การหาเงิน สำหรับคนงบน้อย แต่อยากทำธุรกิจ

หลายคนอยากที่จะเริ่มต้นทำธุรกิจ อยากลาออกจากงานประจำแล้วมาทำธุรกิจส่วนตัว หาเงินด้วยการเป็นนายตนเอง แต่สุดท้ายก็มักติดปัญหาเดิมๆนั่นคือ งบประมาณที่มีอยู่จำกัด แต่จะทำยังไงหากเงินที่คุณมีอยู่มันก็น้อยซะเหลือเกินไม่ถึง 10,000 บาทด้วยซ้ำ และจะนำไปลงทุนเพื่อทำอะไรได้บ้าง วันนี้เราจะพามาดูกัน ไม่แน่ว่าอาจจะเป็นลู่ทางดีๆให้กับใครหลายๆคนก็ได้ ตามมาดูกันได้เลย

ประการแรก ผู้เขียนอยากจะบอกคือ ไม่ว่าคุณจะมีเงิน 5,000 บาท 10,000 บาท หรือ 1,000,000 บาท “จงเลือกทำธุรกิจ ในสิ่งที่ตนเองรักก่อนเป็นอันดับแรก”  เพราะหากทำในสิ่งที่คุณรักแล้ว คุณจะมีกำลังใจมากมายและมีไอเดียในแบบของตนเองถ่ายทอดและต่อยอดออกมาอยู่เสมอ

ประการที่สอง  แม้จะมีเงินน้อย แต่…คุณสามารถค้าขายอาหารได้ ในกลุ่มของอาหารทั้งหมด หากชอบทำอะไรหรือทำอะไรแล้วอร่อยเป็นพิเศษ คุณสามารถขายอาหารเหล่านั้นก่อนได้เลย  แต่การเปิดร้านอาหารด้วยงบประมาณที่จำกัด เช่น มีเงินอยู่ไม่ถึง 10,000 บาท มีปัจจัยอย่างเดียวของการเปิดร้านอาหารคือ เงิน 10,000 บาทจะค่อนข้างน้อย ดังนั้น หากใครอยากเปิดร้านอาหารด้วยงบประมาณเพียง 10,000 บาท มีกฎข้อหนึ่งที่ต้องจำให้ขึ้นใจคือ ต้องใช้บ้านตัวเองที่ไม่ต้องเสียค่าเช่าใดๆในการเปิดร้านและให้นำเงิน 10,000 บาท มาหมุนเวียนในการซื้ออาหารสดนั่นเอง

ในกรณีที่มี Event หรือ การจัดกิจกรรมต่างๆ อาทิเช่น ในทุกๆวันเสาร์ – อาทิตย์ ห้างสรรพสินค้าหรือสวนสาธารณะจะมีการเปิดให้ใช้พื้นที่ฟรี คุณก็ต้องคอยอัพเดทข้อมูลข่าวสารอยู่เสมอ เพราะพื้นที่จะถูกจองไว้เต็มเร็วมาก ซึ่งวิธีนี้คุณสามารถไปขายของนอกบ้านได้ฟรี ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น แถมยังเป็นการให้ลูกค้ารู้จักสินค้าของคุณมากขึ้นอีกด้วย สำหรับประเภทของอาหารที่นำมาขายจะแยกเป็นอาหารและเครื่องดื่ม นั่นคือ

กลุ่มเครื่องดื่ม ควรขายเป็นน้ำผลไม้ แม้ต้นทุนจะสูงแต่คุณสามารถขายราคาแพงได้ เหมาะกับเทรนคนรักสุขภาพในช่วงนี้มากๆ หรือจะขายเป็นเครื่องดื่มที่ชงเอาไว้แล้ว ซึ่งต้นทุนไม่สูงมากนักแถมกำไรดี เนื่องจากจะเสียแค่ค่าน้ำแข็งที่ต้องซื้อทุกวัน ส่วนวัตถุดิบอย่างอื่น เช่น ผงสำเร็จรูปส่วนใหญ่ใน 1 กระป๋องจะสามารถใช้ได้นานหลายสัปดาห์ ซึ่งการขายเครื่องดื่มจะมีข้อดีคือ ผู้บริโภคสามารถกลับมาซื้อได้บ่อยๆ ไม่น่าเบื่อ และเหมาะกับสภาพอากาศในเมืองไทยที่ต้องการเครื่องดื่มไว้ดับกระหายอยู่เสมอ

กลุ่มของอาหารหลัก  จะมีอยู่หลายประเภทไม่ว่าจะเป็นอาหารตามสั่ง  ก๋วยเตี๋ยว ข้าวมันไก่ ข้าวราดแกง เราแนะนำว่า หากใครที่ชอบทำอาหารและอยากได้กำไรต่อจานให้สูงที่สุด ให้ทำ “ส้มตำ” เพราะต้นทุนต่ำ แต่ราคาขายสูงประมาณ 25 – 35 บาทต่อเมนู และในจานยังมีเนื้อสัตว์น้อยมาก อย่างมากก็กุ้งแห้งประมาณ 5 – 6 ตัวเท่านั้น ซึ่งเป็นเหตุผลว่าทำไมส้มตำจึงมีต้นทุนต่ำ  อีกอย่าหนึ่งคือ ก๋วยเตี๋ยว อาหารยอดฮิตที่ขายได้ทุกฤดูกาล โดยเฉพาะช่วงพักเที่ยงที่พนักงานทั้งภาคเอกชนและรัฐบาลต้องสั่งเป็นประจำและมีต้นทุนค่อนข้างต่ำ จึงเหมาะแก่การเปิดร้านค้าขายอย่างมาก แต่อาหารประเภทหนึ่งที่ต้นทุนค่อนข้างสูงแต่ขายได้ดีคือ ข้าวมันไก่   ซึ่งหากใครมีงบน้อยควรหลีกเลี่ยง ข้าวมันไก่ และอาหารตามสั่งก่อนจะดีกว่าเพราะมีต้นทุนต่อจานสูงมาก

