5 กลยุทธ์พลิกธุรกิจออนไลน์ ให้ปัง

ในยุคที่การขายสินค้าออนไลน์เป็นเรื่องที่ทุกคนสามารถทำได้ แต่จะมีสักกี่คนที่สามารถสร้างตัวจากธุรกิจออนไลน์ได้จนสำเร็จ วันนี้ ผู้เขียนจึงขอมาแนะนำ 5 กลยุทธ์ที่จะทำให้ธุรกิจออนไลน์ของคุณปังแบบเป็นที่กล่าวขวัญถึงได้ไม่ยากมาฝากพ่อค้า – แม่ค้าออนไลน์ทุกท่านกัน จะมีอะไรที่น่าสนใจและน่านำไปใช้ประโยชน์กันบ้างนั้น ใครอยากรู้ ต้องอ่านบทความนี้ให้จบ

บทความประกอบเว็บไซต์ต้องมีคุณภาพ 

ในโลกของโซเชียลมิเดีย เราเชื่อว่าบทความมีส่วนสำคัญมาก แต่ประเภทของบทความที่จะใช้ได้ผลดีบน Facebook  ต้องมีลักษณะเฉพาะและขึ้นอยู่กับพฤติกรรมของผู้ใช้งานด้วย แน่นอนว่าจะต้องกระชับ เกี่ยวข้องกับกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย และน่าสนใจพอที่จะทำให้คนกดไลท์ กดแชร์มันออกไป รวมถึงควรมี Visual content ด้วย ตัวอย่างเช่น รูปภาพ วิดีโอ อินโฟกราฟิก เป็นต้น

ทั้งนี้ ในขณะที่สร้างบทความสำหรับ Facebook จงอย่าลืมนึกถึงวัตถุประสงค์ว่าต้องนำเสนอบทความที่ทำให้เว็บไซต์หรือแฟนเพจของคุณเป็นแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้ มีคุณภาพ ให้ความรู้เกี่ยวกับสินค้าและบริการ ในส่วนนี้อาจทำได้โดยการแชร์ผลการทดสอบหรือข้อค้นพบใหม่ๆ สลับกับประโยชน์ต่างๆ ที่กลุ่มผู้บริโภคจะได้รับจากการใช้สินค้าของคุณ รวมถึงอัพเดตข้อมูลใหม่ๆที่น่าสนใจให้ทางแฟนเพจรับทราบอยู่เสมอ

การโฆษณาบนเฟสบุ๊ค 

ควรใช้ประโยชน์จากการโฆษณาบน Facebook ซึ่งในปัจจุบันก็ใช้งานได้ง่ายและสะดวกขึ้น อีกทั้งยังสามารถระบุกลุ่มเป้าหมาย เพศ พื้นที่ ขอบเขต อายุลงไปได้อีกด้วย หลังจากที่ Facebook ปรับให้มี Organic reach ยากขึ้น แบรนด์ต่างๆ ก็คงต้องปรับตัวด้วยการหันมาซื้อโฆษณาบน Facebook เพื่อดึงดูดกลุ่มเป้าหมาย

โดยสิ่งที่ควรทำ เมื่อซื้อโฆษณาบน Facebook  คือ การระบุกลุ่มเป้าหมายที่เฉพาะเจาะจงลงไปให้มากที่สุด คุณอาจจะลองเริ่มต้นด้วยการโฆษณาเล็กๆ น้อยๆ เพื่อดูผลลัพธ์ว่าตอบโจทย์ที่ต้องการมากน้อยแค่ไหน หลังจากนั้นก็ค่อยๆ เพิ่มงบประมาณ และลองปรับเปลี่ยนบทความ เพื่อเปรียบเทียบว่าการซื้อโฆษณาครั้งไหนที่มีประสิทธิภาพมากกว่ากัน การทำเช่นนี้จะช่วยให้เจ้าของกิจการค้นหาสูตรเฉพาะของแบรนด์และรสนิยมของลูกค้าได้ดีขึ้น

จัดกิจกรรมบนแฟนเพจ  

สำหรับแฟนๆ ที่ชอบการมีส่วนร่วมในเฟสบุ๊คจะมีความสำคัญเป็นลำดับแรกๆ ในทุกๆกลยุทธ์ แต่ในกรณีของ Facebook คุณอาจจะพยายามมากขึ้นอีกสักหน่อย หากจะจับพวกเขาให้อยู่มัด เพราะหลายๆ แบรนด์ต่างพยายามเข้าหาลูกค้ากลุ่มนี้เพื่อนำเสนอสินค้า

