10 วิธีเขียนไดอารี่ ปี 2017 ให้ได้ประโยชน์สูงสุด

ต้นปี 2017 ย่างเข้ามาอีกครั้งหนึ่ง หลายๆคนอาจถือโอกาสนี่ในการเปลี่ยนแปลงตนเองทั้งในเรื่องของสุขภาพ การทำงาน ครอบครัว และเรื่องอื่นๆ ซึ่งถือว่าเป็นสิ่งที่ดีครับ โดยเฉพาะการตั้งเป้าหมายเพื่อให้เราสามารถทำอะไรก็ตามให้สำเร็จ อย่างน้อย 1 เรื่องใน 1 ปี ก็ยังทำให้เรามีความรู้สึกมั่นคง เคารพในตนเองเพิ่มขึ้นด้วย นอกเหนือจากเรื่องเป้าหมายดังกล่าวแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่หลายๆคนทำในช่วงนี้นั่นคือการเขียนไดอารี่

ไดอารี่ คือสมุดบันทึกเหตุการณ์ ช่วงชีวิตของเราที่เกิดขึ้นในแต่ละวัน อาจเป็นการบอกเล่าเรื่องราว หรือสรุปเรื่องราวที่เกิดขึ้น ไดอารี่ยังถือเป็นเพื่อนคู่คิดที่สำคัญสำหรับนักเขียนบทความอีกด้วย ดังนั้นใครที่กำลังตั้งใจว่าจะเขียนไดอารี่ในปีใหม่นี้ ผมมีเทคนิค 10 วิธีเขียนไดอารี่ ที่คุณสามารถเอามาประยุกต์ใช้เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อการเขียนไดอารี่ครับ

มาดูกันว่าเราจะทำอะไรได้บ้าง

1.เขียนไดอารี่ โดยบันทึกเหตุการณ์ประจำวัน

ให้ไดอารี่ ทำหน้าที่ของมันก่อนในลำดับแรกนั่นคือ ใช้เป็นที่เขียนเรื่องราวต่างๆที่เกิดขึ้นในแต่ละวันของคุณ มันไม่มีสูตรตายตัวนะครับว่าจะต้องเขียนเรื่องอะไรลงไปบ้าง แต่หลักๆคือ เขียนบันทึกเรื่องราวประจำวันของคุณลงไป พยายามเลือกเขียนในช่วงเวลาที่คุณผ่อนคลาย มันอาจเป็นช่วงเย็น ก่อนนอน หรือบางคนตื่นเช้าขึ้นมาเพื่อมาเขียนไดอารี่ ก็ได้

2.ระบายเรื่องที่ตนเองไม่สบายใจลงไปบ้างสิ

ถ้าคุณมีเรื่องไม่สบายใจ หรือเครียด การเขียนไดอารี่ โดยระบายสิ่งที่คุณไม่สบายใจลงไป สามารถช่วยบรรเทาความทุกข์ในใจลงได้มากทีเดียว เราพบว่าคนที่เขียนไดอารี่ เป็นประจำทุกวัน มักไม่เป็นโรคซึมเศร้า และมีความเสี่ยงต่อการฆ่าตัวตาายน้อยที่สุด ดังนั้น ถ้าเครียด จงเขียนระบายมันลงไป อย่ากังวลว่าใครจะมาอ่าน เขียนลงไปเถอะครับ เชื่อผม

3.เก็บไดอารี่อยู่ในที่ลับ

จงเก็บมันไว้ในที่ลับ อย่าให้ใครๆสามารถเข้ามาอ่านไดอารี่ของคุณได้ครับ จำไว้ว่ามันเป็นเรื่องส่วนตัว ดังนั้นการแอบอ่านไดอารี่ของคนอื่นจึงเป็นเรื่องที่ผิดมรรยาทมากๆ และเป็นเรื่องที่ไม่ควรทำ ดังนั้นคุณในฐานะผู้เขียนไดอารี่ โปรดเก็บมันไว้ในที่ที่ปลอดภัย และลับๆเสียกหน่อยครับ

