เขียนบทความ SEO เรื่องง่ายๆที่หลายคนไม่รู้

การเขียนบทความถือเป็นศิลปะอย่างหนึ่งที่ต้องถ่ายทอดผ่านตัวอักษรให้ผู้อ่านเข้าใจ และถ้าจะให้ดีก็ต้องนำไปใช้ประโยชน์หรือเป็นความรู้ติดตัวได้ ซึ่งปัจจุบัน ด้วยความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี ทำให้งานเขียนบทความมีความสำคัญและจำเป็นมากในตลาดออนไลน์ เพราะเข้าถึงง่ายและมีต้นทุนต่ำ แต่ได้ผลตอบแทนเร็วและคุ้มค่า เพราะบทความหนึ่ง เจ้าของลิขสิทธิ์สามารถใช้ได้ตลอดชีวิต โดยบทความที่เป็นที่นิยมมากที่สุดในการทำตลาดออนไลน์ นั่นคือ บทความ SEO แต่จะทำอย่างไรให้ปังนั้น วันนี้ เราจะพามาดูกัน

วางเป้าหมายของเนื้อหาให้ชัดเจน 

สิ่งแรกที่นักเขียนบทความทุกคนต้องรู้มีอยู่ 3 อย่างคือ เขียนเกี่ยวกับเรื่องอะไร / เพื่ออะไร / กลุ่มเป้าหมายคือใคร หากทราบทั้ง 3 อย่างนี้ จะทำให้คุณวางจุดประสงค์ของการเขียนบทความออกมาได้อย่างชัดเจน ตัวอย่างเช่น หากบทความดังกล่าวมีกลุ่มเป้าหมายเป็นวัยรุ่น ควรใช้ภาษาที่ดูเป็นกันเอง ไม่ดูวิชาการจนเกินไป เพราะจะทำให้ดูน่าเบื่อและเข้าถึงยาก อย่างไรก็ตาม บทความก็ต้องมีความน่าเชื่อถือของข้อมูลด้วยเช่นกัน แบบนี้จึงจะเรียกว่าเป็นบทความ SEO ที่มีคุณภาพ

หากเป็นการเขียนบทความเกี่ยวกับฟุตบอล เรื่องนี้ควรต้องใช้ความเชี่ยวชาญและความชอบส่วนตัวสักหน่อย เพราะถ้าเขียนบทความฟุตบอล แต่ไม่ดูการแข่งขัน ไม่ทราบว่าแต่ละทีมมีชื่อเรียกว่าอะไร แบบนี้จะเป็นอุปสรรคต่อการเขียนอย่างมาก เพราะบทความด้านกีฬา มักมีคำศัพท์เฉพาะและชื่อเรียกที่แตกต่างกันไปในวงการ อีกทั้งภาษาที่ใช้เขียน ยังแตกต่างจากบทความวิชาและบทความทั่วไป ใครที่จะรับงานเขียนประเภทนี้ อย่าลืมสำรวจความเชี่ยวชาญของตนเอง ก่อนรับงานกันด้วย

ใช้สำนวนของตนเอง 

สำนวนการเขียนบทความของนักเขียนแต่ละคน ย่อมแตกต่างกันไป เปรียบเสมือนลายเซ็นหรือลายมือที่ไม่มีวันคัดลอกได้เหมือน ซึ่งโดยทั่วไปแล้ว สำนวนการเขียนนี้ก็สามารถบ่งบอกถึงลักษณะของผู้เขียนได้ในระดับหนึ่ง เพราะฉะนั้น จงหาสำนวนการเขียนของตนเองให้เจอ แล้วการเขียนบทความ SEO จะเป็นเรื่องง่ายสำหรับคุณไปเลย เพราะจะทำให้เรารู้ว่าคีย์เวิร์ดแบบนี้ ควรวางไว้ตรงไหนของประโยคจึงจะเหมาะสม แถมยังทำให้ผู้อ่านเข้าใจบทความของคุณเหมือนที่ผู้เขียนเข้าใจได้ง่ายขึ้นอีกด้วย

เขียนบทความที่กระชับและไม่ยาวจนเกินไป 

การเขียนบทความ SEO หากอยากให้ได้ผลอย่างรวดเร็ว ควรรู้จักกระชับเนื้อหาให้เหมาะสม กระจายคีย์เวิร์ดให้สมดุล สักพารากราฟละ 1 คีย์เวิร์ดและใน 1 บทความ ควรมีเนื้อหาประมาณ 500 – 1,000 คำจะดีมากและต้องเป็นเนื้อหาที่สอดคล้องกับหัวข้อเรื่องด้วย เคยมั้ย…ที่เวลาอ่านบทความจากบางเว็บไซต์ ชื่อเรื่องดูสวยหรูน่าสนใจ แต่พอคลิกเข้าไปอ่านแล้ว เนื้อหาจริงๆมีอยู่แค่ 2 บรรทัด ส่วนที่เหลือก็เป็นน้ำเกือบทั้งหมด