กลยุทธ์การขายบน Facebook ที่จะได้ผลระยะยาว ต้องมองแฟนเพจเป็นศูนย์กลางที่คุณจะจัดกิจกรรมและส่งเสริมตลาดได้ ประเด็นสำคัญคือ ต้องเปลี่ยนคนกดไลท์ให้กลายเป็นลูกค้าให้ได้ เพราะหลายๆคนที่ประสบความสำเร็จในการทำธุรกิจออนไลน์ ส่วนใหญ่แล้ว ล้วนเกิดจากการเปลี่ยนแฟนเพจให้กลายเป็นลูกค้า แต่สิ่งที่ดีกว่าคือ การสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้า เพื่อหวังผลในระยะยาว อย่างเช่นการเปลี่ยนจากลูกค้าขาจรธรรมดามาเป็นลูกค้าขาประจำนั่นเอง

คำแนะนำ  การสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าจะต้องมาจากการเป็นเพจที่พูดง่ายๆ มีเอกลักษณ์ กล่าวคือ จะต้องมีคาแรคเตอร์เป็นของตนเอง ไม่ใช่การแสดงตัวแบบเรียบง่ายเหมือนเพจขายสินค้าทั่วๆไปที่มีรูปแบบเหมือนกัน และอย่าลืมตอบคอมเม้นท์ของแฟนเพจด้วย อาจจะลองจำชื่อของพวกเขาแล้วพูดถึงในโพสต์ หรือหากิจกรรมสนุกๆทำ เพื่อมาเล่นกับแฟนเพจบ้าง ให้พวกเขารู้สึกว่า ตนเองมีความสำคัญในพื้นที่ของคุณ ซึ่งจะทำให้เกิดความจงรักภักดีต่อแบรนด์สินค้าได้ไม่ยาก

อย่าลืมขั้นตอนการสั่งซื้อ   

ผู้เขียนเห็นมาแล้วหลายครั้งที่สินค้า – บริการดีๆจะต้องล้มเหลว เพราะมีกระบวนการสั่งซื้อที่ยุ่งยาก จนเกินไป เพราะฉะนั้น การออกแบบวิธีสั่งซื้อ รวมถึงการชำระเงินให้ง่ายเข้าไว้ จึงเป็นสิ่งสำคัญ หากต้องการประสบความสำเร็จในธุรกิจออนไลน์ โดยวิธีที่ดีที่สุดคือ การใช้เครื่องมืออย่าง Selz มาช่วย integrate เอาระบบ online store เข้าไปในเฟสบุ๊คแฟนเพจ หรือการชำระเงินทาง Mobile Banging ก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่ยอดนิยมและใช้ได้ง่ายมาก

คำแนะนำ  สำหรับการทำธุรกิจออนไลน์ กระบวนการซื้อ – ขายที่รวดเร็ว ไม่ซับซ้อน ถือเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยเปลี่ยนคนกดไลท์แฟนเพจธรรมดาๆ ให้กลายเป็นลูกค้าขาประจำได้ เพราะฉะนั้น การทำให้มันง่ายดายจึงเป็นหนึ่งในขั้นตอนแรกๆ ที่คุณควรทำ

ทำกิจกรรมแจกของสมนาคุณ  

วิธีที่ดีในการดึงความสนใจจากกลุ่มที่มีแนวโน้มว่าจะเป็นลูกค้าคือ ให้พวกเขาได้ทดลองใช้สินค้า – บริการของคุณ อาจจะนำมาซึ่งความน่าเชื่อถือหรือรีวิวจากลูกค้าหลังจากที่ได้ทดลองใช้ก็ได้ ซึ่งการจัดกิจกรรมเล็กๆ น้อยๆ ไม่เพียงแต่จะเพิ่มความน่าสนใจให้กับเพจ แต่ยังเป็นการเปิดโอกาสให้ลูกค้าได้รู้จักสินค้าและบริการมากขึ้นด้วย

คำแนะนำ  ของสมนาคุณที่แจกให้ลูกค้าแบบฟรีๆ จะต้องอยู่ในไลน์เดียวกันกับสินค้าหลัก อาจจะเป็นขนาดทดลองหรือรุ่นที่ผลิตมาจำกัด สิ่งเหล่านี้จะทำให้ลูกค้าทราบว่าสามารถคาดหวังอะไรได้จากสินค้าและบริการบ้าง เมื่อพวกเขาตัดสินใจจ่ายเงินเพื่อซื้อมันจริงๆ

ทั้งหมดนี้ คือ กลยุทธ์พลิกธุรกิจออนไลน์ให้ปังที่ผู้เขียนนำมาฝากผู้อ่านทุกท่าน ใครที่ไม่รู้จะใช้กลยุทธ์แบบไหนก็สามารถนำแนวทางที่เราได้แนะนำในวันนี้ไปใช้กันได้ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าอาจเป็นประโยชน์ต่อธุรกิจของคุณไม่มากก็น้อย สำหรับในบทความหน้าจะมีสาระน่ารู้อะไรดีๆเกี่ยวกับธุรกิจออนไลน์มาฝากนั้น อย่าลืมติดตามชม