4.เลือกสุมดที่สวยๆ ให้ความรู้สึกอยากบันทึก

สมุดบันทึกไดอารี่ สวยๆ สามารถช่วยสร้างอารมณ์ของความอยากบันทึกได้มากทีเดียวครับ ดังนั้นก่อนบันทึก ลองมองหาไดอารี่เล่มสวยๆเสียก่อนสักหนึ่งเล่ม เอาเล่มที่เมื่อเปิดเขียนแล้วรู้สึกว่าเขียนง่าย น่าเขียน และขอบกระดาษนั้นไม่นูนขึ้นมาจนให้ความรู้สึกว่าลำบากในดารเขียนไดอารี่

5.เมื่อเจอไอเดียดีๆ บันทึกเก็บไว้ในไดอารี่ด้วย

ในแต่ละวันคุณมีโอกาสประสบพบเจอกับไอเดียดีๆมากมาย ทั้งในด้านการทำงาน การดูแลสุขภาพ และอื่นๆ จงอย่าปล่อยให้ไอเดียผ่านไป แต่จงเขียนมันขึ้นมา และบันทึกไว้ครับ คุณรู้ไหมว่าไอเดียเหล่านี้นั้น ระเหยหายไปอย่างรวดเร็วเฉกเช่นกันละอองหิมะเลยทีเดียว แต่การจดบันทึกมันไว้จะช่วยให้คุณสามารถนำมันมาต่อยอดและพัฒนาชีวิตของคุณได้อย่างแน่นอน

6.เจอเรื่องราวที่แสนประทับใจ บันทึกไว้ในไดอารี่ด้วย

เจอคนที่ชอบ คนที่แอบรัก เรื่องราวที่แสนประทับใจใช่ไหม ถ้าอย่างนั้นเขียนมันลงไปด้วยในไดอารี่ของคุณ เขียนมันลงไปให้หมดครับ เรื่องราวที่คุณประทับใจยิ่งเขียนมากเท่าใด มันจะทำให้ไดอารี่ของคุณกลายเป็นอีกหนึ่งสมุดที่สะสมความสุขอยู่เต็มเปี่ยมเลยครับ และมันช่วยเติมเต็มความเป็นไดอารี่ให้กับคุณที่สมบูรณ์มากยิ่งขึ้น

7.อยากวาดรูปลงไปด้วยเหรอ ทำสิ!

คุณอย่ากังวลครับ ถ้าในระหว่างที่เขียนไดอารี่ขึ้นมาแล้ว เกิดความรู้สึกว่าอยากวาดรูปอะไรลงไป ถ้านั่นคือความรู้สึก จงวาด วาดออกมาเลยครับ ทำตัวให้เหมือนกับว่าคุณเป็นจิตรกร รูปภาพบางทีก็ช่วยเติมเต็มความสมบูรณ์ของไดอารี่ให้มากยิ่งขึ้น

8.หากล่องเก็บไดอารี่ดีๆ

เมื่อไดอารี่ของคุณเพิ่มจำนวนมากขึ้น มันมีความจำเป็นที่คุณจะต้องมองหากล่องที่เก็บมัน ตรงนี้ผมขอให้คุณหาซื้อมาไว้เลย เอาแบบสวยๆ น่าเก็บของนะครับ ยิ่งเรามีกล่องน่าเก็บเท่าใด เราจะมีความรู้สึกว่าอยากเขียนไดอารี่เพิ่มขึ้นมากเท่านั้น

9.ทุกๆ 1 สัปดาห์สรุปเรื่องสำคัญออกมาเป็นข้อๆบ้าง

ทุกวีคที่ผ่านไป ผมอยากให้คุณนำเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตลอดทั้งสัปดาห์นั้นมาสรุปออกมาเป็นข้อๆอย่างน้อยสัก 3 ข้อครับ เขียนเรียงระบุลงไปว่าคุณเจออะไรมาบ้าง ประทับใจอะไร หรือแล้วแต่ว่าคุณอยากเขียนอะไรลงไปในไดอารี่ ข้อพวกนี้จะช่วยคุณประหยัดเวลาหากว่าคุณกลับมาอ่านไดอารี่ย้อนหลังอีกครั้ง

