ข้อควรรู้ รับเขียนบทความภาษาอังกฤษ

หลายคนคงทราบกันดีว่า การรับเขียนบทความภาษาอังกฤษ จะมีเรทราคาที่สูงกว่าบทความภาษาไทยมาก และบทความบางส่วนโดยเฉพาะบทความวิชาการจะมีอัตราที่แพงกว่าบทความทั่วไปถึง 2 เท่า เนื่องจากความยากของเนื้อหา คำศัพท์เฉพาะทาง รวมถึงรายละเอียดที่ต้องอาศัยความเชี่ยวชาญในด้านภาษาค่อนข้างเยอะ ทำให้นักเขียนหลายคนหันมารับงานเขียนบทความภาษาที่ 3 กันมากขึ้น แต่ทว่า…ก่อนที่จะรับเขียนบทความภาษาอังกฤษ มีบางอย่างที่จำเป็นต้องรู้เสียก่อน แต่จะมีอะไรกันบ้างนั้น ตามมาชมกันได้เลย

ไวยากรณ์ต้องแม่นยำ

แม้กูรูที่เชี่ยวชาญทางด้านภาษาอังกฤษหลายท่าน จะบอกว่า “ไวยากรณ์ภาษาอังกฤษไม่ใช่เรื่องสำคัญ เพราะแม้แต่เจ้าของภาษายังใช้ผิด แต่สิ่งสำคัญคือ ความกล้าที่จะพูดต่างหาก” ประโยคนี้เป็นเรื่องจริง แต่เมื่อไรก็ตามที่มาอยู่ในงานเขียนบทความแล้ว ไวยากรณ์เป็นเรื่องสำคัญมาก เพราะหากมีการใช้ไวยากรณ์ที่ไม่ถูกต้อง อาจส่งผลต่อความน่าเชื่อถือของบทความได้ ดังนั้น นักเขียนที่ดีควรทบทวนเรื่องไวยากรณ์ให้แม่นยำอยู่เสมอ เพื่อให้งานเขียนของคุณมีคุณภาพและแสดงถึงความเป็นมืออาชีพ

อ่านหนังสือเพื่อเพิ่มคลังคำศัพท์

คำศัพท์ภาษาอังกฤษมีเป็นล้านคำที่เรายังไม่รู้ เพราะฉะนั้น การรู้จักใช้และจดจำคำศัพท์ ควรฝึกให้เป็นนิสัย เวลาที่เขียนบทความจะได้นำมาใช้งานได้อย่างหลากหลายและเหมาะกับบริบทของบทความ อย่าลืมว่าการใช้ภาษาอังกฤษในบทความทั่วไป บทความวิชาการและบทความที่เป็นข่าวสาร มักจะใช้คำศัพท์ที่แตกต่างกัน เพื่อให้งานเขียนมีถ้อยคำที่สวยงาม ถูกกาลเทศะและไม่ซ้ำซ้อนกันจนน่าเบื่อ ดังนั้น ควรหาหนังสือแนวที่ชอบอย่าง นวนิยาย / หนังสือพิมพ์ภาษาอังกฤษ มาอ่านเพื่อเพิ่มคลังคำศัพท์ของตนเองกันด้วย

ตั้งชื่อให้มีความน่าสนใจ  

เช่นเดียวกับบทความภาษาไทยที่จำเป็นต้องตั้งชื่อบทความให้ดูน่าอ่าน เห็นแล้วอยากคลิกเข้าไปอ่าน กดไลท์ กดแชร์ให้ผู้อื่นได้รับรู้ ซึ่งการตั้งชื่อบทความภาษาอังกฤษก็มีความยากกว่าบทความภาษาไทยมาก ทั้งในเรื่องของการใช้คำ รูปแบบไวยากรณ์ ความยาวที่ต้องไม่ยาวจนเกินไป หากใครที่ติดปัญหาเรื่องนี้อยู่ ผู้เขียนขอแนะนำเว็บไซต์ Linkbait Generator, HubSpot’s Blog Topic Generator, Portent’s Content Idea Generator และ Impact’s BlogAbout Title Generator

เว็บไซต์ทั้ง 4 เว็บที่ได้แนะนำในข้างต้น เหมาะกับการใช้งานในทุกรูปแบบ มีคลังคำศัพท์อยู่เยอะ ส่วนเรื่องไวยากรณ์ก็มีความสมบูรณ์แบบมาก วิธีใช้ก็ง่ายๆ เพียงแค่ใส่คำศัพท์ที่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาหลักในบทความลงไป เว็บไซต์ก็จะเสนอไอเดียชื่อของบทความมาให้เลือก แต่จะมีให้เลือกมากหรือน้อย ขึ้นอยู่กับเรื่องที่เขียนเป็นหลัก ซึ่งส่วนใหญ่จะมีให้เลือกมากกว่า 5 แบบ ชอบแบบไหนก็สามารถเลือกนำมาใช้ได้เลย ไม่ติดลิขสิทธิ์แถมยังดาวน์โหลดมาใช้บริการได้ฟรีไม่เสียค่าใช้จ่าย

