เขียนบทความ ยังไงให้สร้างรายได้แบบ passive income 100%

ผมคิดว่าในปัจจุบัน เราคงได้ยินได้ฟังกันเกี่ยวกับเรื่องของการสร้างรายได้แบบ passive income กับเสียเป็นส่วนใหญ่ โดยเฉพาะถ้าคุณได้เข้าไปฟังการสัมมนาในระบบขายตรง เรื่องนี้ดูเหมือนจะเป็นประเด็นหลักๆเลยทีเดียว แต่ช้าก่อน… อย่าเพิ่งคิดว่าการสร้างรายได้แบบ passive income จะถูกสงวนไว้สำหรับการทำธุรกิจขายตรงเท่านั้น แต่การใช้บทความ หรือการเขียนบทความนี้แหละ ก็สามารถสร้างรายได้แบบ passive income ได้เช่นเดียวกันนะครับ

ผมเห็นว่าแนวทางที่จะแบ่งปันต่อไปนี้เป็นแนวทางที่เป็นประโยชน์ และใช้งานได้จริง ถ้าคุณ(ตั้งใจ)ทำนะครับ ผมใช้มันเป็นประจำเสมอๆ และมันได้ผล ผมหวังว่ามันจะได้ผลกับคุณด้วยเช่นเดียวกัน


https://www.articleheros.com/%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%87%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%A5%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%99-%E0%B8%97%E0%B8%B8%E0%B8%99300-%E0%B8%97%E0%B8%B3%E0%B9%84%E0%B8%94%E0%B9%89/

1.เริ่มจากการเขียนบทความที่ถูกต้องก่อน

คำว่าการเขียนบทความที่ถูกต้องในความหมายของผม คือการวางบริบทของบทความให้ถูกต้องเสียก่อน นั่นคือการเลือกใช้ Pattern ครับ Pattern คือรูปแบบของการเขียน เช่น การเขียนบทความต้องมีท่อนเกริ่นนำ ท่อนเนื้อหา ท่อนสรุป อะไรประมาณนี้ ซึ่งในรายละเอียดของ Pattern นั้นจะมีมากกว่านี้นะครับ โดยที่มาของ Pattern ก็จะมาจากการที่เราอ่านบทความหมวดนั้นๆบ่อยๆ จากเว็บไซต์ที่มีคนชื่นชอบหรือแชร์ออกมาเยอะๆ ซึ่งถ้าเราสังเกตแนวทางการเขียนบทความดีๆจะพบว่า นักเขียนคนนั้นๆมักมี Pattern การเขียนบทความเหมือนๆกันเสมอ

ซึ่งตรงนี้แหละครับ ที่เราสามารถถอดแบบออกมาใช้ได้

ถ้าผมจะยกตัวอย่างเปรียบยเทียบเสียหน่อยเพื่อให้มองเห็นภาพ มันเหมือนกับพล็อตเรื่องหนังที่เกี่ยวกับสัตว์ประหลาด ที่มีการฉายในโรงภาพยนตร์ให้เราดู เราจะพบพล็อตเรื่องประมาณว่า คนแรกที่จะต้องเจอสัตว์ประหลาดมักตายด้วยความโง่ ส่วนคนที่สองมักตายเพราะว่าความกล้าหาญเกินไป  คนที่แบบมี xxx กันในหนังมักตายเพราะสัตว์ประกลาดมาตอนกำลัง xxx และจะต้องมียอดนักพลีชีพในเรื่อง 1 คน และสุดท้าย ไม่ว่าในเรื่องจะมีตัวละครมากเท่าใด ก็จะเหลือแค่พระเอกกับนางเอกสองคน ที่จะรักกันตลอดไปชั่วชีวิต

พล๊อตตัวที่กล่าวข้างต้นเอาไปแต่งเป็นหนังทำเงินได้มากมายครับ ลองนึกชื่อเรื่องดูสิ  ดังนั้นการเขียนบทความก็เช่นเดียวกัน และถ้าคุณยังไม่รู้ว่าจะเลือก Pattern ตัวไหนมาเขียนบทความดี ก็อาจลองใช้ Pattern A1 ในหนังสือ eBook ใครๆก็เขียนได้เป็นแนวทางดูก็ได้ครับ

2.หัวใจของการเขียนบทความคือเรื่องใดบ้าง ต้องตอบได้

ขั้นตอนต่อมาหลังจากที่เราเรียนรู้ Pattern A1 เพื่อการเขียนบทความอย่างถูกต้องแล้ว ส่วนต่อมาที่ผมจะบอกคือ เราจะต้องรู้หัวใจของบทความด้วยครับ โดยจากประสบการณ์ของผม สามารถสรุปหัวใจของบทความออกมาได้เป็น 3 ข้อหลักๆดังต่อไปนี้คือ

2.1แก้ คำว่าแก้คือแก้ปัญหา บทความที่เขียนขึ้นมาต้องสามารถเข้าไปแก้ปัญหาในเรื่องใดเรื่องหนึ่งได้เช่น สมมุติว่า ผู้อ่านเป็นโรค panic เราเขียนบทความเกี่ยวกับการดูแลรักษาตนเองเมื่อเป็นโรค panic แบบนี้เป็นต้น