10.ประยุกต์ใช้ทักษะที่ได้จากการเขียนไดอารี่สู่การเขียนบทความ

ข้อสุดท้ายคือ จงอย่าลืมนำทักษพในการเขียนไดอารี่ของคุณ ไปพัฒนากลายเป็นอาชีพนักเขียนบทความด้วยก็ได้ครับ การเขียนบ่อยๆช่วยเรื่องของสำนวน เมื่อคุณนำไปเขียนเป็นบทความดีๆอออกมา มันจะเขียนง่าย และมันอาจกลายเป็นช่องทางของรายได้ของคุณที่ดีด้วยก็ได้

 

เขียนบทความ ยังไงให้สร้างรายได้แบบ passive income 100%

ผมคิดว่าในปัจจุบัน เราคงได้ยินได้ฟังกันเกี่ยวกับเรื่องของการสร้างรายได้แบบ passive income กับเสียเป็นส่วนใหญ่ โดยเฉพาะถ้าคุณได้เข้าไปฟังการสัมมนาในระบบขายตรง เรื่องนี้ดูเหมือนจะเป็นประเด็นหลักๆเลยทีเดียว แต่ช้าก่อน… อย่าเพิ่งคิดว่าการสร้างรายได้แบบ passive income จะถูกสงวนไว้สำหรับการทำธุรกิจขายตรงเท่านั้น แต่การใช้บทความ หรือการเขียนบทความนี้แหละ ก็สามารถสร้างรายได้แบบ passive income ได้เช่นเดียวกันนะครับ

ผมเห็นว่าแนวทางที่จะแบ่งปันต่อไปนี้เป็นแนวทางที่เป็นประโยชน์ และใช้งานได้จริง ถ้าคุณ(ตั้งใจ)ทำนะครับ ผมใช้มันเป็นประจำเสมอๆ และมันได้ผล ผมหวังว่ามันจะได้ผลกับคุณด้วยเช่นเดียวกัน

1.เริ่มจากการเขียนบทความที่ถูกต้องก่อน

คำว่าการเขียนบทความที่ถูกต้องในความหมายของผม คือการวางบริบทของบทความให้ถูกต้องเสียก่อน นั่นคือการเลือกใช้ Pattern ครับ Pattern คือรูปแบบของการเขียน เช่น การเขียนบทความต้องมีท่อนเกริ่นนำ ท่อนเนื้อหา ท่อนสรุป อะไรประมาณนี้ ซึ่งในรายละเอียดของ Pattern นั้นจะมีมากกว่านี้นะครับ โดยที่มาของ Pattern ก็จะมาจากการที่เราอ่านบทความหมวดนั้นๆบ่อยๆ จากเว็บไซต์ที่มีคนชื่นชอบหรือแชร์ออกมาเยอะๆ ซึ่งถ้าเราสังเกตแนวทางการเขียนบทความดีๆจะพบว่า นักเขียนคนนั้นๆมักมี Pattern การเขียนบทความเหมือนๆกันเสมอ

ซึ่งตรงนี้แหละครับ ที่เราสามารถถอดแบบออกมาใช้ได้

ถ้าผมจะยกตัวอย่างเปรียบยเทียบเสียหน่อยเพื่อให้มองเห็นภาพ มันเหมือนกับพล็อตเรื่องหนังที่เกี่ยวกับสัตว์ประหลาด ที่มีการฉายในโรงภาพยนตร์ให้เราดู เราจะพบพล็อตเรื่องประมาณว่า คนแรกที่จะต้องเจอสัตว์ประหลาดมักตายด้วยความโง่ ส่วนคนที่สองมักตายเพราะว่าความกล้าหาญเกินไป  คนที่แบบมี xxx กันในหนังมักตายเพราะสัตว์ประกลาดมาตอนกำลัง xxx และจะต้องมียอดนักพลีชีพในเรื่อง 1 คน และสุดท้าย ไม่ว่าในเรื่องจะมีตัวละครมากเท่าใด ก็จะเหลือแค่พระเอกกับนางเอกสองคน ที่จะรักกันตลอดไปชั่วชีวิต

