รีวิวเหรียญคลิปโต BitConnect (BCC) พร้อมขั้นตอนสร้าง passive income แบบ step by step

คุณซื้อสะสมเหรียญ Bitcoin ในราคาต่ำไม่ทันแล้วใช่ไหมครับ

คุณต้องการหาเหรียญคลิปโต้ที่ปลอดภัย และให้ปันผลได้จริงใช่ไหม

คุณต้องการสร้าง passive income จริงๆใช่ไหม

ผมรู้ว่าคุณกำลังต้องการสร้างทรัพย์สินดิจิตอล (Digital Asset) ให้เกิดขึ้นจริง แต่เมื่อเข้าไปดูในตารางเหรียญที่ coinmarketcap แล้ว อาจมีความรู้สึกว่า “กูจะเลือกเหรียญไหนวะ” และ “เหรียญไหนที่มีการจ่ายเงินปันผลบ้างวะ” รึเปล่า ผมรู้ครับว่า การเลือกสะสมเหรียญที่มีการจ่ายปันผล (Stake) คือหัวใจสำคัญของการสร้าง passive income!

ภาพที่ 1 แสดงตัวอย่างผู้ถือเหรียญ Bitconnect และรับ Stake ทุกวัน

แต่วันนี้ผมมีข่าวดีครับ!!

ผมจะมาบอกคุณว่า เหรียญในกระดาน coinmarketcap นั้น เหรียญไหนที่มีระบบการจ่ายเงินปันผล และผมจะบอกข่าวดีไปกว่านั้นว่า มันเป็นเหรียญที่ คุณสามารถได้รับปันผลทุกวัน! และอาจได้รับสูงสุดมากถึง 2.27% (ตัว % ไม่แน่นอนขึ้นอยู่กับระบบเหรียญและ Blockchain)

ถ้าคุณคิดว่ามันเป็นแชร์ลูกโซ่ ผมแนะนำให้คุณปิดบทความนี้ และกลับไปมองหาอะไรที่นักวิเคราะห์และผู้เชี่ยวชาญทั้งหลายบอกว่า ผลตอบแทนของเราต้องไม่เกิน 7% ต่อปีเท่านั้นจึงจะดี ในขณะที่เขาสวาปามรายได้จากระบบดอกเบี้ยที่สูงกว่านั้นจนคุณต้องตกใจ!!!

แต่ถ้าคุณสามารถก้าวข้ามคำพูดของแชร์ลูกโซ่ไปแล้ว และพร้อมลุย! กับโอกาสใหม่ๆ ผมคิดว่า นี่จะเป็นบทความที่เปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตของคุณทางการเงินอย่างแน่นอน

อิสรภาพทางการเงิน

ความมั่งคั่ง

รถหรูหรา Sport Car 

บ้านหลังใหญ่

ทั้งหมดที่ผมกล่าวมารอคุณอยู่! แต่โอกาสนี้มันอยู่ไม่นานนะครับ ผมไม่รู้ว่าคุณมาอ่านบทความนี้ตอนที่ทุกอย่างสายไปเสียแล้ว หรือว่าคุณเข้ามาอ่านบทความนี้ในจังหวะที่ดีที่สุด (ซึ่งผมภาวนาให้เป็นอย่างนั้น) ดังนั้นอย่าเปลี่ยนใจ อ่านบทความนี้ และลงมือทำ ลงทุนกับความสำเร็จของชีวิตที่คุณมองหาเลยนะครับ

พร้อมแล้ว! ลุย!!!

เหรียญ bitconnect  คืออะไร

เหรียญ Bitconnect (BCC) คือเหรียญคลิปโต ที่สร้างบนเทคโนโลยีบล็อกเชน (Blockchain) โดยเป็นเหรียญที่คุณสามารถวางใจในชื่อเสียง และความถูกต้องของเหรียญ รวมทั้งแพลตฟอร์มที่ทาง BCC ใช้

หรือหากผมจะสรุปเลย เหรียญ bitconnect ก็คือเหรียญคลิปโตเหรียญหนึ่งที่อยู่ในกลุ่ม Alt coin ครับ โดยมีที่มาของเหรียญที่ชัดเจน ไม่ใช่แชร์ลูกโซ่ และตัวเหรียญทำหน้าที่เหมือนหุ้น เพื่อการเก็งกำไร (คล้ายๆเหรียญ EOS)

“เหรียญ Bitconnect คือเหรียญที่สร้า่งผลตอบแทนอย่างสม่ำเสมอในรูปของเหรียญปันผล! โดยจะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับ Demand และ Supply ตลาดที่เป็นอิสระ ไม่มีใครสามารถกำหนดทิศทางของเหรียญได้”

สำหรับใครที่ต้องการเข้าดูฐานขอมูลโดยละเอียด ผมนำข้อมูลของเหรียญ bitconnect จาก coinmarketcap มาให้ดูดังนี้ครับ

bitconnect อันดับที่ 14 ของโลก (สถิติ 16/8/2560)

ปัจจุบันถือว่า Volume ของ BCC สูงทีเดียวด้วยตัวเลขกว่า $696,914,187  และราคา 1 BCC ที่มีแนวโน้มเป็นเทรนด์ขาขึ้นซึ่ง ณ วันที่ผมเขียนบทความนี้ ราคา Bitconnect อยู่ที่ 105$

ซึ่งมีนักวิเคราะห์เหรียญชื่อดังในต่างประเทศ บอกเป็นเสียงเดียวกันว่า เหรียญ BCC อาจมีมูลค่าสูงถึง 5,000 เหรียญในปี 2020!!!

