10 เทคนิคเขียนบทความสั้นๆ แล้วขายสินค้าได้ 2017

ในปัจจุบันยอมรับว่าบทความสั้นๆมีความสำคัญต่อการพัฒนาเว็บไซต์เป็นอย่างมาก รวมถึงสำหรับผู้ที่สร้าง Personal Brand ในตัวอีกด้วย บก.เห็นว่าเรื่องนี้ได้รับความสนใจอย่างต่อเนื่องทั้งจากนักเขียนบทความขาย และผู้ที่เป็นเจ้าของธุรกิจเว็บไซต์ ซึ่งนำ

ประเภทบทความสั้นๆที่นิยมนำมาเขียน

1.บทความสั้นๆเกี่ยวกับสุขภาพ

บทความสั้นๆเกี่ยวกับสุขภาพ เป็นบทความที่ได้รับความนิยมมากเป็นอันดับต้นๆของการเขียนบทความสั้นๆ อันอาจเนื่องมาจากปัญหาสุขภาพของคนไทยที่เริ่มมีมากขึ้นเรื่อยๆ ประกอบกับการรักษาพยาบาลที่ยังทำให้ประชาชนต้องพึ่งพาตนเองมากขึ้น เราจะพบว่าบทความสั้นๆเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพนั้นจะได้รับความสนใจจากผู้อ่านและเกิดการแชร์เป็นจำนวนมาก ดังนั้นหากคุณมีความรู้เกี่ยวกับการดูแลสุขภาพแล้วล่ะก็ บทความสั้นๆเกี่ยวกับสุขภาพ สามารถตอบโจทย์ความต้องการของผู้อ่านได้อย่างแน่นอน

2.บทความสั้นๆมีสาระ

บทความสั้นๆ มีสาระ หมายถึงบทความจิปาถะ 108 ซึ่งครอบคลุมทุกหมวด แต่เน้นไปที่มีสาระเป็นสำคัญ คือหมายถึง อ่านแล้วได้ความรู้ตรงตามความต้องการของผู้อ่าน บทความเหล่านี้มักได้รับการแชร์ออกไปเป็นจำนวนมากเชา่นกัน และเรามักพบบทความเหล่านี้ใน Line

3.บทความสั้นๆสอนใจ

อีกหนึ่งประเภทบทความสั้นๆ ที่นิยมมากคือ บทความสั้นๆสอนใจ อาจอยู่ในรูปของคำคม หรือ 10 สิ่ง… ต่างๆ ซึ่งบทความเหล่านี้นั้น สามารถสร้างแรงบันดาลใจ หรือช่วยให้ผู้อ่านปลดทุกข์ในใจได้ จึงถือว่าเป็นบทความสั้นๆที่ได้รับความนิยมมากพอสมมควร

4.บทความสั้นๆภาษาอังกฤษ

บทความสั้นๆภาษาอังกฤษ จัดเป็นบทความที่เป็นยาขมสำหรับนักเขียนชาวไทย เพราะว่าไม่ถนัดในการเขียนภาษาอังกฤษนั่นเอง แต่กระนั้นก็ตาม บทความกลุ่มนี้ก็ได้รับการแชร์ และใช้งานเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะใน Fb หรือใน IG ของหลายๆคน นอกจากจะเป็นบทความที่ดูทำให้ผู้อ่านเป็น Hi-so แล้ว ยังเป็นบทความที่เพิ่มพูนความรู้ให้กับตนเองได้ดีอีกด้วย

5.บทความสั้นๆเกี่ยวกับความรัก

เรื่องของความรัก เป็นเรื่องที่ประชากรทุกคนนั้นจะต้องพบเจอ และถือว่ามี Demand ของการอ่านมากที่สุดอีกหนึ่งตลาดเลยครับ ดังนั้นการเขียนบทความสั้นๆเกี่ยวกับความรัก จะเป็นอีกหนึ่งประเภทบทความที่มีโอกาสเกิดการแชร์ออกไปเป็นจำนวนมาก และอาจสร้างกลายเป็นรายได้ให้กับคุณได้เช่นกัน

6.บทความสั้นๆเกี่ยวกับชีวิต

ชีวิตมนุษย์ มีหลายสิ่งที่น่าค้นหาและน่าติดตาม ดังนั้นการร้อยเรียงเรื่องราวของชีวิตออกมาเป็นบทความ น่าจะตอบโจทย์ของผู้แสวงหาความหมายของชีวิตได้ บทความแนวนี้แม้ว่าจะไม่ค่อยหามุม หรือมิติในการทำเงินได้ก็ตาม แต่มันช่วยเพิ่มคุณค่าทางจิตใจให้กับเราได้มากที่เดียวครับ

ข้อดีของการหมั่นเขียนบทความสั้นๆ

1.ลับคมความรู้ในเรื่องที่เราชำนาญ

การเขียนบทความสั้นๆ ช่วยเพิ่มความรู้ความชำนาญให้กับตนเองในเรื่องนั้นๆเพิ่มขึ้น เป็นการเกลาสำนวนการเขียน การดีดดิ้นทางภาษา และการปรุงแต่งความหมายและอรรถรส

2.ช่วยเพิ่ม Value ให้กับสินค้าหรือบริการของคุณเอง

การเขียนบทความสั้นๆ สามารถช่วยเพิ่ม Value ให้กับตนเองได้ โดยเฉพาะหากตัวคุณนั้นเจ้าของแบรนด์ หรือที่เรียกว่า Personal brand บทความสั้นๆที่ดีจะสามารถช่วยสร้างมูลค่าให้กับตัวคุณขึ้นมาได้เพิ่มขึ้น