พล๊อตตัวที่กล่าวข้างต้นเอาไปแต่งเป็นหนังทำเงินได้มากมายครับ ลองนึกชื่อเรื่องดูสิ  ดังนั้นการเขียนบทความก็เช่นเดียวกัน และถ้าคุณยังไม่รู้ว่าจะเลือก Pattern ตัวไหนมาเขียนบทความดี ก็อาจลองใช้ Pattern A1 ในหนังสือ eBook ใครๆก็เขียนได้เป็นแนวทางดูก็ได้ครับ

2.หัวใจของการเขียนบทความคือเรื่องใดบ้าง ต้องตอบได้

ขั้นตอนต่อมาหลังจากที่เราเรียนรู้ Pattern A1 เพื่อการเขียนบทความอย่างถูกต้องแล้ว ส่วนต่อมาที่ผมจะบอกคือ เราจะต้องรู้หัวใจของบทความด้วยครับ โดยจากประสบการณ์ของผม สามารถสรุปหัวใจของบทความออกมาได้เป็น 3 ข้อหลักๆดังต่อไปนี้คือ

2.1แก้ คำว่าแก้คือแก้ปัญหา บทความที่เขียนขึ้นมาต้องสามารถเข้าไปแก้ปัญหาในเรื่องใดเรื่องหนึ่งได้เช่น สมมุติว่า ผู้อ่านเป็นโรค panic เราเขียนบทความเกี่ยวกับการดูแลรักษาตนเองเมื่อเป็นโรค panic แบบนี้เป็นต้น

2.2ก่อ คำว่าก่อ หมายถึง การก่อไอเดียใหม่ๆ เช่นบทความแนว D.I.Y. เป็นต้น

2.3เกิด คำว่าเกิด หมายุถึงอ่านแล้วเกิดแรงบันดาลใจ เช่น บทความเกี่ยวกับประวัติของ Jack ma แนวทางการทำธุรกิจ 12 ประการของ Tony Robbins เป็นต้น

ถ้าเราเขียนบทความและสามารถตอบได้ว่าบทความนั้นจัดอยู่ในเรื่องใดข้างต้นนี้ ผมถือว่านั่นเป็นบทความที่มีคุณภาพแล้ว

3.การทำ affiliate คือจุดเริ่มต้น

เพื่อการสร้างรายได้แบบ passive income จากการเขียนบทความ จุดเริ่มต้นที่ถือว่าเป็นประตูสู่ความสำเร็จอย่างยั่งยืนเลยคือ การหา affiliate ที่เปิดให้เราสามารถเอามาเขียนบทความเพื่อแก้ปัญหา เพื่อก่อไอเดีย หรือว่าเพื่อให้เกิดแรงบันดาลใจได้ สินค้าเหล่านั้นเป็นอะไร มีหลักการค้นหาง่ายๆครับ โดยการเข้าไปที่ google และพิมพ์

(สินค้า) + affiliate

(คำหลัก) + affiliate

แล้วลองเลือกดูใน List ที่ทาง google ค้นหามาให้ครับ ว่าสินค้า หรือบริการตัวไหนที่สามารถนำมาเขียนบทความได้ตรงกับจริตของเรามากที่สุด

4.นำ affiliate นั้นๆมาวิเคราะห์คำหลักเพื่อเขียนบทความ

เมื่อเราได้ affiliate ที่เหมาะสมต่อการเขียนบทความแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือ เราก็นำคำหลักนั้นๆมาออกแบบหัวข้อบทความแล้วก็ เขียนครับ วิธีการที่ผมใช้เป็นประจำ แต่ได้ผลดีมากคือ เอาคำหลักที่ได้ไปแตกคำย่อยๆที่เว็บไซต์ http://www.keywordtool.io เมื่อคุณแตกคำที่นี่แล้ว มันจะได้ไอเดียเอาไปออกแบบเป็นชื่อเรื่อง เพื่อเขียนบทความได้ อีกอย่างการใช้เครื่องมือ keywordtool ถือว่าใช้งานง่ายมาก และคนใหม่ๆทุกคนที่เป็นนักเขียนบทความน่าจะทดลองใช้ดูนะ

