10 ขั้นตอนสู่อิสรภาพทางการเงิน ฉบับประชาชน (อ่านจบไฟลุกทันที!)

คุณผู้อ่านเคยได้ยินคำว่า “อิสรภาพทางการเงิน” ไหมครับ

ผมเชื่อว่าต้องเคยได้ยินอย่างแน่นอน หรือบางทีก็อาจเป็นการฟังแบบผ่านๆ แต่ถ้าใครก็ตามที่ มีความตั้งใจในชีวิตที่จะต้องเอาดีให้ได้ ต้องมีรายได้ ต้องร่ำรวย ต้องปลดหนี้ให้ตนเองและครอบครัว ถ้าเรามีความคิดในทำนองนี้ ผู้เขียนเชื่อว่า จะต้องเข้าใจคำว่า “อิสรภาพทางการเงิน” อย่างแน่นอน

ผู้เขียนก็เป็นเช่นนั้นครับ เป็นหนึ่งในผู้ที่ใฝ่หาอิสรภาพทางการเงิน และลงมือทำจนในที่สุด ก็สามารถได้มันมา แม้ว่ารายได้ที่เกิดขึ้นนั้นอาจไม่ใช่รายได้ของเศรษฐี แต่ก็ถือเป็นรายได้ที่ผู้เขียนพึงพอใจ และเป็น Passive Income ที่สามารถสร้างอิสรภาพทางการเงินได้สมใจ

และที่สำคัญที่สุดเลยคือ วิธีการสร้างอิสรภาพทางการเงินของผู้เขียนนั้น ง่าย และคุณผู้อ่านสามารถทำตามได้ ทุกคน!

ผู้เขียนเน้นอีกครั้งว่า

ทุกคน!

ไม่จำกัดว่าอายุเท่าไหร่ หรือมีความรู้ในระดับใด

ขอเพียงว่า มีความตั้งใจ และพร้อมลงมือทำเพื่อสร้างอิสรภาพทางการเงินอย่างจริงจัง จะต้องทำได้อย่างแน่นอน

รับชมภาพแห่งความสำเร็จด้านล่าง และประกาศก้องว่าวันข้างหน้าจะต้องเป็นคุณ!!!

ขั้นตอนที่ 1 สำรวจรายได้ รายจ่าย หนี้สิน ทรัพย์สินที่ตนเองมี

พร้อมแล้วที่จะสร้างอิสรภาพทางการเงินในแบบที่ทำได้จริงๆแล้วใช่ไหมครับ! ถ้าอย่างนั้นสิ่งแรกที่ผมจะพาไปลงมือทำ คือการสำรวจตนเองก่อน ถ้าเราไม่สำรวจสถานะทางการเงินของตนเองในปัจจุบัน เราจะไม่สามารถดำเนินการในขั้นตอนต่อๆไปได้เลย

ผมรู้นะครับว่า บางทีมันก็เจ็บปวด ที่จะต้องเห็นตัวเลขติดลบ แต่คุณผู้อ่าน มีหน้าต้องเผชิญและยอมรับมัน! การบ่งหนามออกจากเนื้อมันอาจเจ็บ แต่มัน เจ็บแต่จบ ครับ

เอาล่ะ เราจะสำรวจโดยการใช้กระดาษ A4 สักหนึ่งแผ่นจากนั้นตีเส้นแบ่งเป็น 4 ฝั่ง เหมือนในรูปด้านล่างครับ

จากนั้นเราเขียนไว้ที่หัวมุมของกระดาษแต่ละอันว่า รายได้ รายจ่าย ทรัพย์สิน หนี้สิน เหมือนตามรูปเลย โดยผู้เขียนขออธิบายดังนี้

  • รายได้คือ เงินที่เราได้รับมาแบบลงแรงทำงาน เช่นเงินเดือน รายได้จากการขายสินค้าออนไลน์เป็นต้น
  • รายจ่าย คือ เงินที่เราต้องจ่าย เช่น ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่ากินอยู่เป็นต้น
  • ทรัพย์สิน คือ สิ่งที่เรามี ตีเป็นมูลค่าออกมา และให้รวมถึงสิ่งที่เป็น Passive Income ด้วยนะครับ เช่นดอกเบี้ยเงินฝากธนาคาร
  • หนี้สิน คือ สิ่งที่เราต้องจ่ายเงินให้กับมันทุกเดือน เช่น หนี้บ้าน รถยนต์ เงินกู้เป็นต้น

คุณผู้อ่านไม่ต้องซีเรียสนะครับ ถ้ากรอกข้อมูลผิดไปบางช่อง เพราะจุดประสงค์เราคือ เราจะต้องสรุปรายได้ของเราว่าเป็นยังไง แต่เพื่อให้เข้าใจเพิ่มขึ้นผู้เขียนจะอธิบายเพิ่มเติมถึงตัวเลขที่จะต้องกรอกเล็กน้อย