3.สามารถสร้างรายได้ได้ด้วย

ข้อดีประการสุดท้ายของการเขียนบทความสั้นๆคือ คุณสามารถสร้างรายได้ทั้งแบบ 1.Active หรือแบบ 2.Passive ขึ้นอยู่กับว่าเลือกใช้บทความแบบไหนหรืออย่างไร ซึ่งหากคุณเป็นนักเขียนบทความขาย คุณสามารถขายบทความออกไปได้เลย แต่ถ้าเป็นบทความแบบ Passive นั่นหมายถึงคุณอาจเป็นเจ้าของเว็บ และเขียนบทความลงเว็บไซต์ของตนเองเป็นหลัก

วิธีการวางแนวทางพัฒนางานเขียนบทความสั้นๆ

1.กำหนดวัตถุประสงค์ของการอ่านให้ได้เสียก่อน

เมื่อคุณเกิดแรงบันดาลใจที่จะเขียนบทความสั้นๆ ขึ้นมาเมื่อไหร่ขอให้คณกำหนดวัตถุประสงค์ของการเขียนบทความสั้นๆขึ้นมาว่า ต้องการเขียนเพื่ออะไร หมายถึงเมื่อผู้อ่านอ่านบทความนี้จบ ผู้อ่านจะได้รับอะไร โดยปกติแล้ว บก.จะสรุปออกมาได้ 3 วัตถุประสงค์ด้วยกัน

       1.1อ่านจบแล้ว สามารถแก้ปัญหาบางสิ่งในชีวิตได้

การแก้ปัญหาเช่น ความที่เป็นสิวผด เมื่ออ่านบทความสั้นๆของคุณเกี่ยวกับสิวผดแล้ว สามารถแก้ปัญหาสิวผดในตนเองได้ หรือบางคนอาจกำลังอกหักอยู่ แต่บทความของคุณ เมื่ออ่านจบแล้วทำให้คนที่อ่านนั้นคลายอาการอกหักได้ ซึ่งก็จัดอยู่ในรูปแบบของการแก้ปัญหาอย่างหนึ่งเช่นกัน

       1.2อ่านจบแล้ว สามารถก่อสิ่งใหม่ หรือพัฒนาสิ่งใหม่ๆ หรือที่มีอยู่แล้วให้ดีขึ้นได้

จุดประสงค์ของบทความสั้นๆแบบที่สองคือ เมื่ออ่านแล้ว ทำให้เกิดไอเดีย หรือต้องการต่อยอดทำสิ่งใหม่ หรือทำบางสิ่งให้ดีขึ้น เช่นอาจเป็นบทความ “วิธีเลี้ยงกุ้งในบ่อหลังบ้านสร้างรายได้เดือนละ 100,000 บาท” แบบนี้เป็นต้น บทความแนวนี้มักได้รับความนิยมเมื่อนำมาผนวกกับธุรกิจ หรือบทความที่ต้องการสร้างอินโฟเพอเนอร์ เพื่อขายสินค้า หรือบริการบางอย่าง

       1.3อ่านจบแล้ว สามารถเกิดแรงบันดาลใจในการทำบางสิ่งขึ้นมา

จุดประสงค์ของบทความสั้นๆแบบที่สาม คือ เมื่ออ่านจบแล้วเกิดแรงบันดาลใจขึ้นมา เช่น มีแรงบันดาลใจในการมีชีวิตต่อไป มีแรงบันดาลใจในการหาเงินเพิ่มขึ้น หรืออาจเป็นแรงบันดาลใจให้เราต้องการท่องเที่ยวหาประสบการณ์ไปทั่วโลก แบบนี้ก็ได้

แก้ – ก่อ – เกิด 3 กอ = วัตถุประสงค์การเขียนบทความสั้นๆ

ลองสังเกตดูนะครับว่า บทความสั้นๆที่มีอยู่ในโลกอินเทอร์เน็ตนั้น ต่างสรุปมาได้ 3 ข้อเหมือนกับที่ บก.สรุปไว้หรือไม่ แต่ก็อาจมีวัตถุประสงค์อื่นๆได้ครับ ยังไงก็เอามาแบ่งปันกันตรง comment กันได้ครับ

2.เลือกเนื่อหาน่าสนใจ Update และมีฐานข้อมูลจริง

3.เขียนต้นร่างขึ้นมา 1 ฉบับ และพัก 1 วันก่อนเขียนใหม่

เมื่อคุณได้แนวทางการเขียนบทความขึ้นมาแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการเขียนต้นร่างของบทความสั้นๆของคุณขึ้นมา มันอาจจะเป็นแค่หัวข้อขึ้นมาก่อนก็ได้ คุณไม่จำเป็นต้องลงรายละเอียดของบทความ แค่เขียนเป็นกรอบขึ้นมาก็พอ โดยกรอบของบทความสั้นๆนั้นควรประกอบไปด้วย

3.1 ชื่อเรื่อง (ที่สามารถปรับแก้ไขได้)