สำหรับจำนวนหัวข้อเรื่องที่เหมาะสมต่อการเริ่มต้นและทำสินค้าขึ้นมา ผมคิดว่าคุณน่าจะทำสัก 30-60 หัวข้อ และเป็นบทความรวมประมาณ 1,000 คำไทยขึ้นไป เพราะบทความที่มีความยาวมากกว่าจะสามารถรังสรรค์เนื้อหาที่เป็นประโยชน์ต่อผู้อ่านได้มากขึ้นด้วย

5.สมัครใช้งาน blogger.com

แล้วเราจะเอาบทความไปไว้ที่ไหนดี คำถามนี้ผมขอมาตอบเลยครับ ถ้าคุณมีเว็บไซต์เป็นของตนเอง ที่เกี่ยวข้องกับหัวข้อบทความที่คุณเขียน ก็จงนำไปลงที่เว็บไซต์นั้นๆ แต่ถ้าคุณไม่มีทุน หรือยังไม่มีเว็บไซต์แล้ว ผมแนะนำให้ลองใช้ blogger.com ครับ ในปัจจุบัน ถ้าคุณไปสังเกตที่หน้าแรกๆของการค้นหาใน google คุณจะพบว่าเว็บไซต์ที่มาจาก blogspot ปะปนอยู่ในหน้าแรกด้วย ซึ่งนั่นล่ะครับคือข้อดีของการเขียนบทความลง blogger คุณไม่ต้องลงทุนอะไรมาก แต่บทความดีๆของคุณจะขึ้นไปอยู่ในหน้าแรกของ google ส่งผลให้เกิดทราฟิกเข้าเว็บไซต์อย่างมากมาย

และทราฟิกนี่ล่ะจะเป็นตัวที่แปรเปลี่ยนออกมาเป็นรายได้มหาศาลในอนาคตของคุณ

6.เขียนบทความที่เป็นประโยชน์ มีคุณค่าลงบล็อกของคุณ

อย่าไปซื้อบทความที่ไร้คุณภาพมาลงเว็บไซต์ของคุณ ผมแนะนำว่ามันควรเขียนขึ้นจากตัวของคุณครับ เขียนเอง ดีที่สุด คุณจะได้บทความที่เกิดประโยชน์ต่อผู้อ่านมากที่สุด ผู้อ่านทุกๆคนจะรู้สึกดีมากถ้าเจ้าของธุรกิจ หรือเจ้าของเว็บไซต์ เขียนบทความลงไปด้วยตนเอง ดังนั้นผมขอคุณ จงเขียนด้วยตนเองครับ อย่าไปจ้างใคร ถ้าไม่จำเป็นจริงๆ

7.มีวินัยในการเขียนบทความของตนเอง

จงมีวินัยในการเขียนบทความอย่างน้อย 21 วัน จงเขียนบทความทุกวัน และ Post ลงเว็บไซต์อย่างน้อยวันละ 1 บท บางทีมันอาจจะเป็นบทความที่สั้นมากๆไม่ถึง 300 คำไทย แต่จงทำเถอะครับ การเขียนบทความเป็นเรื่องของทักษะด้วย ถ้ายิ่งเราเขียนบ่อยๆมากเท่าไหร่ เท่ากับเป็นการสะสมทรัพย์สินดิจิตอลออกไปมากขึ้นเท่านั้น และอีกข้อคือ มันจะเปลี่ยนอุปนิสัยของเรา ให้กลายเป็นคนที่รักการเขียน รักการถ่ายทอดตัวอักษรที่อาบไปด้วบอรรถรสและอารมณ์ของภาษา เพื่อให้ผู้อ่านได้เสพ ซึ่งสิ่งนี้ล่ะจะผลักดันความสำเร็จของบทความนั้นๆให้ก้าวไปยืนในจุดที่ใครๆก็ต้องชื่นชม