เห็นตัวเลขอย่างนี้แล้ว ผมคงต้องถามกลับแก่ผู้สนใจแล้วว่า

คุณจะรอดูตัวเลขของเหรียญ bitconnect เติบโต หรือคุณจะเป็นส่วนหนึ่งของการเติบโตเร่วมกับทาง bitconnect ครับ

bitconnect ไม่ใช่เหรียญมหัศจรรย์ หรือเหรียญแชร์ลูกโซ่ที่จะมีใครสักคนหนึ่งมา กำหนดราคา หรือทำ Split ได้ เหรียญเติบโตขึ้นจาก นักขุด (Miner) และ Demand และ Supply ที่มีอิสระ

เราไม่รู้ว่าราคาในอนาคตจะสูงหรือไม่ … บางทีคณอาจขาดทุน!

แต่ถ้ามันผลตรงกันข้ามล่ะ มันขึ้นล่ะ นั่นหมายถึง การเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิต และอิสรภาพทางการเงินของคุณ!!!

ในวันที่คุณอ่านบทความนี้ ไม่มีใครรู้จักเหรียญ bitconnect เลย และนั่นหมายถึง โอกาสของคุณ!!!

ลองมือทำซะเดี๋ยวนี้ก่อนที่คุณจะปล่อยให้โอกาสครั้งสำคัญของชีวิตหลุดลอยไปอีกครั้ง!!!

ข้อมูลจำเพาะของเหรียญ

ชื่อ: BitConnect (อ่านว่า บิด-คอน-เนก)

อักษรย่อ: BCC

จำนวนเหรียญที่มีทั้งหมด: 28,000,000 BCC

จำนวนที่ขุดมาแล้ว: 7,483,064 BCC

มูลค่าตลาด: $696,914,187  (22,301,248 ล้านบาท!)

ระบบเหรียญ: Proof of work,Proof of stake

ราคาเหรียญ Bitconnect (real time)

เหรียญ bitconnect  จัดเป็นทรัพย์สินดิจิตอลหรือไม่

เหรียญ bitconnect สร้างขึ้นบนเทคโนโลยี blockchain เต็มรูปแบบ และสามารถขุดเหรียญขึ้นมาได้ด้วย ดังนั้นเหรียญ bitconnect จึงไม่จัดอยู่ในกลุ่มของแชร์ลูกโซ่ และมีการรับรองโดยกระดาน coinmarketcap.com

ซึ่งเหรียญที่จัดเป็นทรัพย์สินดิจิตอลเท่านั้นที่จะได้ขึ้นไปอยู่ในกระดานดังกล่าว (สังเกตได้จากเหรียญอย่าง onecoin ไม่ได้อยู่ในกระดานของ coinmarketcap)

โดยลักษณะของเหรียญ BitConnect นั้นมีคุณสมบัติดังนี้

1.เหรียญ BCC สามารถขุดได้ (Proof of work) จำนวน 2.6 ล้าน BCC โดยในปีแรกที่มีการขุดนั้นจำนวนบล็อกที่พบคือ 10 BCC ต่อทุกๆ 2 นาที

2.ดอกเบี้ยเหรียญ BCC (Proof of stake) มีจำนวน 20.4 ล้าน BCC

โดบหากรวมจำนวนเหรียญทั้งหมดแล้ว bitconnect จะมีเหรียญทั้งสิ้น 28 ล้านเหรียญ ซึ่งถือเป็นจำนวนที่ไม่มากและไม่น้อยเกินไป

สำหรับ % ของการจ่ายดอกเบี้ย (การ stake เหรียญ เป็นดังนี้)

สรุปจากตาราง

ม.ค.-มิ.ย.2017  6 เดือนแรก Stake ที่ 10% ต่อเดือน รวม 60%

ก.ค.-ธ.ค.2017 6 เดือนต่อมา Stake ที่ 8% ต่อเดือน รวม 50%

ม.ค.-มิ.ย.2018  6 เดือนแรก Stake ที่  7 % ต่อเดือน รวม 40%

ก.ค.-ธ.ค.2018 6 เดือนต่อมา Stake ที่ 5% ต่อเดือน รวม 30%

ม.ค.-มิ.ย.2019  6 เดือนแรก Stake ที่ 3% ต่อเดือน รวม 20%

ก.ค.-ธ.ค.2019 6 เดือนต่อมา Stake ที่ 1.4% ต่อเดือน รวม 10%

ตอนนี้คุณอยู่ในช่วงเวลาไหนครับ ผมหวังว่าคุณยังอยู่ในช่วงเวลาที่ BCC ยังทำการ stake เหรียญตาม % ที่กำหนดออกมาอยู่นะครับ โอกาสที่จะได้รับ stake ตามตารางนี้ใช้เวลาเพียง 2 ปีเท่านั้น และหลังจากนี้แล้ว ผู้ลงทุนจะไม่ได้รับ stake แล้ว

หน้าที่หลักของเหรียญ bitconnect

หน้าที่หลักของเหรียญ bitconnect คือ เป็นเหรียญที่ออกแบบมาเพื่อการเก็งกำไรของนักลงทุน โดยยังสามารถใช้เป็นเหรียญที่ซื้อ-ขายสินค้าได้จริงผ่านระบบกระเป๋า BCC Wallet ซึ่งในความคิดของผม ผมเห็นว่าเหรียญนี้คือต้นแบบที่แท้จริงของเหรียญที่สามารถจ่าย Stake ได้โดยที่มูลค่าของเหรียญไม่ลดลงมากนัก