กลุ่มอาหาร (ตามกระแส) ก่อนอื่นเลยในข้อนี้เราแนะนำว่า ให้ใช้พื้นที่บ้านที่มีทั้งหมดไปซื้อแก้ว ขวดพลาสติกเก่าๆใส่น้ำยาเคมีแล้วปลูกผักออแกรนิกก็ได้  เพราะผักออแกรนิก หากนำมาขายจะได้ราคาสูงมาก  สามารถนำมาขายตามร้านอาหารและร้านสลัดต่างๆได้ เพราะปัจจุบันเทรนสุขภาพมาแรง ทำให้การรับประทานผักออแกนิกเป็นที่นิยมมาก หากหาเงินด้วยงบเพียง 10,000 บาทด้วยวิธีนี้ก็จะทำให้คุณหมุนเงินได้ง่ายและทำให้ธุรกิจโตขึ้นได้

กลุ่มเครื่องสำอาง – เสื้อผ้า  หลายๆคนทราบไหมว่า การขายเครื่องสำอาง ขายเสื้อผ้าจะมีต้นทุนก้อนใหญ่อยู่ก้อนหนึ่ง นั่นคือ การซื้อเสื้อผ้าและเครื่องสำอางที่ต้องไปสต๊อกสินค้าเอาไว้และนำออกมาขายในภายหลัง ประกอบกับการที่ต้องมีหน้าร้านดีๆ โดยเฉพาะคำว่าหน้าร้านมีความสำคัญมาก แค่ค่าเซ็งพื้นที่ตามสวนจักรตุจักร ประตูน้ำ พันธุ์ทิพย์ ค่าเซ็งร้านต่อปีก็หลายแสนบาทแล้ว แน่นอนว่าสำหรับคนที่มีเงินทุนน้อยอยู่ คงจะเป็นการยาก เพราะหากจะขายหน้าบ้านก็เสี่ยงต่อการที่ลูกค้าเข้าไม่ถึง ยิ่งถ้าหากบ้านของคุณอยู่ในเขตชานเมือง โอกาสที่จะขายเสื้อผ้า – เครื่องสำอางได้ก็ยิ่งน้อยเข้าไปอีก

วิธีแก้คือ คุณไม่จำเป็นต้องมีหน้าร้าน แต่ให้ลูกค้าเข้าถึงได้ง่ายด้วยการขายเครื่องสำอาง – เสื้อผ้าผ่านเว็บไซต์หรือที่เรารู้จักว่าการขายของออนไลน์ บางครั้งคุณไม่จำเป็นต้องสต็อกสินค้าเอาไว้ด้วยซ้ำ แต่เป็นในลักษณะของ Pre – Oder ไว้ก็ยังได้ ให้ลูกค้าได้เลือกชมสินค้าที่คุณได้ถ่ายรูปมาไว้ หากชอบก็จะมีการติดต่อซื้อ – ขาย ซึ่งในกรณีนี้ลูกค้าจะต้องชำระเงินก่อน คุณถึงจะไปสั่งของ เป็นธุรกิจที่คุณไม่ต้องลงทุนแต่อย่างใด  เพียงแค่สร้างแฟนเพจหรือเว็บไซต์ในการติดต่อซื้อขายและเสนอสินค้าให้ลูกค้าได้รับชมเท่านั้น

แต่มีข้อควรระวังคือ เมื่อคุณมีแฟนเพจเป็นของตนเองแล้ว สิ่งสำคัญคือ ต้องพยายามอัพเดทข้อมูลในแฟนเพจอย่างสม่ำเสมอ นำสินค้ามาโพสต์ นำโพสต์รีวิวจากลูกค้ามาแสดงให้เห็นว่าเพจของเรามีตัวตนจริงๆ ไม่ใช่มิจฉาชีพ เพื่อสร้างเครดิตให้กับตนเองและส่งผลให้ลูกค้าหน้าใหม่มีความเชื่อถือในตัวสินค้าและบริการของคุณมากขึ้น เนื่องจากทุกวันนี้มีมิจฉาชีพที่แฝงตัวเข้ามาในรูปแบบของ พ่อค้า – แม่ค้า เป็นจำนวนมาก ดั่งที่เห็นในข่าวสารประจำวัน การสร้างความเชื่อมั่นและความน่าเชื่อถือให้แก่ลูกค้าจึงเป็นสิ่งสำคัญสำหรับผู้ประกอบธุรกิจออนไลน์

สำหรับปัจจัยในการซื้อสินค้าออนไลน์ของลูกค้า เราก็นำมาเล่าให้ฟังกันอีกเช่นเคย นั่นคือ ควรตรวจเช็ครายการสั่งซื้อและตอบข้อความของลูกค้าอย่างสม่ำเสมอ บางครั้งผู้เขียนเคยสั่งซื้อสินค้าออนไลน์ไว้ แต่ 3 วันผ่านไป เพิ่งได้รับการตอบกลับจากแม่ค้า เมื่อถึงเวลานั้นลองคิดดูสิว่า เราจะยังอยากซื้ออยู่ไหม คำตอบคือ ไม่ ดังนั้น กฎเหล็กของการเป็นพ่อค้า แม่ค้าออนไลน์คือ “ห้ามหายหน้า หายตาไปจากแฟนเพจของคุณเกิน 3 ชั่วโมงเด็ดขาด”  เพราะการซื้อสินค้าออนไลน์จะใช้เวลาไม่นานในการตัดสินใจและใช้เวลาไม่นานในการยกเลิกเช่นเดียวกัน  หากเวลาผ่านไปสักพักก็จะเกิดความรู้สึกไม่ยากซื้อแล้ว เพราะฉะนั้นการปิดยอดขายให้เร็วที่สุด จึงเป็นกฏเหล็กของพ่อค้า – แม่ค้าออนไลน์ในสมัยนี้  เพราะตอนนี้กระแสของสินค้าออนไลน์ค่อนข้างมาแรง ผนวกกับการเติบโตของธุรกิจที่เรียกกันว่า Facebook, Twitter, Google เป็นต้น ทำให้การหาเงินด้วยการทำธุรกิจออนไลน์จึงมีการแข่งขันที่สูงมาก