ในช่องรายได้ ให้พยายามกรอกตัวเลขสรุปออกมาเป็นรายเดือนนะครับ ถ้ารายได้นั้นได้ทุกๆ 3 เดือน ก็ให้แปลงออกมาเป็นรายเดือนด้วยการเอา 12 หาร แบบนี้เป็นต้น

ในช่องรายจ่าย ให้ทำเป็นรายเดือนเช่นเดียวกัน โดยเน้นไปที่รายจ่ายประจำเดือน

ในช่องทรัพย์สิน ให้ทำออกมาเป็นตัวเลขรวมตลอดทั้งปี จากนั้นเอา 12 หารเพื่อให้เห็นเป็นเลขรายเดือน

ในช่องหนี้สิน ให้ทำออกมาเป็นยอดรวมทั้งหมดก่อน โดยไม่ต้องเอามาหาร 12 แต่อย่างใด

เมื่อเราทำเสร็จ เราจะมองเห็นสถานะทางการเงินของตนเองที่ชัดเจนมากยิ่งขึ้นจากนั้นให้เราเอารายได้เป็นตัวตั้ง จากนั้นนำมา x กับ 30% จะได้ตัวเลขรายจ่ายต่อเดือนที่เราต้องมี

รายจ่ายต่อเดือน = รายได้ทั้งหมดของเดือน x 30% เช่น เงินเดือน 10,000 บาท แปลว่ารายจ่ายต่อเดือนต้องไม่เกิน 30% ซึ่งคือ

10,000 x 30% = 3,000 บาท

ถ้าใคร x ออกมาแล้วตัวเลขเกิน ยังไม่ต้องตกใจนะครับ คงไว้อย่างนั้นไม่เป็นไร แต่ถ้าทำได้ พยายามคุมรายจ่ายของคุณไม่ให้เกิน 30% ต่อเดือนให้ได้

แบบฝึกหัดขั้นตอนที่ 1

  • 1.เขียนระบุ รายได้ รายจ่าย ทรัพย์สิน หนี้สิน ออกมาให้ครบ ค่อยๆคิด รีดออกมาให้หมด 

ขั้นตอนที่ 2 กำหนดเป้าหมายที่กระแสเงินสดรายวัน

ทีนี้เมื่อเราได้ตัวเลขมาแล้ว  สิ่งต่อไปคือ ต้องกำหนดเงินสดกระแสรายวัน ว่าต้องการที่เท่าไหร่ ทีนี้เพื่อให้มันง่ายขึ้น ผมเลยแบ่งเป้าหมายออกมาเป็น 3 แบบ ซึ่งคุณเลือกเป้าหมายไหนก็ได้ครับ และเมื่อตนเองทำสำเร็จในเป้าอันนั้นค่อยขยับขึ้นไป

  • Level 1 วันละ 300 บาท ง่ายที่สุด ใช้คานผ่อนแรงแบบง่ายๆ
  • Level 2 วันละ 500 บาท ง่าย และใช้คานผ่อนแรงชุดเดียวกับ Level 1
  • Level 3 วันละ 1000 บาท พอสู้ ใช้คานผ่อนแรงมากกว่า 1 ตัว
  • Level 4 วันละ 3,000 บาท ยากแต่สู้ ใช้คานผ่อนแรงมากกว่า 1 ตัว ใช้ทักษะทางการเงินมากขึ้น
  • Level 5 วันละ 10,000 บาท สำหรับคนพร้อม ใช้คานผ่อนแรง มากกว่า 1 ตัว และใช้ทักษะทางการเงินมากขึ้น

วิธีเลือก Level คือ เลือกอันที่เราพอทำได้ก่อน อย่าเลือกยากเกินไปนะครับ เอาแค่เราพอทำได้เท่านั้น ถามว่าตรงนี้่เอาอ่ะไรวัดดี คำตอบคือ เอาใจของเราวัดครับ คุณจะตอบได้ทันทีว่า Level ไหน คือเป้าหมายของเรา อ้อ! ผมเกือบลืมไป เป้าหมายตรงนี้จะต้องเป็นแบบ Passive Income นะครับ เดี๋ยวจะงงว่า เราตั้งเป้าหมายทำไม ถ้าเรายังต้องทำงานหนัก

ตัวเลขที่เห็นในแต่ละ Level คือตัวเลขที่เกิดจากรายได้แบบ Passive Income ครับ

แบบฝึกหัดขั้นตอนที่ 2

  • 1.จงเลือก Level ที่คุณพร้อมจะพิชิตมัน! โดยเอาเกณฑ์ในใจของคุณเป็นตัวเลือก

ขั้นตอนที่ 3 กำจัดหนี้ของเราให้หมด

เมื่อเราได้ Level ในการสร้างกระแสเงินสดรายวันแล้ว เรากำลังเข้าใกล้อิสรภาพทางการเงินเพิ่มขึ้นแล้วนะครับ ขั้นตอนที่ 3 คือ เราต้องกำจัดหนี้ออกไปให้หมด ตรงนี้จะเป็นความมันส์บวกความสะใจด้วยครับ จริงๆแล้วมันเป็นข้อที่ทำได้ยากที่สุดเลยใน 10 ข้อ เพราะมันอาจหมายถึงคุณต้องตัดแขนขาออกไป

เป้าคือ คุณต้องกำจัดหนี้ออกไปให้หมด หรือเหลือไม่เกิน 10% ของรายรับของคุณ!