7 ความเสี่ยงของธุรกิจออนไลน์

ปัจจุบัน เนื่องจากภาวะทางเศรษฐกิจที่ทำให้สินค้า อาหารต่างพากันขึ้นราคาและไม่มีท่าทีว่าจะลงได้ง่ายๆ ประกอบกับค่าใช้จ่ายในด้านอื่นๆอีกมากมาย ทำให้คนไทยหลายคนหันมาหารายได้เสริมด้วยการเปิดท้ายขายของตามตลาดนัด รับจ้างเขียนบทความออนไลน์ ทำงานพาร์ทไทม์ในร้านกาแฟช่วงวันหยุด หรือการทำธุรกิจออนไลน์อย่างขายของมือสอง มือหนึ่งผ่านทางอินเทอร์เน็ตก็มีให้เห็นกันมาเยอะ วันนี้ ใครที่กำลังมองหารายได้เสริมอย่างธุรกิจออนไลน์ ผู้เขียนจึงขอมาเตือน 6 ความเสี่ยงที่คนธุรกิจออนไลน์ต้องพร้อมรับมือให้กับทุกท่านได้ทราบกัน

ระบบการชำระเงิน  

ความเสี่ยงหลักอย่างหนึ่งของการซื้อสินค้าออนไลน์คือ ระบบการชำระเงิน ที่บางครั้งเกิดความผิดพลาดและล่าช้าอยู่บ้าง ทำให้ไม่ได้รับยอดตามกำหนดหรือการชำระเงินไม่ครบ หรืออาจเกิดจากการทุจริตที่ใช้บัตรเครดิตปลอมหรือได้มาอย่างผิดกฏหมาย เนื่องจากการชำระเงินออนไลน์ ยังไม่มีระบบตรวจสอบที่เป็นรูปธรรมถึงการใช้บัตรเครดิตตามอินเทอร์เน็ต ตลอดจนการเกิดปัญหาของอุปกรณ์ภายในที่ขัดข้อง ทำให้ไม่สามารถโอนเงินหรือรับยอดโอนได้ ดังนั้น ทางแก้คือ ตรวจสอบข้อมูลที่ลูกค้าโอนมาให้ครบถ้วนหรือปรึกษากับทางธนาคารโดยตรวจจะดีกว่า

ข้อมูลอาจไม่มีความปลอดภัย

การชำระเงินผ่านบัตรเครดิตจะช่วยอำนวยความสะดวกเรื่องความปลอดภัยล่วงหน้า หลังจากที่คุณเลือกสินค้าและใส่ข้อมูลลงไปในเว็บไซต์แล้ว ข้อมูลของผู้ซื้อมีความเสี่ยงที่จะถูกขโมยไป โดยที่เจ้าของบัตรไม่รู้ตัวและอาจความเดือดร้อนในภายหลังได้ ดังนั้น การส่งข้อมูลจึงต้องพัฒนาวิธีการเข้ารหัสหลายขั้นตอน เพื่อให้ข้อมูลของเจ้าของบัตรมีความปลอดภัย เช่น อาจตั้งรหัสลับประจำตัวเพื่อตรวจสอบการทำธุรกกรรม แม้จะทำให้หลาคนคิดว่ายุ่งยากและเสียเวลาอยู่บ้าง แต่อย่างน้อยก็ช่วยรักษาข้อมูลและความปลอดภัยได้ในระดับหนึ่ง

มีการแข่งขันสูง

เป็นที่ทราบกันดีว่าการทำธุรกิจออนไลน์ได้รับความนิยมตั้งแต่เด็กและผู้ใหญ่ เพราะลงทุนน้อย ขายง่าย กำไรดี ทำให้หลายคนหันมาจับธุรกิจนี้เป็นอาชีพเสริมหรือแม้กระทั่งการทำเป็นอาชีพหลัก นอกจากนี้ สินค้าที่ขาย ส่วนใหญ่ก็มีลักษณะที่คล้ายกันจนเรียกว่าเหมือนกันอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นกระเป๋า รองเท้า เสื้อผ้า เรียกว่ารับสินค้ามาจากแหล่งเดียวกันเลยก็ว่าได้ ทำให้เจ้าใหม่ๆที่เข้ามาขาย ไม่ค่อยมีลูกค้าเข้าร้านมากนัก เพราะส่วนใหญ่จะซื้อจากร้านเดิมๆมากกว่า

