8 เรื่องที่คนทำธุรกิจออนไลน์ต้องรู้

ธุรกิจออนไลน์ อีกอาชีพหนึ่งที่ได้รับความสนใจอย่างมาก เพราะเป็นงานที่ลงทุนต่ำ รายได้ดี (ถึงจะไม่ใช่ทุกคน) แต่อย่างน้อย คนที่ทำในธุรกิจนี้ก็มีโอกาสได้เรียนรู้ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ แก้ปัญหาและนำทักษะต่างๆไปใช้ในธุรกิจด้านอื่นๆต่อไปได้ แน่นอนว่าแม้จะไม่มีสูตรสำเร็จตายตัว แต่ก็มีเรื่องที่คนทำธุรกิจออนไลน์จำเป็นต้องรู้อยู่บ้าง และนี่คือหัวใจหลักที่ผู้เขียนจะนำมาเสนอในวันนี้ จะมีอะไรที่คุณจำเป็นต้องรู้กันบ้าง ตามมาดูกันได้เลย

ชื่อของโดเมน 

สำหรับใครที่เปิดเว็บไซต์ เพื่อขายของออนไลน์ จำเป็นต้องซื้อโดเมนและตั้งชื่อให้เหมาะสมกับสินค้า – บริการที่เรามี ซึ่งชื่อนั้นควรจะสั้น จำง่าย เรียกง่าย และต้องไม่ลืมตรวจเช็คเรื่องความปลอดภัยของโดเมนและเว็บไซต์ด้วย รวมถึงการจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ให้เรียบร้อย เพราะเว็บไซต์จำเป็นต้องมีตัวตนที่น่าเชื่อถือบนโลกออนไลน์ อย่าลืมว่าเดี๋ยวนี้มีเว็บไซต์เถื่อนเกิดขึ้นเป็นจำนวนมาก จะทำอะไร ควรเป็นไปตามกฎ กติกาของกฎหมายไว้จะดีกว่า

ชื่อของธุรกิจต้องจำง่ายและสื่อถึงสินค้า – บริการนั้นๆ

ชื่อของธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นออนไลน์หรือออฟไลน์ ควรตั้งให้เรียกง่าย จดจำง่ายและเหมาะสมกับสินค้าและบริการ ในส่วนนี้บางคนอาจถือเคล็ดเกี่ยวกับฮวงจุ้ยว่า ธุรกิจที่จะค้าขายดี ควรตั้งชื่อที่มีชื่อของตนเองหรือคล้องจองกับชื่อของตนเองเข้าไปด้วย ซึ่งในกรณีนี้ก็แล้วแต่ความเชื่อส่วนบุคคล หากทำแล้วสบายใจก็สามารถตั้งชื่อได้ ดูอย่างแบรนด์สินค้าออนไลน์ที่ฮิตติดตลาดจนกลายเป็นสินค้าขึ้นห้างดัง อย่างเช่น แป้ง Cho ของคุณเนย โชติกา ก็ตั้งตามศาสตร์ของฮวงจุ้ยเช่นกัน

วางแผนการตลาด  

สามารถทำได้โดยการหาช่องทางโปรโมทสินค้าตั้งแต่เนิ่นๆ อาจจะเป็นการสร้างเครือข่ายลูกค้าบนเฟสบุ๊ค การจัดกิจกรรมส่งเสริมการขาย โดยเฉพาะในช่วงแรกที่เปิดกิจการ เช่น การเลือกรับส่วนลดหรือของแถม การลดราคาให้ลูกค้า 10  ท่านแรกที่เปิดบิล เป็นต้น ซึ่งเจ้าของกิจการสามารถจัดกิจกรรมตรงส่วนนี้ได้เลย ไม่ต้องรอ แถมยังเป็นการเช็คกระแสตอบรับของลูกค้าได้อย่างดีอีกด้วย จากนั้นเมื่อสินค้า – บริการติดตลาดหรือเป็นที่รู้จักมากขึ้นก็วางแผนการตลาดในระยะยาวต่อไป

Facebook และ Line ไม่ใช่ทั้งหมดของธุรกิจออนไลน์  

หลายคนค้าขายออนไลน์ผ่านทานไลน์หรือแฟนเพจ แต่จงอย่าลืมว่า ธุรกิจออนไลน์ จำเป็นต้องมีเว็บไซต์เป็นรากฐาน แม้การขายของผ่านทางไลน์หรือเฟสบุ๊ค สามารถทำได้อย่างสะดวก ต้นทุนต่ำแทบไม่เสียค่าใช้จ่าย แต่ในวันข้างหน้า หากมีการเปลี่ยนแปลงนโยบาย ห้ามขายของออนไลน์ขึ้นมาหรือต้องเสียค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้น คุณก็ต้องยอมรับในการเปลี่ยนแปลงเหล่านั้นอย่างไม่มีเงื่อนไข ดังนั้น ควรสร้างเว็บไซต์ที่เป็นของคุณเอง เพื่อรากฐานที่มั่นคงของธุรกิจเอาไว้จะดีกว่า

