การหาเงิน สำหรับคนงบน้อย แต่อยากทำธุรกิจ

หลายคนอยากที่จะเริ่มต้นทำธุรกิจ อยากลาออกจากงานประจำแล้วมาทำธุรกิจส่วนตัว หาเงินด้วยการเป็นนายตนเอง แต่สุดท้ายก็มักติดปัญหาเดิมๆนั่นคือ งบประมาณที่มีอยู่จำกัด แต่จะทำยังไงหากเงินที่คุณมีอยู่มันก็น้อยซะเหลือเกินไม่ถึง 10,000 บาทด้วยซ้ำ และจะนำไปลงทุนเพื่อทำอะไรได้บ้าง วันนี้เราจะพามาดูกัน ไม่แน่ว่าอาจจะเป็นลู่ทางดีๆให้กับใครหลายๆคนก็ได้ ตามมาดูกันได้เลย

ประการแรก ผู้เขียนอยากจะบอกคือ ไม่ว่าคุณจะมีเงิน 5,000 บาท 10,000 บาท หรือ 1,000,000 บาท “จงเลือกทำธุรกิจ ในสิ่งที่ตนเองรักก่อนเป็นอันดับแรก”  เพราะหากทำในสิ่งที่คุณรักแล้ว คุณจะมีกำลังใจมากมายและมีไอเดียในแบบของตนเองถ่ายทอดและต่อยอดออกมาอยู่เสมอ

ประการที่สอง  แม้จะมีเงินน้อย แต่…คุณสามารถค้าขายอาหารได้ ในกลุ่มของอาหารทั้งหมด หากชอบทำอะไรหรือทำอะไรแล้วอร่อยเป็นพิเศษ คุณสามารถขายอาหารเหล่านั้นก่อนได้เลย  แต่การเปิดร้านอาหารด้วยงบประมาณที่จำกัด เช่น มีเงินอยู่ไม่ถึง 10,000 บาท มีปัจจัยอย่างเดียวของการเปิดร้านอาหารคือ เงิน 10,000 บาทจะค่อนข้างน้อย ดังนั้น หากใครอยากเปิดร้านอาหารด้วยงบประมาณเพียง 10,000 บาท มีกฎข้อหนึ่งที่ต้องจำให้ขึ้นใจคือ ต้องใช้บ้านตัวเองที่ไม่ต้องเสียค่าเช่าใดๆในการเปิดร้านและให้นำเงิน 10,000 บาท มาหมุนเวียนในการซื้ออาหารสดนั่นเอง

ในกรณีที่มี Event หรือ การจัดกิจกรรมต่างๆ อาทิเช่น ในทุกๆวันเสาร์ – อาทิตย์ ห้างสรรพสินค้าหรือสวนสาธารณะจะมีการเปิดให้ใช้พื้นที่ฟรี คุณก็ต้องคอยอัพเดทข้อมูลข่าวสารอยู่เสมอ เพราะพื้นที่จะถูกจองไว้เต็มเร็วมาก ซึ่งวิธีนี้คุณสามารถไปขายของนอกบ้านได้ฟรี ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น แถมยังเป็นการให้ลูกค้ารู้จักสินค้าของคุณมากขึ้นอีกด้วย สำหรับประเภทของอาหารที่นำมาขายจะแยกเป็นอาหารและเครื่องดื่ม นั่นคือ

กลุ่มเครื่องดื่ม ควรขายเป็นน้ำผลไม้ แม้ต้นทุนจะสูงแต่คุณสามารถขายราคาแพงได้ เหมาะกับเทรนคนรักสุขภาพในช่วงนี้มากๆ หรือจะขายเป็นเครื่องดื่มที่ชงเอาไว้แล้ว ซึ่งต้นทุนไม่สูงมากนักแถมกำไรดี เนื่องจากจะเสียแค่ค่าน้ำแข็งที่ต้องซื้อทุกวัน ส่วนวัตถุดิบอย่างอื่น เช่น ผงสำเร็จรูปส่วนใหญ่ใน 1 กระป๋องจะสามารถใช้ได้นานหลายสัปดาห์ ซึ่งการขายเครื่องดื่มจะมีข้อดีคือ ผู้บริโภคสามารถกลับมาซื้อได้บ่อยๆ ไม่น่าเบื่อ และเหมาะกับสภาพอากาศในเมืองไทยที่ต้องการเครื่องดื่มไว้ดับกระหายอยู่เสมอ