หากเจอแบบนี้บ่อยๆ สุดท้าย ผู้อ่านก็จะไม่เชื่อถือและไม่อยากกดเข้ามาอ่านบทความในเว็บไซต์นี้อีก ส่งผลให้การจัดอันดับในกูเกิ้ลตกต่ำลงไปด้วย ถ้าไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้น จงจำให้ขึ้นใจว่า “จงซื้อสัตย์กับงานของคุณ รวมถึงผู้อ่าน แล้วทำบทความออกมาอย่างเต็มที่”

เลือกใช้ข้อมูลที่ถูกต้อง

คงปฏิเสธไม่ได้ว่าการหาข้อมูลเขียนบทความออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็นบทความ SEO บทความวิชาการหรือบทความแบบทั่วไป ส่วนใหญ่แล้วแหล่งข้อมูลขนาดใหญ่ที่ใช้งานบ่อยๆและหาได้สะดวกที่สุดก็คือ ข้อมูลทางอินเทอร์เน็ต แต่ไม่ใช่ว่าลอกมาทั้งหมด แค่ให้อ่านเป็นแนวทางและเก็บความรู้มาใช้ในการเขียนเท่านั้น แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือ ความถูกต้องและความน่าเชื่อถือของข้อมูล อย่าลืมว่าบทความ เมื่อนำลงเว็บไซต์ไปแล้ว จะมีผู้อ่านเป็นร้อย เป็นพัน หรือบางครั้งก็เป็นหมื่นเข้ามาอ่านและกดไลท์ กดแชร์เป็นจำนวนมาก

หากข้อมูลมีความผิดพลาด ย่อมเกิดผลเสียเป็นทอดๆอย่างใหญ่หลวง ดังนั้น สิ่งที่ต้องระวังคือ การเลือกใช้ข้อมูล เพราะเดี๋ยวนี้มีเว็บไซต์ที่นำเสนอข้อมูลเท็จและข่าวลือรายวันเป็นจำนวนมาก (แถมยังมีผู้ติดตามเยอะเสียด้วย) เพื่อเรียกยอดไลท์ ยอดแชร์จากผู้อ่าน เพราะฉะนั้น หากจะนำข้อมูลมาใช้ ควรตรวจสอบให้ดีก่อน อาจทำได้โดยการตรวจสอบแหล่งที่มาของข่าวว่ามีจริงหรือไม่ ตรวจสอบจากหลายๆเว็บไซต์ว่ามีข้อมูลตรงกันหรือเปล่า หากมีข้อมูลที่ตรงกันหลายเว็บไซต์หรือหลายสำนักข่าว ก็วางใจได้ในระดับหนึ่งแล้ว

ฝึกฝนและพัฒนาตนเองอยู่เสมอ 

การฝึกเขียนบทความบ่อยๆจะทำให้ทราบจุดบกพร่องและจุดแข็งของตนเอง วิธีนี้อาจดูเป็นวิธีพื้นๆที่หลายคนเคยได้ยินกันมากแล้ว แต่เชื่อว่า มีน้อยรายนักที่จะทำตาม อาจจะด้วยความไม่มีเวลา ขี้เกียจหรือเหตุผลร้อยแปดพันประการ จนในที่สุดก็ทำผิดซ้ำซากอยู่เรื่อยๆ เพราะฉะนั้น สละเวลาว่างของคุณสัก 30 – 1 ชั่วโมง แล้วมานั่งฝึกเขียนบทความ เพื่อพัฒนาฝีมือกันดีกว่า ค่อยๆปรับปรุงแก้ไข เสริมจุดแข็ง จุดเด่นในสำนวนและถ้วยคำของคุณไปเรื่อยๆ รับรองว่า ต่อให้เจอบทความ SEO แบบไหนก็ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป

ทั้งหมดนี้ คือวิธีง่ายๆที่จะทำให้การเขียนบทความ SEO ของคุณนั้นง่ายและมีประสิทธิภาพมากขึ้น ใครที่กำลังมีปัญหาเรื่องการเขียนบทความแนวนี้ ก็สามารถนำเทคนิคที่ผู้เขียนได้ให้ไว้ในวันนี้ นำไปปรับใช้กันได้ แต่ที่สำคัญคือ เมื่ออ่านแล้วก็อย่าลืม นำไปปฏิบัติอย่างจริงจัง เพื่อพัฒนาต่อยอดบทความของคุณต่อไป แบบนี้สิ…จึงจะเรียกว่าเป็น นักเขียนบทความที่มีคุณภาพ