8.หมั่นอัพเดทบทความของคณให้ทันสมัยอยู่เสมอๆ

คำว่าอัพเดทบทความให้ทันสมัยอยู่เสมอ ก็หมายถึง ทุกๆ 3 -6 เดือน อย่าลืมเข้ามาตรวจสอบบทความของคุณ ว่ามีเนื้อหาตรงส่วนไหนบ้างที่ล้าหลัง หรือไม่สามารถใช้งานได้แล้วในปัจจุบัน คุณสามารถเปลี่ยนแปลงมันได้ครับ เปลี่ยนเลย อย่าไปกังวลว่าอันดับทาง seo จะหล่นลงหรือไม่ หรือว่าจะเกิดผลร้ายต่อการขายสินค้า affiliate ที่คุณผูกโยงเข้ากับบทความหรือเปล่า อย่าไปกังวลขนาดนั้น ลุยเลยครับปรับเปลี่ยนมันให้ทันสมัยที่สุด ผู้อ่านจะได้รู้ว่า คุณยังใส่ใจกับงานเขียนบทความเก่าๆที่ลงไปแล้วอยู่ และยังเป็นการก่อให้เกิดทราฟิกธรรมชาติด้วย

9.ปรับปรุง Pattern

Pattern มีความล้าสมัยไปตามกาลเวลา อย่างเช่นในปัจจุบันผมเขียนบทความโดยใช้ Pattern A5 เป็นแนวทางในการออกแบบบทความคุณภาพสูงทั้งขายให้ลูกค้าและเก็บไว้ใช้กับตนเอง ดังนั้นตรวจสอบและอัพเดท Pattern ที่คุณเขียนด้วยเสมอๆ อย่าให้มันเก่าหรือว่าซ้ำซากจำเจจนเกินไปนะครับ เว้นแต่ว่า Pattern นั้นๆจะยังคงสามารถทำเงินได้อย่างต่อเนื่องในปัจจุบัน

10.เรียนรู้แนวทางการเขียนบทความใหม่ๆเสมอๆ

ข้อสุดท้ายของการเขียนบทความเพื่อการสร้าง passive inconme อย่างยั่งยืนคือ การหาแนวทางการเรียนรู้ใหม่ๆอยู่เสมอ หากมีนักเขียนเก่งๆที่จัดสัมมนา คุณควรไป อย่าไปตั้งแง่หรือว่ารังเกียจหรือคิดว่าตนเองเก่งกว่า ลืมอัตตาในตนเอง แล้วไปลุยกับความรู้ใหม่ๆ Know how ใหม่ๆที่คุณสามารถเอามาใช้ในการพัฒนาทักษะและคุณภาพงานเขียนบทความเพื่อรายได้ที่ยั่งยืนให้ดียิ่งขึ้น

10 ขั้นตอนที่กล่าวมานี้หากคุณ bookmark ไว้และเก็บไว้ใช้งานอย่างจริงจัง คุณจะสามารถนำไปใช้เป็นแนวทางในการเขียนบทความและสร้างรายได้แบบ passive income ได้อย่างแน่นอนครับ

รีวิว จ้างเขียนบทความภาษาอังกฤษ ที่ iWriter.com (ใช้งานง่าย ได้บทความเทพ!)

คุณกำลังมองหาบทความภาษาอังกฤษคุณภาพสูง ลงเว็บไซต์ใช่ไหม?

คุณกำลังมองหานักเขียนบทความภาษาอังกฤษใช่ไหม?

คุณต้องการจ้างเขียนบทความภาษาอังกฤษ แต่ยังขาด Agency ระดับมืออาชีพใช่ไหม?

ถ้าทั้งหมดคือปัญหาของคณ ผมแนะนำให้ bookmark บทความนี้ไว้เลยครับ เพราะผมจะมาเผยถึงแหล่งซื้อบทความภาษาอังกฤษที่จะช่วยคุณเพิ่มทราฟิกเข้าเว็บไซต์ และยังสามารถเพิ่มโอกาสในการขายของออนไลน์ผ่านอินเทอร์เน็ต ด้วยราคาว่าจ้างบทความเริ่มต้นเพียง 1.25$ เท่านั้น!!!