3.2 ตัวเนื้อหา ที่คุณอาจจะยังเขียนเป็นแค่หัวข้อ หรือประเด็นก่อนก็ได้

การเขียนต้นร่างนั้นไม่จำเป็นต้องลงเนื้อหาเยอะมากนะครับ เว้นแต่ว่าคุณนั้นมีเวลา และพร้อมที่จะเขียนมันขึ้นมาจนเสร็จ อย่างนี้คุณก็สามารถลงเนื้อหาหรือรายละเอียดของบทความลงไปได้เลย โดยหลักการคือ เมื่อเขียนบทความเสร็จแล้ว คุณจะต้องเก็บไว้อย่างน้อยสัก 1 – 2 วันก่อนที่จะกลับมาแก้ไขสำนวนและตรวจบทความนั้นอีกครั้ง ซึ่งในขั้นตอนของการตรวจบทความนี้ล่ะครับ จะช่วยให้บทความของคุณนั้นมีความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น

4.แก้ไขบทความสั้นๆนั้นอีกครั้งก่อนเผยแพร่

5.เพิ่มมูลค่าให้กับบทความสั้นๆด้วยกรอบรูปภาพ

เป็นอย่างไรกันบ้างครับ บก.คิดว่าหลังจากที่ได้นำเสนอแนวทางการเขียนบทความสั้นๆ พร้อมกรอบบทความสั้นๆยอดนิยมแล้ว คิดว่าผู้อ่านคงมองเห็นแล้วว่าตนเองนั้นจะสามารถเขียนบทความสั้นๆในแนวทางใด หรือนำความรู้ในการเขียนบทความนี้ไปประยุกต์ใช้กับเว็บไซต์ หรือธุรกิจของตนเองยังไงบ้าง

อย่าลืมนะครับ หลักสำคัญของการเขียนบทความสั้นๆ คือ ต้องเขียนบทความให้ได้ต่อเนื่องอย่างน้อย 21 วัน เพื่อให้ทักษะของเราเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นครับ และก็ลองนำไปใช้เขียนลง facebook หรืออัพสเตตัสของคุณดู

แบบฝึกหัดทบทวนความรู้ท้ายบทความ

  • 1.บทความสั้นๆหมายถึงอะไร
  • 2.ประเภทของบทความสั้นๆที่นิยมเขียน มีอะไรบ้าง
  • 3.จงบอกข้อดีของการเขียนบทความสั้นๆ
  • 4.จงบอกขั้นตอนการเขียนบทความสั้นๆ ว่ามีกี่ขั้นตอนอะไรบ้าง
  • 5.ลองเขียนบทความสั้นๆขึ้นมา 1 บท และส่งให้ บก.ฮีโร่ซังช่วยตรวจบทความที่ articleheros@gmail.com

5 เทคนิคการรับเขียนบทความสุขภาพ 2017

healthy-750x422

ถ้าคุณติดตามข่าวสารในวงการธุรกิจเมื่อสองสามเดือนที่ผ่านมา ผมเชื่อว่าคุณจะต้องได้รับข่าวสารสำคัญ นั่นคือ การขายพื้นที่บางส่วนของโรงแรมปาร์คนายเลิศ ให้กับ ดร.ประเสริฐ ปราสาททองโอสถ เศรษฐีหุ้นใหญ่ของเมืองไทย และผู้ถือหุ้นโรงพยาบาลมากที่สุด ซึ่งตรงข่าวนี้เอง ทำให้ผมสามารถวิเคราะห์ได้ทันทีว่า ในปี 2017 เป็นต้นไป ประเทศไทยของเรา กำลังก้าวเข้าสู่การเป็น Hub Healthy of Asia อย่างแน่นอนครับ

ซึ่งสิ่งที่ตามมาคือโอกาสในการพัฒนาและผลิต content ที่น่าสนใจมากมายเกี่ยวกับเรื่องของบทความสุขภาพ ดังนั้นสำหรับนักเขียนบทความ ตรงนี้ถือเป็นโอกาสครั้งสำคัญ ที่คุณจะเปิดบริการ รับเขียนบทความสุขภาพขึ้นมา เพื่อให้บริการกับกลุ่มธุรกิจเกี่ยวกับสุขภาพและความงามครับ แต่สำหรับใครที่สนใจ และไม่รู้ว่าควรวางกรอบในการรับเขียนบทความสุขภาพอย่างไร ผมมีแนวทางอย่างง่ายๆมาฝากกันดังนี้ครับ

1.ค้นหาแหล่งข้อมูลประกอบการรับเขียนบทความสุขภาพ

สุขภาพเป็นเรื่องที่สำคัญ นักเขียนบทความจะไม่สามารถเขียนบทความแบบมั่วๆขึ้นมาแล้วขายได้ แต่จะต้องเขียนบทความขึ้นมาบนฐานข้อมูลที่ถูกต้อง และมีการอ้างอิงงานวิจัยต่างๆ ดังนั้นฐานข้อมูลที่สำคัญประกอบการรับเขียนบทความสุขภาพ คือ ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ หรือบทความวารสารสุขภาพในต่างประเทศครับ ตอนผมเป็นโรค svt ผมก็ได้ข้อมูลจากต่างประเทศนี่ล่ะครับในการดูแลสุขภาพของตนเอง ดังนั้นคุณก็หาข้อมูลสำคัญๆ จากแหล่งข้อมูลที่ผมแนะนำไปนี้

2.กำหนดราคาให้พอเหมาะ

เรื่องราคาเป็นสิ่งที่ตอบได้ยากทีเดียวในการเขียนบทความ โดยเฉพาะการรับเขียนบทความสุขภาพ แต่เพื่อให้เห็นเป็นกรอบในการรับเขียนบทความอย่างชัดเจน ผมขออ้างอิงเรทราคาตามนี้นะครับ