2.2ก่อ คำว่าก่อ หมายถึง การก่อไอเดียใหม่ๆ เช่นบทความแนว D.I.Y. เป็นต้น

2.3เกิด คำว่าเกิด หมายุถึงอ่านแล้วเกิดแรงบันดาลใจ เช่น บทความเกี่ยวกับประวัติของ Jack ma แนวทางการทำธุรกิจ 12 ประการของ Tony Robbins เป็นต้น

ถ้าเราเขียนบทความและสามารถตอบได้ว่าบทความนั้นจัดอยู่ในเรื่องใดข้างต้นนี้ ผมถือว่านั่นเป็นบทความที่มีคุณภาพแล้ว

3.การทำ affiliate คือจุดเริ่มต้น

เพื่อการสร้างรายได้แบบ passive income จากการเขียนบทความ จุดเริ่มต้นที่ถือว่าเป็นประตูสู่ความสำเร็จอย่างยั่งยืนเลยคือ การหา affiliate ที่เปิดให้เราสามารถเอามาเขียนบทความเพื่อแก้ปัญหา เพื่อก่อไอเดีย หรือว่าเพื่อให้เกิดแรงบันดาลใจได้ สินค้าเหล่านั้นเป็นอะไร มีหลักการค้นหาง่ายๆครับ โดยการเข้าไปที่ google และพิมพ์

(สินค้า) + affiliate

(คำหลัก) + affiliate

แล้วลองเลือกดูใน List ที่ทาง google ค้นหามาให้ครับ ว่าสินค้า หรือบริการตัวไหนที่สามารถนำมาเขียนบทความได้ตรงกับจริตของเรามากที่สุด

4.นำ affiliate นั้นๆมาวิเคราะห์คำหลักเพื่อเขียนบทความ

เมื่อเราได้ affiliate ที่เหมาะสมต่อการเขียนบทความแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือ เราก็นำคำหลักนั้นๆมาออกแบบหัวข้อบทความแล้วก็ เขียนครับ วิธีการที่ผมใช้เป็นประจำ แต่ได้ผลดีมากคือ เอาคำหลักที่ได้ไปแตกคำย่อยๆที่เว็บไซต์ http://www.keywordtool.io เมื่อคุณแตกคำที่นี่แล้ว มันจะได้ไอเดียเอาไปออกแบบเป็นชื่อเรื่อง เพื่อเขียนบทความได้ อีกอย่างการใช้เครื่องมือ keywordtool ถือว่าใช้งานง่ายมาก และคนใหม่ๆทุกคนที่เป็นนักเขียนบทความน่าจะทดลองใช้ดูนะ

สำหรับจำนวนหัวข้อเรื่องที่เหมาะสมต่อการเริ่มต้นและทำสินค้าขึ้นมา ผมคิดว่าคุณน่าจะทำสัก 30-60 หัวข้อ และเป็นบทความรวมประมาณ 1,000 คำไทยขึ้นไป เพราะบทความที่มีความยาวมากกว่าจะสามารถรังสรรค์เนื้อหาที่เป็นประโยชน์ต่อผู้อ่านได้มากขึ้นด้วย

5.สมัครใช้งาน blogger.com

แล้วเราจะเอาบทความไปไว้ที่ไหนดี คำถามนี้ผมขอมาตอบเลยครับ ถ้าคุณมีเว็บไซต์เป็นของตนเอง ที่เกี่ยวข้องกับหัวข้อบทความที่คุณเขียน ก็จงนำไปลงที่เว็บไซต์นั้นๆ แต่ถ้าคุณไม่มีทุน หรือยังไม่มีเว็บไซต์แล้ว ผมแนะนำให้ลองใช้ blogger.com ครับ ในปัจจุบัน ถ้าคุณไปสังเกตที่หน้าแรกๆของการค้นหาใน google คุณจะพบว่าเว็บไซต์ที่มาจาก blogspot ปะปนอยู่ในหน้าแรกด้วย ซึ่งนั่นล่ะครับคือข้อดีของการเขียนบทความลง blogger คุณไม่ต้องลงทุนอะไรมาก แต่บทความดีๆของคุณจะขึ้นไปอยู่ในหน้าแรกของ google ส่งผลให้เกิดทราฟิกเข้าเว็บไซต์อย่างมากมาย

และทราฟิกนี่ล่ะจะเป็นตัวที่แปรเปลี่ยนออกมาเป็นรายได้มหาศาลในอนาคตของคุณ

6.เขียนบทความที่เป็นประโยชน์ มีคุณค่าลงบล็อกของคุณ

อย่าไปซื้อบทความที่ไร้คุณภาพมาลงเว็บไซต์ของคุณ ผมแนะนำว่ามันควรเขียนขึ้นจากตัวของคุณครับ เขียนเอง ดีที่สุด คุณจะได้บทความที่เกิดประโยชน์ต่อผู้อ่านมากที่สุด ผู้อ่านทุกๆคนจะรู้สึกดีมากถ้าเจ้าของธุรกิจ หรือเจ้าของเว็บไซต์ เขียนบทความลงไปด้วยตนเอง ดังนั้นผมขอคุณ จงเขียนด้วยตนเองครับ อย่าไปจ้างใคร ถ้าไม่จำเป็นจริงๆ