นอกจากนี้ยังมีการหาเงินในแบบอื่นๆที่ลงทุนน้อยหรือในบางรายก็แทบไม่ได้ลงทุนอะไรเลย เพียงแค่ใช้หนึ่งสมองสองมือเท่านั้น ได้แก่…

การเป็น Youtuber  คุณสามารถใช้อุปกรณ์ง่ายๆอย่างกล้องวีดิโอ โทรศัพท์มือถือในการสร้างรายได้ให้กับตนเอง   Step 1 คือ คุณจะต้องมี G – mail เมื่อมี  G – mail แล้วก็ใช้สมัครบัญชี Adsense ซึ่งปัจจุบันก็มีวิธีทำแล้วใน Google  สามารถหาดูขั้นตอนการสมัครได้ ส่วน  Step 2 คุณจะต้องสร้างคลิปวีดิโอขึ้นมาและ Step 3 ก็อัพโหลดวีดิโอของคุณขึ้นยูทูป  จากนั้นก็เชื่อมบัญชียูทูปเข้ากับบัญชี Adsense ของคุณและรอรับเงินได้เลย หากยอดเงินของคุณเกิน 100 ดอลลาร์

หาเงินด้วยงานเขียนบทความ  คุณสามารถประกาศรับจ้างเขียนบทความได้ ซึ่งจะมีกลุ่มประกาศซื้อ – ขายบทความในเฟสบุ๊ค โดยราคาตลาดในปัจจุบันอยู่ที่ 100 คำจะเท่ากับ 20 บาท หากคุณสามารถพิมพ์ได้ 5,000 คำ ก็จะสามารถหารายได้ประมาณ 2,000 บาทต่อ 1 วัน ซึ่งถือว่าเป็นจำนวนเงินที่มากเลยทีเดียว และนั่นหมายถึงเงิน 60,000 บาทต่อเดือน แต่ทั้งนี้ก็ต้องขึ้นอยู่กับจำนวนลูกค้าที่เข้ามาดิลงานกับคุณด้วย เพราะปัจจุบันตลาดซื้อ – ขายบทความ เริ่มมีการแข่งขันที่ดุเดือดมากขึ้น รวมทั้งในเรื่องของมิจฉาชีพที่แฝงตัวเข้ามาในรูปแบบของ “ผู้ว่าจ้าง” การถูกโกงเงินจึงเกิดขึ้นบ่อย สำหรับนักเขียนหน้าใหม่น้อยประสบการณ์ ทางที่ดีควรให้ “ผู้ว่าจ้าง” วางเงินมัดจำก่อนสัก 30 – 50 % ก่อนเริ่มงานจะดีที่สุด

อาจารย์ฟรีแลนท์  ใครที่มีความถนัดเฉพาะทาง ไม่ว่าจะเป็นด้านภาษาต่างประเทศ คณิตศาสตร์ ซึ่งทั้ง 2 วิชานี้ยังคงเป็นที่ต้องการของนักเรียน นักศึกษาอย่างต่อเนื่อง  หากมีความสามารถในด้านใดด้านหนึ่ง คุณอาจจะเอาความสามารถเหล่านี้ไปเสนอขายและรับค่าจ้างเป็นรายชั่วโมงหรือเปลี่ยนบ้านของคุณให้เป็นสถานที่สอนพิเศษและรับค่าจ้างเป็นรายชั่วโมงก็สามารถทำได้เช่นกัน หรือจะสอนผ่านโปรแกรมเป็นวีดิโอคอลก็สามารถทำได้  หากใครนัดสอนตามร้านกาแฟและรับค่าจ้างเป็นรายชั่วโมงก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่สะดวกอยู่ไม่น้อยเลย โดยรายได้ที่ได้จะขึ้นอยู่กับชั่วโมงที่สอนคูณด้วยค่าสอน ไม่ว่าจะสอนอะไรก็แล้วแต่โดยส่วนจะอยู่ที่ 250 – 300 บาทต่อชั่วโมง หากใครที่ทำแบบ Full Time เหมืองานประจำ 1 วันคุณจะได้เงินมากถึง 2,500 – 2,700 บาทเลยทีเดียว แถมค่าอุปกรณ์ หนังสือ ตำราต่างๆ ยังใช้งบประถึง 5,000 บาทอีกด้วย

เป็นนายหน้าอสังหาริมทรัพย์  โดยวิธีการเริ่มต้นอาชีพนี้ก็คือ หาอสังหาริมทรัพย์ที่ต้องการทางตลาดให้กับลูกค้า ติดต่อเจรจา ทำสัญญา ประกาศขายและเมื่อขายได้แล้ว คุณก็รับเงินค่าจ้างนายหน้าไป หากอสังหาริมทรัพย์นั้นมีราคา 1,000,000 บาท คุณจะได้ค่านายหน้า 30,000 บาท หากราคา 2,000,000 บาท คุณก็จะได้ค่านายหน้าถึง 60,000 บาทเลยล่ะ

