ธุรกิจออนไลน์ เริ่มต้นยังไงดี ปี 2017

เชื่อว่าหลายคนหันมาสนใจทำธุรกิจออนไลน์กันเยอะขึ้น เพราะดูแล้วเป็นสิ่งที่ทำง่าย แถมไม่ต้องลงทุนอะไรมากนัก แต่ในความเป็นจริงแล้ว การเริ่มต้นธุรกิจออนไลน์และสามารถไปได้ไกลนั้น เป็นสิ่งที่ยากมาก จึงจำเป็นต้องมีการเตรียมตัวที่ดี ไม่อย่างนั้นธุรกิจอาจเกิดการขาดทุนได้ เห็นแบบนี้ ก็อย่าเพิ่งกลัวไป เพราะวันนี้ ผู้เขียนจะมาแชร์ความรู้ดีๆให้คนที่สนใจในธุรกิจประเภทนี้ได้ศึกษาเป็นความรู้กัน ซึ่งมีดังต่อไปนี้

เลือกสินค้า 

สิ่งแรกที่ต้องทำคือ รู้ว่าเราจะขายอะไร ซึ่งส่วนใหญ่แล้วในธุรกิจออนไลน์ที่เห็นทางโซเชียลมิเดียจะเน้นขายอาหารเสริม เครื่องสำอาง เสื้อผ้า รวมทั้งกระเป๋า เพราะเป็นสินค้าที่ซื้อง่ายขายคล่อง แถมยังได้รับความนิยมในกลุ่มวัยรุ่นและคนทำงานที่ชอบช้อปปิ้งทางออนไลน์กันอีกด้วย หากใครที่ยังไม่ทราบ แนะนำให้ขายสินค้า – บริการที่ตนเองถนัดหรือมีความสนใจ เพราะจะสามารถตอบคำถาม รวมทั้งข้อสงสัยของลูกค้าได้

อีกวิธีหนึ่งคือ การทำ Dropship หรือการเลือกสินค้าที่มีคนอยากให้นำมาขายอยู่แล้วทางอินเทอร์เน็ต และจัดส่งสินค้าจากเจ้าของแบรนด์ถึงมือลูกค้าโดยตรง ซึ่งในกรณีนี้ คุณไม่ต้องสต๊อกสินค้าและจัดส่งสินค้าเอง ใครที่ไม่ค่อยมีงบลงทุนมากนักหรือกลัวความเสี่ยงว่าจะขาดทุน แนะนำให้ใช้วิธีนี้จะดีกว่า แต่ถ้ามีสินค้าที่ต้องการจะขายและสนใจมากเป็นพิเศษ เลือกใช้วิธีที่ 1 ได้เลย

คิดชื่อร้านค้า  

หลายคนอาจมีชื่อธุรกิจออนไลน์ของตนเองในใจ แต่อาจเรียกยากหรือไม่คุ้นหูคนไทย หากใครที่กำลังกังวลกับปัญหานี้ แนะนำให้ใช้ชื่อร้านแบบเบสิก แต่จดจำง่ายจะดีกว่า และจะดีมากถ้าชื่อที่ตั้ง มีความสัมพันธ์กับสินค้า – บริการที่นำมาขาย ตัวอย่างเช่น ใครที่สนใจธุรกิจนำเข้าสินค้าจากโรงงาน อาจจะตั้งชื่อตรงๆเลยคือ นำเข้าสินค้าจากโรงงาน โดย….(เป็นชื่อของคุณหรือชื่อเรียกที่ชอบก็ได้) การตั้งชื่อแบบนี้จะทำให้ลูกค้าจดจำและเข้าถึงเว็บไซต์หรือแฟนเพจได้ง่ายขึ้น