  • ไม่เกิน 300 คำไทย ราคา 100 บาท
  • ไม่เกิน 500 คำไทย ราคา 300 บาท
  • ไม่เกิน 1,000 คำไทย ราคา 500 บาท
  • ความยาวเกินกว่า 1,000 คำไทย ราคาไม่ต่ำกว่า 500 บาท

ถ้าคุณเป็นคนว่าจ้างนักเขียนบทความสุขภาพ ผมแนะนำว่าให้จ้างในราคานี้ครับ และอย่าไปจ้างนักเขียนบทความที่ราคาถูกเกินไป เพราะข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพเป็นสิ่งสำคัญ ยอมจ้างราคาที่แพงกว่าเพื่อให้ได้งานที่มีคุณภาพและมาตรฐานที่ดีกว่าครับ

3.เขียนบทความสุขภาพตัวอย่างให้ลูกค้าของคุณพิจารณา

ผมแนะนำให้คุณเขียนบทความสุขภาพขึ้นมาจำนวน 4 บท โดยมีเนื้อหาที่มีความแตกต่างกัน และจำนวนคำไทยที่แตกต่างกันด้วย การทำแบบนี้เป็นการมอบโอกาสให้ลูกค้าของคุณมีโอกาสเลือกบทความ ว่าต้องการบทความตรงกับสำนวนการเขียนในแบบของเราหรือไม่ หากไม่ตรงหรือว่าเขียนไม่ได้ก็จะได้ไม่ต้องมาเป็นปัญหากันในภายหลังครับ สำหรับใครที่ไม่แน่ใจว่าจะเขียนบทความสุขภาพอะไรดี งั้นผมแนะนำตามนี้ครับ

  • เรื่องที่ 1 เขียนบทความเกี่ยวกับเคล็ดลับการดูแลสุขภาพ 500 คำไทย
  • เรื่องที่ 2 เขียนบทความเชิงวิชาการ เกี่ยวกับการรักษาโรคบางอย่าง 1,500 คำไทย
  • เรื่องที่ 3 เขียนบทความเกี่ยวกับ อันตรายของโรคบางประการ 1,000 คำไทย
  • เรื่องที่ 4 เขียนบทความเกี่ยวกับอาหารเสริม 300-500 คำไทย

ลองใช้แนวทางทั้งสี่หัวข้อไปเปนประเด็นในการเขียนบทความสุขภาพตัวอย่างให้ลูกค้านะครับ

4.อย่าลืมใช้ Pattern A1

เวลาเราซื้อสินค้าที่ห้างสรรพสินค้า เราก็ต้องการให้สินค้ามีคุณภาพเหมือนๆกันฉันใด ลูกค้าก็ต้องการบทความที่มีคุณภาพเหมือนๆกันทุกฉบับฉันนั้น ดังนั้น สิ่งเดียวที่จะทำให้บทความนั้นมีคุณภาพเหมือนหรือใกล้เคียงกันคือ Pattern ครับ โดย Pattern A1 คือรูปแบบที่ง่ายที่สุดและดีที่สุดในการนำมาเขียนเป็นบทความสุขภาพ สำหรับใครที่ต้องการศึกษาเรื่องของ Pattern A1 สามารถหาอ่านได้จากหนังสือ “ใครๆก็เขียนได้” ฉบับ บก.ฮีโร่ซังนะครับ

5.เคล็ดลับเล็กๆน้อยในการรับเขียนบทความสุขภาพ

ข้อสุดท้ายนี้ผมอยากแบ่งปันเทคนิคเล็กๆน้อยเพื่อให้การรับเขียนบทความสุขภาพของคุณ มีความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้นครับ

  • จงใส่งานวิจัยทางสุขภาพลงไปในบทความอย่างน้อย 1 ชิ้นงาน
  • จงใช้สำนวนภาษาแบบกึ่งทางการในการเขียนบทความสุขภาพ
  • จงเขียนบทความโดยเริ่มต้นจากปัญหาที่คนไข้ประสบ และไปจบลงที่วิธีการรักษา
  • หากมี motto หรือคำคมดีๆเกี่ยวกับสุขภาพ ให้ใส่ลงไปด้วยอย่างน้อย 1 ตำแหน่ง
  • ระวังเรื่องคำผิด
  • ใส่ภาษาอังกฤษ หรือศัพท์เฉพาะลงไปในบทความสุขภาพด้วย จะทำให้บทความสุขภาพของคุณดูแพงขึ้น

ลองนำเทคนิค 5 ข้อเพื่อการรับเขียนบทความสุขภาพนี้ไปปรับใช้กับการเขียนบทความของคุณนะครับ และผมเชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่างานเขียนบทความสุขภาพของคุณ จะต้องถูกใจลูกค้าอย่างแน่นอน

แนวทางวางกลยุทธ์ในการเขียนบทความลงเว็บ ปี2017

เหลืออีกไม่กี่วันแล้วนะครับ ก็จะเข้าสู่ปีใหม่ของไทย ซึ่งแอดมินเองก็ตื่นเต้นเช่นกันเพราะว่าในปีใหม่นี้มีกิจกรรมอะไรมากมายเลยที่จะต้องทำ โดยเฉพาะในเรื่องของการขยายธุรกิจด้าน content ครับ สำหรับใครที่อ่านบทความนี้อยู่ แอดอยากจะขอแชร์แนวทางการเขียนบทความลงเว็บในปี 2017 ให้ฟังกันเสียหน่อย