ไม่มีมาตรฐานในการกำหนดราคาและตัดราคากันเอง 

เป็นเรื่องธรรมดาของการทำธุรกิจ คุณลองไปถามราคาของสินค้าชิ้นใดชิ้นหนึ่งและถามหลายๆเจ้าดู เชื่อว่าหลายคนต้องบอกราคาไม่เหมือนกันอย่างแน่นอน เพราะธุรกิจออนไลน์มีจุดด้อยอยู่อย่างหนึ่งคือ ลูกค้าไม่สามารถหามาตรฐานการกำหนดราคาของพ่อค้า แม่ค้าได้ บางคนถ้าเป็นลูกค้าประจำจะได้รับส่วนลดมากกว่าลูกค้าหน้าใหม่ก็มี แถมเจ้าใหม่ๆที่เข้ามายังแข่งกันตัดราคาอีกด้วย ทำให้ราคาของสินค้าไม่ได้มาตรฐานเท่าที่ควร แม้ลูกค้าอาจจะชอบที่ได้ของราคาถูก แต่หากคุณยังทำแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ ระวังว่า ธุรกิจจะล้มเหลวไม่รู้ตัว

การโปรโมทสินค้าและเว็บไซต์ 

หากไม่มีการโปรโมทเว็บไซต์ ลูกค้าไม่มีทางรู้จักเว็บไซต์และสินค้าของคุณเลย อย่าลืมว่าทุกวันนี้ธุรกิจออนไลน์ทุกอย่างจะต้องใช้เงินจำนวนหนึ่งในการโฆษณาบนเฟสบุ๊ค เพื่อเข้าถึงลูกค้าและกลุ่มเป้าหมายให้ได้มากที่สุด หากใครที่เพิ่งสร้างเว็บไซต์หรือเฟสบุ๊คแฟนเพจใหม่ๆ สิ่งที่ต้องทำคือ การลงโฆษณาเพื่อให้เป็นที่รู้จัก และที่สำคัญ หากมีการรีวิวจากลูกค้าหรือผู้ที่เคยซื้อสินค้าไปแล้ว อย่าลืมใส่ข้อมูลในส่วนนี้ลงไปด้วย เพื่อให้ลูกค้าเชื่อใจมากยิ่งขึ้น หากไม่ทำ บอกเลยว่ามีความเสี่ยงสูงที่จะไม่มีลูกค้าเข้าร้านของคุณเลย

ทุจริตแก้ไขข้อมูล 

มักเกิดขึ้นกับการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ในหลายรูปแบบ ทั้งการชำระเงินผ่านตู้เอทีเอ็ม การโอนเงินผ่านทางคอมพิวเตอร์หรือทางโทรศัพท์มือถือ รวมทั้งการทุจริตสร้างรายการปลอมหรือข้อความปลอม ดังที่ปรากฏตามข่าวหนังสือพิมพ์ก็มีให้เห็นกันมาเยอะ ปัญหานี้เป็นความสี่ยงอย่างหนึ่งที่พ่อค้า แม่ค้าที่ทำธุรกิจออนไลน์จะต้องเจอ อย่างไรก็ตาม คุณสามารถรับมือกับปัญหาเหล่านี้ได้โดย เช็คข้อมูลการชำระเงินให้เรียบร้อยก่อนคอนเฟิร์มสินค้าให้ลูกค้าอีกครั้ง

การบริการที่ล่าช้า  

การบริการที่ล่าช้าหรือไม่สามารถจัดการกับปัญหาของลูกค้าได้ในทันที ลูกค้าส่วนมากจะไม่รอ เพราะมีร้านค้าออนไลน์อีกมากมายให้เลือกใช้บริการ เพราะฉะนั้น การทำธุรกิจออนไลน์ คุณอาจจะต้องมีอินเทอร์เน็ตเอาไว้เชื่อมต่อเพื่อถามตอบลูกค้าตลอดเวลา หรืออาจจะจ้างแอดมินเอาไว้ดูแลในช่วงที่คุณไม่ว่างอยู่ก็ได้ เสียเงินสักเล็กน้อย เพื่อรักษาฐานลูกค้าเอาไว้ดีกว่าให้ลูกค้าไปเปิดบิลกับร้านอื่นแล้วเสียฐานลูกค้าคนนั้นไปตลอดกาล ก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่ไม่เลว

ทั้งนี้ จงจำเอาไว้ว่า การทำธุรกิจออนไลน์หรือออฟไลน์ มักมีความเสี่ยงเกิดขึ้นได้เสมอ อยู่ที่ว่าความเสี่ยงนั้นจะมากหรือน้อยเท่านั้นเอง จะเห็นว่าหลายคนอยากมีธุรกิจเป็นของตนเอง แต่ก็ไม่กล้าลงมือทำ เพราะหลายคนยังคงกลัวความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้น ดังนั้น การลงทุนทุกอย่าง ควรวางแผนการณ์และกำหนดเป้าหมายให้ชัดเจน หาวิธีที่จะไปถึงเป้าหมายให้สำเร็จตามที่วางไว้ เพื่อลดความเสี่ยงต่อการขาดทุน