เครื่องมือช่วยชีวิตที่ต้องรู้  

หนึ่งในตัวช่วยที่นักเขียนบทความภาษาอังกฤษทุกคนต้องมีคือ Grammarly เป็นโปรแกรมที่ช่วยเช็คแกรมม่าให้กับผู้เขียนพร้อมกับแนะนำวิธีแก้ไขให้ถูกต้อง ซึ่งผู้ใช้งานสามารถเขียนเอกสารหรือข้อความต่างๆลงไปในโปรแกรมได้เลยหรือจะใส่ลงไปเป็นไฟล์ Word ก็ได้ มันจะช่วยเช็คว่าบทความของเรามีความผิดตรงไหน กี่จุด ต้องปรับรูปแบบยังไง รวมถึงตัวอย่างของประโยคที่ถูกต้องและที่สำคัญโปรแกรมนี้ไม่ได้ตรวจเช็คแกรมม่าได้เพียงอย่างเดียว แต่สามารถบันทึกไฟล์งานของเราบนคลาวด์ได้อีกด้วย

สำหรับการโหลดมาใช้งานก็สามารถใช้งานได้ฟรีไม่เสียค่าใช้จ่ายในเบื้องต้น กล่าวคือ หากเป็นการใช้งานที่ตรวจเช็คแกรมม่าธรรมดาก็สามารถใช้งานได้ฟรี แต่ถ้าหากต้องการคำศัพท์เฉพาะทางหรือทำบทความที่ต้องใช้คำศัพท์และไวยากรณ์ระดับสูงก็ต้องเสียค่าใช้จ่าย ซึ่งมีระบุไว้ในโปรแกรม หากอยากรู้ว่าโปรแกรมนี้จะเทพขนาดไหนก็ลองสมัครใช้งานกันได้ โดยจะได้รับสิทธิ Premium ใช้งานได้ทุกฟังก์ชั่นฟรี 1 สัปดาห์ เป็นอีกโปรแกรมที่คนเขียนบทความภาษาอังกฤษไม่ควรพลาด

คอนเทนต์เป็นสิ่งสำคัญ

นอกเหนือจากความถูกต้องของไวยากรณ์และคำศัพท์แล้ว สิ่งที่ขาดไม่ได้และสำคัญที่สุดคือ ตัวเนื้อหาในบทความ โดยบทความที่ใช้จะต้องสดใหม่ ไม่ซ้ำกับที่ไหน ไม่คัดลอกและละเมิดลิขสิทธิ์มาจากคนอื่น เนื้อหาที่ใช้มีความกระชับ ไม่ซ้ำซ้อน อ่านแล้วลื่นไหล เป็นประโยชน์ต่อผู้อ่าน เพียงเท่านี้ โอกาสที่บทความของคุณจะติดอันดับใน Google ก็มีโอกาสสูงแล้ว ถ้าจะให้ดีควรเพิ่มรูปภาพที่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาลงไปด้วยเพื่อเพิ่มอรรถรสในการอ่านและการเข้าใจเนื้อหาได้ชัดเจนยิ่งขึ้น

เริ่มที่ตัวคุณเอง  

สำหรับคนที่อยากเขียนบทความภาษาอังกฤษ แต่ไม่รู้ว่าจะหาและฝึกฝนงานเขียนจากที่ไหน ผู้เขียนแนะนำให้เริ่มต้นง่ายๆด้วยการเขียนเรื่องราวในชีวิตประจำวันเป็นภาษาอังกฤษ ใช้คำศัพท์พื้นฐานที่เข้าใจง่าย ไม่ซับซ้อนและนำบทความไปตรวจทานในเว็บไซต์ Hemingway ซึ่งเหมาะกับผู้ที่เริ่มเขียนบทความภาษาอังกฤษ เพราะใช้งานได้ง่ายและเหมาะกับบทความทั่วๆไป โปรแกรมนี้จะช่วยไฮไลท์คำผิดและแก้ไขให้ถูกต้อง รวมทั้งแนะนำการใช้คำที่สละสลวยให้กับผู้เขียนได้อีกด้วย