จัดคอร์สสัมมนา วิธีการนี้ ก็ง่ายมากโดยเลือกหัวข้อที่คุณรู้ว่าตนเองเชี่ยวชาญจริงๆ ต่อจากนั้นก็สร้างเนื้อหาฟรีและเผยแพร่ออกไป อาจจะใช้ช่องทางโซเชียลมิเดียในการโปรโมท  หลังจากนั้นก็ทำการประกาศคอร์สเพื่อหานักเรียน  และเช่าสถานที่ในการสัมมนา โดยหลักๆแล้วหัวข้อที่จะถูกจัดสัมมนา มักจะมีแค่ 6 หัวข้อเท่านั้น คือ สอนการทำธุรกิจ สอนงานประดิษฐ์ สอนพัฒนาบุคลิกภาพ สอนเรื่องเกี่ยวกับความสัมพันธ์ สอนเรื่องเงิน และสอนเรื่องจิตวิญญาณ

ธุรกิจ Dropship ซึ่งจะประกอบไปด้วยกัน 3 ประการคือ ตัวคุณเอง เจ้าของสินค้า และลูกค้าของคุณ วิธีการคือ เราแค่นำสินค้าของเจ้าของสินค้าไปประกาศขาย เมื่อมีลูกค้าของคุณโอนเงินมาให้ คุณก็แค่โอนเงินต่อให้เจ้าของสินค้า  และเจ้าของสินค้าจะทำการส่งสินค้าให้กับลูกค้าของคุณเอง  โดยที่คุณไม่ต้องสต๊อกสินค้าเลย ส่วนเรื่องของกำไรที่ได้มาจะอยู่ที่ราวๆ 10 – 15 %

สร้างคอร์สออนไลน์ขาย ซึ่งเว็บไซต์ที่ให้ไอเดียเรื่องคอร์สออนไลน์ก็คือ Udemy จะมีคอร์สออนไลน์จากทั่วโลกที่เปิดให้คนทั่วไปสามารถซื้อได้เลย สำหรับในประเทศไทยเราก็มี Skill Lane และ ตลาดปัญญา 2.0 ที่เป็นเว็บไซด์สำเร็จรูปที่ให้คุณสามารถนำคอร์สออนไลน์ของคุณไปขายเพื่อสร้างรายได้

เป็นเทรนเนอร์ออกกำลังกาย เปลี่ยนคนธรรมดาให้กลายเป็นคนที่มีหุ่นดี รายได้ต่อชั่วโมงจะอยู่ที่  หลักร้อยบาทไปจนถึงหลายพัน ซึ่งขึ้นอยู่กับลูกค้าของคุณว่าจะจ่ายให้กับคุณในระดับไหน เหมาะกับเทรนคนรักสุขภาพในช่วงนี้มากๆ

สร้างรายได้จาก Google Adsense หากคุณมีเว็บไซต์ก็สมัคร Google Adsense  และนำโฆษณามาติดในเว็บไซต์ของคุณ ทุกครั้งที่มีคนคลิกโฆษณาในเว็บไซด์ของคุณ เราก็จะได้เงินในที่สุด สำหรับด้านนี้ไม่ลงทุนเป็นเงิน แต่ลงทุนด้วยเวลาและความทุ่มเทล้วนๆเลย

ทำขนมขายผ่านทางโซเชียลมิเดีย  ไม่ว่าจะเป็นขนมเค้ก คุ้กกี้ มาการอง บราวนี่ (อย่างหลังนี้ฮิตมาก เพราะทำง่าย ขายคล่อง ใครที่ฝีมือดีๆ ทำส่งร้านกาแฟสร้างรายได้หลายพันบาทต่อเดือนเลยก็มี) ขอแค่คุณถ่ายรูปสินค้าให้ดูน่ากิน ผู้เขียนมั่นใจว่าจะต้องมีลูกค้ามาติดต่อขอซื้ออย่างแน่นอน ใครมีฝีมือทางด้านแนะนำว่าต้องลอง

ดังนั้น การหาเงิน สำหรับคนงบน้อย แต่อยากทำธุรกิจ  อย่างแรกที่ห้ามลืมคือ ให้ทำในสิ่งที่ตนเองรัก หากใครชอบอาหาร อยากเปิดร้านอาหารให้ทำในสิ่งที่ต้นทุนต่ำ กำไรสูง ส่วนใครที่ชอบค้าขาย แนะนำว่าให้ยกตัวเองขึ้นเป็นพ่อค้า – แม่ค้าออนไลน์ก่อน เพราะการลงทุนในด้านนี้จะยังไม่สูงมาก เมื่อได้เงินมาสักก้อนแล้ว อยากจะมีหน้าร้านก็ค่อยขยายกิจการในภายหลัง แต่เมื่อมีหน้าร้านก็อย่าลืมคิดถึงเรื่องค่าเช่า ค่าคนงานอีกทีหนึ่งด้วย

ส่วนในด้านอื่นๆที่เรานำเสนอมาในวันนี้ก็สามารถลองไปปรับใช้กันได้ไม่ว่าจะเป็น การทำขนมขายผ่านทางไอจี ที่สร้างรายได้ให้กับวัยรุ่นหลายคนที่รักการทำขนม, การเป็นเทรนเนอร์, การเป็นยูทูปเบอร์, รับเขียนบทความ งานยอดนิยมที่สร้างรายได้ให้กับใครหลายๆคนกันมาแล้ว แต่ระวังเรื่องมิจฉาชีพหน่อยจะดีมาก, สร้างคอร์สออนไลน์ขาย ซึ่งในเมืองไทยยังไม่บูมมากนัก หากใครที่สนใจจะตีตลาดด้านนี้ก็สามารถลงมือทำได้เลย แต่ย้ำว่าต้องเป็นแนวที่คุณถนัดและเชี่ยวชาญจริงๆ รับรองว่าจะทำเงินได้อย่างแน่นอน ขอเพียงแค่ลงมือทำ ตั้งใจ พัฒนาฝีมืออยู่เสมอ เพียงเท่านี้ การหาเงิน ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป

แชร์ 8 วิธีหาเงินล้านแบบไม่กั๊ก

หลายคนคงคิดว่าการจะหาเงินล้านให้ได้สักครั้งในชีวิต คงจะเป็นเรื่องยาก ด้วยสภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบันที่ค่าครองชีพสูง รายได้น้อย เศรษฐกิจซบเซา บวกกับรายจ่ายมากมายที่มีมากกว่ารายได้ แต่ผู้เขียนเชื่อว่า การจะได้เงินล้านจริงๆนั้น เราสามารถทำได้ ไม่สำคัญว่าวันนี้คุณจะมีอายุเท่าไร ขอเพียงแค่ขยัน ตั้งใจและค้นหาสิ่งที่ตนเองถนัดพร้อมลงมือทำมันให้เต็มที่  และโอกาสที่จะได้จับเงินล้านจะมาถึงคุณอย่างแน่นอน

วันนี้ เราจะมาแนะนำ 8 วิธีหาเงินล้านแบบไม่กั๊ก มาฝากทุกๆคนกัน ใครที่กำลังอ่านบทความนี้ คุณสามารถนำไปใช้ได้เลย มาเริ่มกันที่…

วิธีที่ 1 มีงานทำ

วิธีนี้เป็นสิ่งจำเป็นต่อการมีเงินล้านมากๆ เพราะหากคุณไม่มีงานทำหรือไม่ทำงานทำการอะไร แล้วจะเอาเงินจากไหนมาเป็นเงินเก็บ เพราะอย่างน้อยๆก็ต้องเหลือไว้สัก 2,000 บาทต่อเดือน เพื่อเป็นเงินเก็บให้กับคุณในทุกๆเดือน

วิธีที่ 2 อย่าได้โอ้อวดความร่ำรวย

เข้าใจว่ามนุษย์ทุกคนเป็นสัตว์สังคมที่ต้องการให้คนรอบข้างยอมรับ จึงทำทุกอย่างเพื่อให้เป็นจุดสนใจ โดยเฉพาะการโอ้อวดความร่ำรวย แก้วแหวนเงินทอง อสังหาริมทรัพย์ ทำให้บางคนก็ใช้จ่ายจนเกินตัว จนลืมไปว่า “คนที่รวยจริง เขาไม่มานั่งโอ้อวดความร่ำรวยกันหรอก แต่เขาโอ้อวดความสามารถในการหาเงินให้ได้มากๆต่างหาก”

วิธีที่ 3 นำเงินไปลงทุนให้งอกเงย อย่าเก็บไว้เพียงอย่างเดียว

หากใครที่มีงานทำแล้ว แน่นอนว่าหลายๆคนคงเก็บเงินไว้ส่วนหนึ่ง อาจจะเดือนละ 2,000 – 3,000 บาทต่อเดือน แต่ลองคำนวณดูสิว่าถ้าอยากได้เงินล้าน คุณอาจจะต้องเก็บเงินนานถึง 25 – 30 ปีเลยทีเดียว พอถึงเวลานั้นหลายๆคนคงเข้าสู่วัยชรากันแล้ว การจะใช้จ่ายอะไรคงไม่สะดวกเท่าที่ควร แต่ถ้าคุณนำเงินไปลงทุน ให้เงินเหล่านั้นงอกเงยขึ้นมา เช่น ลงทุนซื้อทอง เพราะปัจจุบันราคามีแนวโน้มที่เพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ การเก็งกำไรราคาทองในอนาคต จึงเป็นที่นิยมมากสำหรับนักลงทุนสมัยนี้

แต่มีข้อควรระวังคือ ไม่ควรวางไข่ไว้ในตะกร้าใบเดียว เพราะทุกการลงทุนมีความเสี่ยง ดังนั้น เราควรจะกระจายความเสี่ยงด้วยการลงทุนในหลักทรัพย์หลายๆประเภท ไม่ว่าจะเป็นน้ำมัน ตราสารหนี้ เงินฝากประจำทั้งในประเทศบ้าง ต่างประเทศบ้าง เผื่อบางตัวขาดทุน ก็จะได้มีบางตัวที่มีกำไรให้คุณได้ชื่นใจ

อันดับที่ 4  ทำงานมากกว่าผู้อื่น

ทำไมถึงต้องทำงานให้มากกว่าผู้อื่น นั่นก็เพราะคุณจะได้เงินที่ได้จากการทำงานล่วงเวลามากขึ้นและมีผลต่อการเลื่อนตำแหน่ง แต่ด้วยสภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน ทำให้บริษัทส่วนใหญ่จะรวมเงินเดือนเข้ากับการทำงานล่วงเวลาไปด้วยในตัว ดังนั้น การหารายได้เสริมจึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจ ไม่ว่าจะเป็นการรับเขียนบทความ รับแปลบทความ โปรแกรมเมอร์ ขายสินค้าออนไลน์ ทำขนมขาย เป็นติวเตอร์สอนภาษาอังกฤษหรือวิชาที่เรามีความถนัด เป็นต้น ซึ่งสามารถเลือกทำได้ตามความถนัดของแต่ละคน และที่สำคัญคือ หากทำจนมีฐานลูกค้าแน่น และมีลู่ทางในการขยายธุรกิจขึ้นมา ไม่แน่ว่ารายได้เสริมนี้อาจจะกลายเป็นรายได้หลักเลยก็ได้

