6 วิธี เริ่มต้นเขียนบทความง่ายๆ 2017

สำหรับใครที่เป็นนักเขียนมือใหม่หรืออยากจะเข้ามาในวงการนักเขียน เชื่อว่าคงมีคำถามร้อยแปดพันประการว่าจะเริ่มต้นอย่างไร เขียนแบบไหนให้ผู้อ่านถูกใจและมีลูกค้าอยากจ้างต่อ ผู้เขียนต้องบอกก่อนว่าการเป็นนักเขียนไม่ได้มีกฏเกณฑ์ที่ตายตัวหรือจะต้องกำหนดว่าทำอย่างนั้น อย่างนี้ เพียงแต่เรามีความตั้งใจ รู้จักพัฒนาตนเอง มีจรรยาบรรณในอาชีพ เพียงเท่านี้โอกาสที่จะได้เป็นนักเขียนมืออาชีพก็ไม่ยากแล้ว แต่ถ้าใครอยากจะรู้เคล็ดลับและเทคนิคดีๆในการเริ่มต้นเขียนบทความ วันนี้ เราจะพามาดูกัน

ฝึก ฝึกและฝึก 

การฝึกเขียนในขั้นต้นไม่ต้องมีกฎเกณฑ์หรือหลักการอะไรมาก เป็นการเขียนสไตล์ที่เราชอบ ถนัดเรื่องใด มีความรู้ในเรื่องไหนก็สามารถนำมาเขียนได้เลย และลองให้คนที่รู้จักหรือกรุ๊ปนักเขียนอ่านบทความของคุณดูว่ามีข้อบกพร่องที่ต้องเพิ่มเติมตรงส่วนใดหรือไม่ หากยังไม่กล้าเผยแพร่บทความออกไป ขอแนะนำว่าเมื่อเขียนเสร็จ ทิ้งบทความที่เขียนเอาไว้สัก 1 วันแล้วค่อยกลับมาอ่านในวันถัดไป เพราะหลังจากกลับมาอ่านอีกครั้ง เราจะเริ่มรู้ว่ามีพารากราฟใดที่อ่านแล้วไม่เข้าใจและต้องเพิ่มเนื้อหาอะไรลงไปบ้าง

อ่านบทความที่เผยแพร่ทางอินเทอร์เน็ต 

เพื่อเก็บมาเป็นประสบการณ์ แต่ไม่ใช่คัดลอก เพราะสิ่งนี้ถือว่าผิดจรรยาบรรณในการเป็นนักเขียน  แต่ที่ให้อ่าน เพื่อดูว่างานเขียนที่มีคุณภาพนั้นเป็นอย่างไร สไตล์การเขียนเป็นแบบไหน มีรายละเอียดเชิงลึกประมาณไหน แต่ในเรื่องของข้อมูลและสำนวนในการเขียน ลองฝึกเขียนบ่อยๆ เชื่อเถอะว่าสำนวนเหล่านี้จะปรากฏขึ้นมาจนเป็นเอกลักษณ์ของคุณเอง แต่ทั้งนี้ ก่อนรับงาน ก็ควรสอบถามผู้จ้างก่อนว่าให้เขียนในลักษณะใดจะดีกว่า เพราะบางรายก็ต้องการสำนวนเชิงวิชาการ ตลกขบขัน รวมทั้งการเขียนแบบเล่าเรื่อง

รู้จักหลักการเขียนให้ถูกต้อง

สิ่งหนึ่งที่สำคัญสำหรับการเป็นนักเขียนมือใหม่คือ การรู้จักกับการเขียนที่ถูกต้อง นั่นคือ หลักการใช้ภาษา เว้นวรรค คำถูก คำผิด เพื่อทำให้งานเขียนบทความมีคุณภาพ ซึ่งการใช้หลักการเขียนอย่างถูกต้อง สามารถหาข้อมูลได้ตามอินเทอร์เน็ต ซึ่งจะมีข้อมูลทุกอย่างที่นักเขียนมือใหม่ควรเรียนรู้ไว้หมดแล้ว ส่วนเรื่องคำผิด คำถูก แนะนำให้ดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นของ ราชบัณฑิตยสถาน เอาไว้ เผื่อเวลาทำงานให้ผู้จ้างเสร็จ แล้วมีคำไหนที่ไม่แน่ใจ จะได้คอยตรวจเช็คให้ถูกต้องได้แบบ 100 %