ถ้าคุณมีรายรับ 10,000 บาท

คุณจะมีหนี้สินได้ไม่เกิน 1,000 บาทเท่านั้น!

ดังนั้นตอนนี้ลองไปมองในกระดาษดูครับ ว่าตนเองมีช่องหนี้สินเ้ท่าไหร่ ลดมันลงมาเดี๋ยวนี้เลย! ตัดสินใจเลย! กำจัดหนี้สินนั้นออกไป

หนี้รถยนต์

ถ้าคุณมีหนี้รถยนต์อยู่ จนโปะมันด้วยการขายทรัพย์สินมาโปะ แต่ถ้าไม่มี จงขายรถยนต์ออกไป อย่าเอามาเด็ดขาดให้เปลี่ยนวิธีการเดินทางครับ แน่นอนว่ามันไม่สบาย แต่นั่นมันสมกับฐานะที่เราเป็น มันเป็นเรื่องจริง จงภูมิใจครับ มีรถแต่มีหนี้ ไม่มีประโยชน์อะไรเลย มันเป็นความทุกข์ครับ! ผมรู้คุณอยากจะขายมันมานานแล้วใช่ไหม! ขายเลย! ตอนนี้แหละ! โทรหาเต้นท์รถมาเลย!

หนี้บ้าน

ถ้าคุณเป็นหนี้บ้านอยู่ ขายมันซะ! แล้วย้ายไปอยู่ห้องเช่าแทน อย่าไปฟังตรรกะที่ว่า ผ่อนบ้านไปเรื่อยๆก็เหมือนซื้อบ้านสะสม ไม่ใช่เลยครับ มันเป็นคำหลอกลวง! คุณรู้ไหม การผ่อนบ้าน ทำให้คุณมีภาระทางการเงินระยะยาว จนบางทีคุณก็ชินกับมัน แต่สิ่งที่มันตัดคุณคือ

  • 1.)โอกาสในการลงทุนที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ซึ่งมันอาจเปลี่ยนวิถีชีวิตของคุณไปตลอดกาล
  • 2.)คุณจ่ายแพงกว่า 2 เท่าเสมอ เช่นคุณซื้อบ้านราคา 3 ล้านบาท และผ่อน 30 ปี แท้จริงแล้วคุณกำลังซื้อบ้านราคา 6 ล้านบาทต่างหาก คุณต้องสูญเสียเงินอีก 3 ล้านบาท แทนที่จะเอามาสร้างระบบคานผ่อนแรง
  • 3.)คุณไม่เคยได้จ่ายเงินต้นหรอก ธนาคารจะให้คุณจ่ายดอกเบี้ยก่อนเสมอ เงินที่คุณจ่ายในช่วงแรกๆ มันคือดอกเบี้ยครับ

ตอนที่คุณเช่าบ้าน รู้สึกแย่ใช่ไหมครับ ใจเย็นๆ เมื่อคานผ่อนแรงมาถึง คุณซื้อบ้านสด! ได้เลย และมันไม่ต้องรอ 30 ปีค่อยมีบ้าน แต่มันจะเกิดขึ้นใน 2-5 ปีนี้เท่านั้นเอง และอาจเร็วกว่านั้นด้วย!!!

หนี้บัตรเครดิต

คุณเป็นหนี้บัตรเครดิตใช่ไหม โปะมันซะ จากนั้นปิดบัตรเครดิตให้เหลือเพียง 1 ใบ และใช้มันใน 2 กรณีเท่านั้น

  • 1.)เมื่อคุณเจ็บป่วยฉุกเฉิน
  • 2.)เมื่อคุณเดินทางไปต่างประเทศและไม่สามารถกดเงินจากบัตรเดบิตของคุณได้!

บัตรเครดิต คุณไม่จำเป็นต้องมีมันเลยในทุกๆกรณี ไม่จำเป็นต้องแลกน้ำมัน แลกไมล์อะไรทั้งนั้น ชีวิตคุณไม่ใช่เกิดมาเพื่อต้องมานั่งแลกของฟรีหรือไมล์สะสม ไม่ใช่! ดังนั้นอย่าลืมออกไปปิดบัตรเครดิตของคุณวันนี้ หรือพรุ่งนี้เลยนะครับ

หนี้นอกระบบ

ถ้าคุณเป็นหนี้นอกระบบ ให้กู้เงินในระบบเข้าไปโปะ เอาออกให้หมด โดยคุณผู้อ่านอาจเลือกธนาคารที่ตนเองไว้วางใจเพื่อช่วยให้สามารถปลดหนี้นอกระบบได้