อันดับที่ 5 อย่าโทษโชคชะตา

บางคนอาจบอกว่าที่ไม่ได้เกิดมาบนกองเงินกองทอง ก็เพราะโชคชะตาเล่นตลก ชีวิตนี้ไม่มีทางรวย  ไม่มีทางได้จับเงินล้านกับคนอื่นเขาแน่ หากใครที่กำลังคิดแบบ เราแนะนำให้คุณเปลี่ยนความคิดเชิงลบนี้ซะ เพราะความคิดเหล่านี้จะทำให้คุณไม่มีความกระตือรือร้น ใช้ชีวิตไปวันๆ มีเงินก็ไม่เก็บ ใช้จ่ายไปเรื่อยๆอย่างไร้จุดหมาย เพราะคิดว่าชีวิตนี้ก็ไม่มีทางได้จับเงินล้านอยู่แล้ว แต่หากเลิกโทษโชคชะตา ความต้องการที่อยากจะรวย อยากจะมีเงินล้าน มันจะมีขึ้นมาเอง และจะทำให้คุณพยายามทำงานอย่างหนักเพื่อไปให้ถึงเป้าหมาย

อันดับที่ 6 ไม่ก่อหนี้เพิ่มขึ้น  

หากใครกำลังจะหาเงินล้าน แต่กลับไปสร้างหนี้สินเพิ่มให้เป็นสิ่งที่ถ่วงในชีวิตคุณ เราคงมีแต่หนี้แต่ไม่มีเงินออมอย่างแน่นอน เพราะต้องนำเงินไปชำระหนี้จนหมด ไหนจะดอกเบี้ยอีก ซึ่งจะทำให้การหาเงินล้านล่าช้าลงไปอีก เราแนะนำว่าควรใช้จ่ายเท่าที่จำเป็น หลีกเลี่ยงความฟุ่มเฟือยหรือหากใครที่ซื้อเพื่อเป็นของรางวัลให้กับตนเองในแต่ละเดือนก็ให้ซื้อได้เดือนละครั้งเท่านั้น และจำกัดงบประมาณว่าครั้งนี้จะซื้อไม่เกินเท่าไร เพียงเท่านี้โอกาสที่จะมีเงินเก็บเพิ่มขึ้นให้เป็นเงินล้าน…ก็จะไม่ใช่เรื่องที่ยากเย็นอีกต่อไป

อันดับที่ 7 หาหนังสืออ่าน

หนังสือที่ว่านี้คือ หนังสือที่มีกูรูหรือคนที่ประสบความสำเร็จในเรื่องการเงิน การลงทุนเป็นผู้เขียน เช่น Bill Gates, Warren Edward Buffett, Gorgy Schwartz,  Jack Ma เป็นต้น ทำไมถึงต้องอ่านหนังสือของพวกเขาเหล่านี้ นั่นก็เพราะคนเหล่านี้จะถ่ายทอดประสบการณ์การลงทุน การเงิน วิธีการที่จะประสบความสำเร็จ รวมไปถึงความล้มเหลวที่สามารถนำมาบทเรียนให้กับตัวคุณเองได้

หากใครที่ไม่อยากอ่านหนังสือต่างประเทศ อาจจะด้วยตีความยากไปหรือเหตุผลในเรื่องของภาษา ในประเทศไทยเองก็มีนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จหลายท่านที่เขียนหนังสือบอกเล่าประสบการณ์ในการลงทุน เคล็ดลับทางการเงิน รวมทั้งความผิดพลาดที่สามารถนำมาเป็นบทเรียนให้คุณได้เช่นกัน ไม่ว่าจะเป็น วิกรม กรมดิษฐ์  ธนินท์ เจียรวนนท์  พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เป็นต้น ผู้เขียนเองได้มีโอกาสอ่านหนังสือของพวกเขาเหล่านี้ ต้องบอกว่าได้รับประโยชน์ ความรู้มากมายที่สามารถนำมาใช้ได้จริงๆ รวมทั้งคติ แนวคิดของพวกเขาที่ทำให้ทราบว่า ไม่แปลกใจเลย ว่าทำไมพวกเขาถึงได้ร่ำรวยกว่าคนทั่วไป เพราะกล้าคิดต่าง ไม่ยอมแพ้ ทะเยอทะยานเพื่อไปให้ถึงจุดมุ่งหมายที่พวกเขาได้ตั้งเป้าหมายเอาไว้ มีคำพูดหนึ่งของเจ้าสัว ธนินท์ เจียรวนนท์  กล่าวไว้ว่า “หากคุณทำ 10 อย่าง และสำเร็จเพียง 3 อย่างก็ถือว่าเก่งแล้ว เพราะยิ่งทำเยอะก็ยิ่งผิดเยอะ แต่คนที่ไม่เคยทำผิด คือ คนที่ไม่เคยทำอะไรเลยต่างหาก”  แต่ไม่ใช่ว่าอ่านหนังสือเพียงอย่างเดียวล่ะ สำคัญคือ คุณต้องลงมือทำด้วย

อันดับที่ 8  พยายามเก็บเงินให้ได้

แม้จะพูดง่าย แต่ก็ทำยากเสียเหลือเกิน เพราะสภาวะในปัจจุบัน ที่ค่าครองชีพสูงขึ้น รายได้เท่าเดิม แต่ขอให้ท่องเอาไว้ว่า จะต้องมีเงินล้านให้ได้ หากเริ่มเก็บตั้งแต่วันนี้อนาคตคุณมีสิทธิ์รวยแน่นอน แม้อาจจะไม่ถึงล้าน แต่อย่างน้อยก็เหยียบหลักแสนอย่างแน่นอน