เงินทุน

สำหรับเงินที่จะนำมาลงทุนในธุรกิจออนไลน์ ไม่ควรจำกัดแค่สินค้าและค่าขนส่งอย่างเดียว แต่ควรนึกถึงค่าโฆษณา รวมถึงในกรณีที่สินค้าที่ลูกค้าสั่งไป เกิดการสูญหายหรือเสียหายด้วย ในบางรายอาจต้องจ้างแอดมินในการดูแลแฟนเพจ อัพเดทความเคลื่อนไหล รับออเดอร์จากลูกค้า สร้างคอนเท้นต์ประจำวัน ซึ่งทุกอย่างที่กล่าวมา ล้วนเป็นค่าใช้จ่ายในการลงทุนทั้งสิ้น ดังนั้น ควรวางแผนให้ดีว่า เงินทุนมีมากพอหรือไม่ เมื่อดำเนินการระยะยาวจะต้องไปกู้หนี้ยืมสินหรือเปล่า อย่าลืมคิดให้รอบคอบ เพราะเป็นต้นทุนในการดำเนินการทั้งสิ้น

อย่าลืมแผนการตลาด 

เป็นสิ่งสำคัญที่จะกำหนดชะตาของธุรกิจออนไลน์ แม้จะมีสินค้าที่มีคุณภาพดี ราคาถูก แต่ถ้าไม่มีรู้จัก ก็ไม่มีประโยชน์ เพราะฉะนั้น การวางแผนการตลาด จึงเป็นสิ่งสำคัญ ไม่ถึงกับต้องจ้างนักการตลาดมาคอยดูแล แต่ควรรู้ว่าจะโปรโมทร้านอย่างไร ด้วยวิธีไหน งบประมาณเท่าไร ทำอย่างไรจึงจะดึงดูดลูกค้าเข้าร้านได้ ยิ่งเป็นร้านใหม่ๆด้วยแล้วจะทำยังไงให้ชนะคู่แข่ง เป็นต้น

คำแนะนำ  ควรวางเป้าหมาย ก่อนเปิดเพจหรือเว็บไซต์ให้ชัดเจนว่า 1. จะเปิดเมื่อไร  2. ต้องเตรียมการอัพเดทอะไรบ้าง 3. ทำอย่างไรให้คนรู้จักมากขึ้น  4.ประเมินงบประมาณที่จะใช้ในขั้นตอนต่างๆ  5. ตรวจสอบและปรับปรุงแผนว่าที่ได้ใช้ไป สำเร็จตามเป้าหมายหรือไม่  6. ในกรณีที่ไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ ควรหาแผนสำรองเพื่อจัดการกับปัญหาดังกล่าว (นำไปปรับใช้ได้ ตามความเหมาะสม)

เลือกวิธีในการชำระเงิน 

แนะนำว่า ควรเปิดบัญชีกับธนาคารที่ลูกค้าส่วนใหญ่ใช้บริการมากกว่าการเลือกธนาคารที่ลูกค้าไม่นิยม แต่ดอกเบี้ยดีและควรเปิดมากกว่า 2 บัญชี เพื่อแยกประเภทของเงินว่า ส่วนนี้คือ ค่าใช้จ่ายในธุรกิจออนไลน์ / ค่าใช้จ่ายในบ้าน / ค่าใช้จ่ายส่วนตัว / บัญชีเงินฝากประจำ การจัดการแบบนี้จะช่วยให้เงินในบัญชีแบ่งแยกอย่างชัดเจน สะดวกต่อวางแผนและวางงบประมาณมากขึ้น

ช่องทางการจัดจำหน่ายและการขนส่ง 

การเปิดธุรกิจออนไลน์ ช่องทางจัดจำหน่ายที่ง่ายที่สุดคือ การเปิดแฟนเพจ เพราะเปิดได้ฟรี ไม่เสียค่าบริการ อีกทั้งยังเป็นช่องทางที่ลูกค้าเข้าถึงได้ง่ายกว่าช่องทางอื่นๆ รองลงมาคือ การสร้างเว็บไซต์ แต่ต้องเสียค่าโดเมนในการสร้างเว็บไซต์ด้วย ใครที่ไม่ค่อยมีเงินลงทุนนัก แนะนำให้ใช้แฟนเพจจะดีกว่า เพราะสามารถลงโฆษณาได้ตามงบและตามกลุ่มเป้าหมายที่ตั้งไว้ แถมยังอัพเดท ตอบกลับลูกค้าได้ง่ายอีกด้วย

หากใครที่ทำธุรกิจออนไลน์แบบ Dropship คงจะง่ายหน่อย เพราะไม่ต้องสต็อกของ แพคของและส่งสินค้าเอง แต่ถ้าเป็นแบบทั่วๆก็เลือกว่าจะส่งสินค้าอย่างไร แบบไหนจึงจะสะดวกและทำให้ลูกค้าประทับใจ ของส่งถึงไหว ซึ่งส่วนใหญ่แล้วมักใช้บริการจากไปรษณีย์ไทยทั้งการส่งแบบลงทะเบียนและส่งแบบ EMS แต่ถ้าหากมียอดการสั่งซื้อมากๆ แนะนำให้ใช้บริการจากเอกชน เพราะได้ราคาถูกและมีส่วนลดเพิ่มให้อีกด้วย

ทั้งหมดนี้คือ คำแนะนำเบื้องต้นที่ต้องรู้ก่อนเริ่มทำธุรกิจออนไลน์ ใครที่อ่านบทความนี้จบแล้วก็สามารถนำไปปรับใช้กันได้ แต่สิ่งสำคัญที่ต้องมีในทุกๆธุรกิจคือ ความอดทนและมุ่งมั่น เพราะอาชีพนี้ต้องเจอกับลูกค้าหลากหลาย รวมทั้งมิจฉาชีพที่แอบแฝงเข้ามา ดังนั้น อย่าลืมระมัดระวังกันด้วย

 

5 การตลาดแบบง่ายๆเพื่อธุรกิจออนไลน์

การตลาด ล้วนมีความสำคัญในการประกอบธุรกิจอย่างยิ่งไม่ว่าธุรกิจของคุณจะมีหน้าร้านหรือเป็นร้านค้าออนไลน์ก็ตาม สำหรับหลายคนที่เพิ่งเข้ามาในวงการธุรกิจออนไลน์ใหม่ๆ อาจจะยังไม่ทราบหรือไม่รู้ว่าจะต้องทำการตลาดแบบไหน วันนี้ ผู้เขียนได้รวบรวม 5 การตลาดแบบง่ายๆในการทำธุรกิจออนไลน์มาฝากทุกท่านกัน ใครที่ยังหลงทางกันอยู่ ลองเข้ามาอ่านบทความนี้ให้จบ รับรองว่าได้ความรู้ดีๆเพียบ

การใช้งานทางโซเชียลมิเดีย  

คนไทยใช้งานเฟสบุ๊คเป็นจำนวนมาก เพราะฉะนั้น หากเริ่มทำธุรกิจออนไลน์แล้ว สิ่งที่ต้องมีและขาดไม่ได้เลยคือ แฟนเพจ เพื่ออัพเดทสินค้า – บริการ ประชาสัมพันธ์ร้านค้า ตอบกลับข้อสงสัยของลูกค้า รับออเดอร์ อัพเดทบทความที่เป็นประโยชน์เกี่ยวกับสินค้า รวมทั้งการโฆษณา ซึ่งทุกวันนี้ คนไทยนิยมซื้อของผ่านทางออนไลน์กันมากขึ้น เพราะมี Mobile Banking มาให้ความสะดวก จะซื้อ จะจ่ายอะไรก็ไม่ต้องเข้าธนาคารหรือเดินหาตู้เอทีเอ็มอีกต่อไป