กลุ่มของอาหารหลัก  จะมีอยู่หลายประเภทไม่ว่าจะเป็นอาหารตามสั่ง  ก๋วยเตี๋ยว ข้าวมันไก่ ข้าวราดแกง เราแนะนำว่า หากใครที่ชอบทำอาหารและอยากได้กำไรต่อจานให้สูงที่สุด ให้ทำ “ส้มตำ” เพราะต้นทุนต่ำ แต่ราคาขายสูงประมาณ 25 – 35 บาทต่อเมนู และในจานยังมีเนื้อสัตว์น้อยมาก อย่างมากก็กุ้งแห้งประมาณ 5 – 6 ตัวเท่านั้น ซึ่งเป็นเหตุผลว่าทำไมส้มตำจึงมีต้นทุนต่ำ  อีกอย่าหนึ่งคือ ก๋วยเตี๋ยว อาหารยอดฮิตที่ขายได้ทุกฤดูกาล โดยเฉพาะช่วงพักเที่ยงที่พนักงานทั้งภาคเอกชนและรัฐบาลต้องสั่งเป็นประจำและมีต้นทุนค่อนข้างต่ำ จึงเหมาะแก่การเปิดร้านค้าขายอย่างมาก แต่อาหารประเภทหนึ่งที่ต้นทุนค่อนข้างสูงแต่ขายได้ดีคือ ข้าวมันไก่   ซึ่งหากใครมีงบน้อยควรหลีกเลี่ยง ข้าวมันไก่ และอาหารตามสั่งก่อนจะดีกว่าเพราะมีต้นทุนต่อจานสูงมาก

กลุ่มอาหาร (ตามกระแส) ก่อนอื่นเลยในข้อนี้เราแนะนำว่า ให้ใช้พื้นที่บ้านที่มีทั้งหมดไปซื้อแก้ว ขวดพลาสติกเก่าๆใส่น้ำยาเคมีแล้วปลูกผักออแกรนิกก็ได้  เพราะผักออแกรนิก หากนำมาขายจะได้ราคาสูงมาก  สามารถนำมาขายตามร้านอาหารและร้านสลัดต่างๆได้ เพราะปัจจุบันเทรนสุขภาพมาแรง ทำให้การรับประทานผักออแกนิกเป็นที่นิยมมาก หากหาเงินด้วยงบเพียง 10,000 บาทด้วยวิธีนี้ก็จะทำให้คุณหมุนเงินได้ง่ายและทำให้ธุรกิจโตขึ้นได้

กลุ่มเครื่องสำอาง – เสื้อผ้า  หลายๆคนทราบไหมว่า การขายเครื่องสำอาง ขายเสื้อผ้าจะมีต้นทุนก้อนใหญ่อยู่ก้อนหนึ่ง นั่นคือ การซื้อเสื้อผ้าและเครื่องสำอางที่ต้องไปสต๊อกสินค้าเอาไว้และนำออกมาขายในภายหลัง ประกอบกับการที่ต้องมีหน้าร้านดีๆ โดยเฉพาะคำว่าหน้าร้านมีความสำคัญมาก แค่ค่าเซ็งพื้นที่ตามสวนจักรตุจักร ประตูน้ำ พันธุ์ทิพย์ ค่าเซ็งร้านต่อปีก็หลายแสนบาทแล้ว แน่นอนว่าสำหรับคนที่มีเงินทุนน้อยอยู่ คงจะเป็นการยาก เพราะหากจะขายหน้าบ้านก็เสี่ยงต่อการที่ลูกค้าเข้าไม่ถึง ยิ่งถ้าหากบ้านของคุณอยู่ในเขตชานเมือง โอกาสที่จะขายเสื้อผ้า – เครื่องสำอางได้ก็ยิ่งน้อยเข้าไปอีก

