผู้เยี่ยมชมหลายคนได้ตัดสินใจทำกิจกรรมกับผู้ Vendor นั้นๆ ส่งผลให้เราได้รับค่าคอมมิชชั่นในระดับที่สูงมากขึ้นมาก ดังนั้นหากคุณต้องการมีรายได้สูงๆ และเป็น passive income แล้วล่ะก็ ศึกษาเจาะลึกการเป็น affiliate ไว้ให้มากๆแล้วกันครับ

5.เป็นนักรีวิวสินค้าหรือบริการ

หาเงินออนไลน์ 2018 ประเภทสุดท้าย ถืิอเป็นแนวทางการหาเงินที่ได้รับความนิยมมากกล่าวคือ เป็นนักรีวิวสินค้าครับ คุณอาจรีวิวด้วยการถ่ายเป้นคลิปวีดิโอก็ได้ หรือเป็นการรีวิวด้วยการเขียนเป็นบทความขึ้นมาก็ได้ครับ เดี๋ยวนี้นักรีวิวสามารถทำเงินได้มาก และมีรายได้ชนิดที่ผู้เขียนเองยังตกใจเลย ดังนั้นหากทั้ง 4 ข้อข้างต้นไม่ตอบโจทย์หาเงินออนไลน์ 2018 ของคุณ ถ้าอย่างนั้นผมแนะนำข้อที่ 5 นี้ล่ะครับ รับรองว่าทำออกมาแล้ว ปัง! ดัง! มีเงินใช้แน่นอน!

จริงแล้วการหาเงินออนไลน์ 2018 มีวิธีหาเงินออนไลน์อีกมากมายกว่า 5 ข้อที่ผมกล่าวนี้ครับ แต่เพื่อให้ง่ายต่อการเริ่มต้น ผู้เขียนเลยคัดเลือกอันที่เราสามารถเริ่มต้นได้ทันที! และสามารถหาเงินได้จริง มาเป็นแนวทาง สำหรับการเริ่มต้นก่อน ลองดูนะครับ ไม่แน่ว่าจุดเริ่มต้นง่ายๆแบบนี้อาจกลายเป็นแหล่งหาเงินขนาดมหึมาของคุณในอนาคตก็ได้ครับ

ธุรกิจออนไลน์ต้องรู้ สุดยอด E-Payment ที่เจ้าของกิจการห้ามพลาด !

ช่วงหลายปีที่ผ่านมา เราเริ่มเห็นการใช้สมาร์ทโฟนผ่านการทำธุรกรรมออนไลน์กันมากขึ้น สาเหตุหลักเนื่องจาก ตัวสมาร์ทโฟนแต่เดิมที่มีราคาแพงหลายหมื่นบาท ได้ปรับลดราคาถูกลง ทำให้คนส่วนใหญ่เข้าถึงและใช้งานอินเตอร์เน็ตได้มากขึ้น การใช้เงินสดจึงเป็นเรื่องไม่สะดวกสำหรับคนไทย เพราะผู้บริโภคส่วนใหญ่เริ่มหันมาจ่ายหรือโอนเงินผ่านทางแอพพลิเคชั่นที่ให้บริการ E-Payment ทั้งธุรกิจออนไลน์และธุรกิจแบบออฟไลน์ จึงต้องหันมาให้บริการ E-Payment เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ลูกค้า

สำหรับ E-Payment เป็นที่รู้จักกันดีในรูปแบบ E-Wallet ซึ่งเป็นกระเป๋าสตางค์ในมือถือ หลักๆคือ ต้องไปสมัครสมาชิกทางเว็บไซต์หรือแอพฯของผู้ให้บริการ ลงทะเบียน เลือกธนาคารที่ต้องการโอนเงินเข้ากระเป๋าและเลือกรายการที่ต้องการจะซื้อ โดยไม่ต้องเสียเวลาต่อคิว ไม่ต้องถือเงินสด และอีกประการหนึ่งที่ทำให้ถูกอกถูกใจหลายๆคนนั่นคือ ยังไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมอีกด้วย