อย่าลืมคู่ค้าที่สำคัญ  

คู่ค้าในที่นี้ รวมหมดทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นผู้ผลิต ผู้ให้บริการขนส่ง ธนาคาร ตัวแทนจำหน่าย และที่สำคัญคือ  ผู้พัฒนาระบบธุรกิจออนไลน์อย่างมืออาชีพ ซึ่งมีส่วนสำคัญอย่างมากในการพัฒนา ปรับปรุง ต่อยอดธุรกิจ  ของคุณได้เป็นอย่างดี อย่างไรก็ตาม ควรเลือกคู่ค้าทางธุรกิจออนไลน์ให้ดีๆ เพราะถ้าหากเลือกผิด บางคนถึงขั้นน้ำตาตกกันเลยก็มี ดังนั้น จงไตร่ตรองให้ถี่ถ้วน รอบคอบไว้ก่อนจะดีกว่า ช้าแต่ชัวร์ เดี๋ยวจะหาว่าผู้เขียน ไม่เตือน

จัดการคลังสินค้าให้เหมาะสมหรือเลือกระบบโลจิสติกส์ที่ไว้ใจได้  

ข้อดีของการจัดการกับสินค้าคงคลังหรือสินค้าที่อยู่ในสต็อก อย่างน้อยคุณก็มั่นใจว่าธุรกิจจะมีจำนวนสินค้าที่เหมาะสมและมีระบบจัดการโลจิสติกส์ที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ธุรกิจออนไลน์ของคุณ จะได้มั่นใจว่าเมื่อถึงเวลาติดต่อซื้อขาย ลูกค้าทุกรายจะได้รับสินค้าที่ถูกต้อง ครบถ้วนและรวดเร็ว เพราะอย่าลืมว่าธุรกิจออนไลน์อาศัยความสะดวก รวดเร็วเป็นหลัก หากสินค้าหมดสต็อกขึ้นมา ลูกค้าส่วนใหญ่จะไม่รอสินค้าของคุณ แต่จะหันไปใช้บริการจากร้านค้าอื่นแทน

ธุรกิจต้องตรวจสอบได้  

คำว่าตรวจสอบในที่นี้ ไม่ได้หมายถึงเฉพาะเรื่องระบบบัญชี ภาษีอากร แต่การตรวจสอบที่ดีควรทำได้ทุกที่ ทุกเวลา เพราะการที่เจ้าของธุรกิจสามารถมอนิเตอร์ได้แบบเรียลไทม์ จะทำให้เข้าใจปัญหาและจัดการกับปัญหาได้ทันท่วงที ข้อนี้สามารถนำไปใช้ได้ทั้งธุรกิจออนไลน์และธุรกิจออฟไลน์ เพราะคนที่ตรวจสอบธุรกิจได้ดีที่สุด ไม่ใช่บริษัทหรือหมอดูที่ไหน แต่เป็นตัวเจ้าของธุรกิจเอง

 มีมาตรฐาน 

เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด เพราะเจ้าของธุรกิจออนไลน์จะต้องมั่นใจว่า ธุรกิจของคุณได้ทำทุกอย่างเป็นระบบและมีมาตรฐานแล้ว ไม่ใช่เว็บเถื่อน ของเถื่อนที่มีให้เห็นกันดาษดื่น แต่ทุกอย่างทำถูกต้องตามกฎหมาย มีบริการหลังการขาย ส่งของครบถึงมือลูกค้า ไม่หายหน้าหายตาไปหลังจากได้รับเงินแล้ว เพียงเท่านี้ก็เป็นมาตรฐานที่ลูกค้าหลายคนพอใจ และจงระลึกไว้อยู่เสมอว่า มาตรฐานที่ดีที่สุดของธุรกิจคือ มาตรฐานที่ลูกค้าส่วนใหญ่ประทับใจนั่นเอง

ก็จบกันไปแล้ว สำหรับ 8 เรื่องที่คนทำธุรกิจออนไลน์จะต้องรู้ ผู้เขียนหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ความรู้ที่นำมามอบให้ในวันนี้ จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อผู้ที่ทำธุรกิจออนไลน์ไม่มากก็น้อย หากมีข้อผิดพลาดประการใดต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย แต่ถ้าหากชอบก็อย่าลืมติดตามบทความสาระน่ารู้ดีๆต่อได้ในบทความครั้งหน้า รับรองว่ายังเต็มเปี่ยมไปด้วยคุณภาพแน่นอน

ธุรกิจออนไลน์ต้องรู้ สุดยอด E-Payment ที่เจ้าของกิจการห้ามพลาด !