อันดับที่ 9 หารายเสริม

ปัจจุบันเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย และโลกโซเชียลมิเดียที่ทำให้เราสามารถทำงานที่ไหนก็ได้บนโลก ขอเพียงแค่มีคอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊คสักเครื่องและสัญญาณอินเทอร์เน็ตดีๆ เพียงเท่านี้คุณก็สามารถหารายได้เสริมได้แล้ว ซึ่งในวันนี้เราก็มีมาแนะนำกันอีกเช่นเคย คือ

  • รับเขียนบทความลงบล็อก / แฟนเพจ / เว็บไซด์ / นิตยาสาร  เป็นที่ทราบดีว่าโลกโซเชียลมิเดียมีการแข่งขันกันอย่างดุเดือด สังเกตได้จากการอัพเดทข้อมูล ข่าวสารสำคัญหรือเนื้อหาสาระที่เกี่ยวข้องกับเพจแทบจะตลอดเวลา ดังนั้น นักเขียนฟรีแลนท์จึงมีความจำเป็นอย่างมากในวงการนี้ เพราะนักเขียนในเมืองไทยยังมีจำนวนไม่มากนัก สวนทางกับเว็บไซต์ที่มีมากกว่า 200,000 เว็บไซด์ รายได้ต่อเดือนหากคุณทำเป็นรายได้เสริมจะอยู่ที่ 10,000 – 50,000 บาทเลยล่ะเยอะกว่าเงินเดือนพนักงานบริษัทหลายๆแห่งเสียอีก

แต่อาชีพเสริมนี้จะมีข้อเสียตรงที่ ต้องตรงเวลา อดหลับอดนอนค่อนข้างบ่อยและเสี่ยงต่อการโดนโกงเงินสูง ดังนั้น หากใครที่สนใจจะทำอาชีพเสริมนี้ก็ควรหาแนวทางในการป้องกันมิจฉาชีพที่อาจแฝงตัวมาในรูปของ “ผู้ว่าจ้าง” กันด้วย

  •  เขียน E-book แจกหรือขาย โดยให้ Download  ซึ่งปัจจุบันตลาด E-book ของไทยมีการเจริญเติบโตอย่างต่อเนื่อง แต่ข้อเสียของตลาดนี้คือ เสี่ยงต่อการถูกละเมิดลิขสิทธิ์ได้ง่าย ใครที่ชอบการถ่ายทอดเรื่องราวผ่านตัวอักษรหรือมีความสามารถทางด้านนี้ เราแนะนำให้คุณลอง

ส่วนผู้ที่สนใจในด้านงานเขียน แต่ไม่ค่อยถนัดนัก ก็ลองขีดๆเขียนๆให้ชำนาญ ไม่ช้าเรื่องที่เราถนัดและความเชี่ยวชาญก็จะตามมาเอง เหมือนดั่งคำที่ว่า “ไม่มีใครเก่งมาตั้งแต่เกิด” ทุกคนล้วนต้องฝึกฝนตนเองทั้งนั้น

  • ทำกราฟิก Info สำหรับงานประเภทนี้ อาจจะต้องร่วมมือกับผู้ที่เชี่ยวชาญในด้านการ Design อยู่บ้า วิธีการคือ นำข้อมูลมาวิเคราะห์และสรุปเป็นสารสนเทศ ในลักษณะของภาพนิ่งหรือภาพเคลื่อนไหว เพื่อให้ผู้อ่านมองดูแล้วเข้าใจความหมายได้ง่ายและชัดเจน โดยไม่จำเป็นต้องขยายความเข้าใจอีก
  • ทำ Google AdSense วิธีนี้จะเหมาะสำหรับผู้ที่มีเว็บไซต์เป็นของตนเอง สามารถสร้าง รายได้ด้วยการนำโฆษณามาติดไว้ที่เว็บ ซึ่งโฆษณาต่างๆของ Google จะมีเนื้อหาที่สอดคล้องกับเว็บไซต์ของเรา เช่น หากเว็บไซต์ของคุณมีเนื้อหาเกี่ยวกับการท่องเที่ยว โฆษณาที่ทาง Google ส่ง มาก็จะเกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวอย่าง ตั๋วเครื่องบิน ส่วนลดของสถานที่พักต่างๆ โปรโมชั่นรับซัมเมอร์ เป็นต้น

โดยโฆษณานี้มีอยู่หลายรูปแบบด้วยกัน เช่น แบบรูปภาพ, แบบตัวอักษร, แบบตัวอักษรสลับ กับรูปภาพ และคุณสามารถเลือกขนาดของโฆษณาได้ตามความต้องการ รวมทั้งสีสันของโฆษณาว่าจะอยากได้แบบไหน เพื่อให้เหมาะสมและลงกับเว็บไซต์ของคุณ