AIS mPay

เชื่อว่าน่าจะถูกใจคนทำธุรกิจออนไลน์กันไม่น้อย เพราะรองรับมากถึง 9 บัญชีธนาคาร สำหรับลูกค้าที่โอน    เงินผ่านทางบัญชี ที่สำคัญคือ ร้านค้ายังได้รับเงินภายใน 1 วันทำการอีกด้วย และใครที่ยิงโฆษณาบนเฟสบุ๊คบ่อยๆ ก็สามารถใช้ AIS mPay จ่ายได้ ซึ่งเจ้าตัวนี้อำนวยความสะดวกให้กับคนที่ใช้ Samsung Galaxy อยู่แล้ว เพราะสามารถนำมือถือไปแตะชำระค่าสินค้าได้เลย แม้แต่การเข้าออกรถไฟฟ้าและร้านอาหารที่รับบัตร Mastercard ได้ทั่วโลก

เนื่องจาก mPay จะทำบัตรเครดิต Mastercard ให้เลย ส่วนใครที่ทำธุรกิจออนไลน์ที่ให้บริการกลุ่มลูกค้าอย่างนักเรียน นักศึกษา การใช้ AIS mPay 5nv ถือเป็นตัวเลือกที่ดี เพราะตอนนี้นักศึกษา ABAC ก็สามารถใช้แอพฯนี้ชำระค่าเทอม ค่าธรรมเนียมและซื้อสินค้าบางประเภทได้ แต่จะมีปัญหากับผู้ใช้งานที่เปลี่ยนเบอร์หรือย้ายค่ายบ่อยๆ เพราะอาจเกิดผลกระทบกับจำนวนเงิน ซึ่งตรงนี้เป็นส่วนที่ผู้ใช้ mPay ต้องระมัดระวังพอสมควร

Rabbit Line Pay

เจ้าตัวนี้ก็สามารถจ่ายค่าน้ำค่าไฟ ซื้อของกินได้ แถมมี 41 ล้านคนในประเทศไทยที่ใช้ Line เยอะมาก จึงมองว่าธุรกิจออนไลน์ที่ขายของกิน เปิดร้านอาหารหรือบริการอื่นๆ การใช้ Rabbit Line Pay ก็เป็นอีกหนึ่งบริการที่น่าสนใจ แต่ทว่า…หากซื้อของช้อปปิ้งออนไลน์ จะทำได้เพียง Lazada, Central Online หรือร้านที่ไม่ได้มี PayPal เพราะ Rabbit Line Pay ไม่มี Virtual Credit Card แถมการเติมเงินในมือถือยังทำไม่ได้เหมือน AIS  mPay

อย่างไรก็ตาม หากธุรกิจออนไลน์ไม่ได้เจาะกลุ่มลูกค้าต่างชาติที่ไม่ได้ใช้ Line ก็ไม่เป็นข้อจำกัดอะไร แต่ สำหรับใครที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับการพัฒนาและบริการเกม หากเกมนั้นเป็นเกมสำหรับ Line คุณควรให้ผู้ใช้งานจ่ายเงินผ่าน Rabbit Line Pay ส่วนบริการ E-Payment อื่นๆ อย่าง AirPay / BluePay นั้น ลูกค้าส่วนใหญ่จะใช้เพื่อช้อปปิ้งสินค้า – บริการออนไลน์มากกว่า

True Wallet

เป็นอีกหนึ่งบริการ E-Payment ที่ครบถ้วนไม่แพ้ AIS mPay เพราะเป็นบริการที่จ่ายได้ทั้งค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าโทรศัพท์ การซื้อของในเกม การซื้อ – ขายสินค้าในธุรกิจออนไลน์ รวมถึงซื้อตั๋วหนัง แน่นอนว่าในหลายรายการไม่ได้คิดค่าธรรมเนียมแต่อย่างใด แถมยังมี Visual Credit Card ให้ผู้ใช้งานได้ซื้อของ แถมผูกกับบัญชี PayPal ได้ เหมือนกัน เพราะฉะนั้น ใครที่ทำธุรกิจออนไลน์และอยากติดตั้งระบบ E-Payment ไว้คอยบริการลูกค้า แนะนำให้ติดทั้ง AIS mPay และ True Wallet ทั้งสองอย่างจะดีกว่า เพียงแต่จุดด้อยของ True Wallet คือ มันยังไม่สามารถผูกบัญชีได้กับทุกธนาคารเท่านั้น