ช่วงหลายปีที่ผ่านมา เราเริ่มเห็นการใช้สมาร์ทโฟนผ่านการทำธุรกรรมออนไลน์กันมากขึ้น สาเหตุหลักเนื่องจาก ตัวสมาร์ทโฟนแต่เดิมที่มีราคาแพงหลายหมื่นบาท ได้ปรับลดราคาถูกลง ทำให้คนส่วนใหญ่เข้าถึงและใช้งานอินเตอร์เน็ตได้มากขึ้น การใช้เงินสดจึงเป็นเรื่องไม่สะดวกสำหรับคนไทย เพราะผู้บริโภคส่วนใหญ่เริ่มหันมาจ่ายหรือโอนเงินผ่านทางแอพพลิเคชั่นที่ให้บริการ E-Payment ทั้งธุรกิจออนไลน์และธุรกิจแบบออฟไลน์ จึงต้องหันมาให้บริการ E-Payment เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ลูกค้า

สำหรับ E-Payment เป็นที่รู้จักกันดีในรูปแบบ E-Wallet ซึ่งเป็นกระเป๋าสตางค์ในมือถือ หลักๆคือ ต้องไปสมัครสมาชิกทางเว็บไซต์หรือแอพฯของผู้ให้บริการ ลงทะเบียน เลือกธนาคารที่ต้องการโอนเงินเข้ากระเป๋าและเลือกรายการที่ต้องการจะซื้อ โดยไม่ต้องเสียเวลาต่อคิว ไม่ต้องถือเงินสด และอีกประการหนึ่งที่ทำให้ถูกอกถูกใจหลายๆคนนั่นคือ ยังไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมอีกด้วย

AIS mPay

เชื่อว่าน่าจะถูกใจคนทำธุรกิจออนไลน์กันไม่น้อย เพราะรองรับมากถึง 9 บัญชีธนาคาร สำหรับลูกค้าที่โอน    เงินผ่านทางบัญชี ที่สำคัญคือ ร้านค้ายังได้รับเงินภายใน 1 วันทำการอีกด้วย และใครที่ยิงโฆษณาบนเฟสบุ๊คบ่อยๆ ก็สามารถใช้ AIS mPay จ่ายได้ ซึ่งเจ้าตัวนี้อำนวยความสะดวกให้กับคนที่ใช้ Samsung Galaxy อยู่แล้ว เพราะสามารถนำมือถือไปแตะชำระค่าสินค้าได้เลย แม้แต่การเข้าออกรถไฟฟ้าและร้านอาหารที่รับบัตร Mastercard ได้ทั่วโลก

เนื่องจาก mPay จะทำบัตรเครดิต Mastercard ให้เลย ส่วนใครที่ทำธุรกิจออนไลน์ที่ให้บริการกลุ่มลูกค้าอย่างนักเรียน นักศึกษา การใช้ AIS mPay 5nv ถือเป็นตัวเลือกที่ดี เพราะตอนนี้นักศึกษา ABAC ก็สามารถใช้แอพฯนี้ชำระค่าเทอม ค่าธรรมเนียมและซื้อสินค้าบางประเภทได้ แต่จะมีปัญหากับผู้ใช้งานที่เปลี่ยนเบอร์หรือย้ายค่ายบ่อยๆ เพราะอาจเกิดผลกระทบกับจำนวนเงิน ซึ่งตรงนี้เป็นส่วนที่ผู้ใช้ mPay ต้องระมัดระวังพอสมควร

Rabbit Line Pay

เจ้าตัวนี้ก็สามารถจ่ายค่าน้ำค่าไฟ ซื้อของกินได้ แถมมี 41 ล้านคนในประเทศไทยที่ใช้ Line เยอะมาก จึงมองว่าธุรกิจออนไลน์ที่ขายของกิน เปิดร้านอาหารหรือบริการอื่นๆ การใช้ Rabbit Line Pay ก็เป็นอีกหนึ่งบริการที่น่าสนใจ แต่ทว่า…หากซื้อของช้อปปิ้งออนไลน์ จะทำได้เพียง Lazada, Central Online หรือร้านที่ไม่ได้มี PayPal เพราะ Rabbit Line Pay ไม่มี Virtual Credit Card แถมการเติมเงินในมือถือยังทำไม่ได้เหมือน AIS  mPay

อย่างไรก็ตาม หากธุรกิจออนไลน์ไม่ได้เจาะกลุ่มลูกค้าต่างชาติที่ไม่ได้ใช้ Line ก็ไม่เป็นข้อจำกัดอะไร แต่ สำหรับใครที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับการพัฒนาและบริการเกม หากเกมนั้นเป็นเกมสำหรับ Line คุณควรให้ผู้ใช้งานจ่ายเงินผ่าน Rabbit Line Pay ส่วนบริการ E-Payment อื่นๆ อย่าง AirPay / BluePay นั้น ลูกค้าส่วนใหญ่จะใช้เพื่อช้อปปิ้งสินค้า – บริการออนไลน์มากกว่า