หลังจากที่อ่านบทความนี้จบแล้ว ก็อย่าลืมนำไปปรับใช้หรือเตรียมความพร้อมกันก่อนรับงานเขียน หากคิดไม่ออกหรือไม่มั่นใจคำศัพท์หรือไวยากรณ์ที่ใช้ก็สามารถตรวจสอบผ่านทาง Google หรือเว็บไซต์ตรวจเช็คไวยากรณ์ภาษาอังกฤษได้เลย มีให้เลือกใช้อีกเพียบ แต่สิ่งสำคัญคือ อย่าลืมพัฒนาคลังคำศัพท์และอัพเดทความรู้ใหม่ๆอยู่เสมอ เพียงเท่านี้คุณก็สามารถหาเงินได้ง่ายๆจากการเขียนบทความภาษาอังกฤษแล้ว

 

 

เขียนบทความ ยังไงให้ประสบความสำเร็จ 2017

หากใครที่กำลังหารายได้เสริม รายได้หลัก สร้างแบรนด์หรือทำการตลาด โดยที่ไม่ต้องใช้งบลงทุนมากนัก สิ่งหนึ่งที่หลายคนต้องทราบ นั่นก็คือ การเขียนบทความ เห็นแบบนี้ก็ไม่ใช่เรื่อง่าย แต่ก็ไม่ยากเกินไปสำหรับหลายๆคน โดยเฉพาะคนที่รักการอ่าน รักการเขียน บอกเลยว่าคุณมาถูกทางแล้ว ซึ่งการจะเขียนบทความ ให้ประสบความสำเร็จได้นั้น สามารถทำได้หลายวิธี ใครที่ไม่อยากพลาดไปติดตามชมกันได้เลย

กำหนดเป้าหมายในการเขียนบทความ

เขียนเพื่ออะไร / ตั้งใจนำเสนออะไร / กลุ่มเป้าหมายเป็นใคร เป็นจุดเริ่มต้นที่หลายคนมักมองข้าม ทำให้งานเขียนส่วนใหญ่ถูกเขียนขึ้นมาอย่างไร้เป้าหมาย ไร้การดึงดูดที่ทำให้น่าสนใจ เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้การเขียนบทความไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร ส่วนการกำหนดเป้าหมาย สามารถทำได้ง่ายๆ เช่น เขียนบทความนำเสนอและโน้มน้าวกลุ่มผู้อ่านให้กลายมาเป็นลูกค้า หรือ ทำให้เกิดความสนใจจนเกิดการบอกต่อ พูดคุยและสอบถามต่อไป ถือเป็นการโปรโมทที่ดีและถูกที่สุดวิธีหนึ่ง แถมยังได้ผลดีมากอีกด้วย

ค้นคว้าข้อมูลก่อนลงมือเขียน 

การเขียนบทความให้มีคุณภาพ จำเป็นต้องใช้เวลาในการค้นหาข้อมูลก่อนลงมือเขียนอยู่เสมอ (สำหรับผู้เขียนแล้ว ขั้นตอนนี้ถือว่าสำคัญมาก เพราะภาษาและเนื้อหาจะเป็นไปในทิศทางใดและมีคุณภาพหรือไม่ ขั้นตอนนี้ถือเป็นหัวใจสำคัญ) เมื่อนักเขียนได้หัวข้อที่จะเขียนแล้ว ก็ทำการค้นคว้าข้อมูลในอินเทอร์เน็ต หนังสือ นิตยาสาร โดยใช้คีย์เวิร์ดหรือคำที่ใกล้เคียงในการค้นหาข้อมูล ไอเดีย แนวทางในการเขียน ลักษณะของการเขียนว่าเป็นอย่างไรและนำมาประยุกต์ใช้ในบทความของตนเอง

การตั้งชื่อบทความ 

เมื่อได้ไอเดียในการเขียนแล้ว ต่อมาคือ การตั้งชื่อบทความ จะตั้งอย่างไรให้ผู้อ่านเห็นแล้วอยากคลิกเข้าไปอ่าน จะตั้งอย่างไรให้ผู้อ่านอยากไลท์ อยากแชร์ รวมทั้งยังเป็นมิตรต่อการทำ SEO ในที่นี้จะยกตัวอย่าง คีย์เวิร์ด “ลดความอ้วน” การตั้งชื่อบทความที่ดี ควรมีคีย์เวิร์ดแทรกเข้าไปด้วย เช่น 10 อาหาร ลดความอ้วน / เคล็ด(ไม่) ลับ ถ้าอยากลดความอ้วน / ลดความอ้วน เริ่มที่ตัวคุณ เป็นต้น การตั้งชื่อแบบนี้ นอกจากจะทำให้ผู้อ่านค้นหาได้ง่ายและเกิดความสนใจแล้ว ยังเป็นมิตรต่อการทำ SEO เพื่อติดอันดับใน Google อีกด้วย