อีกทั้งลูกค้าบางรายมองว่า จำนวนการเติมเงินเริ่มต้นผ่านทาง 7 -11 ค่อนข้างสูง หากถอนเงินจาก True  money  ก็ต้องเสียค่าธรรมเนียมอยู่ดี แต่ที่น่าสังเกตคือ ผู้ใช้งานหลายคนพูดถึงการประสานงานที่ล่าช้าเวลาเกิดปัญหาเกี่ยวกับการใช้งาน (แม้ทั้ง True และ AIS จะไม่เคยทิ้งปัญหานี้และตอบคำถามผู้ใช้งานอยู่ตลอด) ถึงอย่างนั้น True Wallet ก็มีจุดเด่นอยู่อย่างหนึ่งคือ มีจุดให้บริการเยอะ มีพันธมิตรอย่าง Ail pay  สามารถใช้ ร่วมกับ Bluepay เติมเงินและได้ส่วนลดอีกมากมาย นับว่าเป็นจุดเด่นที่เข้ามากลบจุดด้อยได้เป็นอย่างดี

Paypal

ใครที่ทำธุรกิจออนไลน์หรือซื้อของออนไลน์เป็นประจำ คงรู้จัก PayPal กันดีอยู่แล้ว โดยเฉพาะการซื้อของ บน eBay, Amazon, Lazada หรือแม้แต่ Alibaba  Paypal ถือเป็นอีกธนาคารทางอินเตอร์เน็ตที่ให้บริการรับเงิน ฝากเงิน ส่งเงินให้ใครก็ได้เหมือนธนาคารทั่วไป โดยคิดค่าธรรมเนียม ซึ่งใครที่ขายของให้ชาวต่างชาติ ควรมี PayPal ให้เขาจ่ายเงินได้อย่างสะดวกจะดีกว่า อย่างเช่นการบินไทยก็ให้ลูกค้า ซื้อตั๋วเครื่องบินผ่านทาง PayPal ได้แล้ว ซึ่งเจ้าตัวนี้มีจุดแข็งตรงที่มีระบบที่ปลอดภัยและอาจจะเรียกได้ว่า ดีที่สุดในโลกแล้วในตอนนี้ การติดต่อขอความช่วยเหลือก็รวดเร็ว ใช้งานฟรีแถมยังสร้างชื่อบัญชีตามที่ต้องการโดยที่ไม่ต้องมีสมุดบัญชี

อย่างไรก็ตาม จุดอ่อนของ Paypal คือ ต้องมีบัตรเครดิต ยกเว้นใครที่มี TrueMoney WeCard ก็สามารถใช้แทนบัตรเครดิตได้ โดยการผูกกับบัญชี PayPal  ส่วนค่าธรรมเนียมในการโอนค่อนข้างแพงกว่าบริการ E-Payment ของเจ้าอื่น แถมยังได้ยินเรื่องการหลอกให้ทำธุรกรรมผ่าน PayPal อยู่บ้างตามข่าวรายวัน การหลอกโอนเงิน หลอกนำข้อมูลส่วนตัวไปใช้ในทางมิชอบ อีกทั้งยังไม่ได้รับความนิยมเท่าบริการอื่นๆในประเทศไทย ส่งผลให้ PayPal จึงไม่ได้มารองรับลูกค้าคนไทย แต่มีไว้สำหรับรองรับลูกค้าต่างชาติมากกว่า

5 กลยุทธ์พลิกธุรกิจออนไลน์ ให้ปัง

ในยุคที่การขายสินค้าออนไลน์เป็นเรื่องที่ทุกคนสามารถทำได้ แต่จะมีสักกี่คนที่สามารถสร้างตัวจากธุรกิจออนไลน์ได้จนสำเร็จ วันนี้ ผู้เขียนจึงขอมาแนะนำ 5 กลยุทธ์ที่จะทำให้ธุรกิจออนไลน์ของคุณปังแบบเป็นที่กล่าวขวัญถึงได้ไม่ยากมาฝากพ่อค้า – แม่ค้าออนไลน์ทุกท่านกัน จะมีอะไรที่น่าสนใจและน่านำไปใช้ประโยชน์กันบ้างนั้น ใครอยากรู้ ต้องอ่านบทความนี้ให้จบ