วิธีแก้คือ คุณไม่จำเป็นต้องมีหน้าร้าน แต่ให้ลูกค้าเข้าถึงได้ง่ายด้วยการขายเครื่องสำอาง – เสื้อผ้าผ่านเว็บไซต์หรือที่เรารู้จักว่าการขายของออนไลน์ บางครั้งคุณไม่จำเป็นต้องสต็อกสินค้าเอาไว้ด้วยซ้ำ แต่เป็นในลักษณะของ Pre – Oder ไว้ก็ยังได้ ให้ลูกค้าได้เลือกชมสินค้าที่คุณได้ถ่ายรูปมาไว้ หากชอบก็จะมีการติดต่อซื้อ – ขาย ซึ่งในกรณีนี้ลูกค้าจะต้องชำระเงินก่อน คุณถึงจะไปสั่งของ เป็นธุรกิจที่คุณไม่ต้องลงทุนแต่อย่างใด  เพียงแค่สร้างแฟนเพจหรือเว็บไซต์ในการติดต่อซื้อขายและเสนอสินค้าให้ลูกค้าได้รับชมเท่านั้น

แต่มีข้อควรระวังคือ เมื่อคุณมีแฟนเพจเป็นของตนเองแล้ว สิ่งสำคัญคือ ต้องพยายามอัพเดทข้อมูลในแฟนเพจอย่างสม่ำเสมอ นำสินค้ามาโพสต์ นำโพสต์รีวิวจากลูกค้ามาแสดงให้เห็นว่าเพจของเรามีตัวตนจริงๆ ไม่ใช่มิจฉาชีพ เพื่อสร้างเครดิตให้กับตนเองและส่งผลให้ลูกค้าหน้าใหม่มีความเชื่อถือในตัวสินค้าและบริการของคุณมากขึ้น เนื่องจากทุกวันนี้มีมิจฉาชีพที่แฝงตัวเข้ามาในรูปแบบของ พ่อค้า – แม่ค้า เป็นจำนวนมาก ดั่งที่เห็นในข่าวสารประจำวัน การสร้างความเชื่อมั่นและความน่าเชื่อถือให้แก่ลูกค้าจึงเป็นสิ่งสำคัญสำหรับผู้ประกอบธุรกิจออนไลน์

สำหรับปัจจัยในการซื้อสินค้าออนไลน์ของลูกค้า เราก็นำมาเล่าให้ฟังกันอีกเช่นเคย นั่นคือ ควรตรวจเช็ครายการสั่งซื้อและตอบข้อความของลูกค้าอย่างสม่ำเสมอ บางครั้งผู้เขียนเคยสั่งซื้อสินค้าออนไลน์ไว้ แต่ 3 วันผ่านไป เพิ่งได้รับการตอบกลับจากแม่ค้า เมื่อถึงเวลานั้นลองคิดดูสิว่า เราจะยังอยากซื้ออยู่ไหม คำตอบคือ ไม่ ดังนั้น กฎเหล็กของการเป็นพ่อค้า แม่ค้าออนไลน์คือ “ห้ามหายหน้า หายตาไปจากแฟนเพจของคุณเกิน 3 ชั่วโมงเด็ดขาด”  เพราะการซื้อสินค้าออนไลน์จะใช้เวลาไม่นานในการตัดสินใจและใช้เวลาไม่นานในการยกเลิกเช่นเดียวกัน  หากเวลาผ่านไปสักพักก็จะเกิดความรู้สึกไม่ยากซื้อแล้ว เพราะฉะนั้นการปิดยอดขายให้เร็วที่สุด จึงเป็นกฏเหล็กของพ่อค้า – แม่ค้าออนไลน์ในสมัยนี้  เพราะตอนนี้กระแสของสินค้าออนไลน์ค่อนข้างมาแรง ผนวกกับการเติบโตของธุรกิจที่เรียกกันว่า Facebook, Twitter, Google เป็นต้น ทำให้การหาเงินด้วยการทำธุรกิจออนไลน์จึงมีการแข่งขันที่สูงมาก

นอกจากนี้ยังมีการหาเงินในแบบอื่นๆที่ลงทุนน้อยหรือในบางรายก็แทบไม่ได้ลงทุนอะไรเลย เพียงแค่ใช้หนึ่งสมองสองมือเท่านั้น ได้แก่…