นอกจากการสร้างแฟนเพจแล้ว ในส่วนของเว็บไซต์ก็เป็นเรื่องที่สำคัญในการทำธุรกิจออนไลน์ เพราะจะได้รับความน่าเชื่อถือและค้นหาได้โดยตรงจากทางกูเกิ้ล แถมยังใช้โฆษณาเพื่อให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ง่ายขึ้นอีกด้วย อย่างไรก็ตาม การสร้างเว็บไซต์จะต้องใช้เงินลงทุนในการซื้อโดเมน ไม่เหมือนกับการสร้างแฟนเพจที่สามารถสร้างได้ฟรี แต่สิ่งที่ทั้ง 2 อย่างนี้เหมือนกันคือ ควรมีการอัพเดทสินค้าอย่างสม่ำเสมอ ตกแต่งร้านค้าออนไลน์ให้น่าเข้ามาเลือกชม เลือกซื้อ และการตอบกลับที่รวดเร็ว

ข้อควรระวัง ในโลกโซเชียลมิเดีย ลูกค้าส่วนใหญ่ต้องการความรวดเร็วในการถาม – ตอบ เพราะฉะนั้น หากรู้ว่าไม่ค่อยมีเวลาว่างในการนั่งตอบแชท ควรว่าจ้างแอดมินให้มาช่วยดูแลเพจจะดีกว่า ซึ่งรายเดือนของค่าตัวแอดมินเหล่านี้ก็ไม่ได้มีราคาแพงเลย ส่วนใหญ่จะอยู่ที่ 3,5000 – 7,000 บาท / เดือนเท่านั้น

นำเสนอให้เหมาะสมกับความชอบของลูกค้า  

โลกอินเทอร์เน็ตมีร้อยพ่อพันแม่ ดังนั้น ลูกค้าก็ล้วนมีความชอบที่แตกต่างกันไป ผู้ที่เริ่มต้นทำธุรกิจอาจจะเริ่มแนะนำตัวสินค้าผ่านทางบทความ รูปภาพหรือ สนทนาผ่านทางสื่อออนไลน์ก็สามารถทำได้เช่นกัน อย่าง Facebook  Live  ที่ปัจจุบันได้รับความนิยมอย่างมาก เพื่อให้ลูกค้าเกิดความเชื่อใจในร้านค้ามากขึ้น เพราะเห็นแล้วว่าพ่อค้า – แม่ค้ามีตัวตน ซึ่งในการสนทนาอาจจะคอยแนะนำว่ากลุ่มเป้าหมายแบบนี้ควรใช้สินค้าแบบใด กลุ่มเป้าหมายนี้เหมาะกับสินค้าแบบใด เป็นต้น

ข้อควรระวัง หากมีผู้ติดต่อเข้ามาเยอะ หลายคนอาจให้คำตอบไม่ทันจนทำให้ลูกค้าพลอยหัวเสียไปด้วย เพราะฉะนั้น ควรมีคนคอยดูแลการถาม – ตอบ หรือแคปคำถามต่างๆเอาไว้แล้วมาตอบในภายหลังก็ได้ การทำแบบนี้จะช่วยให้การดูแลลูกค้าของคุณทั่วถึงและไม่มีใครตกหล่น   

จัดการแข่งขันหรือเล่นเกมส์

อีกหนึ่งวิธีที่ไม่ว่าจะอยู่ในยุคสมัยใดก็ใช้ได้ผลนับครั้งไม่ถ้วน โดยเฉพาะเพจที่เปิดใหม่ๆ อาจเล่นเกมส์โดยการกดไลท์ กดแชร์ ตั้งสถานะเป็นสาธารณะและสุ่มจับฉลากหาผู้โชคดี อาจจะเป็นการแจกกระเป๋า เสื้อผ้า รองเท้า หรือบัตรกำนัลของร้านค้าต่างๆ วิธีนี้จะทำให้คนรู้จักแฟนเพจของคุณเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วโดยที่ไม่ต้องเสียค่าโฆษณาเยอะเกินความจำเป็นเลย หากใครงบน้อย แต่อยากได้ยอดไลท์ ยอดแชร์เยอะๆ เป็นอีกวิธีหนึ่งที่แนะนำ