7.มีวินัยในการเขียนบทความของตนเอง

จงมีวินัยในการเขียนบทความอย่างน้อย 21 วัน จงเขียนบทความทุกวัน และ Post ลงเว็บไซต์อย่างน้อยวันละ 1 บท บางทีมันอาจจะเป็นบทความที่สั้นมากๆไม่ถึง 300 คำไทย แต่จงทำเถอะครับ การเขียนบทความเป็นเรื่องของทักษะด้วย ถ้ายิ่งเราเขียนบ่อยๆมากเท่าไหร่ เท่ากับเป็นการสะสมทรัพย์สินดิจิตอลออกไปมากขึ้นเท่านั้น และอีกข้อคือ มันจะเปลี่ยนอุปนิสัยของเรา ให้กลายเป็นคนที่รักการเขียน รักการถ่ายทอดตัวอักษรที่อาบไปด้วบอรรถรสและอารมณ์ของภาษา เพื่อให้ผู้อ่านได้เสพ ซึ่งสิ่งนี้ล่ะจะผลักดันความสำเร็จของบทความนั้นๆให้ก้าวไปยืนในจุดที่ใครๆก็ต้องชื่นชม

8.หมั่นอัพเดทบทความของคณให้ทันสมัยอยู่เสมอๆ

คำว่าอัพเดทบทความให้ทันสมัยอยู่เสมอ ก็หมายถึง ทุกๆ 3 -6 เดือน อย่าลืมเข้ามาตรวจสอบบทความของคุณ ว่ามีเนื้อหาตรงส่วนไหนบ้างที่ล้าหลัง หรือไม่สามารถใช้งานได้แล้วในปัจจุบัน คุณสามารถเปลี่ยนแปลงมันได้ครับ เปลี่ยนเลย อย่าไปกังวลว่าอันดับทาง seo จะหล่นลงหรือไม่ หรือว่าจะเกิดผลร้ายต่อการขายสินค้า affiliate ที่คุณผูกโยงเข้ากับบทความหรือเปล่า อย่าไปกังวลขนาดนั้น ลุยเลยครับปรับเปลี่ยนมันให้ทันสมัยที่สุด ผู้อ่านจะได้รู้ว่า คุณยังใส่ใจกับงานเขียนบทความเก่าๆที่ลงไปแล้วอยู่ และยังเป็นการก่อให้เกิดทราฟิกธรรมชาติด้วย

9.ปรับปรุง Pattern

Pattern มีความล้าสมัยไปตามกาลเวลา อย่างเช่นในปัจจุบันผมเขียนบทความโดยใช้ Pattern A5 เป็นแนวทางในการออกแบบบทความคุณภาพสูงทั้งขายให้ลูกค้าและเก็บไว้ใช้กับตนเอง ดังนั้นตรวจสอบและอัพเดท Pattern ที่คุณเขียนด้วยเสมอๆ อย่าให้มันเก่าหรือว่าซ้ำซากจำเจจนเกินไปนะครับ เว้นแต่ว่า Pattern นั้นๆจะยังคงสามารถทำเงินได้อย่างต่อเนื่องในปัจจุบัน

10.เรียนรู้แนวทางการเขียนบทความใหม่ๆเสมอๆ

ข้อสุดท้ายของการเขียนบทความเพื่อการสร้าง passive inconme อย่างยั่งยืนคือ การหาแนวทางการเรียนรู้ใหม่ๆอยู่เสมอ หากมีนักเขียนเก่งๆที่จัดสัมมนา คุณควรไป อย่าไปตั้งแง่หรือว่ารังเกียจหรือคิดว่าตนเองเก่งกว่า ลืมอัตตาในตนเอง แล้วไปลุยกับความรู้ใหม่ๆ Know how ใหม่ๆที่คุณสามารถเอามาใช้ในการพัฒนาทักษะและคุณภาพงานเขียนบทความเพื่อรายได้ที่ยั่งยืนให้ดียิ่งขึ้น

10 ขั้นตอนที่กล่าวมานี้หากคุณ bookmark ไว้และเก็บไว้ใช้งานอย่างจริงจัง คุณจะสามารถนำไปใช้เป็นแนวทางในการเขียนบทความและสร้างรายได้แบบ passive income ได้อย่างแน่นอนครับ

Comments

comments

สมัครรับข่าวสาร Passive income
ส่งตรงถึงอีเมล์คุณ

หากคุณหลงใหลในเสน่ห์ของ Passive income และชื่นชอบการมองหาไอเดียใหม่ๆในการสร้างและพัฒนาธุรกิจบนโลกออนไลน์ อย่าลืมกรอกข้อมูลและรับข่าวสารจากผม บก.ฮีโร่ซังนะครับ

อย่าลืมเข้าไปกด confirm ในอีเมล์นะครับ

เหมือนมีบางอย่างผิดพลาด

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *