หารายได้ เทรด Binary Option ปั้นเงินแสน ไม่ต้องลาออกจากงานประจำ (ฉบับคัมภีร์ ยาวมากๆ)

binary option ไบนารี

ต้องการเทรด Option และทำกำไรอย่างยั่งยืนไหม

ต้องการปลดหนี้ของคุณใช่หรือไม่

ต้องการหลักการเทรด Binary Option ที่ถูกต้องใช่ไหม

ถ้าคำตอบของคุณคือ “ใช่” บทความนี้ออกแบบมาเพื่อคุณครับ!!!

สวัสดีครับ ก่อนอื่นผมขอขอบคุณที่คุณสละเวลามาอ่านบทความเกี่ยวกับการเทรด option บทนี้ ซึ่งผมตั้งใจออกแบบให้เป็นเสมือนหนึ่งคลังการเรียนรู้การเทรด Option สำหรับมือใหม่และมือเก่าทุกคน

สำหรับคนที่เทรดจนคุ้นเคยอยู่แล้ว เรื่องนี้อาจไม่ยากเสียเท่าไหร่ แต่สำหรับคนที่ไม่เคยเทรดเลย อาจจะเป็นเรื่องยากอยู่เหมือนกัน ดังนั้น เพื่อให้คุณพอมีแนวทางในการฝึกเทรด Binary Option ผมมีเนื้อหาดีๆ ที่รวบรวมไว้ โดยเรียงตามหมวดต่างๆ สำหรับเลือกใช้ในการเทรดของคุณ

จุดเริ่มต้นของการเทรดที่ถูกต้อง…นำมาซึ่งโอกาสของรายได้มหาศาลในตลาด

ความรู้พื้นฐาน Binary Option

Binary Option คืออะไรห้องเรียนมือใหม่

Binary Option คือระบบการเทรดเพื่อการทำกำไรในตลาดทุน และสินทรัพย์ต่างๆ โดยการนำสินทรัพย์นั้นมาทำการจับคู่ และเราเทรดโดยการทำนายราคาในอนาคตว่า คู่สินทรัพย์นั้นจะมีราคาขึ้น หรือลง ซึ่งหากเราทำนายราคาถูกต้องตามที่เปิดสัญญา Option ไว้ ก็จะสามารถทำเงินจากการเทรด Option ได้ และในหลายๆตาของการเทรด อาจทำให้คุณทำเงินได้มากกว่า 10,000 บาทเลยทีเดียว

ข้อดีของการเทรดกับระบบ Binary Option

  • 1.คุณสามารถทำกำไรได้อย่างรวดเร็ว โดยสั้นที่สุดเพียง 1 นาทีเท่านั้น
  • 2.สามารถสร้างผลตอบแทนได้มากกว่า 100,000 บาทในการเทรด 1 ครั้ง (ขึ้นอยู่กับจำนวนเงินที่เปิดสัญญา)
  • 3.เรียนรู้ง่าย และมีขั้นตอนการเทรดที่ง่ายมาก
  • 4.เป็นรายได้ที่คุณสามารถทำที่ไหนก็ได้ ที่บ้าน ในห้องน้ำ เวลาท่องเที่ยวของคุณ สามารถเทรดได้หมด
  • 5.สามารถพลิกชีวิตและอนาคตทางการเงินของคุณภายในเวลาอันสั้น
  • 6.มีหลักการเรียนรู้ด้านการทำกำไรอย่างยั่งยืน และไม่ใช่การพนัน

บทความด้านล่างเป็นประสบการณ์ตรงในการเทรด binary option ได้เงิน 226,711.65 บาท

สูตรเทรด option ให้ได้เงิน 226,711.65 บาท ฉบับกระเป๋า (ธ.ค.2559)

คำเตือนก่อนการเทรด Option

ในส่วนนี้จะเป็นเนื้อหา ที่ผมจะเขียนสิ่งที่ผมผิดพลาด และเป็นคำเตือนก่อน เมื่อคุณอาจจบจงพินิจ และตัดสินใจว่าคุณแน่ใจไหมที่จะกระโดดเข้าตลาดที่สามารถเปลี่ยนคุณเป็นเศรษฐีในชั่วข้ามคืน หรืออาจเกิดผลในทางตรงกันข้าม! ทั้งหมดด้านล่างนี้คือคำเตือนของผมอีกครั้งก่อน คุณจะเข้าสู่ภาคการเรียนบทที่ 1

1.เทรด Binary Option ร้อยละ 90 เจ๊งมากกว่ารวย

ผมรู้ว่าแม้เราจะมีกลยุทธ์ที่ดีที่สุด และหลักการบริหารจัดการที่ดีที่สุดด้านการเงินก็ตาม แต่คนกว่าร้อยละ 90 จะไปตกเรื่องของจิตวิทยาการลงทุน เมื่อคุณเปิดสัญญาผิด 4 ครั้งติดต่อกัน ความโกรธ และความโมโหจะเข้ามาแทนที่ และเมื่อใดมันมา มือคือหายนะครับ! ผมเคยหมดเงิน Lot ใหญ่ๆ ขนาด 600$ ภายในเวลา 1 นาที เน้นครับ 1 นาที ดังนั้นผมจึงเตือนคุณว่ามีเพียง 10% เท่านั้นของผู้เทรดที่ประสบความสำเร็จ

2.เงินน้อยรวยได้ แต่ก็ช้ากว่าเงินมากเสมอ

ตลาดนี้แม้จะให้คุณลงทุนเปิดพอร์ตขั้นต่ำที่ 10 เหรียญ แต่ในความเป็นจริงแล้ว เงินจำนวนนี้มักไม่ค่อยพอต่อการทำกำไรอย่างยั่งยืน ทำได้เพียงแค่เทรดแบบ ขำขำ ดังนั้นคุณคงไม่ต้องการเทรดแบบขำๆ อย่างแน่นอน

ถ้าคุณต้องการกำไร ผมแนะนำเสมอว่าต้องกล้าลงทุนครับ! เริ่มขั้นต่ำที่ 100 เหรียญจะดีที่สุด หรือถ้าคุณมีเงินเย็นๆ 1,000 เหรียญน่าจะเป็นตัวเลขที่ทำให้คุณได้เงินภายในสิ้นเดือนมากกว่า 30,000 เหรียญได้

3.เทรด Demo ก่อนเถอะเชื่อผม

ผมได้รับคำถามหลังไมค์ เป็นจำนวนมากถึงเรื่องของการเทรด option ว่ามันจะได้เงินจริงไหม ผมจะทำได้ไหม ผมขออนุญาตนำมาตอบตรงนี้ว่า ทำได้แน่นอนครับ และผมแนะนำให้คุณทำผ่านบัญชี Demo ก่อนเสมอ

อย่าลองในตลาดจริง!

คุณได้ยินที่ผมพูดไหม อย่าลอง! เด็ดขาด! ตลาดจริงไม่เคยปราณีใคร และการทดสอบอะไรก็ตามในตลาดจริง ส่วนใหญ่มันมักจะพลาดเสมอ ดังนั้นทุกกลยุทธ์ ทดสอบมันในตลาด Demo ก่อนเท่านั้น ทดสอบจนแน่ใจก่อนแล้วค่อยขึ้นไปสู่ตลาดจริง

4.อย่าเทรด Binary Option แบบการพนัน

ตลาด Binary Option ออกแบบมาให้นักเทรดมืออาชีพสามารถทำกำไรได้ง่ายขึ้น และสะดวกไม่แพ้ตลาด forex แต่นั่นหมายความว่ามันทำให้เราเริ่มมองมันเหมือนการเล่นการพนันได้ง่ายขึ้นด้วย

ผมชอบบอกเสมอว่า มันมีเส้นบางๆคั่นอยู่ ระหว่างการพนันกับ Binary Option หรือถ้าจะกล่าวอีกนัยหนึ่งคือ ลักษณะของมันเหมือนกับการเล่น ไฮโล กล่าวคือ ไฮโลนั้นคุณแทง สูง หรือต่ำ จากนั้นเจ้ามือก็โยนลูกเต๋า และเปิดมันออกมา ถ้าคุณแทงถูกข้าง เช่นแทงสูง และผลออกมาคือสูง คุณก็เงินได้เงิน

หลักการข้อนี้เหมือนกับตลาด Option มากที่สุด คุณก็แค่แทงข้างเหมือนกัน สูงหรือต่ำ ตามเวลาในอนาคต ซึ่งถ้าในกรอบเวลาดังกล่าว กราฟวิ่งไปถูกทางที่คุณแทง คุณก็รับเงิน 60-85% ของมูลค่าสินทรัพย์ที่คุณวาง เห็นไหมครับ เหมือนกันอย่างกับแกะเลย

แต่จุดต่างคือ การเทรด Binary Option เราสามารถคาดการณ์ได้จากกราฟ การใช้ Indicator การดูช่วงข่าว None farm หรืออื่นๆ ดังนั้นหากคุณใช้กราฟ วิเคราะห์ นั่นแปลว่าคุณเป็นนักเทรด แต่ถ้าคุณแทง สูงต่ำเลยโดยไม่สนใจกราฟ มันก็คือการพนันดีๆนี่เอง

expert option รับเงิน

5.ผมไม่สัญญาว่าคุณจะเทรดได้ แม้ว่าคุณจะบรรลุจากบทความนี้

ถูกต้องครับ นี่เป็นการปฏิเสธจากผมที่ชัดเจนที่สุด ผมไม่สามารถการันตีได้เลยว่า การเทรดตามสูตรนี้จะทำให้คุณสำเร็จ มันเหมือนกับการเป็นโค้ชสอนตีแบด ที่ไม่ใช่ทุกคนจะตีแบดแล้วสำเร็จทุกคน

แต่สิ่งที่คุณจะได้รับจะเป็นเทคนิค หลักการ ที่เมื่อคุณเอาไปใช้บ่อยๆแล้วมันจะกลายเป็นทักษะ และทำให้คุณกลายเป็นสุดยอดนักเทรด Binary Option ด้วยตนเอง

ผมมั่นใจได้เพียงข้อหนึ่งว่า บทความชุดนี้ของผมจะช่วยสร้างนักเทรดมืออาชีพและโค้ช ด้าน Binary Option อีกเป็นจำนวนมาก และถ้าตอนที่คุณกำลังอ่านบทความนี้อยู่ และไม่พบโค้ชใดๆด้านการเทรดแล้วนั่นเป็นข่าวดีที่สุด และมันหมายถึงโอกาสของคุณที่จะกลายเป็นคนๆนั้นด้วยนั่นเอง

เครื่องมือที่ควรมีประกอบการเทรด

เครื่องมือที่ใช้ประกอบการเทรด Option ที่คุณต้องมีประกอบไปด้วย

สำหรับบางเครื่องมือนั้น คุณอาจเลือกไม่ติดตั้งก็ได้เช่น Meta Trader 4 โดยที่คุณใช้การเทรดผ่านเว็บไซต์โดยตรงก็สามารถทำได้ครับ แต่ถ้าต้องการเพิ่มความเป็นมืออาชีพมากขึ้น นั่นก็ถือว่าเป็นความจำเป็นเช่นกัน

คำศัพท์ที่ต้องรู้

ก่อนที่จะไปพูดถึงการเทรด option อย่าเพิ่งดูเบาในเรื่องของคำศัพท์นะครับ เพราะหัวข้อเหล่านี้จะช่วยให้เราสามารถทำความเข้าใจได้อย่างถูกต้อง เวลาเทรด และไม่รู้สึกถึงความสับสนที่อาจเกิดขึ้นมาได้ในขณะที่ทำการเทรดครับ ดังนั้นมาดูกันสิว่า คำศัพท์ที่ต้องรู้ประกอบการเทรด Option มีคำศัพท์อะไรกันบ้าง

1.Put (อ่านว่า พุด) หมายถึง การทำนายราคาในอนาคตว่าจะมีทิศทางลง (แทงลง) ซึ่ง โดยปกติแล้วหากกราฟมีแนวโน้มเป็นเทรนด์ขาลง การเปิดสัญญา Put มักสร้างกำไรให้กับผู้เทรดได้อย่างมากทีเดียว

2.Call (อ่านว่า คอล) หมายถึง การทำนายราคาในอนาคตว่าจะมีทิศทางขึ้น (แทงขึ้น) ซึ่ง โดยปกติแล้วหากกราฟมีแนวโน้มเป็นเทรนด์ขาขึ้น การเปิดสัญญา Put มักสร้างกำไรให้กับผู้เทรดได้อย่างมากทีเดียว

3.การเปิดสัญญา หมายถึง การเปิดเทรดเมื่อกดปุ่ม Put หรือ Call ซึ่งเมื่อทำการเปิดสัญญาแล้ว จะไม่สามารถเข้ามาแก้ไขใดๆได้อีก

4.การปิดสัญญา หมายถึง เมื่อราคาวิ่งไปจนถึงจุดของการตั้งราคาไว้ ระบบจะทำการปิดสัญญาทันที ซึ่งนั่นหมายถึงการทำกำไรหรือขาดทุน

5.อินดี้ หมายถึง Indicator หรือตัวชี้วัด เป็นเครื่องมือที่เรานำมาใช้ประกอบการตัดสินใจเทรด ซึ่งนักเทรดที่ดีอาจต้องใช้อินดี้ประมาณ 3-4 ตัวประกอบการตัดสินใจ

6.ล้างพอร์ต หมายถึง เงินทุนในบัญชีของเราหมด

7.Take Profit (อ่านว่า เทค – โปร – ฟิด) หมายถึง การทำกำไรในตาเทรดนั้นๆ โดยปกติมักคิดเป็น %

8.Candle Stick หมายถึง กราฟแท่งเทียนที่ปรากฎในระบบเทรด

9.ไม้ หมายถึงตาเทรดแต่ละตา บางทีจะเรียกกันในวงการว่า ไม้ เช่น เทรด 2 ตา อาจเรียกว่าเทรด 2 ไม้

หมั่นท่องคำศัพท์เทรด option เหล่านี้ไว้ให้คล่องแคล่วนะครับ เพราะคุณจำเป็นต้องใช้มันตลอดการอยู่ในตลาด option แห่งนี้ จนถึงวันที่คุณนั้นประสบความสำเร็จเลยทีเดียว

และเมื่อคุณพร้อมแล้ว! ผู้เขียนจะขอแนะนำ Option ที่ถือว่ามาแรง และเหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับคนไทยในการเทรด และทำกำไร เพราะง่าย! เป็นภาษาไทย และมีระบบการวิเคราะห์ตลาดที่แม่่นยำ นั่นคือ Expert Option

กฎเหล็ก 22 ข้อเพื่อการเทรด อย่างยั่งยืน

ผมกล่าวถึงเรื่องนี้ก่อนที่จะพาคุณไปเรียนรู้หลักการเทรด อันเนื่องมาจาก กฎ คือสิ่งที่จะช่วยชี้นำแนวทางของเราให้สามารถเดินทางต่อไปได้อย่างถูกต้อง มันสำคัญมากๆ เพราะกฎเหล่านี้จะช่วยลดโอกาสเกิดความผิดพลาดในการเทรด Binary Option ของคุณลงไปได้มาก

ผมแนะนำว่าถ้าเป็นไปได้ ผมขอให้คุณนำมันมาแปะฝาบ้านเลยครับ มันคุ้มค่ามากๆอย่างแน่นอน

กฎข้อที่ 1 จงรักษาเงินต้นของคุณให้ได้!

ผมไม่ได้กล่าวถึงผลกำไร ผมไม่รู้และไม่สนเสียด้วยซ้ำว่าคุณนั้นจะสามารถทำกำไรได้เท่าไหร่ แต่กฎข้อแรกคุณจะต้องรักษามันให้ได้ จงรักษาเงินต้น! อย่าให้เงินต้นของคุณหมดไปเด็ดขาด

เมื่อใดที่คุณเทรดจนมาถึงตาที่เงินทุนของคุณจะต้องถูกใช้ออกไป จงระมัดระวังขึ้นเป็น 10 เท่าของการเทรดปกติ เพราะเมื่อใดก็ตามที่ระบบกินทุนคุณไปแล้ว เวลาเราเทรดกลับคืนมาจะต้องใช้ความพยายามมากกว่าปกติ ถ้าใจคุณท้อไปก่อน บางทีคุณอาจเลิกเทรดระหว่างทาง และนั่นหมายถึงการขาดทุน

กฎข้อที่ 2 อย่าเทรดถ้าสัญญาณยังไม่ครบ

ถ้าหลักเกณฑ์เงื่อนไขของคุณในการเปิดออเดอร์ คือต้องผ่านตัวชี้วัด 25 ตัว คุณก็จะต้องรอให้ถึงเหตุการณ์นั้นๆ ไม่ใช่ เลือกเปิดออเดอร์ทันที แม้ว่าคุณนั้นจะมีตัวชี้วัดขึ้นเพียง 24 ตัว!

ข้อนี้มันสำคัญมาก มันเป็นตัวสะท้อนว่าคุณนั้นมีวินัยในการเทรดหรือไม่ เป็นตัวบ่งชี้ที่บ่งบอกว่าคนที่เทรดระยะยาวได้ กับคนที่เทรด Binary Option แบบฉาบฉวยเป็นอย่างไร ดังนั้น เมื่อคุณตั้ง KPI สำหรับใช้ในการเปิดเทรดแล้ว ต้องรอ! ให้ครบก่อนเท่านั้น จึงจะสามารถเปิดเทรดได้นะครับ

กฎข้อที่ 3 เดโมมีไว้ให้ทดสอบ ต้องทดสอบก่อนอย่างน้อย 100 ตา

ทุกๆ Binary Option จะมีการอนุญาตให้คุณลองเปิดใช้บัญชี Demo ก่อนเสมอ ดังนั้นถ้ามันมี คุณต้องใช้ครับ ผมใช้มันในการทดสอบกลยุทธ์ใหม่ๆ โดยใช้หลักเทรด 100 ตา กล่าวคือ ลองเทรดไปประมาณ 100 ตา และดูผลว่าเกิดอะไรขึ้นมาบ้าง

เช่น

ถ้าเทรด 100 ตา และคุณทำกำไรได้ 60 ตา อย่างนี้อาจต้องรอทดสอบตัวใหม่ๆ

ถ้าเทรด 100 ตา และคุณทำกำไรได้ 80 ตา อย่างนี้ถือว่าเครื่องมือและกลยุทธ์ของคุณ WORK!

จงทำแบบนี้ทุกครั้งเมื่อคุณมีกลยุทธ์ใหม่ รวมถึงการเทรด Binary Option ครั้งแรกของคุณครั้งนี้ด้วย ผมเชื่อว่าถ้าคุณรักษากฎข้อนี้ได้ตลอดการเทรด รับรองว่าปลอดภัยอย่างแน่นอน

กฎข้อที่ 4 เลือกเฉพาะคู่เงินที่ชำนาญ

ผมไม่ให้คุณเลือกพวกสินทรัพย์ที่เป็นหุ้น เช่น Microsoft หรือว่า Apple ยกเว้นเสียแต่ว่าคุณถนัดในข่าวเหล่านั้น แต่ผมถนัดในการเทรด forex มาก่อน ดังนั้นการเทรดโดยการใช้ข่าว จึงเป็นหนทางที่ผมถนัดและชื่นชอบ

คุณก็เช่นกัน ผมแนะนำให้คุณลองหาคู่เงินที่ถนัด มันอาจเป็น EUR/USD ที่มีการใช้กันมากที่สุดในตลาด forex การเลือกคู่เงินที่มีการเทรดเยอะๆ  จะช่วยให้เราหาข่าว หรือเลือกใช้เครื่องมือแม่นยำมากยิ่งขึ้น

อย่าเทรดสะเปะสะปะ หาคู่เงินที่มันโดนใจ และโดนทางของคุณและทำกำไรหลักล้าน! จากมันซะ

กฎข้อที่ 5 ทำใจของคุณให้ไร้ใจ

กฎข้อนี้ คือการทำใจของเราให้เป็นเสมือนกับว่าเป็นหุ่นยนต์ ที่ไร้ความรู้สึก และเทรด Binary Option ไป เมื่อตัวชี้วัดของเรานั้นเข้าเป้าแล้วเท่านั้น ถ้าคุณไม่ไร้ใจ และปล่อยให้อารมณ์ความรู้สึกเข้ามาครอบงำแทนเมื่อใด นั่นหมายถึงหายนะครับ

ไม่เคยมีใครสักคนที่เทรด Binary Option ชนะ ถ้าปล่อยให้ความโลภในใจของคุณนั้นพุ่งทะยานฟ้า หรือการให้ความโกรธจากการเทรดผิดตาเข้าครอบงำ

จำไว้!

ไร้ใจเท่านั้น แล้วทุกอย่างจะดีขึ้น ตาเทรดทำกำไรจะมากขึ้น

กฎข้อที่ 6 ไม่มีใครชนะทุกตาหรอกใน Binary Option

อย่าคาดหวังว่าคุณจะเทรด Binary Option แล้วจะชนะในทุกตา มันไม่เคยมีในโลกนี้ครับ และมันจะยังคงไม่มีอยู่ต่อไป ดังนั้นอย่าไปกังวลว่าคุณจะต้องเสีย คุณเสียแน่นอน! ผมบอกไว้เลย แต่หลักสำคัญของการเทรด Binary Option คือ

ถ้าตาชนะของคุณใน 100 ตานั้นมากกว่าตาที่แพ้ ก็แปลว่าคุณสามารถทำกำไรอย่างยั่งยืนได้แล้ว

กฎข้อที่ 7 มีเป้าในการทำกำไรทุกวัน

เป้าคือสิ่งที่เราจะต้องเทรดไปให้ถึง ผมไม่รู้ว่าเป้าของคุณคืออะไร แต่ผมแนะนำว่า ให้ตั้งเป็นจำนวนเงินต่อวัน เช่นต้องการกำไรวันละ 500 บาท หรือ 1,000 บาท หรือ 100,000 บาท แบบนี้ครับ ผมบอกก่อนนะ

เป้าเล็กหรือใหญ่นั้น สามารถใช้เวลาเท่ากันในการไปถึงได้ เพราะมันขึ้นอยู่กับวงเงินในการวางสัญญา เช่น คุณอาจเทรด Binary Option ตาเดียวแล้วได้กำไร 500 บาทเลยภายใน 1 นาที หรือเลือกเทรด Binary Option แล้วทำกำไร 500 บาทใน 100 ตาก็ได้

ทั้งหมดจะขึ้นอยู่กับประสบการณ์ในการเทรด ถ้าคุณมีมากขึ้นเรื่อยๆ ระยะเวลาในการเทรด Binary Option เพื่อการทำกำไรของคุณก็จะลดลงไปเรื่อยๆตามลำดับเช่นกัน

กฎข้อที่ 8 อย่าฟังคนอื่นมากกว่ากลยุทธ์ในหน้าตัก

อย่าไปคิดว่า คนนั้นคนนี้จะมีกลยุทธ์เทพๆ ไม่มีหรอกครับ! มันมีแต่กลยุทธ์ที่เหมาะสมกับตนเองมากกว่า และมันจะเกิดขึ้นเมื่อคุณทำบ่อยๆ อย่าสงสัยว่าการเทรด Binary Option แค่กด put และ call มันจะไปมีความชำนาญอะไร

ผมบอกเลย! มี! ผมตอบคุณไม่ได้หรอก สิ่งนี้เป็น ปัตจัตตัง (สิ่งที่รู้ก็รู้ได้เฉพาะตน) ดังนั้นทำบ่อยๆ แล้วคุณจะเห็นความลับที่ซ่อนอยู่เผยออกมา

กฎข้อที่ 9 เรียนรู้ทุกวัน นั่นคือสุดยอดกลยุทธ์

แบ่งเวลาจากการเทรด วันละ 1 ชั่วโมง เพื่อเรียนรู้ทุกวัน มันอาจเป็นการเรียนรู้เรื่องของข้อมูลข่าวสารคู่เงินต่างๆในวันรุ่งขึ้น อาจเป็นเรื่องของการเทส กลยุทธ์ตัวใหม่ หรืออื่นๆ ก็แล้วแต่ว่าคุณนั้นจะเลือกอะไร แต่คุณต้องเรียนรู้ทุกวัน

บันทึกสิ่งที่คุณต้องนำไปใช้ลงในสมุดจด ทำมันให้คุ้นเคย ให้มันเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตคุณ แล้วจากนั้นมันจะเริ่มทำเงินอย่างมหาศาลให้กับคุณ

กฎข้อที่ 10 อย่าเทรดทั้งวัน เอาแค่เวลาสำคัญๆสัก 2 ชั่วโมงก็พอ

อย่าทำตัวเป็นพวกต้องนั่งเฝ้ากราฟทั้งวัน! สายตาคุณจะเสียเอาง่ายๆ ขอเพียงแค่เลือกเวลาที่เหมาะสมสัก 1-2 ชั่วโมงของแต่ละวันก็เพียงพอแล้ว

ผมชอบเลือกช่วงเวลาที่มีข่าว เพราะเป็นช่วงที่กราฟกระชากแรง และมีผลโดยตรงต่อการออก หรือข้าวของตาที่ใช้ในการเทรด แต่ถ้าคุณไม่ชอบช่วงข่าว คุณก็สามารถมองหาช่วงเวลาที่เหมาะสมกับคุณเองได้ครับ

บางทีช่วงเวลาที่กราฟไม่มีพวก Market Maker ลงไปเล่นด้วย น่าจะเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุด (ตรงนี้ผมจะสอนให้คุณในตอนท้ายๆของหนังสือ)

กฎข้อที่ 11 จดบันทึกผลของการเทรดทุกตา

คุณอาจทำมันในรูปของตาราง หรืออะไรก็ได้ (แต่ห้ามพิมพ์ลงคอม) ผมขอให้คุณเขียนมันขึ้นมาในสมุดจด บันทึกผลการเทรดของคุณทุกตา ว่าทำไมต้องเทรดตานี้ ใช้เครื่องมือใด การจัดการเรื่องการเงินเป็นอย่างไร ใจคุณเป็นอย่างไร ผลแพ้ ชนะ ได้กำไร หรือว่าขาดทุนเท่าใด

การจดจะช่วยให้คุณกลับมาแกะรอยในยามคำทำกำไรได้เยอะๆ และช่วยให้คุณเทรด Binary Option ได้อย่างเฉียบคมในตาต่อไปมากยิ่งขึ้น

กฎข้อที่ 12 เสียเงินบ้าง เพื่อการทำกำไรที่เหนือกว่า

อย่าเพิ่งไปหวังของฟรี! แล้วคุณจะทำกำไรได้รวยเป็นล้าน มันไม่มีหรอกครับ และมันจะไม่มีต่อไป หยุดคิดเรื่องของฟรีเลย มองหาการเสียเงินบ้าง ผมหมายถึงคุณอาจต้องซื้อ Indicator บางตัว หรือว่าโปรแกรมช่วยเทรดบางประการ

สิ่งเหล่านี้จะสามารถช่วยให้คุณทำกำไรได้มากขึ้น จงคิดเสียว่านำเงินร้อยแลกเงินล้าน หากคุณทำธุรกิจอยู่ คุณจะเข้าใจกฎข้อที่ 12 นี้ได้เป็นอย่างดีแน่นอน

กฎข้อที่ 13 อย่าเทรดในตาที่คุณไม่มั่นใจเด็ดขาด!

ถ้ามีตาที่คุณไม่มั่นใจเกิดขึ้น จงอย่าเทรด จริงๆ อย่าเทรด! อย่าคิดว่า ลองเสี่ยงดูน่า จะเป็นอะไรไป เงินแค่ 1 เหรียญ สิ่งเหล่านี้นั้นถือเป็นภัยร้ายแรงอย่างมาก มันจะเป็นหนอนในใจของคุณ และมันจะกัดดินความมั่นใจในตาที่คุณเทรดลงไปเรื่อยๆ

อย่าเด็ดขาด อย่าเทรดในตาที่คุณไม่มั่นใจ หรือไม่แน่ใจ คุณไม่ต้องรีบร้อนเทรดหรอกครับ มันมีตาเทรดอีกมากมาย วันพรุ่งนี้ก็ยังไม่สาย บางทีการเทรดเพียงสัปดาห์ละ 1 ครั้งอาจทำรายได้มากว่าการเทรดของคุณทั้งปีเลยก็ได้

กฎข้อที่ 14 เทรด Option ในโบรกเกอร์ที่คุณมั่นใจเท่านั้น

ในโลกออนไลน์ ทุกอย่างมีทั้งดี และไม่ดี ไม่เว้นแม้กระทั่งโบรกเกอร์ เกี่ยวกับ Binary Option คุณต้องมองหา Binary Option ที่ได้รับการยอมรับจากคนทั่วๆไปมากที่สุด เช่น Expert Option เป็นต้น

โบรกเกอร์ที่น่าเชื่อถือ จะมีผลให้คุณนั้นเทรดได้อย่างสบายใจ และไม่ต้องกังวลในเรื่องของการถูกโกงเป็นต้น ดังนั้นอย่าลืมนะครับ เลือกโบรกเกอร์ที่คุณไว้วางใจได้เท่านั้น

กฎข้อที่ 15 อย่าเทรดโดยไม่มีหลักการบริหารจัดการการเงิน

การทำ MM หรือ Money Management ถือว่ามีความสำคัญมากครับ เพราะสามารถช่วยให้คุณทำกำไรได้อย่างยั่งยืนและมีความปลอดภัยมากที่สุด อย่าเทรดโดยไร้จุดหมาย อย่างที่ผมบอกว่า มันไม่มีตาเทรดที่ถูกต้องทุกตาอย่างแน่นอน มันจะต้องมีตาที่ผิด

และตาเหล่านั้นถ้าขาดหลัก MM ที่ดี มันหมายถึง โอกาสที่เราจะล้างพอร์ตก็ยังมีอยู่ ถ้าไม่อยากเกิดเหตุการณ์ดังที่กล่าวมาข้างต้น อย่าลืมใช้หลัก MM ที่สอดคล้องเหมาะสมกับตัวของคุณนะครับ

กฎข้อที่ 16 เมื่อทุกอย่างถูกต้อง! จงเทรด!

กฎข้อนี้จะเกิดขึ้นทันที เมื่อคุณเกิดอาการลังเล แม้ว่าสัญญาณจะมาครบแล้วก็ตาม มันเกิดขึ้นได้ครับ แต่ผมมาบอกคุณว่า นั่นไม่ใช่การกระทำที่ถูกต้อง คุณต้องเทรด! อย่ากลัว อย่าปอดแหกขนาดนั้น!

มันไม่มีทางถูกต้อง 100% หรอก แต่ด้วยหลักการ MM ที่คุณมี มันจะทำให้ทุกอย่างเป็นเรื่องที่ปกติมากๆ เทรดมันออกไปด้วยใจที่ปกติ เมื่อสัญญาณครบ จงเทรด!

กฎข้อที่ 17 อย่าดูเบาปัญหาเล็กน้อย เช่นสัญญาณเน็ต

ผมไม่ได้พูดเล่นๆนะครับ เรื่องนี้เคยสร้างปัญหาใหญ่มาแล้ว ผมอยากให้คุณสำรวจสัญญาณเน๊ตของคุณว่า เข้าข่ายมีปัญหาบ่อยหรือเปล่า เพราะถ้ามีปัญหา มันมีความเสี่ยงขึ่นมาทันที ที่ระบบจะล่มในระหว่างที่คุณเทรดตาสำคัญๆ

ทางแก้ไขคือเปลี่ยนมาใช้สัญญาณมือถือในค่ายที่คุณคิดว่าแรงที่สุด เหมาะสมที่สุด มันจะช่วยให้ตาสำคัญๆของคุณไม่เกิดปัญหาขึ้นมา

กฎข้อที่ 18 อย่าเทรดบนมือถือ!

ผมร้ว่าระบบที่ผมนำมาสอนคุณในหนังสือเล่มนี้นั้น มีความสมบูรณ์กระทั่งสามารถเทรดบนมือถือได้! แต่ผมไม่ต้องการให้คุณทำแบบนั้น มันอันตรายมาก คุณอาจดูกราฟและสัญญาณผิด หรือไม่ทัน

การเทรดบนมือถือทำให้คุณดูเท่ห์ เป็นไลฟสไตล์ที่ดูแล้วเหมือนนักธุรกิจมืออาชีพ แต่นั่นไม่ใช่ประเด็น ประเด็นคือมันมีความแม่นยำน้อยกว่า และคุณอาจสูญเสียเงินทุนทั้งหมดได้จากการเลือกเทรดที่ผิดวิธี

ดังนั้นถ้าคุณยังไม่ถึงจุด BK แล้ว อย่าเพิ่งไปเทรดบนมือถืออย่างเด็ดขาด!

กฎข้อที่ 19 เพลงบรรเลงช่วยคุณผ่อนคลายขณะเทรดได้

ผมชอบที่สุดตอนเทรดคือการฟังเพลงจาก youtube มันสะดวกสบายมันง่ายมากๆครับคุณสามารถเทรดได้อย่างปลอดภัย การมีเพลงบรรเลง มันช่วยให้จิตใจสงบ และทำให้เมื่อถึงคราวตัดสินใจเทรดแล้ว เราเทรดได้อย่างตรงตามความเป็นจริง

(ผมบอกเลยว่าการเทรดโดยใช้อารมณ์เป็นที่ตั้ง มีแต่พังกับพัง จริงๆ)

กฎข้อที่ 20 เวลาที่ดีมีผลต่อการทำกำไรสูงมาก

ผมอาจพูดถึงกฎข้อนี้ไปแล้ว แต่ผมก็ต้องการที่จะพูดอีก ผมขอย้ำว่าเวลาสำคัญมากๆต่อกระบวนการเทรดของคุณครับ มันเป็นความจริงแสนง่ายดาย แต่ทรงพลังคือ การเทรดในช่วงเวลาที่มีข่าว จะช่วยให้การทำกำไรของคุณมากขึ้น

มันง่ายเสียจนมีเศรษฐีหุ้นร้อยล้านเกิดขึ้นได้เลย แล้ถ้ามันง่าย ทำไมเราจะไม่เลือกมันล่ะ เราไม่จำเป็นต้องถือจอบเสียม และกรุยทางรกทึบไปสู่ความสำเร็จหรอกครับ เราเดินตามทางที่คนเข้าถางไว้ให้เรียบร้อยดีกว่า

ยังไงคุณคงไม่ตั้งเป้าขนาดเป็นมหาเศรษฐีอันดับหนึ่งของโลกหรอกมั้ง! ดังนั้นเทรดในช่วงเวลาที่คนทั่วๆไปทำกำไรมากที่สุด คือกฎที่ดีที่สุดในการเอามาใช้กับ Binary Option

กฎข้อที่ 21 จงอ่านบทความนี้ซ้ำหลายๆรอบ

คุณอาจประโยคนี้เป็นครั้งที่เท่าไหร่แล้วครับ ถ้านี่คือครั้งที่สามที่คุณอ่านมาถึงประโยคนี้ นั้นหมายถึงคุณมีความสำเร็จด้านการเทรด Binary Option รอคุณแล้ว และคุณเริ่มทำเงินได้มากขึ้นต่อวันจากการเทรด Binary Option แล้ว

แต่ถ้านี่คือการอ่านครั้งแรกตรงบรรทัดนี้ ผมแนะนำให้คุณกลับมาอ่านหนังสือเล่มนี้หลายๆครั้ง เชื่อผม! ยิ่งคุณอ่านมากเท่าไหร่ คุณจะสามารถมองเห็นประเด็นที่ขาดหายไปมากขึ้น มันช่วยให้คุณเติมเต็มองค์ความรู้ และทักษะการเทรด Binary Option ที่ถูกต้องมากๆ

ดังนั้นกลับมาอ่านหนังสือนี้บ่อยๆเสมอๆนะครับ อย่างน้อยขอสักเดือนละ 1 ครั้งพอ

กฎข้อที่ 22 ทำทานทุกวันกับเนื้อนาบุญของโลก

มาถึงข้อนี้ซึ่งเป็นข้อสุดท้าย คุณอาจจะเกิดอาการขำขันขึ้นมาว่า เอ๊ะ! นี่มันอะไรกัน ฉันจะเทรดหุ้น แล้วคุณมาแนะนำให้ฉันไปทำบุญทำทาน

เชื่อมผมครับเบื้องหลังความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ มักมีบุญจากการทำทานมาส่งผลเสมอ ดังนั้นบัณฑิตทั้งหลายต้องไม่ประมาทในการสั่งสมทานครับ คุณอาจเลือกตักบาตรในทุกเช้า ทำสังฆทาน หรือช่วยเหลือผู้คน อะไรก็ได้

แต่สิ่งที่ต้องทำต้องเป็นการทำวัตถุทานครับ ทำเสร็จแล้วก็อธิฐานจิตขอให้การเทรดของเราในวันนี้อย่าได้มีอุปสรรคใดๆเกิดขึ้น ให้ราบรื่นและทำกำไรได้ตลอดทั้งวัน

อย่าไปคิดมากเรื่องทำบุญหวังผล อย่าทำตัวเป็นพวกคิดเล็ก และหยุมหยิม คิดใหญ่ครับ เงินของเรา ไม่มีใครมาช่วยเราได้นอกจากตัวเรา อย่าให้พวกสื่อมันมาอิทธิพลต่อความคิดของคุณ

เป็นอย่างไรบ้างครับกับกฎจำนวน 22 ข้อที่ผมนำมาให้คุณ ผมอยากให้คุณจดมันออกมาและแปะกระดาษนี้ไว้ข้างๆ คอมที่คุณทำการเทรด ทักษะพวกนี้จำเป็นต้องอ่านทบทวนมันบ่อยๆ แล้วมันช่วยให้คุณเทรดได้ดีขึ้นมากๆเลยนะครับ

ผมตบตะล่อมคุณก่อนที่จะเริ่มทำการเรียนรู้การเทรด Binary Option อย่าเพิ่งเบื่อนะครับ มันเป็นการทำให้คุณมี Mind set ที่ถูกต้องในการเทรด มันสำคัญมากๆ และมันจะเป็นตัวชี้วัดในการทำกำไรในอนาคตของคุณเลยก็ว่าได้

แต่ในกฎทุกๆข้อนั้น จะมีอยู่ข้อหนึ่งที่ผมกล่าวว่า การเลือกโบรกเกอร์ที่ดีนั้น จะมีผลต่อการเทรดของคุณอย่างมาก ซึ่งเป็นความจริง และในโลกออนไลน์มีโบรกเกอร์เหล่านี้มากมาย  แต่มีเพียง 1 เท่านั้นที่ผมแนะนำในหนังสือเล่มนี้

และผมจะใช้เป็นต้นแบบให้คุณสามารถ Role Model โดยเทรดจากที่นี่ก่อน แล้วค่อยต่อยอดไปใช้บริการโบรกเกอร์อื่นๆ มันเป็นต้นแบบที่ดีมากๆครับ โบรกที่ผมจะนำเสนอคือ Expert Option ครับ

expert option รับเงิน 2

ทำไมต้องเลือก Expert Option

expert option

คำถามที่สำคัญมากที่สุดของภาคที่ 1 ในความคิดของผมข้อหนึ่งคือ ทำไมต้องเลือกใช้บริการจากทาง Expert Option  จากประสบการณ์ที่ผมเทรดมาอย่างยาวนาน ผมเห็นจุดแตกต่างของ Expert Option  จากโบรกเกอร์อื่นๆดังต่อไปนี้

  • 1.สมัครใช้งานง่ายมาก
  • 2.มีบัญชีแบบเดโมให้ทดลองใช้ก่อน
  • 3.สามารถเทรดผ่าน App บนมือถือได้ทั้ง Andriod และ IOS
  • 4.หน้าตาของโปรแกรมสวยงามใช้งานง่าย
  • 5.สามารถฝากและถอนเงินผ่านช่องทางตัวกลางเพื่อแปรเป็นเงินไทยได้
  • 6.มี Indicator ให้เลือกใช้บนโปรแกรมด้วย
  • 7.การถอนเงินใช้เวลารวดเร็วมาก เพียง 2-3 วันเท่านั้น
  • 8.มีความเสถียรของโปรแกรมสูงมาก
  • 9.ราคาของสินทรัพย์วิ่งตามกราฟใน MT4 แทบไม่แตกต่างกัน
  • 10.มีโปรโมชั่นมากมายสำหรับผู้เทรดใหม่
  • 11.รองรับภาษาไทยเต็มรูปแบบ

ผมคิดว่า 10 ข้อที่กล่าวมาข้างต้นนี้ถือเป็นข้อที่ทำให้ Expert Option   ออกมายืนอย่างแตกต่างทันทีเมื่อเทียบกับโบรกเกอร์ตัวอื่นๆ ดังนั้นผมจึงใช้ Expert Option   เป็น Model ในการเทรด Binary Option ให้กับคุณตลอดทั้งเล่มนี้ และมันง่ายมากที่คุณจะเอาวิชาในหนังสือเล่มนี้ไปประยุกต์ใช้กับการเทรดของคุณในโบรกเกอร์อื่นๆ

Expert Option    จึงเป็นอีกหนึ่งกระดานเทรด option ที่คุณสารถทำกำไรอย่างยั่งยืน และรวดเร็วภายในเวลาเพียงไม่กี่นาที! ถ้าไม่เชื่อ! คุณลองทดสอบการเทรดเล่นๆ ผ่านกราฟิกด้านล่าง โดยยังไม่ต้องเรียนรูุ้ หลักการทางเทคนิคอะไร และดูว่าคุณทำกำไรได้เท่าไหร่

ถ้า!…

คุณสามารถทำกำไรจากมันได้ในตลาด Demo นี้!

คุณก็สามารถทำกำไรในตลาดจริงได้เช่นกัน!!!

Q&A คำถามคำตอบเพื่อการพัฒนาทักษะ

หากคุณพอมีเวลาว่าง ผู้เขียนอยากให้ลองทำแบบฝึกหัดข้างล่างนี้เก็บไว้ครับ เพื่อเป็นการทบทวนตนเองว่า มีความเข้าใจใน Binary Option มากน้อยขนาดไหนบ้าง และถือเป็นการฝึกปรือฝีมือในการเทรดของคุณอีกด้วย

1.คำว่า Binary Option หมายถึงอะไร

  • ………………………………………………

2.คุณได้ทำการจด กฎทั้ง 22 ข้อ เพื่อนำไปใช้ในการทบทวนทุกครั้งก่อนเทรดแล้วหรือยัง ถ้ายัง ให้ทำเสียตั้งแต่ตอนนี้เลยนะครับ

  • ………………………………………………

3.ลองสำรวจดูว่าในอินเทอร์เน็ต นอกเหนือจาก Expert Option  แล้ว ยังมีโบรกเกอร์ไหนอีกบ้าง ระบุมาอย่างน้อย 3 โบรกเกอร์

  • 3.1……………………………………………
  • 3.2……………………………………………
  • 3.3……………………………………………

 Expert Option คืออะไร

Expert Option  คือโบรกเกอร์ชั้นนำของโลกด้านการให้บริการเทรดแบบ binary option ซึ่งมีจุดเด่นในเรื่องของระบบ support ภาษาไทย ระบบการเทรดที่ง่ายต่อการเข้าใจ และไม่มีการโกงผู้เทรด ส่งผลให้ผู้ที่ไม่ต้องการใช้กราฟที่สลับซับซ้อนเหมือน forex ก็สามารถทำกำไรได้อย่างง่ายดายและรวดเร็ว โดยอาจสามารถสร้างผลตอบแทนสูงสุดได้มากถึง 2,000% ใน 24 ชั่วโมง

ExpertOption-Binary-Options-e1451480791329

สรุปจุดเด่นของ Expert Option 

  • 1.เป็นโบรกเกอร์ที่ได้รับใบรับรองการเทรดแบบ binary option อย่างถูกต้อง
  • 2.สามารถเริ่มเทรดด้วยเงินต่ำสุดเพียง 1 เหรียญเท่านั้น
  • 3.สามารถทำกำไรต่อครั้งได้สูงสุดถึง 90% (ภายใน 1 นาที)
  • 4.มีระบบวิเคราะห์ข่าวให้คุณได้ทราบประกอบการตัดสินใจเปิดสัญญาเทรด
  • 5.ระบบฝากถอนเงิน ง่าย และมีโบนัสให้ด้วย
  • 6.รองรับภาษาไทย
  • 7.เราสามารถใช้กราฟ forex ประกอบการวิเคราะห์เพื่อเทรดกับ Expert Option  ได้ด้วย

ขั้นตอนการสมัครสมาชิกกับ Expert Option 

1.เข้าไปที่เว็บไซต์ Expert Option 

2.กรอกข้อมูลให้ครบถ้วน ตามที่ระบุในรูปภาพ

expert option1

expert option2

3.ภายหลังสมัครสมาชิกเสร็จสิ้น ให้ทำการเข้าสู่ระบบเพื่อฝากเงินและเทรดจริง

expert option3

 

expert option4

4.ขั้นตอนของการฝากเงินเข้าระบบ

*ปัจจุบันแนะนำการฝากเงินผ่านธนาคารออนไลน์ skrill ศึกษารายละเอียดที่นี่ครับ 

รีวิว skrill (ทุกขั้นตอนแบบละเอียดที่สุด)

expert option5

 

expert option6

 

expert option7

5.ขั้นตอนการถอนเงินเข้าบัญชี Skrill

expert option8

6.วิธีซื้อขายสัญญา Buy หรือ Sell

วิธีซื้อขาย 1

 

วิธีซื้อขาย 2

 

วิธีซื้อขาย 3

 

หมายเหตุ คุณจำเป็นต้องมีบัตรเครดิต หรือเดบิตของ Visa หรือ Master Card หรือ Qiwi wallet, Webmoney จึงจะสามารถเทรดและทำกำไรได้ครับ

หากคุณไม่มีบัตรเครดิตจริงๆ ผมแนะนำให้คุณสมัครเป็นสมาชิกเว็บ skrill และ แลกเปลี่ยนเงินเข้าระบบ ผ่านเว็บไซต์ https://www.exchangercoin.com/ ได้ครับ

อย่าลืมเลือก TRADE ON REAL ACCOUNT

เพื่อเทรดบัญชีจริง และทำเงินนะครับ

ขั้นตอนการใช้งาน Expert Option  แบบง่ายๆ

เลือกเข้าไปอ่านบทความนี้เพื่อศึกษา Expert Option แบบเจาะลึก!

รีวิว expert option (ง่ายที่สุดสำหรับคนไทย)

1.ภายหลังจากที่คุณ Log in เข้ามาในระบบ จะได้หน้าจอดังภาพข้างล่าง โดยพื้นที่กราฟนั้นจะแสดงราคาของคู่เงิน หรือทรัพย์สินปัจจุบันว่ามีราคาเท่าใด (Real time)

2.พื้นที่ด้านบนจะแสดงคู่เงินต่างๆ พร้อม % ผลตอบแทนที่เราจะได้รับหากเลือกเข้ามาเทรด

3.หลังจากเลือกคู่เงินเรียบร้อย เราสามารถมากำหนดจำนวนเงิน ต่อการเทรด 1 ครั้งได้ที่นี่ครับ

4.ข้อต่อมาคือการกำหนดจำนวนเวลา ก่อนปิดสัญญา ซึ่งเราสามารถเลือกได้ต่ำสุดคือ 1 นาที แต่ผมแนะนำว่าเพื่อการเทรดทำกำไรอย่างยั่งยืน ควรใช้ตัวเลข 5 นาทีขึ้นไป

5.ตัวเลขประมาณการผลกำไรที่คุณจะได้รับ หากการเทรดถูกต้องในแต่ละครั้ง

6.ปุ่มสำหรับกดเพื่อใช้ทำนายราคา ในอนาคต

7.เมื่อเรากดปุ่ม ขึ้น หรือลง เส้นราคาก็จะมาปรากฎบนกราฟ โดยสีเขียวคือขึ้น สีแดงคือลง

8.ด้านล่างตรงนี้แสดงออเดอร์ที่เราเปิดไว้

9.เมื่อกราฟวิ่งไปจนสุดเวลาที่เราตั้งไว้ หากคำทำนายของเรานั้นถูกต้อง เราก็จะไดรับเงินทันที!

หากคุณยังไม่เคยเทรด option โปรดศึกษาบทความต่อไปนี้ก่อน แต่ถ้าคุณเคยเทรด option แล้ว นี่จะเป็นบทความที่จะช่วยให้คุณอาจสร้างโอกาสในการทำกำไรบนตลาด option อย่างง่ายๆกับ Expert Option  โดยกลโกง 7 ข้อนี้ ผู้เขียนสังเคราะห์ออกมาจากประสบการณ์ในการเทรดจริง และคิดว่าคุณน่าจะสามารถทำได้เช่นเดียวกัน ลองอ่านและนำไปปรับใช้กับ Expert Option  นะครับ

การฝากและการถอนเงินให้ใช้บัญชี Skrill เท่านั้น!นะครับ

ต้องการเรียนรู้การเปิดบัญชี การฝาก-ถอนเงิน skrill คลิกที่ลิ้งค์ด้านล่าง

รีวิว skrill (ทุกขั้นตอนแบบละเอียดที่สุด)

กลยุทธ์การเทรดกับ Binary Option (เนื้อหาสำคัญมาก)

เมื่อเราเข้าใจวิธีการใช้งาน Expert Option อย่างละเอียดเรียบร้อยแล้ว ขั้นตอนต่อไปจะเป็นขั้นตอนที่สำคัญมากครับ มันคือแนวทางหรือวิธีการสำคัญ มันเป็นเหมือนลายแทง สู่การเทรด Option ให้ประสบความสำเร็จได้จริง!

คุณต้องจริงจังกับบทเรียนต่อจากนี้ให้มากที่สุด และห้ามประมาทโดยเด็ดขาด!!! ทุกข้อความ ทุกเรื่องสำคัญมาก และมันจะพัฒนาเทคนิคการเทรด Option เข้าสู่ชั้นเซียน…

สนามนี้ไม่มีที่ว่างสำหรับคนอ่อนแอ คนกลัวแพ้ และคนขลาดในการลงทุนนะครับ ดังนั้นหากคุณกลัวการล้างพอร์ตเป็นชีวิตจิตใจ จงหยุดที่ข้อความนี้ และอย่ากลับมาเทรด option อีก แต่ถ้าคุณคิดว่านี่คือโอกาสที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของคุณ จงอ่าน! และเทรดเดี๋ยวนี้!!!

เทคนิคการใช้สัญญาณต่างๆ (มีผล 10%)

เป็นนักรบต้องมีอาวุธข้างกายฉันใด เป็นนักเทรด Option ก็ต้องมีอินดี้เอาไว้ค้างกายฉันนั้น

สำหรับอินดี้นั้นคือเครื่องมือที่ช่วยให้เราตัดสินใจได้ถูกต้องมากยิ่งขึ้น

โดยปกติ หากเราไม่ใช้อินดี้ และเป็นสัญญาเทรดเลย ก็จะเหมือนกับเราแทงหัวก้อย โอกาสถูก 50-50 แต่หากเราใช้อินดี้มาเพิ่มมากขึ้น เราก็จะมีโอกาสถูกมากขึ้น ซึ่งนั่นมีผลอย่างมากต่อการทำกำไรในตลาด Binary Option ครับ

สำหรับในโรงเรียนสอนเทรดนี้จะกล่าวถึงหลักการและเครื่องมือเทรดที่น่าสนใจ ที่สามารถเอาไปประยุกต์ใช้ได้จริงๆ หลายตัวดังนี้ (ภาพประกอบการการเทรด iq option สามารถใช้แทนกับทาง Expert option ได้ครับ)

หมายเหตุ กราฟ Option ให้ใช้เป็นแบบ Candle Stick และ Time frame (TF) ที่ 1 นาที  โดยตั้งค่านี้ใน Meta trader 4 เช่นเดียวกัน

1.ต้องกำหนดเทรนด์ให้ได้ก่อน

คุณต้องตอบให้ได้ก่อนเป็นอันดับแรกว่ากราฟนั้นเป็นไปในทิศทางไหน อันได้แก่

  • ขาขั้น Up trend หมายถึงกราฟมีลักษณะวิ่งขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเจน
  • ขาลง Down trend หมายถึงกราฟมีลักษณะวิ่งลงอย่างเห็นได้ขัดเจน
  • แนวข้าง Side Way หมายถึงเมื่อมองกราฟแล้ว ไม่แน่ใจว่ากราฟนั้นวิ่งไปในทิศทางใด
เทรนด์ขาขึ้น แบบนี้สามารถใช้เป็นจุดเริ่มต้นของการหาจังหวะเข้าเทรดได้

เทรนด์ขาขึ้น แบบนี้สามารถใช้เป็นจุดเริ่มต้นของการหาจังหวะเข้าเทรดได้

เป็นเทรนด์ขาลงแบบนี้สามารถมองหาจังหวะเข้าเทรดได้

เป็นเทรนด์ขาลงแบบนี้สามารถมองหาจังหวะเข้าเทรดได้

ทั้ง 3 ข้อที่กล่าวมานี้ ช่วงกราฟที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการเทรดคือ ขาขึ้น และขาลงเท่านั้น! ดังนั้นหากมองกราฟไม่ออก อย่าเพิ่งทำการเทรด หรือมองไปท่อินดี้ตัวอื่นๆเด็ดขาด

2.ใช้เครื่องมือ MA ในการมองหาจุดเข้าของสัญญา

เครื่องมือต่อไปที่เราจะนำมาใช้คือ MA หรือ Moving Average ซึ่งเป็นเส้นที่ง่ายมากๆ แต่สามารถช่วยให้ทำการไรได้ง่ายครับ โดยเราจะตั้งค่าดังนี้

SMA = 20 วัน

EMA = 20 วัน

หลักการคือ ถ้าเกิดการตัดกันของเส้นค่าเฉลี่ย แปลว่าเป็นจุดของการเช๊คเรื่องสัญญาซื้อ แต่ไม่ได้แปรว่าทุกการตัดกันของเส้นนั้นจะสามารถซื้อได้นะครับ ยังต้องใช้องค์ประกอบของการตัดสินใจข้อต่อไปอีก

สำหรับใครที่เทรดระยะยาว หรือถือสัญญายาว อาจเปลี่ยนค่าตัวเลข MA เป็น 50 ก็ได้นะครับ

3.ใช้ RSI 80/20 เพื่อหาจุดของโซนซื้อมาก หรือขายมากไป

เครื่องมือตัวสุดท้านนั้นง่ายมากครับ นั่นคือการใช้ตัว RSI โดยตั้งค่าที่ 80/20 แทน 70/30 โดนหากกราฟเข้าสู่จุดต่ำกว่า 20 แปลว่ามีการขายมากเกินไป กราฟมีโอกาสกลับตัววิ่งขึ้น หรือหากกราห RSI เข้าสู่ระยะ 80 หมายถึงคือการซื้อมากเกินไป อาจเกิดการขายตามมาได้

เราสามารถตั้งค่า RSI ได้ทันที จากโปรแกรม IQ Option โดยเลือกใช้ค่าตามที่เราต้องการ

เราสามารถตั้งค่า RSI ได้ทันที จากโปรแกรม IQ Option โดยเลือกใช้ค่าตามที่เราต้องการ

ได้กราฟ rsi มาใช้ในการคำนวณค่าเพิ่มเติมอีก

ได้กราฟ rsi มาใช้ในการคำนวณค่าเพิ่มเติมอีก

เมื่อตัวชี้วัดข้อ 1+2+3 เกิดขึ้นแล้ว คุณอาจเปิดสัญญาได้เลย หรือถ้าเพื่อความชัวร์อีกคุณอาจตัดสินใจเลือกใช้ อินดี้ตัวที่ 4 ประกอบการตัดสินใจได้ครับ ซึ่งคือ

4.Pinbar (ติดตั้งบน MT4)

ตัวนี้จะเป็นรูปเครื่องหมายคนยิ้ม หรือ คนหน้าบิ้ง ซึ่งการเลือกใช้ตัวนี้เข้ามา มันจะบอกจุดในการตัดสินใจโดยการขึ้นเป็นเครื่องหมายให้ แน่นอนว่าไม่ได้แม่นยำมาก แต่มันจะช่วยประกอบการตัดสินใจก่อนเปิดสัญญาซื้อได้เลยนะครับ

หน้าตาของ indicator pinbar

หน้าตาของ indicator pinbar

ดาวน์โหลด Indicator Pinbar Detection คลิกที่นี่

ลิ้งค์สำรอง หากไม่สามารถดาวน์โหลดได้ คลิกที่นี่

ดังนั้นการตัดสินใจก็จะเป็นรอสัญญาณ 1+2+3+4 เข้าครบทุกข้อ ก็เปิดสัญญาได้เลย

การเทรดโดยใช้อินดี้ตามข้างบนนี้ถือเป็นกลยุทธ์สำหรับใช้ในการเล่นตามเทรนด์เท่านั้น ห้ามนำไปใช้กับกรณีสวนเทรนด์โดยเด็ดขาด

ก่อนจะไปเรื่องของการบริหารจัดการการเงิน ผมอยากจะบอกเทคนิคเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเลือกใช้อินดี้ว่า เป็นสิ่งที่มีความสำคัยอย่างมาก โดยบางทีแล้วอินดี้ที่ถูกจริตกับเรานั้นอาจไม่ใช่ 4 ตัวนี้ก็ได้ และอินดี้บางตัวนั้นเราจำเป็นต้องซื้อมา (ซึ่งก็จำเป็นและเห็นควรอย่างยิ่งในการซื้อมาครับ) และทุกครั้งที่ได้อินดี้ใหม่ๆมา ต้องทำการเทสไปก่อน ไม่อย่างนั้นอาจพลาดได้ ต้องทดสอบจนแน่ใจแล้วจึงทำการนำมาใช้ในการเทรดของจริงเสมอๆ

เทคนิคการบริหารจัดการเงินเบื้องต้น (มีผล 40%)

การบริหารจัดการการเงิน ถือเป็นเรื่องที่สำคัญมาก เพราะหากคุณไม่สามารถปฏิบัติได้ หรือเลือกระบบที่นำมาใช้เทรดได้ ก็เป็นไปได้ยากที่คุณจะทำกำไรจากการเทรดนี้ได้ครับ

1.กลยุทธ์ถัวเท่ากันทุกตา

เทคนิคข้อนี้จะเป็นการบริหารตาเทรดเท่ากับทุกตา โดยหมายถึงให้คุณวางสัญญา ด้วยเงินทุนเท่าๆกันทุกตา เช่น ถ้าคุณเปิดไม้แรกที่ 10 เหรียญ คุณจะต้องเทรดที่ 10 เหรียญเท่าๆกันไปทุกตา

ข้อดีของกลยุทธ์นี้คือ

คุณสามารถทำกำไรได้มาก เมื่อนำจำนวนตาที่เทรดในแต่ละวันมาคำรวณหาค่าเฉลี่ย เช่นคุณเทรดทั้งหมด 100 ตา และคุณชนะไป 75 ตา และแพ้ 25 ตา ถ้าเป็นแบบนี้คุณก็จะได้กำไรนั่นเอง

สิ่งที่คุณต้องเตรียม

เพื่อให้กลยุทธ์ข้อนี้ประสบความสำเร็จ คุณอาจจะต้องมีเงินทุนพอสมควร อย่างน้อยสัก 100 เหรียญ หรือ 1,000 เหรียญ และข้อสำคัญอีกข้อคือ การใช้ Indicator ของคุณนั้นต้องผ่านการทดสอบแล้วว่ามีตาชนะมากกว่าตาแพ้ครับ

2.กลยุทธ์ x2

กลยุทธ์ x2 เหมาะสมสำหรับผู้ที่มีความชำนาญในการเทรดแล้วในระดับหนึ่ง สามารถเลือกใช้กลยุทะ์ x2 ได้ ซึ่งหมายถึง การเทรดตาแรกเริ่มด้วยเงินเท่าไหร่ หากผิด ในตาต่อไปจะต้องเพิ่มเป็น 2 เท่าเสมอ

เช่น เริ่มต้นด้วยเงิน 1 เหรียญ แทงผิด ให้เปลี่ยนเป็น 2 เหรียญ ถ้าผิดอีกก็ไล่ไปเรื่อยๆเป็น 4 8 16 32 64 128 256 512 1024 เหรียญ

ข้อดีของกลยุทธ์นี้คือ

คุณไม่จำเป็นต้องเทรดแบบ 100 ตาและอาตาชนะมากกว่า เพราะการเทรดนี้อยู่บนพื้นฐานว่าคุณจะต้องไม่พลาดจากการใช้สัญญาณอย่างน้อย 7 ตาติดต่อกัน (เป็นไปได้ยากมาก) ดังนั้นการเทรดแบบนี้จะทำกำไรมหาศาล และผู้ที่ฝึกจนชำ่ชอง จะไม่เกิดปัญหาการล้างพอร์ตอีกเลย

สิ่งที่คุณต้องเตรียม

เงินทุนอย่างน้อยที่สุดคือ 2,000 เหรียญ เพื่อให้มั่นใจว่าคุณสามารถเทรดไปผิดตาจนถึงตาที่ 7 ได้ แต่เนื่องจากว่ามันเป็นเงินก้อนใหญ่ หากเป็นไปได้ คุณควรเทรดในกลยุทธ์การเงินข้อที่ 1 ให้ได้เสียก่อน แล้วค่อยพัฒนามาเป็นข้อนี้ครับ

ทั้งสองกลยุทธ์นั้นถือเป็นกลยุทธ์ง่ายๆ และเป็นเบื้องต้นสำหรับผู้เริ่มต้นทำกำไรกับตลาด Expert Option แต่ก็สามารถสร้างผลกำไรอย่างยั่งยืนขึ้นมาได้ ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับความต้องการ และความถนัดของแต่ละคนครับ เลือกในกลยุทธ์ที่เป็นตัวเรา น่าจะเป็นแนวทางในการลงทุนที่ดีทีสุดในตอนนี้ครับ ส่วนตัวผมนั้นชอบแบบที่ 2 เพราะง่ายต่อการทำกำไร และปลอดภัยต่อการแก้พอร์ตมากๆ

หลักการจิตวิทยาการลงทุน (มีผล 50%)

เรื่องสุดท้าย ที่ถือว่ามีความสำคัญอย่างมากต่อการเทรด Binary Option คือหลักจิตวิทยาในการลงทุน ซึ่งจะเป็นตัวจักรสำคัญในการเพิ่มโอกาสในการทำกำไร หรือว่าเป็นทางร่วง สูภาวะการขาดทุนอย่างมหาศาลเลยก็ได้ครับ ดังนั้นผมจึงขอเสนอหลักการที่กลั่นกรองออกมาจากประสบการณ์ตรง นำมาแบ่งปันเป็นดังนี้

1.ห้ามเทรดนอกตารางเทรดของตนเองเด็ดขาด

หมายถึง เมื่อคุณกำหนดตาของการเทรดไว้ที่เท่าใด ก็ห้ามเทรดนอกจากตาที่กำหนดไว้เท่านั้น นี่ถือเป็นเรื่องที่มีความสำคัญมากๆ เพราะหากคุณเลือกที่จะเทรดออกมานอกตาเท่าใด นั้นหมายความว่าโอกาสที่คุณจะเจ๊งจะมีสูงมากขึ้นเท่านั้น และจากประสบการณ์ของผู้เขียน ถือว่าการเทรดนอกตารางจะได้รับบทลงโทษที่ร้ายแรงอย่างแน่นอนนั่นคือการล้างพอร์ต

2.อย่าให้มีใจกับสิ่งใดๆที่เกิดขึ้น

อย่าไปดีใจหรือว่าเสียใจกับตาที่คุณเทรด ไม่ว่าตานั้นคุณจะทำกำไรมหาศาลเพียงไหน หรือว่าขาดทุนมากเพียงใดก็ตาม การที่เรามีความรู้สึกร่วมจะส่งผลต่อการตัดสินใจเทรดอย่างมาก ทั้งการเทรดโดยใช้หลักการเดา หรือถ้าเราแพ้บ่อยๆ ตาเทรดท้ายๆ เรามักจจะใช้อารมณ์ ไม่สนใจอะไร และแทงมันเหมือนการพนัน นั่นเท่ากับว่าการล้างพอร์ตจะต้องเกิดขึ้นกับคุณอย่างแน่นอน

3.ถ้าล้างพอร์ตจงพักสัก 5 วัน

หากคุณเกิดการล้างพอร์ตเกิดขึ้น อย่าเพิ่งถล่มตัวเอง อย่าไปยอมแพ้ ให้ทำการปิดเครื่องคอมที่เทรด จากนั้นออกไปเดินสูดอากาศข้างนอก ไปเที่ยว หรือดีที่สุดคุณอาจไปคุยกับคนที่คุณรัก หรือใครก็ได้ อย่าเพิ่งเปิดคอม อย่าเพิ่งกลับไปเทรดใหม่ การแพ้เป็นเรื่องธรรมดามาก และนักเทรดมืออาชีพทุกคนต่างเคยผ่านมาหลายสิบ หรือร้อยครั้ง

แต่การพักใจจะช่วยให้คุณสามารถกลับเข้ามาสู่เกมส์นี้ได้อย่างเร็วขึ้น เป็นผลดีมากขึ้นกับคัวคุณเองนั่นเอง

4.การฝึกสมาธิช่วยเรื่องการเทรดดีมาก

เป็นเรื่องจำเป็นอย่างยิ่งหากคุณจะต้องไปฝึกเรื่องสมาธิเสียหน่อย เพราะว่าการฝึกสมาธินั้น สามารถช่วยคุณในเรื่องของการเทรดได้ดีมากๆ และทำให้ทุกครั้งที่เราดำเนินการเทรด ใจของเราจดจ่อ และมีสมาธิกับการเทรดอย่างต่อเนื่อง ทำให้ไม่เกิดอาการจิตหลุดขึ้นมาในระหว่างเทรดได้ อันจะส่งผลต่อกำไรที่จะเกิดขึ้นกับคุณนั่นเอง

สรุปคือ จงไร้ใจ และจงใช้ความนิ่งเท่านั้นในการเทรด Option แล้วคุณจะประสบความสำเร็จอย่างแน่นอนครับ

เทคนิคพิเศษเพิ่มเติม (โบนัส)

วิธีการเลือกใช้ Indicator

วิธีการพิจารณาอินดี้มาประกอบการเทรดนั้น หลักการง่ายๆมี 2 ข้อคือ

  •                 1.เลือกเทรดแบบตามเทรนด์
  •                 2.เลือกเทรดแบบสวนเทรนด์

สำหรับการเทรด Binary Option นั้น เราจะไม่เลือกเทรดแบบสวนเทรนเดอ็ดขาดนะครับ การเลือกแบบนี้เหมาะสมสำหรับนำไปใช้เทรด forex แต่ไม่ใช่การเทรด Binary Option

ดังนั้น Indicator ที่ควรเลือกใช้จะเป็นกลุ่มของการเทรดแบบตามเทรนด์เท่านั้น

เช่น

  • 1.การใช้ trend line
  • 2.การใช้ Bolinger Band
  • 3.การใช้ RSI แบบ Binary Option
  • 4.การใช้ CPI V 1.5 เพื่อดู Price Action (ตัวนี้สำคัญมากช่วยการทำกำไร Option ได้เยอะมาก)

ใครเทรดแล้วพลิกแพลงจะใช้ อินดี้ตัวอื่นๆมาประกอบกับการเทรดก็สามารถเลือกทำได้ครับ แล้วแต่ความต้องการของแต่ละคนเลย

เครื่องมือทุกตัวนั้นจะต้องติดตั้งบน MT4 หรือ MT5 นะครับ จะไม่นำมาติดตั้งบนตัว Expert Option เพื่อที่ว่า เราจะได้จุดตัดสินใจซื้อที่ชัดเจนมากกว่า

สำหรับใครที่เทรดโดยอาศัยการดูสัญญาณจาก MT4 จะค่อนข้างได้เปรียบกว่า คนที่เทรด Option ผ่านระบบ Option โดยตรง เพราะสามารถใส่ Indicator มากกว่าตัวที่ระบบ Option สามารถใส่ได้

ดังนั้นเมื่อคิดจะเทรด ต้องไม่ลืมเปิด MT4 ควบคู่ไปกับการเทรดด้วยนะครับ

วิธีการบริหารเงินหน้าตักที่ผมชอบใช้

ตอนนี้ผมถือว่า เราได้เรียนรู้หลักการเทรดเทรด Option โดยใช้เครื่องมือ ช่วยในการตัดสินใจไปเรียบร้อยแล้ว ซึ่งผมเชื่อว่ามันทำให้คุณเกิดอาการคันไม้คันมืออยากจะเทรด option ขึ้นมาซะตอนนี้เลย

ยังครับ! อย่าเพิ่ง! คุณยังเรียนรู้กลยุทธ์ได้ไม่ครบทุกตัว ยังขาดอีกตั้ง 2 หัวข้อ ดังนั้นมาดูทั้งสองหัวข้อดังต่อไปนี้ก่อน คือหลักการบริหารเงินหน้าตัก เงินตรงนี้มีความสำคัญมากๆ เพราะมันทำให้คุณ สามารถเทรดได้อย่างต่อเนื่องแม้ในตาที่แพ้ จะมาติดๆกันก็ตาม  โดยปกติแล้วจะมี 2 รูปแบบดังนี้

สูตรวิธี x เท่า

ขั้นตอนของการทำสูตร X เท่านั้น (อ่านว่า คูณเท่า) เป็นหลักการของการใช้เรื่องเลขยกกำลัง เข้ามาประกอบในการเทรด แต่จะมีการเสริมเทคนิคการพักเงิน ไปด้วยระหว่างทาง โดยหน้าตาเทรดจะเป็นดังนี้

หลักการ

  • 1.เริ่มต้นด้วยเงินทุนต่ำกว่า เงินที่มี 200 เท่า
  • 2.หากเทรดถูก ห้ามเพิ่มวงเงิน
  • 3.หากเทรดผิด ให้เพิ่มเงิน 2 เท่าของการเทรด
  • 4.หากเทรดผิดต่อเนื่องถึงตาที่ 6 ในตาที่ 7 ให้เทรดด้วยเงินทุนเท่าเดิมโดยไม่ต้องเพิ่มตา
  • 5.หากผิดตาที่ 7 ให้ยกเลิกการเทรด Option และทำการพักอย่างน้อย 3 วันก่อนทำการเทรดใหม่อีกครั้ง

เช่น ทุน 1,000 เหรียญ

เทรดตาที่ 1 = 1 เหรียญ             ถูกได้ 1.85 เหรียญ     ผิดเสีย = 1 เหรียญ

เทรดตาที่ 2 = 2 เหรียญ             ถูกได้ 0.7                  ผิดเสีย = 3 เหรียญ

เทรดตาที่ 3 = 4 เหรียญ             ถูกได้ 4.4                  ผิดเสีย = 7 เหรียญ

เทรดตาที่ 4 = 8 เหรียญ             ถูกได้                        ผิดเสีย = 15 เหรียญ

เทรดตาที่ 5 = 16 เหรียญ           ถูกได้                        ผิดเสีย = 31 เหรียญ

เทรดตาที่ 6 = 32 เหรียญ           ถูกได้                        ผิดเสีย = 64 เหรียญ

เทรดตาที่ 7 = 32 เหรียญ           ถูกได้                        ผิดเสีย = 98 เหรียญ
ห้ามเทรดตาที่ 8 ให้พักวันเทรดอย่างน้อย 3 วันแล้วค่อยกลับมาเทรดใหม่

เงื่อนไขเพิ่มเติม

  • 1.ต้องมีเงินทุนไมน้อยกว่า 3 เท่าของวงเงินเทรด 8 ตา
  • 2.เลือกสินทรัพย์ที่มีเงินทุนที่

ผมอยากให้คุณทำการ Bookmark หน้านี้ไว้ เพราะจะมีการอัพเดทเนื้อหา ความรู้ประกอบการเทรดอยู่เรื่อยๆ แม้ว่าคุณจะไม่ได้เทรดออฟชั่นเพื่อกำไรวันละ 1,000 บาทขึ้นไปก็ตาม แต่บทความนี้ก็เพียงพอต่อการเรียนรู้และทำความเข้าใจอย่างแน่นอน

คำเตือนบทความ

บทความนี้เขียนขึ้นเพื่อรีวิววิธีการเทรด Binay Option เท่านั้น และไม่มีการการันตีใดๆว่าจะสามารถทำกำไรได้ ผู้เทรดต้องมีการศึกษาเรื่องการเทรดอย่างจริงจัง ฝึกฝนอย่างต่อเนื่องเท่านั้น จึงจะสามารถผ่านการเทรดที่แสนยากนี้ไปได้ และ การเทรด Option เป็นการลงทุนความเสียงสูงสุด คุณอาจล้างพอร์ตได้อย่างรวดเร็ว ดังนั้นหากคุณเทรดแปรว่าคุณยอมรับความเสี่ยงเหล่านี้แล้วด้วยตนเอง

เปิด 10 วิธีสร้าง Passive income 2016

คำว่า Passive income มีความหมายแบบง่ายๆ คือ การลงมือสร้างแหล่งรายได้ สร้างเครื่องมือผลิตเงิน ที่สามารถสร้างรายได้ให้กระเป๋าของเรา ได้ด้วยตัวของมันเอง โดยที่เราไม่ต้องทำอะไร แม้เราจะป่วยนอนอยู่ที่โรงพยาบาล หรือไปเที่ยวรอบโลกอยู่ มันก็จะไม่หยุดสร้างรายได้ให้กับเรา อย่างนี้เรียก รายได้แบบ Passive income ดังนั้นวันนี้ ขอนำเสนอ วิธีสร้างรายได้แบบ Passive income ทั้งแบบออนไลน์ และไม่ออนไลน์ อย่างง่ายๆ ที่เราเองก็สามารถทำได้ ดังนี้

ช้าก่อน! อย่าลืมสร้างรายได้แบบ Passive Income กับ IQoption อ่านวิธีทำด้านล่างเลย!

รีวิวลงทุนออนไลน์! กับการลงทุนระบบ binary option

1.Passive income จาก Affiliate

การสร้างรายได้แบบ Passive income จากการทำ Affiliate นั้น ถือได้ว่าเป็นที่นิยมกันมาก ในโลกออนไลน์ เพราะเป็นการขายสินค้า ที่เราไม่ต้องทำอะไรเลย ไม่ต้องผลิตสินค้า ไม่ต้องจัดส่งสินค้า สิ่งเดียวที่เราทำคือ ให้ลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย สนใจซื้อสินค้าชนิดนั้นๆ คลิกซื้อสินค้า ผ่านจากลิ้งที่เราได้รับมา จากเจ้าของสินค้า เมื่อลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย ทำการสั่งซื้อสินค้า เราก็จะได้รับเงินที่เป็นส่วนแบ่ง ส่วนการได้ส่วนแบ่ง มากหรือน้อยนั้นขึ้นอยู่กับสินค้าแต่ละชนิด แต่ละราคา

วิธีการนี้ง่ายมาก เราไม่จำเป็นต้องมีความรู้อะไรมากมาย(หาเอาใหม่ทีหลังได้) เพียงแค่คุณสร้างบล็อกขึ้นมาสักบล็อก เอาที่ฟรีอย่าง บล็อกเกอร์ หรือเวิร์ดเพรส ก็ได้ ง่ายดี ใช้เวลาในการสร้างไม่นาน ส่วนใครที่พอมีความรู้บ้างอยากจะสร้างเว็บไซต์แทนก็ได้

จากนั้นทำการเผยแพร่บทความที่ดี มีประโยชน์ และมีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับสินค้า ที่เราจะนำมาขาย หรือทำ Affiliate ต่อไปก็ทำการตลาด ให้บล็อกของเรา ให้เป็นที่นิยม เรื่องนี้ไม่ต้องห่วง หากคุณขยันอัปบทความที่มีประโยชน์ต่อคนอ่าน ตรงกลุ่มเป้าหมาย และอัปบทความบ่อยๆ

ย่อมมีคนเข้ามาอ่านเนื้อหาภายในบล็อก ของคุณทุกวัน อย่างแน่นอน หรือถ้าเราพอจะมีเวลาอยู่บ้าง ก็ทำการ

โปรโมทบล็อกของเรา ไปตามแหล่งชุมชนโซเชียลต่างๆ ได้ยิ่งดี รวมทั้งการทำ SEO ให้กลับบล็อกของเรา

ต่อไปเราก็ไปสมัครสมาชิก เพื่อของทำ Affiliate กับเว็บไซต์ที่เราต้องการ เราจะได้ลิ้งเพื่อนำมาโปรโมทขายสินค้า นำลิ้งสินค้า พร้อมรูปภาพ นำมาโพสเผยแพร่ ลงในบล็อกของเรา พร้อมๆ กับเขียนรีวิวสินค้า(เขียนแนะนำ และเชียร์ให้ซื้อ) เมื่อลูกค้าเข้ามาอ่านบทความ ในบล็อกของเรา เกิดความสนใจคลิกดูสินค้า และทำการสั่งซื้อสินค้า เราก็จะได้เงินที่เป็นส่วนแบ่ง

ต่อมาให้คุณเขียนบทความ หรือจ้างเขียนบทความก็ได้ นำมาลงไว้ในบล็อก และกำหนดเวลาโพสไว้ ให้บล็อกของคุณโพสเอง เพียงเท่านี้คุณก็ไม่จำเป็น ต้องเข้าไปดูแลเว็บเลยก็ได้ ปล่อยให้มันทำงานของมันเอง สร้างรายได้แบบ Passive income ต่อไปเรื่อยๆ

คุณต้องการรายได้มากมายแค่ไหน เมื่อคุณมีความรู้แล้ว เก่งแล้ว คุณสามารถสร้างบล็อกขึ้นอีกกี่บล็อกก็ได้ จะเป็น 10 บล็อก 100 บล็อก คุณก็สามารถทำได้ สร้าง Passive income ที่ทำเงินมหาศาลได้

หลักการของ Passive income คือ การสร้างระบบที่สามารถทำเงินไหลเข้ากระเป๋าของเราได้ โดยเอาตัวเองออกจากระบบ แต่ความเป็นจริงแล้ว คุณไม่จำเป็นต้องยึดหลักการของ Passive income มากนักก็ได้ ในบางครั้งคุณก็เข้าไปดูแลระบบบ้างก็ได้

2.Passive income จากกลุ่มสมาชิก

ถ้าเราต้องการมี Passive income จากค่าสมัครของสมาชิก หรือค่าดูแลรายปี เราต้องสร้างกลุ่ม สร้างระบบ ที่มีประโยชน์ต่อลูก ยกตัวอย่างเพื่อให้เห็นภาพง่ายที่สุด เช่น สร้างเว็บไซต์ห้องสมุดออนไลน์ ที่สมาชิกในกลุ่มสามารถอ่านฟรีได้ตลอดทั้งปี ขึ้นมาสักเว็บ แต่การจะเข้าไปอ่านได้นั้น คนที่ไม่สมัครสมาชิกพร้อมการจ่ายเงินค่าสมัคร จะไม่สามารถเปิดอ่านหนังสือได้

อาจจะทำเป็นค่าธรรมเนียมในการดูแลรักษาปีละ 500 บาทก็ได้ หากมีสมาชิก 20,000 คน(คนไทยมากว่า 60 ล้านคน คุณต้องลงทุนให้คนเรานี้มาสนใจใช้บริการเว็บไซต์ของคุณ) เราจะได้เงินทุกปีแบบ Passive income อยู่ที่ปีละ 10,000,000 บาท

นำเงินส่วนหนึ่ง ไปจ้างเว็บมาสเตอร์มาดูแลระบบ พัฒนาระบบ และจัดซื้อหนังสือ E-book เข้าสู่ระบบ พร้อมๆ กับรวมๆ หนังสืออ่านฟรี ทั่วโลกมาไว้ให้คนอ่าน เพียงเท่านี้ คนก็สามารถมีรายได้แบบ Passive income จากค่าสมาชิกแล้ว

ตัวอย่างที่พูดมานี้ มันอาจจะยากไป งันเอาอีกสักตัวอย่าง เอาแบบง่ายๆ ใช้พื้นที่ของกลุ่มเฟสบุ๊กเป็นไง สร้างง่ายดี และเชื่อว่าเราทุกคนทำได้ วิธีการเช่น สร้างกลุ่มที่เป็นพื้นที่ในการโพสหางาน สำหรับฟรีแลนซ์ โพสจ้างงานสำหรับนายจ้าง

โดยในขั้นเริ่มแรกคุณต้องทำทุกอย่างให้ฟรีหมด ทำกลุ่มนี้ให้เป็นที่นิยม ให้เป็นพื้นที่ ที่ทุกคนต้องใช้ประโยชน์ เมื่อเป็นที่นิยมแล้ว เราสามารถจัดระเบียบของกลุ่มได้ โดยการขึ้นทะเบียนคนทำอาชีพฟรีแลนซ์ การันตีว่ามีฝีมือ มีความรับผิดชอบ ส่งงานตรงต่อเวลา เพื่อให้นายจ้างสามารถมั่นใจได้ และเลือกฟรีแลนซ์จากคนที่ขึ้นทะเบียน เป็นต้น

หรือ เราจะเป็นคนกลางหางานมาแจกจ่ายให้คนทำฟรีแลนซ์ในกลุ่ม โดยถ้าใครอยากได้งาน อยากมีเงินใช้ อยากเข้าร่วมกลุ่ม ต้องจ่ายค่าลงทะเบียนก่อน ถึงจะอนุมัติเข้าร่วมกลุ่ม

อีกวิธีหนึ่ง คือการขายเพื่อที่โฆษณาของกลุ่ม เช่น พื้นที่ปักหมุด หน้าปกของกลุ่มเป็นต้น เมื่อกลุ่มที่เราดูแลเป็นที่นิยมเราสามารถทำเช่นนี้ได้ โดยปล่อยให้เช่าพื้นที่ปักหมุด คิดเป็นรายเดือนหรือหลายปีก็ได้ เช่น เดือนละ 500 บาท ขอยกตัวอย่างกลุ่มลักษณะนี้ที่เราเห็นกันมากที่สุด คือกลุ่มลงประกาศขายสินค้าฟรี โดยเจ้าของกลุ่มจะให้ลงประกาศหรือโพสขายสินค้าได้ฟรีอย่างอิสระ เมื่อมีสมาชิกมากขึ้น ก็จะทำการขายพื้นที่ปักมุกโพส เดือนละ 100-500 บาท ตามแต่จำหน่วยของสมาชิกในกลุ่ม ยิ่งสมาชิกในกลุ่มมากยิ่งขายแพงๆ ได้

สมมุติเราสร้างกลุ่มลงประกาศฟรีขึ้นมาและขายพื้นที่โฆษณา เดือนละ 500 บาท สร้างขึ้นมา 100 กลุ่ม เราจะมีรายได้ต่อเดือนอยู่ที่ 50,000 บาท ตกปีละ 600,000 บาท เอาเงินส่วนนี้ไปจ้างผู้ดูแลกลุ่ม สัก 2 คน ให้ดูแลคนละ 50 กลุ่ม แล้วคุณก็อยู่นิ่งๆ รอรับเงินแบบ Passive income ทุกๆ เดือน(วิธีนี้ไม่ค่อยจะแน่นอนหรือยั่งยืนเท่าไหร่ แนะนำว่าเราลองทำเองสักกลุ่มสองกลุ่มก่อน)