การเป็น Youtuber  คุณสามารถใช้อุปกรณ์ง่ายๆอย่างกล้องวีดิโอ โทรศัพท์มือถือในการสร้างรายได้ให้กับตนเอง   Step 1 คือ คุณจะต้องมี G – mail เมื่อมี  G – mail แล้วก็ใช้สมัครบัญชี Adsense ซึ่งปัจจุบันก็มีวิธีทำแล้วใน Google  สามารถหาดูขั้นตอนการสมัครได้ ส่วน  Step 2 คุณจะต้องสร้างคลิปวีดิโอขึ้นมาและ Step 3 ก็อัพโหลดวีดิโอของคุณขึ้นยูทูป  จากนั้นก็เชื่อมบัญชียูทูปเข้ากับบัญชี Adsense ของคุณและรอรับเงินได้เลย หากยอดเงินของคุณเกิน 100 ดอลลาร์

หาเงินด้วยงานเขียนบทความ  คุณสามารถประกาศรับจ้างเขียนบทความได้ ซึ่งจะมีกลุ่มประกาศซื้อ – ขายบทความในเฟสบุ๊ค โดยราคาตลาดในปัจจุบันอยู่ที่ 100 คำจะเท่ากับ 20 บาท หากคุณสามารถพิมพ์ได้ 5,000 คำ ก็จะสามารถหารายได้ประมาณ 2,000 บาทต่อ 1 วัน ซึ่งถือว่าเป็นจำนวนเงินที่มากเลยทีเดียว และนั่นหมายถึงเงิน 60,000 บาทต่อเดือน แต่ทั้งนี้ก็ต้องขึ้นอยู่กับจำนวนลูกค้าที่เข้ามาดิลงานกับคุณด้วย เพราะปัจจุบันตลาดซื้อ – ขายบทความ เริ่มมีการแข่งขันที่ดุเดือดมากขึ้น รวมทั้งในเรื่องของมิจฉาชีพที่แฝงตัวเข้ามาในรูปแบบของ “ผู้ว่าจ้าง” การถูกโกงเงินจึงเกิดขึ้นบ่อย สำหรับนักเขียนหน้าใหม่น้อยประสบการณ์ ทางที่ดีควรให้ “ผู้ว่าจ้าง” วางเงินมัดจำก่อนสัก 30 – 50 % ก่อนเริ่มงานจะดีที่สุด

อาจารย์ฟรีแลนท์  ใครที่มีความถนัดเฉพาะทาง ไม่ว่าจะเป็นด้านภาษาต่างประเทศ คณิตศาสตร์ ซึ่งทั้ง 2 วิชานี้ยังคงเป็นที่ต้องการของนักเรียน นักศึกษาอย่างต่อเนื่อง  หากมีความสามารถในด้านใดด้านหนึ่ง คุณอาจจะเอาความสามารถเหล่านี้ไปเสนอขายและรับค่าจ้างเป็นรายชั่วโมงหรือเปลี่ยนบ้านของคุณให้เป็นสถานที่สอนพิเศษและรับค่าจ้างเป็นรายชั่วโมงก็สามารถทำได้เช่นกัน หรือจะสอนผ่านโปรแกรมเป็นวีดิโอคอลก็สามารถทำได้  หากใครนัดสอนตามร้านกาแฟและรับค่าจ้างเป็นรายชั่วโมงก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่สะดวกอยู่ไม่น้อยเลย โดยรายได้ที่ได้จะขึ้นอยู่กับชั่วโมงที่สอนคูณด้วยค่าสอน ไม่ว่าจะสอนอะไรก็แล้วแต่โดยส่วนจะอยู่ที่ 250 – 300 บาทต่อชั่วโมง หากใครที่ทำแบบ Full Time เหมืองานประจำ 1 วันคุณจะได้เงินมากถึง 2,500 – 2,700 บาทเลยทีเดียว แถมค่าอุปกรณ์ หนังสือ ตำราต่างๆ ยังใช้งบประถึง 5,000 บาทอีกด้วย

เป็นนายหน้าอสังหาริมทรัพย์  โดยวิธีการเริ่มต้นอาชีพนี้ก็คือ หาอสังหาริมทรัพย์ที่ต้องการทางตลาดให้กับลูกค้า ติดต่อเจรจา ทำสัญญา ประกาศขายและเมื่อขายได้แล้ว คุณก็รับเงินค่าจ้างนายหน้าไป หากอสังหาริมทรัพย์นั้นมีราคา 1,000,000 บาท คุณจะได้ค่านายหน้า 30,000 บาท หากราคา 2,000,000 บาท คุณก็จะได้ค่านายหน้าถึง 60,000 บาทเลยล่ะ