กำหนดเค้าโครงเรื่อง 

เป็นการตัดสินใจว่า ภายในบทความของคุณจะประกอบด้วยอะไรบ้าง เช่น เกริ่นนำ เนื้อหา สรุป แนวคิด ประโยชน์ เป็นต้น ซึ่งการร่างเค้าโครงของเนื้อหาจะทำให้คุณเห็นภาพได้ชัดเจนขึ้นว่า ยังขาดเหลือข้อมูลอะไรที่ต้องหาเพิ่มเติมอีกบ้าง แถมยังช่วยตัดข้อมูลที่ไม่จำเป็นออกไปอีกด้วย ช่วยให้บทความดูสมดุล ลื่นไหล เวลาที่อ่านดูไม่เหวิ่นเว่อมากจนเกินไป ถือเป็นอีกขึ้นตอนหนึ่งที่ช่วยให้การเขียนบทความง่ายขึ้นและประหยัดเวลาอีกด้วย

บทความยาวดีกว่าบทความสั้น 

จากสถิติและการวิเคราะห์ผล SERPs ได้รับการยืนยันว่า บทความที่มีความยาวมีแนวโน้มในการถูกจัดอันดับบน Google มากกว่าบทความสั้น อย่างไรก็ตาม ไม่ได้หมายความว่า บทความที่มีความยาวทุกบทความ จะถูกจัดอันดับในหน้าแรกๆของ Google ได้ทั้งหมด ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับลักษณะการเขียนบทความ การใช้คีย์เวิร์ด เค้าโครงของบทความและความเป็นประโยชน์ต่อคนอ่านว่ามีมากน้อยเพียงใด ซึ่งหากบทความขนาดสั้น มีสิ่งเหล่านี้ครบ ก็มีโอกาสสูงที่จะติดอันดับบน Google ได้เช่นกัน

ตกแต่งบทความให้น่าอ่าน 

นอกจากการตั้งชื่อบทความและเขียนบทความให้เนื้อหามีคุณภาพแล้ว อีกขั้นตอนหนึ่งที่อยากแนะนำให้ทำก็คือ การจัดหน้าตาของบทความให้มีความสวยงามและง่ายต่อการอ่าน ไม่ว่าจะเป็นการขึ้นบรรทัดใหม่และการจัดวางพารากราฟ ควรใช้สัก 4 – 5 บรรทัดกำลังสวย การปรับขนาดและสีสันของตัวอักษร การใช้ตัวหนา ตัวเอียงให้เป็นประโยชน์ การเลือกใช้ Font อย่างเหมาะสม การเพิ่มรูปภาพประกอบให้บทความดูมีชีวิตชีวา ซึ่งก็ลองนำไปปรับใช้กันดู รับรองว่าบทความของคุณจะสวยงามขึ้นกว่าเมื่อก่อนแน่นอน

เผยแพร่บทความ  

สำหรับคนที่มีบล็อกหรือเว็บไซต์เป็นของตนเอง ต่อให้คุณเขียนบทความที่มีเนื้อหามีประโยชน์และดีขนาดไหน มันจะไม่ประสบความสำเร็จเลย หากไร้ซึ่งคนอ่าน วิธีง่ายๆที่สามารถทำได้ก็คือ การแชร์บทความลงใน Facebook Page  นำลงใน Facebook Profile การแชร์บทความลงในกรุ๊ปที่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาในบทความ   โปรโมทลงในเว็บไซต์ต่างๆที่เกี่ยวข้องกับเนื้อหา หรือ หากใครที่มีงบหน่อย ผู้เขียนแนะนำให้ลงโฆษณากับ Facebook Ads /  Twitter Ads / Google Adwords ก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่สามารถทำได้เช่นกัน

เขียนบทความอย่างสม่ำเสมอ 

ผู้อ่านทุกคนล้วนมองหาบทความใหม่ๆและมีเนื้อหาอัพเดททันต่อสถานการณ์อยู่เสมอ ดังนั้น ควรเขียนบทความที่มีความสดใหม่ มีเนื้อหาที่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์และกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการให้เข้ามาอ่าน เพียงเท่านี้บล็อกหรือเว็บไซต์ของคุณก็จะมี Traffic เพิ่มมากขึ้นและเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้คุณสามารถประสบความสำเร็จในการเป็นนักเขียนได้ในระยะยาว

เห็นหรือยังว่า การเขียนบทความ ให้ประสบความสำเร็จไม่ยากอย่างที่หลายคนคิด แต่ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะสามารถทำได้ในไม่กี่วัน ทุกอย่างจะต้องใช้ประสบการณ์ การพัฒนาฝีมือในการเขียน รวมถึงสร้างสรรค์งานเขียนใหม่ๆที่ตรงกับวัตถุประสงค์ในการนำเสนอ ออกมาให้ผู้อ่านเข้าถึงและเป็นประโยชน์สูงสุด