ต้องทราบว่าลูกค้าของร้านเราคือใคร  

หากเริ่มทำธุรกิจออนไลน์ โปรโมทและทำการตลาดแล้ว อย่าลืมหมั่นถามตัวเองเสมอว่าลูกค้าของเราเป็นใคร กลุ่มลูกค้าที่เป็นขาประจำใช่กลุ่มเป้าหมายที่ได้ตั้งไว้หรือไม่ หาก “ใช่” จะทำอย่างไรจึงจะรักษาฐานลูกค้าและต่อยอดเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แต่ถ้า “ไม่ใช่” ทำไมถึงเป็นแบบนี้ การประชาสัมพันธ์ การโปรโมท รวมทั้งตัวสินค้า – บริการใช่อย่างที่กลุ่มเป้าหมายต้องการหรือเปล่าและจะทำอย่างไรจึงจะดึงกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการเอาไว้ได้  ในกรณีนี้ผู้เขียนขอยกตัวอย่างเช่น

แฟนเพจ นำเข้าสินค้าจากโรงงาน แน่นอนว่ากลุ่มเป้าหมายมักเป็นผู้หญิงที่เป็นกลุ่มแม่บ้าน ต้องการเครื่องครัว อุปกรณ์ภายในบ้านที่มีคุณภาพ แต่มีราคาถูก เพราะบางคนเป็นแม่บ้าน ไม่ต้องการรบกวนสามีมากนัก สินค้าที่นำมาลงส่วนใหญ่จึงเน้นอุปกรณ์อำนวยความสะดวก ทั้งแปรงขัด ตู้อบ ตู้เสื้อผ้า กระทะไฟฟ้า ซึ่งของทุกอย่างมีราคาถูกกว่าห้างสรรพสินค้าและท้องตลาดมาก เพราะนำเข้ามาจากโรงงานโดยตรง ทำให้เพจดังกล่าวมีลูกค้ามากกว่า 100,000 คน เป็นกรณีศึกษาหนึ่งที่ตอบโจทย์ได้ดีในการทำธุรกิจออนไลน์

มีเป้าหมาย  

เปิดร้านทั้งทีก็ต้องมีเป้าหมาย นั่นคือ ยอดขาย โดยตั้งไว้ว่าแต่ละเดือนจะทำได้เท่าไร ซื้อมาเท่าไร ขายออกไปเท่าไร คุ้มทุนหรือไม่ ในช่วงแรกๆอาจจะตั้งเป้าหมายไว้น้อยสักหน่อย เพราะสินค้ายังไม่เป็นที่รู้จักมากนัก แต่เมื่อผ่านไป 3 เดือน 6 เดือน 1 ปี ยอดขายจะต้องมากขึ้นกว่าเมื่อก่อน หากยังไม่เป็นที่น่าพอใจ ควรกลับไปคิดทบทวนตัวสินค้า การโฆษณาและแผนการตลาดอื่นๆว่าที่ทำมาทั้งหมด ตรงความต้องการของลูกค้าในกลุ่มเป้าหมายหรือไม่

ทั้งหมดนี้ แม้จะไม่ใช่สูตรสำเร็จซะทีเดียว แต่ผู้เขียนเชื่อว่าหากลองนำไปใช้สัก 1 ข้อก็จะเป็นประโยชน์ต่อธุรกิจออนไลน์ของคุณได้ไม่น้อย อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญมากกว่าการตลาด เทคนิค สูตรสำเร็จมากมาย นั่นคือ การลงมือทำและศึกษาธุรกิจที่จะทำอย่างลึกซึ้ง เพื่อไม่ให้การลงทุนของคุณ เกิดการสูญเปล่า