จัดคอร์สสัมมนา วิธีการนี้ ก็ง่ายมากโดยเลือกหัวข้อที่คุณรู้ว่าตนเองเชี่ยวชาญจริงๆ ต่อจากนั้นก็สร้างเนื้อหาฟรีและเผยแพร่ออกไป อาจจะใช้ช่องทางโซเชียลมิเดียในการโปรโมท  หลังจากนั้นก็ทำการประกาศคอร์สเพื่อหานักเรียน  และเช่าสถานที่ในการสัมมนา โดยหลักๆแล้วหัวข้อที่จะถูกจัดสัมมนา มักจะมีแค่ 6 หัวข้อเท่านั้น คือ สอนการทำธุรกิจ สอนงานประดิษฐ์ สอนพัฒนาบุคลิกภาพ สอนเรื่องเกี่ยวกับความสัมพันธ์ สอนเรื่องเงิน และสอนเรื่องจิตวิญญาณ

ธุรกิจ Dropship ซึ่งจะประกอบไปด้วยกัน 3 ประการคือ ตัวคุณเอง เจ้าของสินค้า และลูกค้าของคุณ วิธีการคือ เราแค่นำสินค้าของเจ้าของสินค้าไปประกาศขาย เมื่อมีลูกค้าของคุณโอนเงินมาให้ คุณก็แค่โอนเงินต่อให้เจ้าของสินค้า  และเจ้าของสินค้าจะทำการส่งสินค้าให้กับลูกค้าของคุณเอง  โดยที่คุณไม่ต้องสต๊อกสินค้าเลย ส่วนเรื่องของกำไรที่ได้มาจะอยู่ที่ราวๆ 10 – 15 %

สร้างคอร์สออนไลน์ขาย ซึ่งเว็บไซต์ที่ให้ไอเดียเรื่องคอร์สออนไลน์ก็คือ Udemy จะมีคอร์สออนไลน์จากทั่วโลกที่เปิดให้คนทั่วไปสามารถซื้อได้เลย สำหรับในประเทศไทยเราก็มี Skill Lane และ ตลาดปัญญา 2.0 ที่เป็นเว็บไซด์สำเร็จรูปที่ให้คุณสามารถนำคอร์สออนไลน์ของคุณไปขายเพื่อสร้างรายได้

เป็นเทรนเนอร์ออกกำลังกาย เปลี่ยนคนธรรมดาให้กลายเป็นคนที่มีหุ่นดี รายได้ต่อชั่วโมงจะอยู่ที่  หลักร้อยบาทไปจนถึงหลายพัน ซึ่งขึ้นอยู่กับลูกค้าของคุณว่าจะจ่ายให้กับคุณในระดับไหน เหมาะกับเทรนคนรักสุขภาพในช่วงนี้มากๆ

สร้างรายได้จาก Google Adsense หากคุณมีเว็บไซต์ก็สมัคร Google Adsense  และนำโฆษณามาติดในเว็บไซต์ของคุณ ทุกครั้งที่มีคนคลิกโฆษณาในเว็บไซด์ของคุณ เราก็จะได้เงินในที่สุด สำหรับด้านนี้ไม่ลงทุนเป็นเงิน แต่ลงทุนด้วยเวลาและความทุ่มเทล้วนๆเลย

ทำขนมขายผ่านทางโซเชียลมิเดีย  ไม่ว่าจะเป็นขนมเค้ก คุ้กกี้ มาการอง บราวนี่ (อย่างหลังนี้ฮิตมาก เพราะทำง่าย ขายคล่อง ใครที่ฝีมือดีๆ ทำส่งร้านกาแฟสร้างรายได้หลายพันบาทต่อเดือนเลยก็มี) ขอแค่คุณถ่ายรูปสินค้าให้ดูน่ากิน ผู้เขียนมั่นใจว่าจะต้องมีลูกค้ามาติดต่อขอซื้ออย่างแน่นอน ใครมีฝีมือทางด้านแนะนำว่าต้องลอง