ด้วยเหตุนี้เอง หากคุณชอบการลงทุน และสร้าง passive income อย่างแท้จริง เหรียญ BCC น่าจะเป็นเหรียญแรกที่คุณควรลงทุนก่อนที่จะไปลงทุนในเหรียญดิจิตอลอืิ่นๆที่อยู่ในกระดาน coinmarketcap.com ครับ โดยคุณสามารถนำ Stake ที่ได้รับไปขายในตลาด และนำส่วนนี้ไปซื้อ หรือลงทุนในเหรียญอื่นๆได้

BitConnect = หุ้นดิจิตอลที่มีปันผลสำหรับผู้ถือ

สิทธิประโยชน์สำหรับผู้ถือครองเหรียญ bitconnect

ทีนี้ ถ้าถามว่าแล้วเราจะได้ประโยชน์อะไรบ้างจากเหรียญ bitconnect ผมมีคำตอบครับ โดยขอแยกประโยชน์ที่เราจะได้รับจากเหรียญ bitconnect เป็นดังต่อไปนี้คือ

1.สามารถใช้รับ – ส่งเหรียญ BCC ระหว่างกระเป๋าได้

เราสามารถใช้เหรียญ bitconnect เป็นเหมือนกับเหรียญในสกุลดิจิตอลอื่นๆ อย่างเช่นบิตคอยน์ หรืออีเธอว์เรียมได้ครับ ข้อดีของการใช้เหรียญ bitconnect คือมีค่าธรรมเนียมในการโอนเหรียญระหว่างกระเป๋าที่ต่ำมาก และถูกกว่าระบบการโอนเงินของธนาคารเป็นอย่างมาก

ภาพแสดง กระเป๋า bitconnect หรือ BCC Wallet

2.สามารถรับดอกเบี้ยรายเดือน ตามตาราง (ไม่เกินปี 2019)

สิทธิประโยชน์ประการที่สอง คือ หากคุณซื้อเหรียญ bitconnect และถือครองไว้ในกระเป๋า bitconnect คุณจะได้รับ stake หรือดอกเบี้ยทุกเดือน ตามตารางที่ระบบกำหนดไว้ โดยเป็นดังนี้

สรุปจากตาราง

ม.ค.-มิ.ย.2017  6 เดือนแรก Stake ที่ 10% ต่อเดือน รวม 60%

ก.ค.-ธ.ค.2017 6 เดือนต่อมา Stake ที่ 8% ต่อเดือน รวม 50%

ม.ค.-มิ.ย.2018  6 เดือนแรก Stake ที่  7 % ต่อเดือน รวม 40%

ก.ค.-ธ.ค.2018 6 เดือนต่อมา Stake ที่ 5% ต่อเดือน รวม 30%

ม.ค.-มิ.ย.2019  6 เดือนแรก Stake ที่ 3% ต่อเดือน รวม 20%

ก.ค.-ธ.ค.2019 6 เดือนต่อมา Stake ที่ 1.4% ต่อเดือน รวม 10%

ตัวเลขที่เห็นเป็นตัวเลขการจ่ายดอกเบี้ยออกมาเป็นเหรียญ bitconnect นะครับ ไม่ใช่จ่ายออกมาเป็นดอลล่าร์ โดยเราจะต้องเอาเหรียญ bitconnect ไปแลกเปลี่ยนกลับออกมาเป็นเงินดอลล่าร์อีกทีหนึ่ง

ถ้าคุณซื้อเหรียญ BCC มูลค่า 1 ล้านบาท และถือครองไว้ตั้งแต่ปี 0217 เมื่อสิ้นปี 2019 มูลค่าของมันจะเพิ่มขึนเป็น 25 ล้านบาท!!!!

ถ้าคุณคิดว่าผลตอบแทนแบบนี้ในระบบเหรียญคลิปโตเป็นเรื่องเว่อร์วัง นั่นแสดงว่าคุณยังไม่เคยอ่านบทความของเหรียญที่ชื่อว่า strats ลองอ่านดูด้านล่าง และดูตัวเลข % ผลตอบแทนของคนที่ถือ Stratis ตั้งแต่วันแรกจนถึงวันนี้สิครับ

ภาพแสดงผลตอบแทน ผู้ถือครองเหรียญคลิปโตต่างๆ สำหรับ Stratis ให้ผลตอบแทน 15,1082%

3.ได้รับปันผลพิเศษเมื่อทำการ Lending

นอกเหนือจากการได้รับปันผลในข้อที่ 2 แล้ว คุณยังได้รับปันผลในข้อที่ 3 กล่าวคือ ได้รับดอกเบี้ยพิเศษจากการนำเหรียญ  bitconnect ไปปล่อยเงินกู้ในระบบของทาง bitconnect ครับ ซึ่งเรทของการได้รับดอกเบี้ยจากเงินกู้ที่คุณปล่อยนั้นก็จะแตกต่างกันออกไปตามตารางนี้

BitConnect lending plan

สรุปจากตาราง

ปล่อยเงินกู้ $100-$1000 รับดอกเบี้ยรายวัน ไม่แน่นอน(เฉลี่ยมากกว่า 40%ต่อเดือน) และสามารถถอนเงินกู้ต้นทุนได้เมื่อครบ 299 วัน