เขียนบทความ อย่างไรให้คนอ่านถูกใจ

การเขียนบทความ เป็นอีกช่องทางหนึ่งสำหรับการหารายได้เสริมหรือบางคนก็สามารถทำเป็นรายได้หลักได้เลย แต่ทว่า…การเขียนบทความขายก็ไม่ใช่งานที่ใครๆก็สามารถทำได้ง่ายๆ เพราะหากขึ้นชื่อว่างานเขียนก็ย่อมมีลายเส้นและสไตล์การเขียนเป็นของตนเอง ความยากง่ายจึงขึ้นอยู่กับการฝึกฝน มุ่งมั่นในการพัฒนาของแต่ละคน วันนี้ ผู้เขียนจึงขอพาทุกท่านที่มีความฝันในการเป็นนักเขียนมาให้เห็นกันว่า การเขียนบทความให้ผู้อ่านและผู้จ้างประทับใจ เขาทำอย่างไรกันบ้าง

1.เขียนให้ประทับใจคนอ่าน 

นอกเหนือจากการตั้งชื่อเรื่องและคัดเลือกเนื้อหาที่จะนำมาเขียนให้มีความน่าสนใจแล้ว การจะเขียนบทความให้มีความน่าประทับใจนั้น จะต้องไม่ลืมวางแผนถึงแนวทางการเขียนที่ดี ตรงประเด็น ไม่เวิ่นเว้อและใช้ภาษาที่สามารถเข้าใจได้ง่าย หากเป็นคำศัพท์เฉพาะทาง ก็ควรอธิบายให้ผู้อ่านทั่วไปเข้าใจด้วย อาจจะเป็นการใช้อ้างอิงหรือวงเล็บต่อท้ายข้างหลังก็ได้ ฟังดูอาจจะเป็นเรื่องง่ายๆ แต่รู้มั้ยว่า จุดนี้เป็นจุดที่นักเขียนหลายคนใช้เวลาและใช้พลังในการวางพล็อตเรื่องนานที่สุด เพื่อให้ผู้อ่าน อ่านแล้วเกิดความประทับใจ

2.คำนำ ใครว่าไม่สำคัญ 

การเขียนคำนำที่ดี ควรคำนึงถึงการปูเนื้อเรื่องให้ผู้อ่านต้องการอ่านบทความในลำดับต่อไป ซึ่งเทคนิคง่ายๆก็คือ ผู้เขียนไม่ควรบอกถึงเนื้อหาที่จะเขียนทั้งหมด แต่ควรกล่าวให้เป็นประเด็นเพื่อให้ผู้อ่านเกิดความสนใจที่จะอ่านบทความ ตัวอย่างเช่น วันนี้จะมาพูดถึงเรื่องอะไร กล่าวคร่าวๆว่าเป็นอย่างไร ปิดท้ายด้วยประโยคเชิญชวน อาทิ ถ้าอยากทราบตามมาชมกันได้เลย / ว่าแล้วก็อย่ารอช้า / ใครอยากทราบ ต้องไม่พลาดในบทความนี้ ฯลฯ

3.มีความชัดเจนของเนื้อหา 

การเขียนบทความ แม้ในบางบทอาจมีความยาวไม่มากประมาณ 300 – 500 คำ แต่รู้หรือไม่ว่า ยิ่งบทความมีเนื้อหาที่สั้นมากเท่าไร ผู้เขียนก็ยิ่งต้องเข้าใจข้อมูลที่จะนำมาเขียนและอธิบายให้มีความกระชับและชัดเจนมากยิ่งขึ้น วิธีง่ายๆที่จะรู้ว่าผู้อ่านจะเข้าใจได้หรือไม่ นั่นคือ เมื่อเขียนเสร็จ ลองกลับมาอ่านอีกสักครั้ง ถ้าเข้าใจเนื้อหาที่ตัวเองเขียนอย่างชัดเจน แสดงว่า การเขียนบทความของคุณมีความชัดเจนแล้วนั่นเองและวิธีนี้ยังเป็นการตรวจทานคำผิด เว้นวรรค เพื่อความสละสลวยของบทความอีกด้วย