ถ้าคุณพร้อมแล้ว ตามผมไปพบกับแหล่งข้อมูลครั้งสำคัญนีั้ พร้อมทั้งวิธีการใช้งานแบบ step by step ผมรับรองว่า เมื่อคุณอ่านจบ จะสามารถใช้งานมันได้ทันที! อย่างแน่นอน

อ่านต่อ →

5 แนวคิดการเขียนบทความลงเว็บไซต์ให้ขึ้นอันดับ 1 ใน google

%e0%b9%81%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%84%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a5%e0%b8%87

คุณต้องการเขียนบทความให้ขึ้นหน้าแรก google ใช่ไหม

คุณต้องการให่บทความดันเว็บคุณเป็นอันดับ 1 ใช่ไหม!

คุณต้องการใช้บทความเป็นเครื่องมือสร้าง traffic ใช่ไหม?

บทความนี้มีคำตอบครับ!…

การมีบทความ หรือเว็บไซต์ของตนเองอยู่ในหน้าแรกอันดับ 1 ในผลการค้นหา google ถือเป็นสิ่งสำคัญ

และสามารถสร้างสรรค์ธุรกิจของคุณให้เติบโตอย่างก้าวกระโดดและสามารถทำรายได้แบบเป็นกอบเป็นกำได้เลยทีเดียว

ดังนั้นหากคุณเป็นเจ้าของเว็บไซต์และกำลังมีเป้าหมายเพื่อการขึ้นหน้าแรกอันดับ 1 ใน google แล้ว บทความนี้ ผม บก.ฮีโร่ซัง ขอพาคุณไปพบกับวิธีการง่ายๆ แต่ทรงพลัง และสามารถใช้งานได้จริง เพียงแค่คุณอ่านให้จบ! ใช้เครื่องมือให้เหมือนกัน! และลงมือทำ! พร้อมแล้วไปเรียนรู้กันเลยครับ

อ่านต่อ →

8 เทคนิคการสร้าง งานเขียนบทความออนไลน์ ให้ธุรกิจของคุณติดหน้าแรก google

%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%84%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87-%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%99

การเพิ่มโอกาสให้กับธุรกิจของคุณบนโลกออนไลน์ให้มากขึ้นด้วย  งานเขียนบทความออนไลน์  ซึ่ง Google เป็นเสมือนแหล่งรวมสินค้าออนไลน์ ให้ผู้ซื้อและผู้ขายได้มาเจอกัน   ทำให้ประหยัดเวลา และประหยัดต้นทุน เพราะเวลาคือต้นทุน  ที่สูญเสียไปโดยที่ไม่สามารถเรียกกลับคืนมาได้   งานเขียนบทความออนไลน์  จะช่วยให้ผู้คนค้นหาสินค้าและบริการต่างๆ ของคุณได้ง่ายขึ้น เนื่องจาก  99% ของคนที่ใช้อินเตอร์เน็ตหาสินค้าและบริการจาก Google  จึงมี  8  เทคนิคที่จะทำให้ธุรกิจของคุณติดหน้าแรก  Google  ด้วย งานเขียนบทความออนไลน์

ไม่ว่าจะเป็นการขายสินค้า หรือ บริการจะทั้ง OnlineหรือOffline การใช้ Blog งานเขียนบทความออนไลน์ เป็นวิธีการในการโปรโมททางอินเตอร์เน็ตที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดวิธีหนึ่ง เพราะคุณสามารถที่จะสื่อสารกับกลุ่มคนอ่าน โดยนำเสนอ สินค้าหรือการบริการ ผ่านทางการเขียนบทความของ งานเขียนบทความออนไลน์ เพื่อโน้มน้าวใจผู้อ่านกลายมาเป็นลูกค้าได้ หรือเพื่อให้ผู้อ่านเกิดความสนใจในเบื้องต้นได้

อ่านต่อ →