ปล่อยเงินกู้ $1010-$5000 รับดอกเบี้ยรายวัน ไม่แน่นอน + 0.10% พิเศษ (เฉลี่ยมากกว่า 40%ต่อเดือน) และสามารถถอนเงินกู้ต้นทุนได้เมื่อครบ 239 วัน

ปล่อยเงินกู้ $5010-$10000 รับดอกเบี้ยรายวัน ไม่แน่นอน + 0.20% พิเศษ (เฉลี่ยมากกว่า 40%ต่อเดือน) และสามารถถอนเงินกู้ต้นทุนได้เมื่อครบ 179 วัน

ปล่อยเงินกู้ $10010-$100000 รับดอกเบี้ยรายวัน ไม่แน่นอน + 0.25% พิเศษ (เฉลี่ยมากกว่า 40%ต่อเดือน) และสามารถถอนเงินกู้ต้นทุนได้เมื่อครบ 120 วั

หากคุณพร้อมรับความเสี่ยงจากการปล่อยเงินกู้ในระบบได้ คุณจะสามารถได้รับปันผลที่น่าตกใจนี้ เหมือนคนอีกนับหมื่นคนที่ได้รับครับ!

แต่ตรงนี้ระบบเหรียญไม่ได้การันตีอะไรนะครับ ตัวเลขปันผลจากการกู้ยืมเงินเป็นตัวเลขประมาณการเท่านั้น สำหรับดอกเบี้ยที่จ่ายให้จากการปล่อย leading นั้น ผมีตารางสถิติให้ดูด้านล่างนี้ครับ

สถิติดอกเบี้ยรายวันย้อนหลัง 3 เดือน

สถิติดอกเบี้ยรายวันย้อนหลัง 1 ปี

จากสถิติย้อนหลังพบว่า % เฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 0.5-4% ต่อวัน ซึ่งถือว่าเป็นตัวเลขที่สูงพอๆกับแชร์ลูกโซ่เลยทีเดียวครับ และการปล่อยกู้นั้น คุณจะถูกแช่แข็งเหรียญต้นทุนตั้งแต่ 120 – 299 วัน หลังจากนั้นจึงจะสามารถปล่อยเหรียญออกมาได้ครับ

4.ขายส่วนต่างของราคาที่เกิดขึ้นในอนาคต

สิทธิประโยชน์ข้อสุดท้ายของเหรียญ bitconnect คือ คุณสามารถซื้อเหรียญไว้ เพื่อเก็งกำไรส่วนต่างของราคาได้

แต่ต้องบอกก่อนนะครับว่า ราคาของ bitconnect เป็นไปตามทกลไกตลาดที่อิสระ ไม่มีใครทำนายได้ว่าในอนาคตมันจะขึ้นหรือลง แต่ถ้าหากพิจารณาจากเทรนดไลน์แล้ว ราคาของ bitconnect น่าจะยังคงเป็นทิศทางขาขึ้นอยู่

ราคาเหรียญ BCC ย้อนหลัง 3 เดือน

ราคาเหรียญ BCC ย้อนหลัง 1 ปี

คุณคิดดู! ถ้าคุณซื้อ BCC เมื่อเดือน พ.ค.2017 ที่ราคา 0.7 เหรียญจำนวน 1 ล้าน BCC วันนี้คุณจะขายมันได้ในราคา 115 เหรียญต่อ 1 BCC หรือ กำไรกว่า 3,910 ล้านบาท!!!!

การตัดสินใจช้า! การปล่อยเวลาเพื่อรอว่าเป็นแชร์ลูกโซ่ไหม หรือใครเขาได้กันหรือยัง ทำให้คุณเสียโอกาสและมูลค่าในการเก็งกำไรขนาดไหน!

แล้วนี่คุณจะยังยอมอีกเหรอ!!!

สำหรับหลายคนอาจถามว่า แล้วฉันจะไปขายเหรียญ BCC ที่ได้ไหน คำตอบคือ

1.ขายที่แพลตฟอร์มในเว็บไซต์ bitconnect ได้เลย หรือ

2.ขายผ่านกระดานเทรด Exchange ดังต่อไปนี้

เป็นอย่างไรบ้างครับ จะเห็นว่ายิ่งเราถือครองเหรียญ BCC ยาวนานเท่าใด โอกาสในการสร้าง passive income ของเราก็จะเพิ่มขึ้นมากเท่านั้น และมีโอกาสที่เราจะขายส่วนต่างของราคาเหรียญ BCC ออกมาเป็นเงินเพิ่มเติมได้อีกด้วย

ดังนั้นสรุปแล้ว จากสิทธิประโยชน์ที่คุณได้รับจากการถือครองเหรียญ bitconnect ทั้ง 4 ข้อที่ผมสรุปให้ข้างต้น จึงเป็นการบอกได้ว่า นี่คืิอเหรียญสำหรับนักลงทุนสาย Digital Asset อย่างแท้จริง มาถึงตรงนี้ผมคิดว่า คุณคงมีคำตอบอย่างชัดเจนแล้วว่า จะทำอะไรกับเหรียญ BCC ดี

แต่ผมคิดแบบเข้าข้างตัวเองนะครับ ว่าคุณคงจะไม่ปล่อยให้โอกาสนี้หลุดลอยไปอย่างแน่นอน นี่เป็นโอกาสครั้งสำคัญ มันจะเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตของคุณ! ไปตลอดกาล! เอาล่ะ อย่าเยิ่นเย้อ อย่ายืดยาว เราไปทำการลงทุนกับ bitconnect กันเลยครับ โดยผมจะจับมืือคุณทำตั้งแต่สมัครสมาชิก ไปจนกระทั่งครบทุกขั้นตอน

แต่เนื่องจากเหรียญ bitconnect เป็นเรื่องที่ใหม่มากๆ ดังนั้น หากตรงไหนที่ผมไม่ได้อธิบายไว้ คุณอย่าลืมสานต่อ และศึกษาต่อด้วยนะครับ

ขั้นตอนการสมัครสมาชิก bitconnect

เอาล่ะ เรามาเริ่มต้นกันเลยครับ ขั้นตอนการสมัครเป็นสมาชิกกับ BitConnect มีดังนี้

1.คลิกที่นี่ เพื่อเข้าสู่เว็บไซต์ BitConnect

2.คลิกที่ปุ่ม Register Now

3.กรอกข้อมูลต่อไปนี้ให้ถูกต้อง

4.เราจะได้รับอีเมล์ เพื่อคลิกลิ้งค์ยืนยันการสมัคร

5.ด้านในอีเมล์จะมีลิ้งค์ให้คลิกยื่นยันการสมัคร ให้คลิกให้เรียบร้อย

6.ถ้าขึ้นหน้านี้ถือว่าการสมัครเสร็จสมบูรณ์

7.โดยจะมีอีเมล์แจ้งยืนยันว่าการสมัครของเราเสร็จสมบูรณ์อีกครั้ง

8.ภายหลังการสมัครเสร็จเรียบร้อย ลอง Login เข้าไปดูหน้าตาของ Dashboard ดูนะครับ

เมื่อเรามีรหัสของทาง Bitconnect แล้ว ถือว่าเราพร้อมแล้วครับที่จะซื้อเหรียญ BCC โดยขั้นตอนในการซื้อเหรียญ BCC มีขั้นตอนง่ายๆดังนี้

ขั้นตอนการซื้อเหรียญ BCC

การจะซื้อเหรียญ BCC ได้นั้น คุณจะต้องมีเหรียญ Bitcoin เสียก่อนนะครับ โดยผมแนะนำให้คุณซื้อเหรียญ Bitcoin ที่ bx.in.th แล้วโอนเหรียญ บิตคอยน์มาเข้ากระเป๋าบิตคอยน์ของ bitconnect ก่อน สำหรับใครที่ยังไม่เคยสมัครสมาชิก bx ให้คลิกที่นี่ เพื่อสมัครสมาชิก หากต้องการเรียนรู้การใช้งาน bx สามารถค้นหาข้อมูลใน google หรือ youtube ได้ครับ

ผมขอสมมุติว่า คุณมีเหรียญ Bitcoin อยู่ในกระเป๋า bx เรียบร้อย และพร้อมโอนเข้ามาที่ bitconnect แล้วนะครับ เอาล่ะ ขั้นตอนการซื้อเหรียญ BCC มีดังนี้

1.เข้าไปที่ BCC Dashboard เพื่อ Copy Bitcoin Address เอาไปวางที่ bx โดยคลิกที่ Deposit Bitcoin (BTC)

2.ทำการ Copy Address ไว้

3.เข้าไปที่หน้า “ถอน” bitcoin ที่ bx และกรอกข้อมูลตามภาพ

4.เข้าไปกดลิ้งค์ยืนยันการถอนที่อีเมล์ของตนเอง

5.หลังจากกดแล้ว โปรดรอระบบ bx ทำการโอนถอนเหรียญจากกระเป๋า bx เข้าสู่กระเป๋าบิตคอยน์ของทาง BitConnect ครับ ซึ่งโดยปกติจะใช้เวลาไม่เกิน 30 นาที แต่ถ้ามีการโอนกันมากในระบบบิตคอยน์ อาจกินเวลานานถึง 1 วัน

เมื่อเหรียญบิตคอยน์เข้ามาอยู่ในกระเป๋า BCC เรียบร้อย เราสามารถซื้อเหรียญ BCC จากในระบบได้แล้ว โดยวิธีการซื้อเหรียญ BCC มีขั้นตอนง่ายๆดังนี้

6.กดที่ปุ่ม Exchange (หมายเลข 1)

bitconnect dashboard 14

7.เลือกคำว่า Last

8.กดคำว่า ALL

9.กดปุ่ม + Buy BITCONNECT COIN

bitconnect dashboard 15

10.กดปุ่ม Confirm เพื่าอยืนยันการซื้อเหรียญ Bitconnect อีกครั้งหนึ่ง

11.จากนั้นรอจนกว่าราคาเสนอซื้อที่เราตั้งไว้ Match กับราคาขายของคนอื่น เพียงเท่านี้เราก็จะมีเหรียญ Bitconnect พร้อมสำหรับการไปปล่อยให้ระบบกู้ยืมแล้วครับ

ขั้นตอนการโอนเหรียญเข้ากระเป๋า เพื่อรับ stake

เมื่อเรามีเหรียญ BCC เราสามารถหารายได้มากถึง 3 วิธีด้วยกัน คือ 1.ถือเหรียญไว้เพื่อรอขายเมื่อราคา BCC สูงขึ้น หรือ 2.โอนเหรีียญไปเข้ากระเป๋า BCC เพื่อรอรับ Stake หรือ 3.ทำ Lending เพื่อให้คุณได้ดอกเบี้ยที่เติบโต