หนี้อื่นๆ

หากมีหนี้อื่นๆ ให้เขียนมันขึึ้นมาพร้อมระบุว่าตนเองจะสามารถปลดหนี้ก้อนนั้นได้อย่างไร จำไว้นะครับว่าเราต้องการปลดหนี้ให้มีหนี้สินไม่เกิน 10% เท่านั้น หากเราทำข้อนี้ไม่ได้ การไปสู่อิสรภาพทางการเงิน จะเป็นเรื่องที่เป็นไปได้ยากอย่างแน่นอนครับซึ่ง…

การที่ผู้เขียนให้คุณกำจัดหนี้ให้หมด หรือให้มีไม่เกิน 10% ของรายได้นั่น มันจะทำให้เราได้ของขวัญชิ้นใหญ่จำนวน 3 กล่องคือ

  • 1.)คุณจะได้โอกาสในการลงทุนที่จะเกิดขึ้นในอนาคต เมื่อมันมาถึง คุณจะไม่เสียมันไป
  • 2.)คุณจะรู้สึกว่าชีวิตเบาลง การเงินเบาลง และทำงานได้มีแรงมากขึ้น
  • 3.)คุณจะภาคภูมิใจ และมั่นใจในชีวิตทันที! รู้ว่าตนเองสามารถควบคุมการเงินได้

ของขวัญทั้ง 3 กล่องนี้มีผลโดยตรงอย่างยิ่งต่อขั้นตอนต่อๆไป และที่สำคัญที่สุดคือ ดีต่อความรู้สึกของตนเองอย่างแน่นอน

แบบฝึกหัดขั้นตอนที่ 3

  • 1.จงเขียนหนี้สินของคุณพร้อมจำนวนเงินออกมาในกระดาษ ระบุให้ชัดเจนที่สุด ห้ามโกงตัวเลข
  • 2.จงเขียนวิธีกำจัดหนี้ในแต่ละก้อนออกมา 
  • 3.จงลงมือทำ กำจัดหนี้ให้ได้และลดลงจนเหลือไม่เกิน 10% ของรายได้ทั้งหมดต่อเดือน

ขั้นตอนที 4 แบ่งรายรับแต่ละเดือนออกมาให้ได้ 20-30%

เมื่อเราสามารถกำจัดหนี้ให้เหลือเพียง 10% ได้แล้ว ขั้นตอนต่อไปคือเราจะต้องแบ่งรายได้จากงานประจำออกมาให้ได้อย่างน้อย 20% ขึ้นไปครับ เช่นถ้าเราทำงานประจำเงินเดือน 10,000 บาท เราต้องการเงิน 2,000 บาท เงินก้อนนี้จะต้องกันออกมาเลยตั้งแต่วันแรกที่ได้รับเงินเดือนนะครับ

ถ้าไม่กันออกมาก่อน เดี๋ยวมันจะมีเหตุให้เราได้ใช้ และในที่สุดเราจะไม่เหลือเงินก้อนนี้เลย

ถ้าคุณผู้อ่านสามารถกันเงินออกมาได้มากกว่า 20% นั่นจะเป็นการดีมาก ขอให้ทำครับ การมีอิสรภาพทางการเงิน จำเป็นอย่างยิ่งต้องใช้เงินทุนครับ ซึ่งเป้าสำหรับการลงทุนในอนาคตด้วยระบบคานผ่อนแรงนั้น ผู้เขียนจะอธิบายเมื่อถึงหัวข้อนั้นๆอีกครั้งหนึ่ง

แบบฝึกหัดขั้นตอนที่ 4

  • 1.แบ่งรายได้ 20-30% ต่อเดือนออกมาให้ได้และกันเงินส่วนนี้ให้ห่างจากการใช้จ่ายอื่นๆ

ขั้นตอนที่ 5 ต้องทำงานเสริม

ในขั้นตอนที่ 5 สู่อิสรภาพทางการเงิน คุณจะต้องหางานเสริมทำครับ ผมพูดจริงๆนะ คุณต้องหางานเสริมทำ และงานเสริมนั้นจะเป็นอะไรก็ได้ จะเป็นงานในระบบ Offline ก็ได้ แต่ผมคิดว่ามันอาจหนักเกินไป เพราะการแบกหามหรือทำอะไรที่คุณต้องเอาแรงไปใช้ บางทีแรงคุณอาจจะหมดจากงานประจำไปแล้ว

ดังนั้น เอาเป็นว่างานเสริมจะต้องเป็นงานเสริมแบบ Online แล้วกันครับ

ทำไมเราต้องทำงานเสริม! คำตอบคือ ผมจะให้เงินส่วนนี้ล่ะครับ เป็นเงินทุนที่เราจะเอาไปเพิ่มกับเงินที่เรากันไว้ 20% ในขั้นตอนที่ 4 ซึ่งมันจะถูกนำไปใช้ในขั้นตอนที่ 6 สำหรับงานเสริมที่ผมอยากให้คุณลองค้นหานั้น ผมคัดมาให้แล้วในบทความอ้างอิงด้านล่าง ขอให้คุณเข้าไปอ่าน และลงมือทำสักหนึ่งงาน