กำหนดจุดมุ่งหมายให้ชัดเจน 

การกำหนดกลุ่มเป้าหมาย ไม่ว่าจะเป็นเพศ อายุ การศึกษา อาชีพ ทัศนคติ เป็นเรื่องที่สำคัญ เนื่องจากลักษณะของผู้อ่านแต่ละคนไม่เหมือนกัน ดังนั้น การใช้ถ้อยคำ สำนวนในบทความก็ย่อมแตกต่างกันไปด้วย ในขั้นตอนนี้ หากยังเป็นมือใหม่อยู่ ให้สอบถามผู้จ้างว่าต้องการสำนวนการเขียนประมาณไหน หากได้สำนวนที่ไม่ถนัด ก็ควรปฏิเสธไปตรงๆ อย่าฝืนทำ เพราะอาจส่งผลให้งานไม่มีคุณภาพได้ โดยเฉพาะการเขียนบทความวิชาการจะมีความยากกว่าบทความแนวอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการใช้ภาษาและข้อมูลในเชิงลึก

รู้จักฐานข้อมูลให้หลากหลาย

การจะเขียนบทความคุณภาพได้สักบทความหนึ่ง สิ่งสำคัญอย่างหนึ่งคือ เรื่องของข้อมูล การหาข้อมูลส่วนใหญ่ของนักเขียน นอกจากจะนิยมใช้อินเทอร์เน็ตแล้ว ในส่วนของหนังสือ นิตยาสาร ข่าวสารต่างๆก็มีความสำคัญมากเช่นกัน เพราะจะทำให้ข้อมูลที่คุณได้รับมีความหลากหลายและสดใหม่มากขึ้น โดยเฉพาะการติดตามข่าวสารประจำวันทางโทรทัศน์ ถือเป็นการอัพเดทความรู้ใหม่ๆที่ดีมากทางหนึ่ง แถมยังมีความน่าเชื่อถือสูงอีกด้วย

อย่างไรก็ตาม การหาข้อมูลในด้านอื่นๆ ข้อควรระวังคือ ความน่าเชื่อถือ เพราะสื่อออนไลน์ในอินเทอร์เน็ต มีทั้งข่าวลือและข่าวเท็จ เพื่อสร้างมาเพื่อเรียกยอดวิว ยอดไลท์ การคลิกเข้ามาชม เพราะฉะนั้น การเป็นนักเขียนบทความที่มีคุณภาพต้องหมั่นพิจารณาข้อมูลที่อ่านและเลือกนำมาอ้างอิงด้วย ไม่อย่างนั้น หากเจอข้อมูลที่ส่งผลเสียต่อบุคคลอื่นขึ้นมา คุณอาจถูกฟ้องร้องโดยไม่รู้ตัวก็เป็นได้ เป็นสิ่งสำคัญที่นักเขียนทั้งหน้าและหน้าใหม่พึงระวังไว้ให้ดี

ฝึกการใช้ Word press

จะเข้ามาในตลาดนักเขียนทั้งที ก็ต้องฝึกเรียนรู้เจ้าเครื่องมือตัวนี้กันบ้าง เพราะเป็นโปรแกรมสร้างเว็บไซต์ สำเร็จรูปที่ผู้ใช้งานนิยมใช้เป็นจำนวนมาก เพราะ Word Press ถูกออกแบบมาเพื่อการใช้งานได้ง่าย ไม่ว่าจะเป็นการติดตั้ง การจัดการดูแลเนื้อหาภายใน การตกแต่งบทความ รวมทั้งการปรับค่าต่างๆ โดยที่ผู้ใช้งานไม่จำเป็นต้องมีความรู้ในการเขียนโปรแกรมเลยก็ได้ นอกจากนี้ ข้อดีของมันคือ ยังสนับสนุนการทำ SEO อีกด้วย ทำให้เว็บไซต์มีโอกาสสูงในการขึ้นอันดับต้นๆ ของการค้นหาข้อมูลใน Search Engine อย่าง Google

เหตุผลที่ต้องฝึกใช้งานให้เป็น เนื่องจาก ผู้จ้างบางรายอาจจะให้นักเขียน เขียนบทความลงใน Word press แทนการส่งงานผ่านอีเมลเลยก็ได้ เพราะการทำงานผ่าน Word press จะทำให้ทั้งผู้จ้าง – นักเขียน ง่ายต่อการตรวจสอบ แก้ไขและอัพเดทบทความลงเว็บไซน์ ดังนั้น หากมีความสามารถในด้านนี้ ก็เป็นโอกาสที่ดีที่ส่งผลต่อการพิจารณาจ้างเขียนบทความเพิ่มขึ้นอีกด้วย

ทั้งหมดนี้ก็คือ 6 วิธีเริ่มต้นเขียนบทความง่ายๆที่เรานำมาฝากกันในวันนี้ สิ่งสำคัญคือ อย่ากลัวที่จะต้องเผชิญกับตลาดนักเขียนที่ร้อนแรงและมีการแข่งขันสูง ขอแค่หมั่นพัฒนาตนเองและเก็บประสบการณ์ มั่นใจได้เลยว่าผู้จ้างจะต้องมองเห็นผลงานของคุณอย่างแน่นอน ดั่งคำกล่าวที่ว่า เพชรอยู่ที่ไหนก็เป็นเพชร…