สำหรับขั้นตอนของการถือเหรียญแล้วรอขายออกนั้นง่ายมากครับ ผู้เขียนจึงจะไม่ขออธิบายขั้นตอนนั้นในตอนนี้ แต่จะขออธิบายในข้อที่ 2 และ 3 โดยเริ่มจาก วิธีการโอน BCC เข้าไปในกระเป๋า เพื่อรอรับ Stake ครับ สำหรับการโอนเหรียญเพื่อรอรับ Stake สามารถทำได้ 2 แบบหลักๆ คือ

1.เก็บเงินไว้ที่ BCC Dashboard (ง่ายที่สุด)

แบบแรกนี้คือ คุณไม่ต้องทำอะไรเลยครับ ขอแค่เก็บเหรียญ BCC ไว้ในระบบของ Dashboard โดยไม่ถอนออกมาเป็นเวลา 30 วัน ก็จะได้รับการ Stake เหรียญและได้รับปันผลออกมา เป็นเงิน BCC แล้วครับ ถ้าคุณไม่ค่อยชำนาญเรื่องการดาวน์โหลดกระเป๋ามาติดตั้งบนเครื่องคอม หรือว่ากลัวว่าคอมคุณจะพัง ผมแนะนำว่าทำวิธีแรกไปเลยครับ ง่ายและปลอดภัยที่สุด

2.โอน BCC ไปเก็บไว้ที่ BCC Wallet

สำหรับใครที่มั่นใจว่าเครื่องคอมของคุณจะไม่พังแล้วล่ะก็ สามารถเลือกใช้วิธีที่สองได้ คือการโอนเหรียญไปเก็บไว้ที่ wallet ครับ

ขั้นตอนการให้ Lending (ปล่อยให้กู้เหรียญ)

วิธีการปล่อยกู้เหรียญ ถือเป็นวิธีที่ได้ผลตอบแทนในรูปของดอกเบี้ยเงินปันผลที่สูงมาก จนหลายๆคนคิดว่ามันอาจเป็นแชร์ลูกโซ่ครับ ส่วนตัวแล้วหากคุณไม่ต้องการความเสี่ยงทางการเงินที่สูง ผมไม่แนะนำให้ทำ Lending เด็ดขาด แต่ถ้าตนเองมีเงินเย็นๆ และพร้อมรับความเสี่ยงได้สูง แบบนี้การทำ Lending น่าจะเป็นคำตอบที่ดี เพราะการทำ Lending ถือเป็นการสร้าง passive income ที่ดีที่สุดอีกด้วย

การปล่อยกู้ จะต้องใช้เงิน Bitcoin เท่านั้่น

1.เมื่อ Login เข้ามาในหน้า Dashboard แล้ว ให้คลิก Lend BitConnect

2.กรอกข้อมูลตามภาพให้ครบถ้วน จากนั้นกดปุ่มหมายเลข 3

3.เมิ่อทำการชำระเงินเรียบร้อยแล้ว ระบบจะขึ้นคล้ายๆกับภาพด้านล่างนะครับ แบบนี้ถือว่าเสร้จสิ้นแล้ว ไม่ต้องทำอะไรต่อ เมื่อเวลาผ่านไปครบ 24 ชั่วโมง ระบบก็จะทำการ stake เงินดอลล่าร์ออกมาให้ครับ

4.เราสามารถกด Tranfer เพื่อโอนดอลล่าร์ดอกเบี้ยเพื่อซื้อ BCC และเข้ากระเป๋า BCC Wallet ได้เลย

เป็นอย่างไรกันบ้างครับ กับขั้นตอนของการทำ Lending ไม่ยากเลยนะครับ หัวใจสำคัญคือเราใช้ Bitcoin ซื้อ ซึ่งระบบจะแปลงเป็นดอลล่าร์ก่อน โดยเราสามารถซื้อซ้ำกี่รอบก็ได้ หรือจะเอาปันผลที่ได้ซื้อซ้ำกลับเข้าไปอีกรอบ ด้วยการทำ Re-invest ด้วยก็ได้ ซึ่งจะทำให้ทรัพย์สินของเราเพิ่มมูลค่าทับทวีเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ

ดังนั้นหากต้องการ Passive Income ต้องไม่พลาดที่จะทำ Lending กับ BitConnect นะครับ

วิเคราะห์ความเสี่ยงของผู้ถือครองเหรียญ bitconnect

1.ความผันผวนของราคาบิตคอยน์

โดยปกติแล้วราคาบิตคอยน์ที่ผันผวนจะส่งผลโดยตรงต่อความผันผวนของราคา BitConnect ดังนั้นหากอยู่ในภาวะขาลงของบิตคอยน์แล้ว การถือครองเหรียญ BCC ถือว่าอันตรายทีเดียว หากเป็นการเก็งกำไรระยะสั้น แต่ถ้าเป็นการลงทุนระยะยาวเพื่อการสร้าง passive income น่าจะปลอดภัยมากกว่า

2.ความนิยมในเหรียญ BCC ลดลง

ข้อนี้ถือเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่มีผลโดยตรงต่อราคาของ BCC ครับ กล่าวคือ หากเหรียญ BCC ได้รับความนิยมน้อยลง โดยเริ่มต้นจากมีผู้ขุดเหรียญนี้น้อยลง ก็จะส่งผลให้ราคาของเหรียญนั้นตกลงไปด้วย และอาจกลายเป็นเหรียญที่ตายแล้วเลยก็ได้