มันอาจจะเป็นงานรับจ้างเขียนบทความก็ได้ ซึ่งง่ายต่อการเริ่มต้นและสร้างรายได้ให้กับคุณทันที! แต่ยังไงต้องเลือกและทำนะครับ ถ้าเราไม่มีรายได้เสริมจากในขั้นตอนที่ 5 หนทางสู่อิสรภาพทางการเงินมันจะยากขึ้นอีก

7 อันดับ ทำงานผ่านเน็ต รวยได้บนโลกออนไลน์

15 วิธีหาเงินที่ต้องบอกต่อ

[Ebook] ใครๆก็เขียนได้ สร้างอาชีพ freelnace งานเขียนบทความ (Step by Step)

10 ขั้นตอนหาเงินล้าน! จากการขาย ebook (แบบทำได้จริง!!)

เลือกอ่านและลงมือทำ 1 งาน และทำมันอย่างจริงจังครับ ถ้าคุณผู้อ่านเชื่อตามที่ผมเขียนและทำมาถึงขั้นตอนนี้ นั่นแสดงว่าเรากำลังเข้าใกล้ความมีอิสรภาพทางการเงินเพิ่มขึ้นแล้ว

แบบฝึกหัดขั้นตอนที่ 5

  • 1.จงระบุงานเสริมที่คุณทำว่าคืออะไร
  • 2.จงระบุหรือประมาณการณ์รายได้ของคุณต่อเดือนว่าจะเป็นเท่าไหร่ด้วย

ขั้นตอนที่ 6 สร้างคานผ่อนแรงตัวแรก คือเว็บไซต์

ถ้าคุณมาถึงขั้นตอนนี้ แสดงว่าตอนนี้คุณกำลังมีเงินพร้อมสำหรับนำไปสร้างคานผ่อนแรงตัวแรกแล้วนะครับ สำหรับคานผ่อนแรงตัวแรกนั้น เราจะใช้สิ่งที่เรียกว่าเว็บไซต์ครับ ให้เราทำเว็บไซต์ในธุรกิจที่เราเลือกทำในขั้นตอนที่ 5 แต่ให้เรานั้นทำออกมาในรูปแบบของเว็บไซต์ประเภทบทความ แชร์ความรู้ ไอเดีย โดยใช้ wordpress เป็นระบบ CMS ครับ

เว็บไซต์ประเภท Information Product สามารถสร้างสินทรัพย์ที่ดีในอนาคตขึ้นมาได้ครับ โดยผู้เขียนจะขอบอกแนวทางง่ายๆในขั้นตอนตรงนี้ดังนี้ครับ

  • 1.ทำเว็บไซต์โดยใช้ wordpress
  • 2.จดโดเมนเป็นชื่อที่อ่านแล้ว ทำให้จดจำ ไม่จำเป็นต้องเป็นชื่อตรงๆ เช่น รับเขียนรายงาน.com อะไรทำนองนี้ อาจเป็นชื่อตลกๆก็ได้เช่น aomamwriter.com อะไรทำนองนี้
  • 3.จากนั้นเขียนบทความลงเว็บอย่างน้อย สัปดาห์ละ 2-4 บท โดยให้มีความยาวต่อบทมากกว่า 1,000 คำไทย
  • 4.บทความเขียนขึ้นโดยใช้ Pattern A1 เป็นแนวทางได้ครับ ลองหาอ่านจากหนังสือ “ใครๆก็เขียนได้” ฉบับ บก.ฮีโร่ซัง
  • 5.ทำข้อ 1-4 ให้ได้อย่างน้อยประมาณ 3 เดือน แล้วค่อยไปทำขั้นตอนที่ 7 นะครับ

ในระหว่างนี้ให้คุณผู้อ่านหมั่นปรับปรุงเว็บไซต์ไปเรื่อยๆ หลักๆเลยคือ เน้นให้อ่านง่าย ภาพวางอย่างสวยงาม ธีมของเว็บไซต์สวยงาม ลองดูตัวอย่างจากเว็บไซต์ด้านล่างนี้ก็ได้ครับ ออกแบบธีมและฟอนต์ให้เหมือนกับเว็บไซต์ตัวอย่างด้านล่างนี้ก็ได้

http://www.icoreview.com 

ทำไมต้องสร้างเว็บและเขียนบทความ

ผมได้เทคนิคข้อนี้มาจากหนังสือชื่อว่า “Fast lance Millionaire” ว่าถ้าคุณต้องการไปสู่อิสรภาพทางการเงิน คุณจะต้องอยู่บนเลนส์ด่วน และหนึ่งในเครื่องมือที่ช่วยให้คุณนั้นอยู่บนเลนส์ด่วนคือ เว็บไซต์นั่นเอง คุณดูสิ คนรวยทุกคนในปัจจุบัน ต่างมีเครื่องมือเป็นเว็บไซต์ทั้งสิ้น