True Wallet

เป็นอีกหนึ่งบริการ E-Payment ที่ครบถ้วนไม่แพ้ AIS mPay เพราะเป็นบริการที่จ่ายได้ทั้งค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าโทรศัพท์ การซื้อของในเกม การซื้อ – ขายสินค้าในธุรกิจออนไลน์ รวมถึงซื้อตั๋วหนัง แน่นอนว่าในหลายรายการไม่ได้คิดค่าธรรมเนียมแต่อย่างใด แถมยังมี Visual Credit Card ให้ผู้ใช้งานได้ซื้อของ แถมผูกกับบัญชี PayPal ได้ เหมือนกัน เพราะฉะนั้น ใครที่ทำธุรกิจออนไลน์และอยากติดตั้งระบบ E-Payment ไว้คอยบริการลูกค้า แนะนำให้ติดทั้ง AIS mPay และ True Wallet ทั้งสองอย่างจะดีกว่า เพียงแต่จุดด้อยของ True Wallet คือ มันยังไม่สามารถผูกบัญชีได้กับทุกธนาคารเท่านั้น

อีกทั้งลูกค้าบางรายมองว่า จำนวนการเติมเงินเริ่มต้นผ่านทาง 7 -11 ค่อนข้างสูง หากถอนเงินจาก True  money  ก็ต้องเสียค่าธรรมเนียมอยู่ดี แต่ที่น่าสังเกตคือ ผู้ใช้งานหลายคนพูดถึงการประสานงานที่ล่าช้าเวลาเกิดปัญหาเกี่ยวกับการใช้งาน (แม้ทั้ง True และ AIS จะไม่เคยทิ้งปัญหานี้และตอบคำถามผู้ใช้งานอยู่ตลอด) ถึงอย่างนั้น True Wallet ก็มีจุดเด่นอยู่อย่างหนึ่งคือ มีจุดให้บริการเยอะ มีพันธมิตรอย่าง Ail pay  สามารถใช้ ร่วมกับ Bluepay เติมเงินและได้ส่วนลดอีกมากมาย นับว่าเป็นจุดเด่นที่เข้ามากลบจุดด้อยได้เป็นอย่างดี

Paypal

ใครที่ทำธุรกิจออนไลน์หรือซื้อของออนไลน์เป็นประจำ คงรู้จัก PayPal กันดีอยู่แล้ว โดยเฉพาะการซื้อของ บน eBay, Amazon, Lazada หรือแม้แต่ Alibaba  Paypal ถือเป็นอีกธนาคารทางอินเตอร์เน็ตที่ให้บริการรับเงิน ฝากเงิน ส่งเงินให้ใครก็ได้เหมือนธนาคารทั่วไป โดยคิดค่าธรรมเนียม ซึ่งใครที่ขายของให้ชาวต่างชาติ ควรมี PayPal ให้เขาจ่ายเงินได้อย่างสะดวกจะดีกว่า อย่างเช่นการบินไทยก็ให้ลูกค้า ซื้อตั๋วเครื่องบินผ่านทาง PayPal ได้แล้ว ซึ่งเจ้าตัวนี้มีจุดแข็งตรงที่มีระบบที่ปลอดภัยและอาจจะเรียกได้ว่า ดีที่สุดในโลกแล้วในตอนนี้ การติดต่อขอความช่วยเหลือก็รวดเร็ว ใช้งานฟรีแถมยังสร้างชื่อบัญชีตามที่ต้องการโดยที่ไม่ต้องมีสมุดบัญชี

อย่างไรก็ตาม จุดอ่อนของ Paypal คือ ต้องมีบัตรเครดิต ยกเว้นใครที่มี TrueMoney WeCard ก็สามารถใช้แทนบัตรเครดิตได้ โดยการผูกกับบัญชี PayPal  ส่วนค่าธรรมเนียมในการโอนค่อนข้างแพงกว่าบริการ E-Payment ของเจ้าอื่น แถมยังได้ยินเรื่องการหลอกให้ทำธุรกรรมผ่าน PayPal อยู่บ้างตามข่าวรายวัน การหลอกโอนเงิน หลอกนำข้อมูลส่วนตัวไปใช้ในทางมิชอบ อีกทั้งยังไม่ได้รับความนิยมเท่าบริการอื่นๆในประเทศไทย ส่งผลให้ PayPal จึงไม่ได้มารองรับลูกค้าคนไทย แต่มีไว้สำหรับรองรับลูกค้าต่างชาติมากกว่า