3.มีเหรียญใหม่เข้ามาแทนที่

นอกเหนือจากเหรียญ BCC แล้ว ยังมีเหรียญคลิปโตตัวใหม่ๆ ที่มีคุณสมบัติ และความสามารถไม่แพ้เหรียญ BCC อาทิ happycoin เป็นต้น ซึ่งถือเป็นทางเลือกใหม่ของผู้ที่เข้ามาเทรดคลิปโตในอนาคต ซึ่งอาจมาแย่งส่วนแบ่งทางการตลาดของ BCC ได้

บทสรุป

ผู้เขียนพาทุกคนมารู้จักกับทรัพย์สินดิจิตอลอย่าง BitConnect อย่างเพียงพอที่จะนำมันไปสร้างการเป็นทรัพย์สินดิจิตอล ที่ช่วยลดเวลา ด้วยคานผ่อนแรงขนาดสุดยอดนี้! แน่นอนว่า ผลตอบแทน Stake ในรูปแบบของ passive income คือสิ่งจูงในให้นักลงทุนทั่วโลก ต่าง invest ไว้ที่ BitConnect แต่ก็ไม่ใช่หลักประกันการคงอยู่ของเหรียญนี้ตลอดไป

ดังนั้นผู้ลงทุนต้องพิจารณาให้รอบคอบ และสามารถรับความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นจากความผันผวนของราคา และการไม่สามารถควบคุมความโลภภายในจิตใจได้

แต่หากคุณพร้อม! และรับความเสี่ยงได้ BitConnect คือโอกาสครั้งสำคัญที่จะเปลี่ยนแปลงอนาคตทางการเงินของคุณไปตลอดกาล

เลือกหา Real Passive Income เลือก BitConnect Coin

เขียนบทความ ยังไงให้ประสบความสำเร็จ 2017

หากใครที่กำลังหารายได้เสริม รายได้หลัก สร้างแบรนด์หรือทำการตลาด โดยที่ไม่ต้องใช้งบลงทุนมากนัก สิ่งหนึ่งที่หลายคนต้องทราบ นั่นก็คือ การเขียนบทความ เห็นแบบนี้ก็ไม่ใช่เรื่อง่าย แต่ก็ไม่ยากเกินไปสำหรับหลายๆคน โดยเฉพาะคนที่รักการอ่าน รักการเขียน บอกเลยว่าคุณมาถูกทางแล้ว ซึ่งการจะเขียนบทความ ให้ประสบความสำเร็จได้นั้น สามารถทำได้หลายวิธี ใครที่ไม่อยากพลาดไปติดตามชมกันได้เลย

กำหนดเป้าหมายในการเขียนบทความ

เขียนเพื่ออะไร / ตั้งใจนำเสนออะไร / กลุ่มเป้าหมายเป็นใคร เป็นจุดเริ่มต้นที่หลายคนมักมองข้าม ทำให้งานเขียนส่วนใหญ่ถูกเขียนขึ้นมาอย่างไร้เป้าหมาย ไร้การดึงดูดที่ทำให้น่าสนใจ เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้การเขียนบทความไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร ส่วนการกำหนดเป้าหมาย สามารถทำได้ง่ายๆ เช่น เขียนบทความนำเสนอและโน้มน้าวกลุ่มผู้อ่านให้กลายมาเป็นลูกค้า หรือ ทำให้เกิดความสนใจจนเกิดการบอกต่อ พูดคุยและสอบถามต่อไป ถือเป็นการโปรโมทที่ดีและถูกที่สุดวิธีหนึ่ง แถมยังได้ผลดีมากอีกด้วย

ค้นคว้าข้อมูลก่อนลงมือเขียน 

การเขียนบทความให้มีคุณภาพ จำเป็นต้องใช้เวลาในการค้นหาข้อมูลก่อนลงมือเขียนอยู่เสมอ (สำหรับผู้เขียนแล้ว ขั้นตอนนี้ถือว่าสำคัญมาก เพราะภาษาและเนื้อหาจะเป็นไปในทิศทางใดและมีคุณภาพหรือไม่ ขั้นตอนนี้ถือเป็นหัวใจสำคัญ) เมื่อนักเขียนได้หัวข้อที่จะเขียนแล้ว ก็ทำการค้นคว้าข้อมูลในอินเทอร์เน็ต หนังสือ นิตยาสาร โดยใช้คีย์เวิร์ดหรือคำที่ใกล้เคียงในการค้นหาข้อมูล ไอเดีย แนวทางในการเขียน ลักษณะของการเขียนว่าเป็นอย่างไรและนำมาประยุกต์ใช้ในบทความของตนเอง

การตั้งชื่อบทความ 

เมื่อได้ไอเดียในการเขียนแล้ว ต่อมาคือ การตั้งชื่อบทความ จะตั้งอย่างไรให้ผู้อ่านเห็นแล้วอยากคลิกเข้าไปอ่าน จะตั้งอย่างไรให้ผู้อ่านอยากไลท์ อยากแชร์ รวมทั้งยังเป็นมิตรต่อการทำ SEO ในที่นี้จะยกตัวอย่าง คีย์เวิร์ด “ลดความอ้วน” การตั้งชื่อบทความที่ดี ควรมีคีย์เวิร์ดแทรกเข้าไปด้วย เช่น 10 อาหาร ลดความอ้วน / เคล็ด(ไม่) ลับ ถ้าอยากลดความอ้วน / ลดความอ้วน เริ่มที่ตัวคุณ เป็นต้น การตั้งชื่อแบบนี้ นอกจากจะทำให้ผู้อ่านค้นหาได้ง่ายและเกิดความสนใจแล้ว ยังเป็นมิตรต่อการทำ SEO เพื่อติดอันดับใน Google อีกด้วย