ดังนั้น การหาเงิน สำหรับคนงบน้อย แต่อยากทำธุรกิจ  อย่างแรกที่ห้ามลืมคือ ให้ทำในสิ่งที่ตนเองรัก หากใครชอบอาหาร อยากเปิดร้านอาหารให้ทำในสิ่งที่ต้นทุนต่ำ กำไรสูง ส่วนใครที่ชอบค้าขาย แนะนำว่าให้ยกตัวเองขึ้นเป็นพ่อค้า – แม่ค้าออนไลน์ก่อน เพราะการลงทุนในด้านนี้จะยังไม่สูงมาก เมื่อได้เงินมาสักก้อนแล้ว อยากจะมีหน้าร้านก็ค่อยขยายกิจการในภายหลัง แต่เมื่อมีหน้าร้านก็อย่าลืมคิดถึงเรื่องค่าเช่า ค่าคนงานอีกทีหนึ่งด้วย

ส่วนในด้านอื่นๆที่เรานำเสนอมาในวันนี้ก็สามารถลองไปปรับใช้กันได้ไม่ว่าจะเป็น การทำขนมขายผ่านทางไอจี ที่สร้างรายได้ให้กับวัยรุ่นหลายคนที่รักการทำขนม, การเป็นเทรนเนอร์, การเป็นยูทูปเบอร์, รับเขียนบทความ งานยอดนิยมที่สร้างรายได้ให้กับใครหลายๆคนกันมาแล้ว แต่ระวังเรื่องมิจฉาชีพหน่อยจะดีมาก, สร้างคอร์สออนไลน์ขาย ซึ่งในเมืองไทยยังไม่บูมมากนัก หากใครที่สนใจจะตีตลาดด้านนี้ก็สามารถลงมือทำได้เลย แต่ย้ำว่าต้องเป็นแนวที่คุณถนัดและเชี่ยวชาญจริงๆ รับรองว่าจะทำเงินได้อย่างแน่นอน ขอเพียงแค่ลงมือทำ ตั้งใจ พัฒนาฝีมืออยู่เสมอ เพียงเท่านี้ การหาเงิน ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป

แชร์ 8 วิธีหาเงินล้านแบบไม่กั๊ก

หลายคนคงคิดว่าการจะหาเงินล้านให้ได้สักครั้งในชีวิต คงจะเป็นเรื่องยาก ด้วยสภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบันที่ค่าครองชีพสูง รายได้น้อย เศรษฐกิจซบเซา บวกกับรายจ่ายมากมายที่มีมากกว่ารายได้ แต่ผู้เขียนเชื่อว่า การจะได้เงินล้านจริงๆนั้น เราสามารถทำได้ ไม่สำคัญว่าวันนี้คุณจะมีอายุเท่าไร ขอเพียงแค่ขยัน ตั้งใจและค้นหาสิ่งที่ตนเองถนัดพร้อมลงมือทำมันให้เต็มที่  และโอกาสที่จะได้จับเงินล้านจะมาถึงคุณอย่างแน่นอน

วันนี้ เราจะมาแนะนำ 8 วิธีหาเงินล้านแบบไม่กั๊ก มาฝากทุกๆคนกัน ใครที่กำลังอ่านบทความนี้ คุณสามารถนำไปใช้ได้เลย มาเริ่มกันที่…

วิธีที่ 1 มีงานทำ

วิธีนี้เป็นสิ่งจำเป็นต่อการมีเงินล้านมากๆ เพราะหากคุณไม่มีงานทำหรือไม่ทำงานทำการอะไร แล้วจะเอาเงินจากไหนมาเป็นเงินเก็บ เพราะอย่างน้อยๆก็ต้องเหลือไว้สัก 2,000 บาทต่อเดือน เพื่อเป็นเงินเก็บให้กับคุณในทุกๆเดือน