เมื่อเรามีเว็บไซต์ประเภท content เราสามารถเขียนบทความประเภท บทความทรัพย์สินดิจิตอลขึ้นมาได้ และมันทำเงินจากการหาพันธมิตรใส่ลงไปในบทความ ยกตัวอย่างเช่น หากคุณเป็นเจ้าของเว็บไซต์เขียนบทความ วันหนึ่งคุณเขียนบทความเรื่อง “10 เทคนิคในการเลือกประกันเดินทางที่คุณได้ประโยชน์สูงสุด” โดยเขียนบทความนี้ลงบล็อกของตนเอง

คุณก็เพียงไปหาพันธมิตร ที่เปิดระบบนายหน้า เข้ามาเชื่อมลงไปในบทความ เพียงเท่านี้ คุณก็๋สามารถสร้างรายได้แบบ passive income ขึ้นมาจากบทความนั้นได้แล้ว เราจึงเรียกบทความนี้ว่า “บทความทรัพย์สินดิจิตอล”

สรุปสิ่งที่ต้องทำในขั้นตอนที่ 6 คือการสร้างคนผ่อนแรงตัวที่ 1 ขึ้นมาคือเว็บไซต์ โดยในระหว่างนี้คุณต้องรับงานเสริมไปด้วย และทำงานประจำไปด้วย โดยให้นำเงินทุนที่ได้มามาลงทำกับเว็บไซต์ที่ตนเองสร้างขึ้นครับ

ผมขอย้ำอีกครั้งว่า คุณผู้อ่านต้องสร้างเว็บไซต์ประเภท Information ขึ้นมา เท่านั้น! ถ้าทำอย่างอื่นจะผิดสูตร และอาจทำให้ผลลัพธ์คือการไปสู่อิสรภาพทางการเงิน ไม่ได้ผลเท่าที่ควร ดังนั้นจงทำเลย และทำเดี๋ยวนี้!!!

แบบฝึกหัดขั้นตอนที่ 6

  • 1.สร้างเว็บไซต์ที่เป็นคานผ่อนแรงขึ้นมา 1 เว็บไซต์
  • 2.เขียนบทความลงเว็บไซต์ หรือจ้างคนอื่นเขียนบทความ และใส่บทความรวมกันให้ได้ 3 เดือน

ขั้นตอนที่ 7 มองหาพันธมิตรทางธุรกิจ

ถ้าเวลาผ่านไป 3 เดือน แปลว่าตอนนี้คุณพร้อมแล้วที่จะมองหาพันธมิตรทางธุรกิจเข้ามาบรรจุในบทความของคุณ สำหรับคำหลักที่เราจะใช้ในการค้นหา เพื่อหาพันธมิตรนั้นเราจะทำดังนี้คือ ใช้ “Keyword+affiliate”

แบบฝึกหัดขั้นตอนที่ 7

  • 1.สมัครเป็นสมาชิกพันธมิตรทางธุรกิจ
  • 2.ติดตั้งพันธมิตรทางธุรกิจเชื่อมเข้ากับเว็บไซต์ หรือบทความที่อยู่ในเว็บไซต์ของคุณ

ขั้นตอนที่ 8 เพิ่มคุณค่าให้ทรัพย์สินดิจิตอลของเรา

ตอนนี้เราจะมีรายได้เข้ามา 3 ทางละนะครับประกอบไปด้วย

  • 1.)รายได้จากการแบ่ง 20% แต่ละเดือน
  • 2.)รายได้จากงานเสริม
  • 3.)รายได้จ่ากค่า commission ซึ่งเป็นรายได้ที่เป็นผลมาจากการสร้างเว็บไซต์ขึ้นมา

หากคุณผู้อ่านมีรายได้ครบ 3 ทางดังที่ผมได้บอกไปข้างต้นนี้ ถือว่าเป็นข่าวดีแล้วล่ะครับ มาถึงขั้นตอนที่  8 เราจะเพิ่มมูลค่าให้ทรัพย์สินครับ โดยเราต้องมีเงินทุน 100,000 บาท คุณต้องเก็บให้ได้ขั้นต่ำที่ 100,000 บาทนะครับ จึงจะสามารถมาเริ่มต้นในข้อนี้ได้

เมื่อเราได้เงิน 100,000 บาทแล้ว เท่ากับเรามีกระสุนพร้อมสำหรับการลงทุนแล้ว ผมแนะนำให้คุณนำเงินก้อน 100,000 บาทนี้ไปลงทุนในเหมืองขุดก่อน

แบบฝึกหัดขั้นตอนที่ 8

  • 1.ตรวจสอบดูว่าคุณมีรายได้เข้ามา สามทางตามที่ผู้เชียนได้ระบุในขั้นตอนที่ 9 หรือไม่
  • 2.สะสมเงินให้ได้อย่างน้อย 100,000 บาท