เหตุผลเพราะ ในปีหน้านี้นั้น ในความคิดส่วนตัวของแอดคิดว่า นี่ล่ะ คือปีทองอย่างแท้จริง เป็นปีที่เราทุกๆคนที่ทำสื่ออนไลน์ทั้งหลายจะต้องทุ่มเทความสามารถและสรรพกำลังต่างๆ เพื่อใช้เว็บไซต์ของเรา ให้ทำกำไรจากลูกค้าสูงสุด ดังนั้นอะไรล่ะที่ควรทำบ้างในปีหน้านี้ มาอ่านและจดไว้ใช้พร้อมๆกันเลยครับ

1.ต้องเขียนบทความลงเว็บให้ได้เดือนละ 5 – 10 บท

2.บทความควรมีคำไทยประมาณ 1,790 คำไทยขึ้นไป เพื่อให้มีผลดีที่สุดในทาง SEO และต่อผู้อ่านด้วย

3.เขียนบทความเน้นเชิงแก้ปัญหา เชิงก่อไอเดีย เชิงเกิดแรงบันดาลใจเป็นสำคัญ

4.ปรับแต่งเนื้อหาในเว็บไซต์ โดยอาจเพิ่มคำว่า 2017 เข้าไปในหัวข้อบทความด้วย

5.ลดการจ้างเขียนบทความ และเน้นไปที่การเขียนบทความเอง

6.ลองใช้ระบบ SOS เข้ามาช่วยในการเขียนอีเมล์หาลูกค้า

7.ภาพประกอบบทความยังมีความจำเป็น แต่อาจใช้ภาพเชิงเดี่ยว คือภาพที่หัว Topic อย่างเดียวก็ได้

ถือเป็นแนวทางในการวางกลยุทธ์เพื่อการพัฒนาเว็บไซต์ด้วยบทความอย่างง่ายๆครับ แต่ให้ประสิทธิผลที่ดีมากเลยทีเดียว ดังนั้นเพื่อให้เห็นผลลัพธ์ที่ดีขึ้นโดยเฉพาะด้านทราฟิกอย่าลืมนำความรู้เหล่านี้ไปปรับใช้นะครับ

เขียนบทความขายที่ไหน 2017

คุณอยากเขียนบทความขาย แต่ไม่รู้ว่าจะเขียนบทความขายที่ไหนใช่ไหมครับ ถ้านั่นเป็นคำถามที่คุณกำลังสงสัย ผมขอใช้ประสบการณ์ที่ตนเองเขียนบทความมายาวนานกว่า 4 ปีให้กับลูกค้า นำมาแบ่งปันให้คุณได้รับทราบดังนี้ครับ

1.เขียนบทความขายที่เว็บไซต์ fruityjobs

เว็บนี้เหมาะสมอย่างยิ่งที่คุณจะใช้เป็นจุดเริ่มต้นของการเขียนบทความขาย แต่เนื่องจากราคาที่มีการตั้งไว้เฉพาะแล้ว ทำให้คุณอาจได้ราคาของบทความที่ไม่ดีนัก แต่กระนั้นก็ตาม มันก็ยังคงเป็ยประโยชน์ และช่วยคุณให้สามารถเริ่มต้นขายบทความได้อย่างแน่นอน  ปล.พยายามเก็บ feedback ของลูกค้าไว้นะครับ มันจะเป็นประโยชน์มากๆในโอกาสต่อไป

2.เขียนบทความขายที่ freelancebay

สำหรับใครที่ต้องการระบบที่เป็นทางการมากขึ้น ที่นี่น่าจะตอบโจทย์มากขึ้น มีการสัมภาษณ์นักเขียน ทำเป็นคล้ายๆ spot โฆษณาให้ด้วย ถือเป็นการสร้างแบรนด์ง่ายๆให้กับตนเอง ผมแนะนำว่าถ้าคุณ ไม่แน่ใจว่าจะเริ่มต้นเขียนบทความทีไหนดีแล้ว ลองที่นี่ก็ได้ครับ

3.เขียนบทความขายที่ workfast.co

ถือเป็น Best community ในการจ้าง freelance ที่ดีที่สุดที่หนึ่งครับ และผมใช้บริการที่นี่บ่อยๆเหมือนกัน คุณสามารถเขียนบทความขายได้ และผมการันตีว่าถ้าคุณมีฝีมือมากพอ คุณจะสามารถเขียนบทความขายได้ที่นี่อย่างแน่นอน

4.เขียนบทความขายที่แฟนเพจตัวเอง

ถ้าคุณไม่ต้องการเขียนบทความขายโดยใช้เว็บไซต์ของคนอื่นแล้ว คุณอาจเปลี่ยนมาใช้แฟนเพจของตนเองในการเขียนบทความก็ได้ครับ มันง่ายมากๆ และช่วยให้คุณมีแบรนด์ที่ดีในสายตาของคนอื่นๆด้วย อีกอย่างเดี๋ยวนี้การโปรโมตแฟนเพจสามารถทำได้ง่ายกว่าแต่ก่อนมากๆแล้วครับ

5.เขียนบทความขายที่กลุ่ม ตลาดซื้อขายบทความ- Ebook

สุดท้ายที่ผมอยากแนะนำคือกลุ่มตลาดซื้อขายบทความ- Ebook กลุ่มนี้มีสมาชิกกว่า 30,0000 คนแล้ว และมีการจ้างงานและว่าจ้างงานทุกวัน คุณเขียนบทความขายและสร้างฐานลูกค้าของคุณที่นี่ได้อย่างแน่นอน