วิธีที่ 2 อย่าได้โอ้อวดความร่ำรวย

เข้าใจว่ามนุษย์ทุกคนเป็นสัตว์สังคมที่ต้องการให้คนรอบข้างยอมรับ จึงทำทุกอย่างเพื่อให้เป็นจุดสนใจ โดยเฉพาะการโอ้อวดความร่ำรวย แก้วแหวนเงินทอง อสังหาริมทรัพย์ ทำให้บางคนก็ใช้จ่ายจนเกินตัว จนลืมไปว่า “คนที่รวยจริง เขาไม่มานั่งโอ้อวดความร่ำรวยกันหรอก แต่เขาโอ้อวดความสามารถในการหาเงินให้ได้มากๆต่างหาก”

วิธีที่ 3 นำเงินไปลงทุนให้งอกเงย อย่าเก็บไว้เพียงอย่างเดียว

หากใครที่มีงานทำแล้ว แน่นอนว่าหลายๆคนคงเก็บเงินไว้ส่วนหนึ่ง อาจจะเดือนละ 2,000 – 3,000 บาทต่อเดือน แต่ลองคำนวณดูสิว่าถ้าอยากได้เงินล้าน คุณอาจจะต้องเก็บเงินนานถึง 25 – 30 ปีเลยทีเดียว พอถึงเวลานั้นหลายๆคนคงเข้าสู่วัยชรากันแล้ว การจะใช้จ่ายอะไรคงไม่สะดวกเท่าที่ควร แต่ถ้าคุณนำเงินไปลงทุน ให้เงินเหล่านั้นงอกเงยขึ้นมา เช่น ลงทุนซื้อทอง เพราะปัจจุบันราคามีแนวโน้มที่เพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ การเก็งกำไรราคาทองในอนาคต จึงเป็นที่นิยมมากสำหรับนักลงทุนสมัยนี้

แต่มีข้อควรระวังคือ ไม่ควรวางไข่ไว้ในตะกร้าใบเดียว เพราะทุกการลงทุนมีความเสี่ยง ดังนั้น เราควรจะกระจายความเสี่ยงด้วยการลงทุนในหลักทรัพย์หลายๆประเภท ไม่ว่าจะเป็นน้ำมัน ตราสารหนี้ เงินฝากประจำทั้งในประเทศบ้าง ต่างประเทศบ้าง เผื่อบางตัวขาดทุน ก็จะได้มีบางตัวที่มีกำไรให้คุณได้ชื่นใจ

อันดับที่ 4  ทำงานมากกว่าผู้อื่น

ทำไมถึงต้องทำงานให้มากกว่าผู้อื่น นั่นก็เพราะคุณจะได้เงินที่ได้จากการทำงานล่วงเวลามากขึ้นและมีผลต่อการเลื่อนตำแหน่ง แต่ด้วยสภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน ทำให้บริษัทส่วนใหญ่จะรวมเงินเดือนเข้ากับการทำงานล่วงเวลาไปด้วยในตัว ดังนั้น การหารายได้เสริมจึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจ ไม่ว่าจะเป็นการรับเขียนบทความ รับแปลบทความ โปรแกรมเมอร์ ขายสินค้าออนไลน์ ทำขนมขาย เป็นติวเตอร์สอนภาษาอังกฤษหรือวิชาที่เรามีความถนัด เป็นต้น ซึ่งสามารถเลือกทำได้ตามความถนัดของแต่ละคน และที่สำคัญคือ หากทำจนมีฐานลูกค้าแน่น และมีลู่ทางในการขยายธุรกิจขึ้นมา ไม่แน่ว่ารายได้เสริมนี้อาจจะกลายเป็นรายได้หลักเลยก็ได้

อันดับที่ 5 อย่าโทษโชคชะตา

บางคนอาจบอกว่าที่ไม่ได้เกิดมาบนกองเงินกองทอง ก็เพราะโชคชะตาเล่นตลก ชีวิตนี้ไม่มีทางรวย  ไม่มีทางได้จับเงินล้านกับคนอื่นเขาแน่ หากใครที่กำลังคิดแบบ เราแนะนำให้คุณเปลี่ยนความคิดเชิงลบนี้ซะ เพราะความคิดเหล่านี้จะทำให้คุณไม่มีความกระตือรือร้น ใช้ชีวิตไปวันๆ มีเงินก็ไม่เก็บ ใช้จ่ายไปเรื่อยๆอย่างไร้จุดหมาย เพราะคิดว่าชีวิตนี้ก็ไม่มีทางได้จับเงินล้านอยู่แล้ว แต่หากเลิกโทษโชคชะตา ความต้องการที่อยากจะรวย อยากจะมีเงินล้าน มันจะมีขึ้นมาเอง และจะทำให้คุณพยายามทำงานอย่างหนักเพื่อไปให้ถึงเป้าหมาย