 

 

 

เขียนบทความให้ปัง เริ่มต้นได้ที่การตั้งชื่อ

การเขียนบทความที่ดี นอกจากจะต้องมีเนื้อหาสาระและความน่าสนใจแล้ว สิ่งหนึ่งที่ขาดไม่ได้คือ การตั้งชื่อบทความ เพื่อให้ผู้อ่านทราบว่าบทความที่จะเขียนนั้นเกี่ยวข้องกับเรื่องอะไร แต่จะทำอย่างไรให้ชื่อบทความของคุณอยู่ในความสนใจและน่าคลิกเข้าไปอ่าน วันนี้ ผู้เขียนขอมาแนะนำเทคนิคดีๆในการตั้งชื่อบทความมาฝากผู้อ่านและนักเขียนมือใหม่ทุกท่านกัน รับรองว่า หากนำเทคนิคของเราไปใช้ การเขียนบทความของคุณจะประสบความสำเร็จอย่างแน่นอน

ลิสต์ชื่อหัวข้อที่น่าสนใจ  

หากคิดชื่อหัวข้อของบทความออกมาได้หลายชื่อ บอกเลยว่า นั่นเป็นสิ่งที่ดี เพราะคุณจะได้มีโอกาสเลือกได้มากกว่าไม่มีอะไรอยู่ในหัวเลย แต่อย่าลืมว่า ทุกครั้งที่คิดออก ควรหากระดาษโน้ตสักแผ่นมาจดไว้ ไม่อย่างนั้นความคิดนี้จะหายไปกับสายลม ยกตัวอย่างเช่น ได้คีย์เวิร์ดเรื่อง ลดความอ้วน อาจจะลิสต์มาสัก 4 – 5 ชื่อ “เช่น 7 เทคนิคลดความอ้วน”  “ลดความอ้วนง่ายๆด้วยสิ่งนี้”  “5 วิธีลดความอ้วนตามฉบับมนุษย์เงินเดือน”   “ลดความอ้วนง่ายๆไม่ต้องอดอาหาร” เป็นต้น

หากยังไม่ทราบว่าจะเลือกชื่อไหนดี แนะนำให้ร่างบทความที่จะเขียนออกมาก่อน แล้วพิจารณาดูว่าบทความที่เขียนขึ้นมีความสอดคล้องกับชื่อบทความใด เพราะบางครั้งผู้เขียนเชื่อว่าหลายคนคงเคยประสบปัญหาไม่รู้ว่าจะเลือกชื่อหัวข้อแบบไหนดี ให้ลองเขียนบทความออกมาก่อนแล้วจากนั้นไอเดียการคิดชื่อหัวข้อดีๆมันก็จะตามมาเอง

การตั้งชื่อหัวข้อโดยมีตัวเลข 

เคยมั้ยเวลาที่เห็นชื่อบทความประเภท “7 เทคนิคการเรียน พิชิต 4.00”  “5 วิธีหุ่นสวยใน 7 วัน” จะทำให้คุณรู้สึกอยากรู้อยากเห็นและคลิกเข้ามาอ่าน นี่คือ เทคนิคหนึ่งที่ทุกคนควรรู้ ยืนยันด้วยผลการวิจัยจากต่างประเทศที่ได้ข้อสรุปว่า การตั้งชื่อบทความโดยมีตัวเลขอยู่ในหัวข้อเรื่อง จะทำให้บทความเหล่านี้ได้รับความน่าสนใจมากขึ้นถึง 2 เท่า เพราะจะทำให้ผู้อ่านเกิดความรู้สึกว่า บทความเหล่านี้เข้าถึงง่าย เข้าใจง่าย ไม่ยาวจนเกินไปและน่าจะเป็นประโยชน์ที่ควรคลิกเข้าไปติดตาม

ให้คำสัญญาต่อผู้อ่าน

สิ่งสำคัญนอกเหนือจากการตั้งชื่อบทความคือ การสัญญากับผู้อ่านว่าบทความนี้จะให้ประโยชน์อย่างไร มีข้อมูลอะไรบ้าง เพื่อให้ผู้อ่านรู้สึกเกิดความเชื่อมั่นว่าหากคลิกเข้ามาอ่านในเว็บไซต์นี้ ติดตามเว็บไซต์นี้จะได้รับสาระความรู้ที่เป็นประโยชน์อย่างแน่นอน ตัวอย่างเช่น “หากใครกำลังประสบปัญหาเรื่องลดน้ำหนัก คุณมาถูกที่แล้ว เพราะในบทความนี้จะบอกเคล็ดลับดีๆในการลดน้ำหนักมาฝากทุกท่านกัน”  การเขียนแบบนี้จะเรียกความสนใจและน่าติดตามจากผู้อ่านได้เป็นอย่างดี