จะเห็นว่า จากคำถาม เขียนบทความขายที่ไหนนั้น ไม่ใช่ปัญหาใหญ่เลย โดยเฉพาะในปี 2017 นี้ถือเป็นปีทองครับ เป็นปีที่งานด้านการเขียนบทความจะมีความสำคัญและช่วยให้ธุรกิจต่างๆ พัฒนาออกไปไดเ้อย่างต่อเนื่องและโดดเด่นใน Sector ของตัวเอง ว่าแล้วก็อย่ารอช้าครับ มาเขียนบทความขายกันดีกว่า

สอนเทรด ไบนารี่ออฟชั่น 2017 สำหรับมือใหม่

ตลาด ไบนารี่ออฟชั่น ถือเป็นอีกหนึ่งโอกาสในการทำกำไรสำหรับคนที่ชอบด้านการลงทุน ผมมีบทความไปเจอมาจากที่ thailandoption เห็นว่าเป็นประโยชน์มากสำหรับมือใหม่ที่เพิ่งเริ่มต้นเทรด ไบนารี่ออฟชั่น ลองไปประยุกต์ใช้เพื่อการทำกำไรอย่างยั่งยืนกันนะครับ
หนึ่งในอาชีพที่สามารถเปลี่ยนเงินร้อยให้กลายเป็นเงินล้านได้ภายในระยะเวลาไม่นาน หนึ่งในนั้นคืออาชีพ เทรดเดอร์ ไบนารี่ออฟชั่น แต่จากประสบการณ์ของแอดพบว่า ไม่ใช่เรื่องง่ายทีเดียวที่เราจะสามารถประสบความสำเร็จได้โดยขาดหลักการหรือวิธีการที่ถูกต้อง เพื่อให้เราปฏิบัติ แอดก็ประสบปัญหาในช่วงแรกๆนี้เหมือนกันครับ ดังนั้นในฐานะที่เราจะเข้าสู่ปี 2017 ซึ่งแอดเชื่อมั่นว่า เป็นปีทองของนักเทรดทุกคน แอดจึงตัดสินใจเขียนเป็น 10 ขั้นตอน เพื่อการเป็นเทรดเดอร์ ไบนารี่ออฟชั่น มืออาชีพมาฝากครับ

สำหรับใครที่ชำนาญอยู่แล้ว ก็อาจไม่ต้องทำตามนี้ก็ได้นะครับ หรือจะอ่านไว้เพื่อเป็นแนวทางประดับความรู้และทักษะด้านการเทรด ไบนารี่ออฟชั่น ด้วยก็ได้ มาดูขั้นตอนครับว่ามีอะไรบ้าง

1.ต้องมีเงินทุนก่อน

ข้อแรกของการเป็นเทรดเดอร์ ไบนารี่ออฟชั่น คือคุณต้องมีเงินทุนก่อน ผมบอกเลยนะครับว่าเงินทุนที่จะเป็นจุดเริ่มต้นของการเทรดให้ประสบความสำเร็จเร็ว อาจจะต้องมีเยอะสักหน่อย อย่างน้อยก็ประมาณ 30,000 บาท เพราะหากทุนเราน้อย เวลาเทรดจะมีโอกาสที่จะทำ money management ไมได้

อีกประการคือเงินที่คุณนำมาเทรด จะต้องเป็นเงินเย็นเท่านั้น ห้ามไปกู้มาเทรด หรือนำเงินรายได้ที่เกินกว่า 30% ของรายได้ทั้งหมดของคุณมาเทรด ถ้าคุณละเมิดกฎข้อนี้ สิ่งที่ตามมาคือความเครียดที่เกิดขึั้น ซึ่งมันมีผลโดยตรงต่อโอกาสในการทำกำไรของคุณแน่นอน 100%

2.เลือกโบรกเกอร์ไบนารี่ออฟชั่น ที่มีมาตรฐาน

ขั้นตอนต่อมาหลังจากมีเงินแล้ว คือเลือกโบรกเกอร์ครับ ผมจะไม่ชี้เฉพาะลงไปว่าจะต้องเป็นโบรกเกอร์ไหนบ้าง แต่ผมชอบมากๆเลยมี 4 โบรเกอร์ครับ ได้แ่ IQ option, ExpertOption, Olymp trade,Binary.com ทั้ง 4 ที่ที่ผมเทรดนี้ ไม่มีปัญหาเรื่องการเงิน ไม่มีพวก Market maker มาทำกราฟทำให้ราคาของเราเสียหาย หรือการทำ scam แต่ถ้าคุณมีโบรกเกอร์ที่นอกเหนือจากทั้ง 4 ที่นี้ก็สามารถใช้ได้นะครับ แต่ถ้าต้องการแบบผม อาจเลือกเทรดทั้ง 4 โบรกเกอร์ไปเลยก็ได้ เพื่อเป็นการกระจายความเสี่ยงในการเทรดเดอร์ไบนารี่ออฟชั่น

3.เริ่มเทรดจากบัญชีจำลองก่อน

ทุกโบรกเกอร์ที่มีคุณภาพ จะอนุญาตให้คุณทำการเทรดด้วยบัญชีเดโมก่อน ซึ่งผมขอและบังคับให้คุณทำการฝึกเทรดก่อนเลย เพื่อให้เกิดความชำนาญในเมนู และการใช้เครื่องมือต่างๆ เครื่องมือที่ดีที่สุด ความชำนาญในโปรแกรมเทรด จะมีผลโดยตรงต่อความสามารถด้านการเทรดของคุณ โดยเฉพาะในช่วงตาหน้าสิ่วหน้าขวาน