3.Passive income ขาย E-book

คุณสามารถสร้างรายได้แบบ Passive income ออนไลน์ ด้วยการสร้าง E-book ขึ้นมา และนำไปขายในเว็บไซต์ที่ให้บริการ วิธีนี้คุณจะมี Passive income จากสุดขายของหนังสือ E-book ของคุณ สมมุติ คุณขายเล่มละ 520 บาท ตลอดทั้งปีขายได้ 10,000 เล่ม คุณจะมีรายได้ในปีนั้นประมาณ 5,200,000 บาท

คนไทยมีทั้งมากกว่า 60 ล้านคน เราก็ไปวางแผนทำการตลาด ว่าจะทำยังไงให้ขายได้ ขายดี หรือไม่คุณก็วางขายแล้วก็จบ ปล่อยให้มันทำรายได้แบบ Passive income ไปเรื่อยๆ ตามความต้องการของตลาด(ถ้าเล่มเดียวมันขายได้น้อย เราก็ทำสัก 100 เล่ม)

พูดมันง่าย ใครจะไปทำ E-book เป็น เรื่องนี้ง่ายมาก ไม่มีใครเขาทำเป็นตั้งแต่เกิด ทุกคนโตมา เรียนรู้ ลงมือทำ จึงทำเป็น เราก็ทำได้ ขอเพียงสละเวลาเล่นเฟสบุ๊ก ดูยูทูป หรือดูทีวี เล่นเกม เอาเวลาเหล่านั้นมาลงทุนในการหาความรู้ หาวิธีทำเงิน ทำรายได้ แบบ Passive income จากการขายหนังสือ E-book ศึกษาดูว่าเขาทำยังไง มีจำนวนหน้ากี่หน้า ตั้งราคายังไง

จริงๆ วิธีทำง่ายมาก เราทุกคนน่าจะเคยเขียนรายงานส่งคุณครู หรือเขียนเรียงความส่งคุณครูมาแล้ว รวมทั้งการเขียนเพื่อโพสเฟสบุ๊ก ด้วย ลักษณะใกล้เคียงกันมาก หรือจะทำเหมือนรายงานเลยก็ได้ มีปกหน้า ปกหลัง คำนำ สารบัญ เนื้อหาบทที่ 1 บทที่ 2 บทที่ 3 บทที่ 4 บทส่งท้าย (รวมทั้ง เอกสารอ้างอิงถ้ามี)

จากนั้นบันทึกไฟล์ เป็นแบบ PDF เท่านี้เราก็ได้หนังสือ E-book มาแล้วหนึ่งเล่ม พร้อมที่จะนำไปวางขายตามเว็บไซต์ที่ให้บริการ หรือขายเอง ผ่านโซเชียลต่างๆ เชื่อว่าถ้าเราลงมือเรียนรู้จริงๆ จะรู้เรื่องราวเทคนิคต่างๆ อีกมากมาย ในการทำหนังสือ E-book ที่ง่ายและเร็วขึ้น

แนวทางการเขียน E-Book เพื่อสร้าง passive income

10 ขั้นตอนหาเงินล้าน! จากการขาย ebook (แบบทำได้จริง!!)

4.Passive income จากสปอนเซอร์

ถ้าให้พูดตามตรง ตามความเป็นจริง เรื่องของ Passive income จากสปอนเซอร์ผู้สนับสนุนนั้น ต้องบอกอย่างนี้ รายได้เยอะมาก ยิ่งถ้าเราทำเว็บไซต์ที่สามารถรวบรวมผู้ชมที่เป็นกลุ่มเป้าหมายของสินค้าหรือสปอนเซอร์นั้นๆ ได้ในจำนวนมากรายได้จากการสนับสนุนโดยสปอนเซอร์จะยิ่งเยอะตามไปด้วย

แต่เราต้องดูแลสปอนเซอร์ได้ และรับการสนับสนุนจากสปอนเซอร์ในจำนวนที่เราสามารถดูแลได้ เช่น มีสปอนเซอร์ขอมาสนับสนุน 100 ราย ถ้าเรารับหมด อย่างนี้เราดูแลไม่ได้ ต้องรับเท่าที่เราสามารถดูแลจัดการได้ ไม่งันเราจะมีปัญหากับสปอนเซอร์ที่สนับสนุนเราตามมา

ข้อความระวัง การมีรายได้แบบ Passive income จากการขอสปอนเซอร์ ต้องถือว่าเป็น Passive income ที่ไม่แน่นอน และต้องเอาใจใส่ดูแลมากพอสมควร การจัดการค่อนข้างเป็นระบบ เป็นขั้น เป็นตอน ดังนั้นเราต้องวางแผนให้ระบบเป็นอย่างดี มีการจ้างผู้ดูแลที่มีประสบการณ์ เชื่อถือ และมั่นใจได้ ก่อนที่เราจะเอาตัวเองออกจากระบบ และบ่อยให้ระบบมันผลิตเงินให้เรา

5.Passive income จาก MLM

MLM มีลักษณะเป็นธุรกิจที่มีการตลาดแบบหลายชั้น ดูแลกันเหมือนพี่น้อง ที่ร่วมอุดมการณ์ มุ่งไปสู่ความสำเร็จด้วยกัน มีแผนธุรกิจที่สามารถสร้างรายได้แบบ Passive income ที่ชัดเจน ธุรกิจประเภท MLM ถ้าเรามุ่งมั่น ทุ่มเท พยายาม สู้ไม่ถอย และไม่ยอมแพ้ เรามีโอกาสประสบความสำเร็จ มีรายได้แบบ Passive income อย่างแน่นอน เพราะมีหลายคนได้ลงมือทำ และพิสูจน์มาแล้ว

แต่การทำธุรกิจ MLM ต้องอาศัย ความอดทน ความพยายาม อยู่นานหลายปีพอสมควร ดังนั้นเราต้องคิดให้ดี ก่อนที่จะโดนเอาไปร่วมวง ตามหัวใจตัวเองว่าชอบไหม ถ้าชอบก็ไปต่อ ไปให้ถึงฝัน ไปให้โลกจดจำ ว่าเราคือหนึ่งคนที่มีรายได้แบบ Passive income

6.Passive income จากเว็บไซต์ขายโฆษณา

เราสามารถหารายได้แบบ Passive income จากการขายพื้นที่โฆษณาในเว็บไซต์ได้ เรื่องนี้เป็นเรื่องจริงที่สามารถทำเงินได้หลายหมื่นบาทต่อเดือน หรือเป็นแสนบาทต่อเดือน เพียงแค่เราทำเว็บไซต์ที่มีเนื้อหาดีๆ โดนๆ ทำให้ผู้ชมติดตามเรา แวะเข้ามาเยี่ยมชมเว็บไซต์เราทุกวัน

รับรองได้เลยว่าเราไม่ต้องไปประกาศขายโฆษณา กลับกันโฆษณาจะวิ่งเข้ามาหาเราเอง สุดท้ายเราก็จะมีรายได้แบบ Passive income จากการขายพื้นที่โฆษณาในเว็บไซต์แบบเดือนต่อเดือน

7.Passive income จากดอกเบี้ยออนไลน์

รายได้จาก Passive income ในรูปแบบนี้ ถ้าให้พูดตามตรง คือ การปล่อยกูยืมเงินนั้นเอง มีรายได้เพิ่มขึ้นจากเงินต้นที่ออกดอกเบี้ยทุกๆ เดือน อย่างต่อเนื่อง เป็นช่องทางที่หลายคนนิยมมาก เพราะเป็นวิธีการใช้เงินต่อเงินแบบง่ายๆ แต่ได้กำไรเยอะ

Passive income ในช่องทางนี้ไม่ขอแนะนำ เพราะเป็น Passive income ที่ค่อนข้างจะมีแต่ปัญหาเข้ามาทุกๆ วัน หากเราไม่สามารถจัดการกับปัญหา และอุปสรรค์ต่างๆ นั้นได้ เราอาจเกิดความเครียดสะสมในร่างกายได้ จึงไม่มีต่อสุขภาพจิต และสุขภาพร่างกาย

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ขึ้นอยู่กับเราว่าเรามั่นใจในการจัดการทุกอย่าง ให้เป็นระบบได้หรือไม่ หรือเป็นแค่การให้เพื่อนๆ ยืมเงินเฉยๆ ไม่ว่าจะยังไง เราต้องเป็นคนตัดสินใจเองว่าควรให้ยืมหรือไม่ อย่างให้ใครมาบอกเรา หรือตัดสินใจแทนเอาในเรื่องเงินเด็ดขาด เพราะมันจะทำให้เงินของเราจนอยู่อย่างนั้น กว่าจะได้คืนมันต้องใช้เวลานานมาก

แนวทางการสร้าง Passive Income โดยใช้หลักดอกเบี้ยออนไลน์

รีวิวลงทุนหุ้นออนไลน์ Merchant shares ดอกเบี้ย 10-30% ต่อเดือน (Step by Step)

8.Passive income กำไรจากกิจการ

สั้นๆ ง่ายๆ เราสร้างกิจการขึ้นมาหนึ่งอย่าง จัดการให้ทุกอย่างเป็นระบบ มีพนักงานดูแลจัดการอย่างมั่นใจ แม้เราไม่ทำงาน พนักงานก็จัดการเองได้ สรุปคือ ตัวเราเองไม่ได้อยู่ในระบบของกิจการ ขาดเราไป กิจการก็เดินต่อได้ ดังนั้นรายได้ หรือกำไรจากกิจการในลักษณะอย่างนี้ จึงถือว่าเป็นรายได้แบบ Passive income เพราะแม้ว่าเราจะป่วย หรือไปเที่ยว รายได้จากตรงนี้ก็วิ่งเข้ากระเป๋าของเราอยู่ดี

ในทางกลับกัน หากในระบบของกิจการ ไม่สามารถขาดเราได้ ต้องมีเราดูแล ต้องมีเราเข้าไปจัดการ เพื่อให้กิจการมันเตอบโต เคลื่อนไปข้างหน้า รายได้ หรือกำไร จากกิจการจึงไม่ถือว่าเป็น Passive income

9.Passive income จากค่าเช่า

รายได้จากค่าเช่าถือเป็น Passive income ที่ดี อีกช่องทางหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นค่าเช่าจาก การปล่อยเช่าที่ดิน ปล่อยเช่าบ้าน คอนโด อพาร์ทเมนท์ รถยนต์ มือถือ ตูเย็น พัดลม รองเท้า เสื้อผ้า  ยานอวกาศ

ถือเป็น Passive income ที่ได้รับความนิยมมาตั้งแต่สมัยก่อน เป็นรูปแบบที่ทำเงินได้ดี อย่างต่อเนื่อง หรือเป็นธุรกิจให้เช่าก็ได้ แต่มีข้อแม้ว่า เราต้องทำทุกอย่างให้เป็นระบบ จากนั้นจ้างคนมาดูแลระบบ เพื่อที่จะให้ตัวเราเองออกจากระบบ เพราะถ้าเราทำเองทุกอย่าง มันจะไม่เรียกว่า Passive income แต่กลับกันมันจะกลายเป็นรายได้แบบ Active Income แทน

10.Passive income จากเงินปันผล

รายได้จากเงินปันผลนั้น ถือเป็น Passive income ที่ดีมากเหมือนกัน เงินปันผลเกิดจากการลงทุนของเรา ไม่ว่าจะเป็นการร่วมทุน รวมเป็นหุ้นส่วน ในการทำธุรกิจ การซื้อหุ้น หรืออื่นๆ ทั้งหลายเหล่านี้ล้วนแล้วสามารถออกดอกออกผลเป็นเงินปันผลให้เราได้ ตลอดในระยะเวลานาน

แนวทางลงทุนในกำลังขุด Bitcoin และรับปันผลทุกวัน

ขุดแล้วรวย! ลงทุนขุด bitcoin กับเหมืองที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย hashbx

รายได้แบบ Passive income

เรื่องของรายได้แบบ Passive income นั้น กว่าเราจะได้รายได้ลักษณะนี้มา ต้องบอกว่ามันไม่ง่าย แต่มันก็ไม่ได้ยากเกินไปกว่ามนุษย์อย่างเรา เพียงแต่การจะได้รายได้แบบ Passive income นั้น ในระยะเริ่มต้องเราต้องเหนื่อยแบบ Active Income ให้มากๆ ก่อน จากนั้นค่อยเปลี่ยน  Active Income มาเป็น Passive income