ขั้นตอนที่ 9 ลงทุนในหุ้นดิจิตอล

ในขั้นตอนนี้จะแบ่งเป้น 2 กลุ่มนะครับ

สำหรับคนที่ต้องการ Level 1-3 ในตอนต้น สามารถเลือกใช้คานผ่อนแรงที่มีความเสี่ยงต่ำคือ การลงทุนในเหมืองขุดเหรียญบิตคอยน์แล้วนำไปขาย โดยเรทอัตราผลตอบแทนประมาณการนั้นจะอยู่ที่ 10.47% ในปีแรก และเพิ่มขึ้นเป็น 180% ในปีที่ 2 และ 3 ครับ ซึ่งถ้านำมาหารเฉลี่ยเป็นรายวัน % ของการลงทุนเหมืองขุดบิตคอยน์จะได้ผลตอบแทนเฉลี่ยที่วันละ 0.1-0.7% ต่อวัน (ตัวเลขมีการเปลี่ยนแปลงได้)

ดังนั้นให้คุณเอา % 0.1 หรือ 0.7% เป้นตัวตั้ง จากนั้น x กลับขึ้นไปกับเป้าหมายรายวันที่จะสร้างกระแสเงินสด จะทำให้เราเห็นตัวเลขเงินที่จะเอามาลงทุนทันที

บทความสำหรับเรียนรู้การลงทุนขุดบิตคอยน์

ขุด bitcoin ยังไง กำไรเข้ากระเป๋าวันละ 1000 บาท คุณทำได้แน่นอน! (ฉบับเน้นขุด bitcoin)

ขุดแล้วรวย! ลงทุนขุด bitcoin กับเหมืองที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย hashbx

สำหรับคนที่ต้องการ Level 4-5 ให้ทำข้อด้านล่างนี้เพิ่มครับ

มาถึงขั้นตอนที่ 9 ครับ เป็นขั้นตอนที่สำคัญมากที่สุดเมื่อเทียบกับขั้นตอนทุกๆข้อ ซึ่งเราลงมือทำมาเป็นฐานแล้ว ขั้นตอนนี้คือการสร้างคานผ่อนแรงที่มีขนาดใหญ่ที่สุดและเร็วที่สุด ผู้เขียนจะเรียกมันว่า Super Leverage ครับ โดยเครื่องมือที่เราจะใช้นั้นมีชื่อว่า หุ้น ICO

พอได้ยินคำว่า หุ้น ICO อย่าเพิ่งงงนะครับ หรือทักว่าผู้เขียนนั้นคงเขียนผิดแล้ว เพราะแท้จริงแล้วมันต้องเขียนว่า IPO ต่างหาก

ผู้เขียนขอยืนยันครับว่าการเขียนว่าหุ้น ICO นั้น ถูกต้องอย่างแน่นอน ซึ่งมันมาจากชื่อเต็มที่ว่า หุ้นดิจิตอล Initial Coin Offering ซึ่งเป็นหุ้นดิจิตอลที่มีการเปิดระดมทุนก่อนมีการเข้าตลาดจริง ที่เว็บ Exchange Trading ทั้งหลายไม่ว่าจะเป็น Poloniex.com หรือ bitterex.com หรือแม้กระทั่งที่ bx.in.th

ซึ่งหากจะเทียบแล้ว หุ้น ICO = หุ้น IPO นั่นเอง เพียงแต่เป็นหุ้นดิจิตอลเท่านั้น!

แล้วทำไมต้องซื้อหุ้น ICO

คำเตือน ขั้นตอนนี้มีการแนะนำเกี่ยวกับการลงทุน และมีความเสี่ยง ผู้เขียนไม่ขอรับผิดชอบใดๆต่อผลเสียหายที่เกิดขึ้นทั้งทางตรงและทางอ้อม 

คำตอบคือ โดยปกติแล้วเหรียญที่มีการเปิดให้่้ทำ Clownd Sale เมื่อเข้าตลาดมักมีราคาสูงกว่าราคาที่ซื้อกันก่อนเป็นจำนวนมาก ตัวอย่างเช่น เหรียญ WIngs ที่เปิด ico ในราคา 2,500 ซาโตชิ แต่ในวันเปิดตลาด ราคาของ Wings อยู่ที่ 10,000 ซาโตชิ เรียกว่ากำไรกว่า 400% ตั้งแต่วันที่ยังไม่ได้เทรดเลย

แล้วทำไมถึงกลายเป็น Super Leverage ล่ะ

ลองจินตนาการดูนะครับ

ด้วยเงินต้น 100,000 บาท หากซื้อหุ้นดิจิตอล ICO 1 ตัว เมื่อเวลาผ่านไป 2-3 เดือน ในวันเปิดตลาด ราคาขยับไปเป็น 400% นั่นแปลว่าเงินจะกลายเป็น 400,000 บาท

และเมื่อเราเอาเงิน 400,000 บาทมาแบ่งซื้อหุ้น ICO อีก 4 ตัว ตัวละ 100,000 บาท เมื่อครบ 2-3 เดือน ราคาขยับ 400% นั่นแปลว่าเงินเราจะกลายเป็น 1,200,000 บาท

และด้วยเงิน 1,200,000 บาท เรามาแบ่งซื้อหุ้น ICO อีก 4 ตัว ตัวละ 400,000 บาท เมื่อครบ 2-3 เดือน ราคาขยับ 400% นั่นแปลว่าเงินเราจะกลายเป็น 6,400,000 บาท!!!