ถ้าคุณเกิดคำถามขึ้นว่า ควรเทรดเท่าไหร่ถึงจะพอ ผมตอบว่า อย่างน้อยก็สัก 21 วันแล้วกัน เพื่อให้มันกลายเป็นทักษะด้านการเทรดไบนารี่ออฟชั่นที่ติดตัวของคุณ

4.เลือกคู่เงินที่ตนเองถนัดที่สุด

ผมบอกความลับให้ตรงนี้เลยก็ได้ครับ ผมเทรดแค่สองสินทรัพย์เป็นหลักเท่านั้น คือ Gold และ Bitcoin ทำไมหรือ เพราะผมสามารถทำนายราคาได้ ผมมีความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับทรัพย์สินสองตัวนี้เป็นอย่างดี และผมไม่สนใจเลยว่ามันจะให้ผลตอบแทนเป็น % ที่เท่าไหร่ เพราะว่ายังไงเสียผมก็ยังมั่นใจว่า โอกาสที่ผมจะชนะหรือทำนายราคาในอนาคตถูกต้อง จะต้องทำได้อย่างแน่นอน

5.ตัดสินใจว่าจะใช้อินดี้ตัวไหนกันแน่

ทีนี้คุณอาจมีคำถามว่าแล้วฉันจะเลือกใช้ Indicator ตัวไหนดี ผมเองก็คิดแบบเดียวกับคุณเลยครับ แต่ที่สุดแล้ว ผมว่าให้เลือกใช้ตัวที่เราถนัดที่สุดพอ เอาสัก 3 ตัว แต่ผมขอให้คุณศึกษาลงไปในอินดี้ตัวนั้นๆให้ชำนาญเลยนะครับ เพื่อที่ว่า เมื่อคุณใช้มัน คุณจะสามารถบอกจุดเข้า สัญญาณ put หรือ call ได้อย่างแม่นยำ

6.หลีกเลี่ยงการเทรด non farm เว้นแต่คุณมีความชำนาญ

ห้ามเทรดในช่วง non farm เพราะอะไรน่ะหรือครับ เพราะว่าตัวผมเองไม่เคยชนะเลยนะสิ ผมจึงค่อนข้างที่จะขยาดกับมันมาก เลยไม่อยากแนะนำให้คุณเทรดก็เท่านั้นเอง แต่ถ้าคุณมีความชำนาญในส่วนของการเล่นกับข่าว non farm อยู่แล้ว อันนี้ตามใจคุณเลยแล้วกันครับ

7.ฝากเทรด หากคุณไม่แน่ใจในวิธีการ

ในช่วงแรกของการเทรด คุณสามารถเลือกใช้บริการของ IQ option Robot ซึ่งจะช่วยให้คุณสามารถทำกำไรได้ในระดับหนึ่ง แต่ไม่มากนักนะครับ ไม่เหมือนกับการเทรดเอง ผมเคยใช้ในช่วงหนึ่ง ตอนนั้นลงทุนไปประมาณ 10,000 เหรียญ ได้กลับมาเป็นกำไรสุทธิที่ประมาณ 2,245 เหรียญ จากทุน 10,000 ผมคิดว่าเป็นตัวเลขที่น่าสนใจสำหรับคนที่มีทุนเยอะในระดับหนึ่งทีเดียว

8.ผิดแล้วต้องเรียนรู้

ถ้าคุณเทรดผิดพลาด อย่าไปกังวลนะครับ ในการเทรด binary option นั้น คุณต้องพลาดแน่นอน แต่ถ้ามันยังอยู่ในระบบ MM ของคุณ ก็ปล่อยให้มันผ่านไปครับ คุณลองดาวน์โหลดหนังสือ eBook ที่ผมเขียนแจกไว้และนำไปประยุกต์ใช้นะครับ ในนั้นมีหลักการดีๆมากมายเลย ที่ผมมั่นใจว่าคุณจะสามารถใช้มันได้อย่างแน่นอน

9.อย่ายอมแพ้

ถ้าคุณล้างพอร์ต อย่าคลั่ง! เทรดเดอร์ที่ประสบความสำเร็จในไบนารี่ออฟชั่นทุกๆคนต่างต้องเจอเหตุการณ์แบบนี้ด้วยกันทั้งนั้น และไม่เว้นแม้กระทั่งตัวคุณด้วย ดังนั้นถ้าคุณล้างพอร์ต โปรดทบทวนดูว่า ตัวเรานั้นผิดพลาดข้อูลตรงไหน ซึ่งส่วนใหญ่แล้วจะอยู่ใน 3 เรื่องนี้แน่นอน คือ 1.อินดี้ผิด 2.MMผิด 3.จิตวิทยาผิด ตรงไหนผิดให้แก้ตรงนั้นแล้วมันจะไม่ทำให้คุณล้างพอร์ตอีก

10.กด subscription เว็บ thailandoption.com

อย่าลืมกด subscription เว็บผมไว้ด้วยนะครับ ถ้าผมเจอสัญญาณดีๆ หรืออะไรที่ดีๆเกี่ยวกับไบนารี่ออฟชั่นผมจะบอกสิ่งนั้นแก่คุณก่อนใครผ่านทางอีเมล์ที่คุณลงทะเบียนไว้ครับ