นอกจากนี้ ในช่วงตอนจบของบทความ ควรสัญญากับผู้อ่านว่า ครั้งหน้าจะนำเสนออะไรหรือมีอะไรที่น่าสนใจให้ติดตามกันบ้าง เพื่อให้ผู้อ่านเกิดความรู้สึกอยากจะติดตามในบทความต่อๆไป โดยอาจจะจบท้ายด้วย “บทความหน้าจะนำสาระดีๆอะไรมานำเสนอ อย่าลืมติดตามชม” “บทความหน้าจะมีอะไรมานำเสนออีก ห้ามพลาด” เพื่อเป็นคำสัญญาต่อผู้อ่านว่าบทความหน้าจะมีสาระดีๆมาฝากกันอีกแน่นอน

ลองตั้งชื่อให้ขัดใจคนอ่าน 

เทคนิคนี้อาจสร้างความงุนงงให้กับใครหลายคน แต่รับรองว่า สามารถใช้ได้ เพราะการเขียนบทความด้วยการตั้งชื่อหัวข้อให้ขัดใจคนอ่าน จะทำให้ผู้อ่านเกิดความสงสัยและอยากทราบว่าทำไมถึงเป็นแบบนี้ จนต้องคลิกเข้ามาอ่านนั่นเอง เช่น “5 เหตุผลไม่ต้องออมเงิน แต่ควรใช้เงินไปกับการท่องเที่ยว”  เป็นต้น เมื่อเห็นหัวข้อแบบนี้ จะทำให้ผู้อ่านเกิดความสนใจและสงสัยว่าทำไมถึงไม่ต้องออมเงิน เพราะเป็นสิ่งที่ควรทำ แต่เน้นไปที่การท่องเที่ยว แนะนำว่าไม่ควรใช่บ่อย เพราะการตั้งชื่อแนวนี้จะทำให้เกิดความเบื่อหน่ายเอาได้

ใส่คำดึงดูดหรือคำเชิญชวนลงไปในบทความ  

หลายคนคงเคยเห็นบทความหรือข่าวที่นำเสนอชื่อหัวข้อแบบ “เด็กไทย เจ๋ง คว้าแชมป์คณิตศาสตร์โลก”     “มาดู ของหายากที่ต้องมีไว้ครอบครอง”  “ที่สุดของการรอคอย ไอโฟน 8 เผยฟังก์ชั่นใหม่ล่าสุดแล้ว” บอกเลยว่า ถ้าเห็นหัวข้อเรื่องของบทความนี้เข้าไป หลายคนต้องคลิกเข้าไปอ่านกันอย่างแน่นอน เพราะคำศัพท์เหล่านี้จะสร้างแรงดึงดูดให้บทความของคุณได้เป็นอย่างดี แต่ทั้งนี้ก็ไม่ควรใช่บ่อย เพราะจะทำให้ผู้อ่านเกิดความรู้สึกเบื่อหน่ายได้เช่นกัน แต่ควรใช้เป็นครั้งคราวจะดีกว่า

ตั้งชื่อบทความโดยใช้ความกลัวของผู้อ่าน

มนุษย์ทุกคนล้วนมีความกลัวด้วยกันทั้งสิ้น ดังนั้น นักเขียนบทความ ควรใช้จุดนี้ให้เป็นประโยชน์ วิธีการง่ายๆทำได้โดย ลองหาข่าวและสืบค้นว่าช่วงนี้ คนส่วนใหญ่กำลังให้ความสนใจหรือกำลังกลัวอะไรกันบ้าง เช่น ช่วงนี้ฤดูฝน ไข้เลือดออกกำลังระบาด ก็ควรหาข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับไข้เลือดออกมาเขียน เพื่อเรียกความสนใจจากผู้อ่าน ซึ่งการเขียนบทความแนวนี้จะอิงกับกระแสซะส่วนใหญ่ ดังนั้น นอกจากจะต้องทำงานแข่งกับเวลาแล้ว นักเขียนที่ดีควรระวังเรื่องข้อมูลลวงและข่าวลือกันด้วย

ทั้งหมดนี้คือ เทคนิคดีๆที่ผู้เขียนได้นำมาฝากกันในวันนี้ ใครที่สนใจก็ลองนำไปปรับใช้กันดู แต่เหนือสิ่งอื่นใด นอกจากการตั้งชื่อเรื่องให้มีความน่าสนใจแล้ว เรื่องของเนื้อหา สาระที่เป็นประโยชน์ต่อผู้อ่านก็เป็นเรื่องสำคัญที่นักเขียนคุณภาพทุกท่านไม่ควรลืม