กำหนดเค้าโครงเรื่อง 

เป็นการตัดสินใจว่า ภายในบทความของคุณจะประกอบด้วยอะไรบ้าง เช่น เกริ่นนำ เนื้อหา สรุป แนวคิด ประโยชน์ เป็นต้น ซึ่งการร่างเค้าโครงของเนื้อหาจะทำให้คุณเห็นภาพได้ชัดเจนขึ้นว่า ยังขาดเหลือข้อมูลอะไรที่ต้องหาเพิ่มเติมอีกบ้าง แถมยังช่วยตัดข้อมูลที่ไม่จำเป็นออกไปอีกด้วย ช่วยให้บทความดูสมดุล ลื่นไหล เวลาที่อ่านดูไม่เหวิ่นเว่อมากจนเกินไป ถือเป็นอีกขึ้นตอนหนึ่งที่ช่วยให้การเขียนบทความง่ายขึ้นและประหยัดเวลาอีกด้วย

บทความยาวดีกว่าบทความสั้น 

จากสถิติและการวิเคราะห์ผล SERPs ได้รับการยืนยันว่า บทความที่มีความยาวมีแนวโน้มในการถูกจัดอันดับบน Google มากกว่าบทความสั้น อย่างไรก็ตาม ไม่ได้หมายความว่า บทความที่มีความยาวทุกบทความ จะถูกจัดอันดับในหน้าแรกๆของ Google ได้ทั้งหมด ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับลักษณะการเขียนบทความ การใช้คีย์เวิร์ด เค้าโครงของบทความและความเป็นประโยชน์ต่อคนอ่านว่ามีมากน้อยเพียงใด ซึ่งหากบทความขนาดสั้น มีสิ่งเหล่านี้ครบ ก็มีโอกาสสูงที่จะติดอันดับบน Google ได้เช่นกัน

ตกแต่งบทความให้น่าอ่าน 

นอกจากการตั้งชื่อบทความและเขียนบทความให้เนื้อหามีคุณภาพแล้ว อีกขั้นตอนหนึ่งที่อยากแนะนำให้ทำก็คือ การจัดหน้าตาของบทความให้มีความสวยงามและง่ายต่อการอ่าน ไม่ว่าจะเป็นการขึ้นบรรทัดใหม่และการจัดวางพารากราฟ ควรใช้สัก 4 – 5 บรรทัดกำลังสวย การปรับขนาดและสีสันของตัวอักษร การใช้ตัวหนา ตัวเอียงให้เป็นประโยชน์ การเลือกใช้ Font อย่างเหมาะสม การเพิ่มรูปภาพประกอบให้บทความดูมีชีวิตชีวา ซึ่งก็ลองนำไปปรับใช้กันดู รับรองว่าบทความของคุณจะสวยงามขึ้นกว่าเมื่อก่อนแน่นอน

เผยแพร่บทความ  

สำหรับคนที่มีบล็อกหรือเว็บไซต์เป็นของตนเอง ต่อให้คุณเขียนบทความที่มีเนื้อหามีประโยชน์และดีขนาดไหน มันจะไม่ประสบความสำเร็จเลย หากไร้ซึ่งคนอ่าน วิธีง่ายๆที่สามารถทำได้ก็คือ การแชร์บทความลงใน Facebook Page  นำลงใน Facebook Profile การแชร์บทความลงในกรุ๊ปที่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาในบทความ   โปรโมทลงในเว็บไซต์ต่างๆที่เกี่ยวข้องกับเนื้อหา หรือ หากใครที่มีงบหน่อย ผู้เขียนแนะนำให้ลงโฆษณากับ Facebook Ads /  Twitter Ads / Google Adwords ก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่สามารถทำได้เช่นกัน

เขียนบทความอย่างสม่ำเสมอ 

ผู้อ่านทุกคนล้วนมองหาบทความใหม่ๆและมีเนื้อหาอัพเดททันต่อสถานการณ์อยู่เสมอ ดังนั้น ควรเขียนบทความที่มีความสดใหม่ มีเนื้อหาที่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์และกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการให้เข้ามาอ่าน เพียงเท่านี้บล็อกหรือเว็บไซต์ของคุณก็จะมี Traffic เพิ่มมากขึ้นและเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้คุณสามารถประสบความสำเร็จในการเป็นนักเขียนได้ในระยะยาว

เห็นหรือยังว่า การเขียนบทความ ให้ประสบความสำเร็จไม่ยากอย่างที่หลายคนคิด แต่ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะสามารถทำได้ในไม่กี่วัน ทุกอย่างจะต้องใช้ประสบการณ์ การพัฒนาฝีมือในการเขียน รวมถึงสร้างสรรค์งานเขียนใหม่ๆที่ตรงกับวัตถุประสงค์ในการนำเสนอ ออกมาให้ผู้อ่านเข้าถึงและเป็นประโยชน์สูงสุด