4.บทสรุปสุดประทับใจ 

การเขียนบทสรุปที่ดีไม่จำเป็นต้องมากเกินไปและไม่จำเป็นต้องสรุปเนื้อหาอีกครั้ง เพราะจะทำให้ดูเวิ่นเว้อ แต่แนะนำว่า ควรทิ้งท้ายไว้ให้ผู้อ่านได้ประทับใจและจำบทความของคุณได้ อาจจะสรุปเป็นประโยคสั้นๆ กระชับแต่เฉียบคมหรือทิ้งท้ายด้วยคติสอนใจก็สามารถทำได้เช่นกัน ซึ่งบทความที่มีคุณภาพนั้นจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีบทสรุปเพื่อให้ผู้อ่านได้ทราบถึงตอนจบของบทความ ส่วนใหญ่แล้วในส่วนนี้จะใช้ประมาณ 3 – 5 บรรทัดโดยประมาณ

5.ฝีกสิ่งเหล่านี้ให้เป็นนิสัย 

สิ่งที่ขาดไม่ได้ในทุกอาชีพคือ ซื่อสัตย์และตรงต่อเวลา เพราะบางบทความ ผู้จ้างจำเป็นจะต้องใช้โดยด่วน อาจจะเป็นวันต่อวันหรือภายใน 1 – 2 วัน แต่บางบทความก็จะให้เวลามากหน่อย บางครั้งเป็นเดือนเลยก็มี ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับผู้จ้างแต่ละคน ใครที่ไม่ถนัดงานด่วนก็ไม่ควรรับ เพราะเวลาที่ใช้ในการค้นคว้าข้อมูลและการเขียนมันน้อยเหลือเกิน อาจจะทำให้งานออกมาไม่มีคุณภาพได้และอาจจะไม่ได้รับงานจากผู้จ้างท่านนี้อีก ในทางกลับกัน หากทำงานดีก็จะมีงานป้อนเข้ามาเรื่อยๆ ไม่ขาดมือ จนบางครั้งคิวงานเต็มจนล้นไปถึงเดือนหน้าเลยทีเดียว

6.เขียนบทความให้มีคุณภาพ 

บทความก็คือสินค้า ผู้เขียนจึงเปรียบเสมือน พ่อค้า – แม่ค้าของผู้จ้าง ดังนั้น การส่งมอบสินค้าในแต่ละครั้งจึงควรมีคุณภาพ โดยคำว่า บทความคุณภาพ สามารถตรวจสอบได้จาก คุณภาพของเนื้อหาที่ต้องไม่เวิ่นเว้อ การตรวจทานคำถูกคำผิด การใช้เว้นวรรค การเป็นบทความที่สดใหม่หรือไม่มีการคัดลอกมาจากที่ไหน ความชัดเจนของเนื้อหาที่อ่านแล้วเข้าใจได้ง่ายๆ ทั้งหมดที่กล่าวมานี้ล้วนส่งเสริมให้บทความมีคุณภาพทั้งสิ้น ซึ่งนักเขียนที่ดีควรตรวจทานก่อนส่งมอบให้กับผู้จ้างก่อนทุกครั้ง

คำแนะนำ

หากใครที่ไม่เก่งภาษาไทย โดยเฉพาะการใช้คำถูก คำผิด สิ่งแรกที่ควรทำก็คือ ต้องอ่านเยอะๆ ซึ่งบทความบนโลกอินเตอร์เน็ตก็มีอยู่มากมายให้คุณได้เลือกอ่านกันตามความชอบ แม้บางอย่างจะไม่ชอบแต่ให้มันผ่านตาหน่อยก็ยังดี แล้วลองนำมาเรียบเรียง เติมแต่งให้เป็นสำนวนของตนเองดู ฝึกไปเรื่อยๆ ภาษาและสำนวนในแบบของคุณที่ไม่เหมือนใครและไม่มีใครเหมือนก็จะมาเอง แต่ไม่ใช่ลอกมาทั้งบทความ อันนี้ไม่สนับสนุนและยังผิดต่อจรรยาบรรณของนักเขียนอีกด้วย

การเขียนบทความเป็นงานที่ต้องใช้ทักษะในการเขียนและใช้พลังงานในการทำสูงมาก นักเขียนที่เขียนได้ เขียนเป็นและเขียนได้เงินจึงเกิดความภาคภูมิใจ เพราะแต่ละบทกว่าจะสามารถร้อยเรียงมาให้ผู้อ่านได้อ่านกันนั้น ล้วนต้องอาศัยเวลาในการค้นหาข้อมูล การวางโครงเรื่องและความคิดของผู้เขียน เพราะฉะนั้น ใครที่อยากเขียนบทความให้ผู้อ่านประทับใจและผู้จ้างอยากร่วมงานอย่างต่อเนื่องก็ควรฝึกฝนทักษะต่างๆของตนเองเพื่อจะได้มีความเป็นมืออาชีพในการเขียนบทความต่อไป