บทความประกอบเว็บไซต์ต้องมีคุณภาพ 

ในโลกของโซเชียลมิเดีย เราเชื่อว่าบทความมีส่วนสำคัญมาก แต่ประเภทของบทความที่จะใช้ได้ผลดีบน Facebook  ต้องมีลักษณะเฉพาะและขึ้นอยู่กับพฤติกรรมของผู้ใช้งานด้วย แน่นอนว่าจะต้องกระชับ เกี่ยวข้องกับกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย และน่าสนใจพอที่จะทำให้คนกดไลท์ กดแชร์มันออกไป รวมถึงควรมี Visual content ด้วย ตัวอย่างเช่น รูปภาพ วิดีโอ อินโฟกราฟิก เป็นต้น

ทั้งนี้ ในขณะที่สร้างบทความสำหรับ Facebook จงอย่าลืมนึกถึงวัตถุประสงค์ว่าต้องนำเสนอบทความที่ทำให้เว็บไซต์หรือแฟนเพจของคุณเป็นแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้ มีคุณภาพ ให้ความรู้เกี่ยวกับสินค้าและบริการ ในส่วนนี้อาจทำได้โดยการแชร์ผลการทดสอบหรือข้อค้นพบใหม่ๆ สลับกับประโยชน์ต่างๆ ที่กลุ่มผู้บริโภคจะได้รับจากการใช้สินค้าของคุณ รวมถึงอัพเดตข้อมูลใหม่ๆที่น่าสนใจให้ทางแฟนเพจรับทราบอยู่เสมอ

การโฆษณาบนเฟสบุ๊ค 

ควรใช้ประโยชน์จากการโฆษณาบน Facebook ซึ่งในปัจจุบันก็ใช้งานได้ง่ายและสะดวกขึ้น อีกทั้งยังสามารถระบุกลุ่มเป้าหมาย เพศ พื้นที่ ขอบเขต อายุลงไปได้อีกด้วย หลังจากที่ Facebook ปรับให้มี Organic reach ยากขึ้น แบรนด์ต่างๆ ก็คงต้องปรับตัวด้วยการหันมาซื้อโฆษณาบน Facebook เพื่อดึงดูดกลุ่มเป้าหมาย

โดยสิ่งที่ควรทำ เมื่อซื้อโฆษณาบน Facebook  คือ การระบุกลุ่มเป้าหมายที่เฉพาะเจาะจงลงไปให้มากที่สุด คุณอาจจะลองเริ่มต้นด้วยการโฆษณาเล็กๆ น้อยๆ เพื่อดูผลลัพธ์ว่าตอบโจทย์ที่ต้องการมากน้อยแค่ไหน หลังจากนั้นก็ค่อยๆ เพิ่มงบประมาณ และลองปรับเปลี่ยนบทความ เพื่อเปรียบเทียบว่าการซื้อโฆษณาครั้งไหนที่มีประสิทธิภาพมากกว่ากัน การทำเช่นนี้จะช่วยให้เจ้าของกิจการค้นหาสูตรเฉพาะของแบรนด์และรสนิยมของลูกค้าได้ดีขึ้น

จัดกิจกรรมบนแฟนเพจ  

สำหรับแฟนๆ ที่ชอบการมีส่วนร่วมในเฟสบุ๊คจะมีความสำคัญเป็นลำดับแรกๆ ในทุกๆกลยุทธ์ แต่ในกรณีของ Facebook คุณอาจจะพยายามมากขึ้นอีกสักหน่อย หากจะจับพวกเขาให้อยู่มัด เพราะหลายๆ แบรนด์ต่างพยายามเข้าหาลูกค้ากลุ่มนี้เพื่อนำเสนอสินค้า

กลยุทธ์การขายบน Facebook ที่จะได้ผลระยะยาว ต้องมองแฟนเพจเป็นศูนย์กลางที่คุณจะจัดกิจกรรมและส่งเสริมตลาดได้ ประเด็นสำคัญคือ ต้องเปลี่ยนคนกดไลท์ให้กลายเป็นลูกค้าให้ได้ เพราะหลายๆคนที่ประสบความสำเร็จในการทำธุรกิจออนไลน์ ส่วนใหญ่แล้ว ล้วนเกิดจากการเปลี่ยนแฟนเพจให้กลายเป็นลูกค้า แต่สิ่งที่ดีกว่าคือ การสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้า เพื่อหวังผลในระยะยาว อย่างเช่นการเปลี่ยนจากลูกค้าขาจรธรรมดามาเป็นลูกค้าขาประจำนั่นเอง