6,400,000 บาท!!!

ในเวลาภายใน 8 เดือนเท่านั้น!

แน่นอนว่าตัวเลขนี้ในความเป็นจริง อาจจะไม่ถึง หรืออาจจะมากกว่า และหุ้น ICO บางตัวอาจขาดทุน แต่ว่าถ้าเทียบเป็น % ความสำเร็จแล้ว ก็ยังสูงอยู่แน่นอน ดังนั้นผู้เขีนจึงคงยังยกย่องให้การซื้อหุ้น ICO เป็น Super Leverage ที่ดีที่สุดในชั่วโมงนี้สำหรับคนธรรมดาอย่างเราๆแน่นอน

สรุปอีกครั้ง ให้คุณทำการกันเงินไว้ในบัญชีออมทรัพย์จนครบ 100,000 บาท จากนั้นนำเงินดังกล่าวมาลงทุนในตลาด ICO 1 กองทุน กองทุนละ 100,000 บาท และให้พยายามทำแบบนี้ให้ได้ตลอดในกรอบ 2-3 ปี ผู้เขียนมั่นใจอย่างที่สุดว่า

คุณจะต้องเดินทางไปถึงอิสรภาพทางการเงิน ในแบบฉบับที่เป็นจริง และสามารถทำได้จริงอย่างแน่นอน

แบบฝึกหัดขั้นตอนที่ 9

  • 1.เลือกลงทุนในหุ้น ICO 1 ตัวด้วยเงินทุนเริ่มต้นที่ 100,000 บาท
  • 2.ทุกครั้งที่เงินทุนครบ 100,000 บาท ให้นำมาลงทุนอีกครั้ง ไปเรื่อยๆในรกอบประมาฯ 2-3 ปีนับจากนี้

ขั้นตอนที่ 10 ทำข้อ 4 – 9 ซ้ำๆหลายๆรอบ

สำหรับขั้นตอนที่ 10 นั้น จริงๆแล้ว จะไม่มีก็ได้ครับ แต่ผู้เขียนเขียนขึ้นมาเพื่อเป็นการทบทวนมว่าเมื่อคุณดำเนินการตามแผนการสู่อิสรภาพทางการเงินจนกระทั่งมาถึงข้อที่ 9 แล้ว ให้คุณวนลูปกลับไปทำในข้อที่ 4 และวนกลับมายังข้อที่ 9 ใหม่อีกครั้ง ทำแบบนี้ไปเรื่อยๆ วนไปเรื่อยๆครับ เพียงเท่านี้คุณก็จะสามารถรักษาระดับของการมีอิสรภาพทางการเงินได้อย่างต่อเนื่อง และไม่ลงอีกเลย

แบบฝึกหัดขั้นตอนที่ 10

  • 1.ตรวจสอบดูว่าตนเองได้ลงมือทำข้อ 4 – 9 ตลอดเวลาหรือไม่
  • 2.อ่านหนังสือด้านการลงทุน เข้าฟังสัมมนาเกี่ยวกับการลงทุนเป็นประจำสม่ำเสมอ

สรุปอีกครั้งก่อนทำกันอย่างจริงจัง

ผู้เขียนคิดว่า 10 ขั้นตอนสู่อิสรภาพทางการเงิน ฉบับประชาชนนี้ น่าจะเป็นอีกหนึ่งบทความเชิงปฏิบัติที่คุณผู้อ่าน สามารถจับยึดเป็นไอเดีย หรือเป็นวิธีการทำงานเพื่อไปสู่อิสรภาพทางการเงินได้จริง สิ่งนี้ผู้เขียนก็ลงมือทำด้วยตนเอง และมันก็เกิดผลจริงมาแล้ว ดังนั้นมันก็น่าจะเกิดผลลัพธ์ที่ดีกับคุณผู้อ่านด้วยเช่นเดียวกัน แต่แน่นอนครับแม้หนทางจะชัดเจนเพียงใด

แต่ก็ต้องศึกษาเพิ่มเติมเจาะลึกลงไปในรายละเอียดแต่ละข้อ รวมตลอดทั้งเรายังมีความเสี่ยงทางการเงินประกอบด้วย ดังนั้นต้องศึกษาข้อมูลด้วยความรอบคอบก่อน