ขอบคุณข้อมูลจาก http://www.thailandoption.com/10-roadmap-binary-trader-2017/

5 วิธีลงทุนออนไลน์ ปันผลทุกวัน 2017

ลงทุนออนไลน์ ปันผลทุกวัน คือความฝันของใครหลายๆคน เพราะการได้รับปันผลทุกวันนั้น ส่งผลให้เรามีรายได้ในรูปแบบของกระแสเงินสดทุกวัน และเราสามารถนำเงินก้อนนั้น ไปใช้ในการลงทุนได้ และถ้าคุณใส่ใจกับมันอย่างจริงจัง มันสามารถเปลี่ยนเป็นเงินจำนวนมหาศาลเข้ากระเป๋าของคุณได้ด้วยเช่นกัน ผมไม่รู้ว่าคุณจะมีความเชื่อในสิ่งที่ผมเขียนไหม แต่ผมทำได้มาแล้ว และคุณอาจเป็นคนต่อไปครับ

1.ลงทุนในเหมืองขุดบิตคอยน์ออนไลน์

ลงทุนออนไลน์ ปันผลทุกวัน วิธีการแรกคือ การนำเงินทุนของเราซื้อกำลังขุดบิตคอยน์ออนไลน์ จากเว็บไซต์ผู้ให้บริการที่เป็นของจริง จากประสบการณ์ที่ผมขุดอยู่ที่ hashflare ด้ยเงินลงทุนประมาณ 300,000 บาท สามารถขุดเงินบิตคอยน์ นำมาแลกเป็นเงินไทยได้รายวัน วันละประมาณ 1,000 – 1,200 บาท เป็นกระแสเงินสดรายเดือน เดือนละกว่า 30,000 บาทเลยทีเดียว และผมสามารถนำเงินส่วนที่งอกเงยออกมานี้ ไปต่อยอดการลงทุนได้อีกด้วย

ขุด bitcoin ยังไง กำไรเข้ากระเป๋าวันละ 1000 บาท คุณทำได้แน่นอน! (ฉบับเน้นขุด bitcoin)

2.ลงทุนในกองทุนหุ้นความเสี่ยงสูง

ลงทุนออนไลน์ ปันผลทุกวัน วิธีการที่สอง เลือกลงทุนในหุ้นต่างๆที่มีการเปิดให้ร่วมทุน ส่วนใหญ่แล้วหุ้นเหล่านี้มักมีการระดมทุนผ่านทางช่องทางไลน์ ผลตอบแทนนั้นค่อนข้างสูงทีเดียวประมาณ 10-30%ต่อเดือน แต่ผมอยากให้คุณระวังไว้หน่อยครับ เพราะถ้าเลือกกองทุนผิดคิดจนตัวตายแน่นอน

3.ลงทุนใน Start up เกี่ยวกับ fintech

ลงทุนออนไลน์ ปันผลทุกวัน แบบที่สาม คือการลงทุนกับบริษัทหรือกลุ่มธุรกิจ start up ที่มาขอระดมทุนไปลงทุน ผมมีที่หนึ่งที่ใช้บริการอยู่ครับ คือ bnktothefuture.com ที่นี่จะมีธุรกิจใหม่ๆในกลุ่มของ fintech มาขอระดมทุนเป็นจำนวนมาก และคุณสามารถลงทุนออนไลน์ ปันผลทุกวัน ได้ที่นี่ ตัวผมได้ผลตอบแทนเฉลี่ยเดือนละ 7-15% จากที่นี่ครับ

4.ลงทุนในกองทุนหุ้นผู้ประกอบการ

ลงทุนออนไลน์ ปันผลทุกวัน คือลงทุนในเว็บไซต์ merchant share ที่นี่คุณจะได้รับปันผลจากธุรกิจตั้งแต่ 0.25-2.25% ต่อวัน คนวัยเกษียณอายุมากมายในอเมริกาต่างเลือกนำเงินมาลงทุนในกองทุนนี้ และที่เป็นข่าวดีคือ คุณก็สามารถลงทุนได้เช่นกันครับ!

รีวิวลงทุนหุ้นออนไลน์ Merchant shares ดอกเบี้ย 10-30% ต่อเดือน (Step by Step)

5.ลงทุนซื้อเหรียญ dascoin และขาย

ลงทุนออนไลน์ ปันผลทุกวัน ข้อสุดท้ายนี้ถือเป็นของเด็ดครับ คุณสามารถสร้างรายได้จากเงิน 100,000 บาทกลายเป็นเงิน 20 ล้านบาทได้ภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งปี หากคุณพร้อมลงทุนกับเหรียญดจิติอลอย่าง dascoin ซึ่งจะมีการเปิดขายเหรียญอย่างเป็นทางการในเดือน มิ.ย.2560 แต่สำหรับคุณสามารถเข้าซื้อเหรียญในราคา ico ได้ก่อนใคร ข้อมูลเพิ่มเติมที่ http://www.dascointhai.com

ทั้ง 5 ข้อที่ผมได้แนะนำไปนั้นถือเป็นวิธีลงทุนออนไลน์ ปันผลทุกวัน ซึ่งเท่ากับเป็นการสร้างกระแสเงินสดรายวันให้กับคุณ ส่งผลให้คุณสามารถนำรายได้ที่ได้รับในแต่ละวันนั้นไปต่อยอดการลงทุน หรือว่านำมาใช้จ่าย เป็นรายได้แบบ passive income ไปในตัวอีกด้วยครับ

แต่กระนั้นก็ตามผมต้องขอเตือนคุณก่อนว่า การลงทุนเหล่านี้ถือว่ามีความเสี่งด้วยเช่นเดียวกัน ดังนั้นโปรดเลือกพิจารณาข้อมูลด้วยความระวังระวังนะครับ และเมื่อมั่นใจ หรือมีเงินเย็นๆ ค่อยตัดสินใจลงทุนออนไลน์ ปันผลทุกวัน