  • รับจ้างออกแบบภาพกราฟิกประกอบเว็บไซต์ งานนี้อาจจะต้องเป็นผู้เชี่ยวชาญสักหน่อย แต่ หากใครไม่เป็น ทุกวันนี้มีคอร์สระยะสั้นสอนการออกแบบภาพกราฟิกให้กับผู้ที่สนใจมากมาย ถ้า ตั้งใจก็ไม่ยากเกินความพยายามแน่นอน
  • รับจ้างทำเว็บไซต์ ใครที่มีฝีมือในด้านนี้ก็สามารถทำได้ แถมรายได้ดีอีกด้วย เพราะไม่ใช่ทุก คนที่สามารถออกแบบเว็บไซต์ได้ ต้องใช้ทักษะและความรู้ความชำนาญค่อนข้างดีทีเดียว
  • รับทำ Template หลายคนคงสงสัยว่ามันคืออะไร Template คืออะไร Template ก็คือ รูปแบบ หรือแบบฟอร์มของเว็บไซต์ที่ยังไม่มีการใส่เนื้อหาลงไป โดยผู้ใช้เพียงแค่ใส่ข้อมูลและรายละเอียดเข้าไป  แก้ไขโลโก้ของรูปภาพสักเล็กน้อยก็สามารถใช้งานได้แล้ว หากใครอยากได้เว็บไซต์หน้าตาแบบไหน ก็สามารถเลือกใช้ได้ตามความต้องการจากผู้ให้บริการเกี่ยวกับ Template เหล่านี้ หรืออธิบายเป็นภาษาชาวบ้านคือ  Template คือ แบบหรือโครงร่างของเว็บไซต์ทั้งหมดนั้นเอง     ต่างประเทศ  เว็บไซต์ที่เกี่ยวข้องกับ Template หรือรูปแบบเว็บไซต์สำเร็จรูปนั้น มีมากมายทั้งแจก ฟรีและทำออกมาขาย  โดยในที่นี้เราขอแนะนำเว็บไซต์ที่มีชื่อเสียงในการจำหน่าย Template เว็บหนึ่งของโลก คือ  com  ใครที่สนใจสื่อออกแบบก็สามารถเข้าไปเลือกซื้อ เลือกชมกันได้
  • รับออกแบบโลโก้ ใครที่ถนัดหรือชื่นชอบในงานด้านนี้ เราแนะนำให้คุณลองหารายได้เสริมด้วยวิธีนี้ รายได้ ส่วนเรื่องเวลาในการทำงานก็ขึ้นอยู่กับความยากง่ายของงานที่ได้รับ ราคาของการรับทำโลโก้ เรคราคาขั้นต่ำอยู่ที่ 1,000 บาทต่อ 1 ชิ้นงาน
  • รับทำพวกการ์ดนามบัตร ปัจจุบันแม้ว่าการติดต่อสื่อสารจะล้ำสมัยมากแค่ไหน แต่การมีนามบัตรเป็นของตนเองก็ยังสำคัญอยู่  เพราะนามบัตรจะเป็นใบเบิกทางสู่ความสัมพันธ์ที่ดีในอนาคตโดยเฉพาะเวลาติดต่อธุรกิจ,  นามบัตรเปรียบเสมือน First Impression ของตัวคุณเอง อีกฝ่ายจะประทับใจหรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับนามบัตรด้วยส่วนหนึ่ง โดยเฉพาะประเทศญี่ปุ่นจะให้ความสำคัญกับนามบัตรมาก ถึงขนาดที่มีคอร์สเปิดสอนมารยามในการยื่นนามบัตรกันเลย,  แม้นามบัตรจะแผ่นเล็ก แต่ต้องไม่ลืมว่าคุณกำลังฝากชื่อเสียงของแบรนด์และของตัวคุณเองเอาไว้บนกระดาษเล็กๆแผ่นนั้น ดังนั้น จงทำมันออกมาให้ดี,  นามบัตรแสดงถึงความพร้อมในการทำงาน เคยเห็นใครที่ติดต่อธุรกิจและจด ชื่อ – นามสกุล เบอร์โทรศัพท์ ที่อยู่และแบรนด์ของสินค้าลงในกระดาษทิชไหม ตัวคุณรู้สึกอย่างไรกับภาพนั้นล่ะ แน่นอนว่าคุณต้องรู้สึกถึงความไม่เป็นมืออาชีพของฝ่ายตรงข้ามอย่างแน่นอน ดังนั้น นี่แหละ…คือความสำคัญของการมีนามบัตรและทำให้การรับทำนามบัตรยังมี งานเข้ามาอย่างต่อเนื่อง
  •  เปิดเพจรับออกแบบลวดลายต่างๆหรือใครที่ถนัดวาดการ์ตูนก็สามารถทำได้เช่นกัน ซึ่งปัจจุบัน มี ธุรกิจออกมาเยอะขึ้น โดยงานส่วนใหญ่ลูกค้าจะให้ออกแบบลายการ์ตูนเพื่อนำไปทำสื่อสิ่งพิมพ์ สติกเกอร์ไลน์ หรือนำไปใช้ในเชิงพาณิชย์ด้านอื่นๆก็มีให้เห็นกันเยอะ ดังนั้น การทำอาชีพเสริม ด้วยวิธีนี้จึงเป็นที่นิยมกันมาก ส่วนความยาก-ง่าย ก็ตามแต่ความต้องการของลูกค้า หากคุณชื่นชอบในการออกแบบลายการ์ตูนยู่แล้วละก็…คงไม่ยากเกินไปหรอก จริงไหม

สรุปแล้ว ทั้ง 8 วิธีหาเงินล้านแบบไม่กั๊กที่เรานำเสนอมาในวันนี้ ใครที่อยากนำไปใช้ก็สามารถนำไปใช้กันได้ ไม่ว่าจะเป็นการหารายได้เสริมเพื่อเพิ่มช่องทางในการทำเงินของคุณ การไม่ก่อหนี้เพิ่มเพื่อไม่ให้เป็นตัวฉุดรั้งในการหาเงินล้าน การเก็บหอมรอมริบอย่าไปทุ่มกับการซื้อสินค้าแบรนด์เนมซะหมด การอ่านหนังสือของผู้ที่ประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน เพราะแนวคิดของพวกเขาเหล่านี้อาจช่วยคุณได้ การทำงานให้มากกว่าคนอื่น  การไม่โทษโชตชะตาและอีกหลายอย่างที่ผู้เขียนได้กล่าวมาในบทความนี้

โดยหวังเป็นอย่างยิ่งว่า บทความนี้จะสร้างแรงบันดาลใจ พลังและเป็นแนวทางดีๆ ในการคว้าเงินล้านให้กับผู้อ่านทุกท่านได้ไม่มากก็น้อย