คำแนะนำ  การสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าจะต้องมาจากการเป็นเพจที่พูดง่ายๆ มีเอกลักษณ์ กล่าวคือ จะต้องมีคาแรคเตอร์เป็นของตนเอง ไม่ใช่การแสดงตัวแบบเรียบง่ายเหมือนเพจขายสินค้าทั่วๆไปที่มีรูปแบบเหมือนกัน และอย่าลืมตอบคอมเม้นท์ของแฟนเพจด้วย อาจจะลองจำชื่อของพวกเขาแล้วพูดถึงในโพสต์ หรือหากิจกรรมสนุกๆทำ เพื่อมาเล่นกับแฟนเพจบ้าง ให้พวกเขารู้สึกว่า ตนเองมีความสำคัญในพื้นที่ของคุณ ซึ่งจะทำให้เกิดความจงรักภักดีต่อแบรนด์สินค้าได้ไม่ยาก

อย่าลืมขั้นตอนการสั่งซื้อ   

ผู้เขียนเห็นมาแล้วหลายครั้งที่สินค้า – บริการดีๆจะต้องล้มเหลว เพราะมีกระบวนการสั่งซื้อที่ยุ่งยาก จนเกินไป เพราะฉะนั้น การออกแบบวิธีสั่งซื้อ รวมถึงการชำระเงินให้ง่ายเข้าไว้ จึงเป็นสิ่งสำคัญ หากต้องการประสบความสำเร็จในธุรกิจออนไลน์ โดยวิธีที่ดีที่สุดคือ การใช้เครื่องมืออย่าง Selz มาช่วย integrate เอาระบบ online store เข้าไปในเฟสบุ๊คแฟนเพจ หรือการชำระเงินทาง Mobile Banging ก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่ยอดนิยมและใช้ได้ง่ายมาก

คำแนะนำ  สำหรับการทำธุรกิจออนไลน์ กระบวนการซื้อ – ขายที่รวดเร็ว ไม่ซับซ้อน ถือเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยเปลี่ยนคนกดไลท์แฟนเพจธรรมดาๆ ให้กลายเป็นลูกค้าขาประจำได้ เพราะฉะนั้น การทำให้มันง่ายดายจึงเป็นหนึ่งในขั้นตอนแรกๆ ที่คุณควรทำ

ทำกิจกรรมแจกของสมนาคุณ  

วิธีที่ดีในการดึงความสนใจจากกลุ่มที่มีแนวโน้มว่าจะเป็นลูกค้าคือ ให้พวกเขาได้ทดลองใช้สินค้า – บริการของคุณ อาจจะนำมาซึ่งความน่าเชื่อถือหรือรีวิวจากลูกค้าหลังจากที่ได้ทดลองใช้ก็ได้ ซึ่งการจัดกิจกรรมเล็กๆ น้อยๆ ไม่เพียงแต่จะเพิ่มความน่าสนใจให้กับเพจ แต่ยังเป็นการเปิดโอกาสให้ลูกค้าได้รู้จักสินค้าและบริการมากขึ้นด้วย

คำแนะนำ  ของสมนาคุณที่แจกให้ลูกค้าแบบฟรีๆ จะต้องอยู่ในไลน์เดียวกันกับสินค้าหลัก อาจจะเป็นขนาดทดลองหรือรุ่นที่ผลิตมาจำกัด สิ่งเหล่านี้จะทำให้ลูกค้าทราบว่าสามารถคาดหวังอะไรได้จากสินค้าและบริการบ้าง เมื่อพวกเขาตัดสินใจจ่ายเงินเพื่อซื้อมันจริงๆ

ทั้งหมดนี้ คือ กลยุทธ์พลิกธุรกิจออนไลน์ให้ปังที่ผู้เขียนนำมาฝากผู้อ่านทุกท่าน ใครที่ไม่รู้จะใช้กลยุทธ์แบบไหนก็สามารถนำแนวทางที่เราได้แนะนำในวันนี้ไปใช้กันได้ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าอาจเป็นประโยชน์ต่อธุรกิจของคุณไม่มากก็น้อย สำหรับในบทความหน้าจะมีสาระน่ารู้อะไรดีๆเกี่ยวกับธุรกิจออนไลน์มาฝากนั้น อย่าลืมติดตามชม