อันดับที่ 6 ไม่ก่อหนี้เพิ่มขึ้น  

หากใครกำลังจะหาเงินล้าน แต่กลับไปสร้างหนี้สินเพิ่มให้เป็นสิ่งที่ถ่วงในชีวิตคุณ เราคงมีแต่หนี้แต่ไม่มีเงินออมอย่างแน่นอน เพราะต้องนำเงินไปชำระหนี้จนหมด ไหนจะดอกเบี้ยอีก ซึ่งจะทำให้การหาเงินล้านล่าช้าลงไปอีก เราแนะนำว่าควรใช้จ่ายเท่าที่จำเป็น หลีกเลี่ยงความฟุ่มเฟือยหรือหากใครที่ซื้อเพื่อเป็นของรางวัลให้กับตนเองในแต่ละเดือนก็ให้ซื้อได้เดือนละครั้งเท่านั้น และจำกัดงบประมาณว่าครั้งนี้จะซื้อไม่เกินเท่าไร เพียงเท่านี้โอกาสที่จะมีเงินเก็บเพิ่มขึ้นให้เป็นเงินล้าน…ก็จะไม่ใช่เรื่องที่ยากเย็นอีกต่อไป

อันดับที่ 7 หาหนังสืออ่าน

หนังสือที่ว่านี้คือ หนังสือที่มีกูรูหรือคนที่ประสบความสำเร็จในเรื่องการเงิน การลงทุนเป็นผู้เขียน เช่น Bill Gates, Warren Edward Buffett, Gorgy Schwartz,  Jack Ma เป็นต้น ทำไมถึงต้องอ่านหนังสือของพวกเขาเหล่านี้ นั่นก็เพราะคนเหล่านี้จะถ่ายทอดประสบการณ์การลงทุน การเงิน วิธีการที่จะประสบความสำเร็จ รวมไปถึงความล้มเหลวที่สามารถนำมาบทเรียนให้กับตัวคุณเองได้

หากใครที่ไม่อยากอ่านหนังสือต่างประเทศ อาจจะด้วยตีความยากไปหรือเหตุผลในเรื่องของภาษา ในประเทศไทยเองก็มีนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จหลายท่านที่เขียนหนังสือบอกเล่าประสบการณ์ในการลงทุน เคล็ดลับทางการเงิน รวมทั้งความผิดพลาดที่สามารถนำมาเป็นบทเรียนให้คุณได้เช่นกัน ไม่ว่าจะเป็น วิกรม กรมดิษฐ์  ธนินท์ เจียรวนนท์  พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เป็นต้น ผู้เขียนเองได้มีโอกาสอ่านหนังสือของพวกเขาเหล่านี้ ต้องบอกว่าได้รับประโยชน์ ความรู้มากมายที่สามารถนำมาใช้ได้จริงๆ รวมทั้งคติ แนวคิดของพวกเขาที่ทำให้ทราบว่า ไม่แปลกใจเลย ว่าทำไมพวกเขาถึงได้ร่ำรวยกว่าคนทั่วไป เพราะกล้าคิดต่าง ไม่ยอมแพ้ ทะเยอทะยานเพื่อไปให้ถึงจุดมุ่งหมายที่พวกเขาได้ตั้งเป้าหมายเอาไว้ มีคำพูดหนึ่งของเจ้าสัว ธนินท์ เจียรวนนท์  กล่าวไว้ว่า “หากคุณทำ 10 อย่าง และสำเร็จเพียง 3 อย่างก็ถือว่าเก่งแล้ว เพราะยิ่งทำเยอะก็ยิ่งผิดเยอะ แต่คนที่ไม่เคยทำผิด คือ คนที่ไม่เคยทำอะไรเลยต่างหาก”  แต่ไม่ใช่ว่าอ่านหนังสือเพียงอย่างเดียวล่ะ สำคัญคือ คุณต้องลงมือทำด้วย

อันดับที่ 8  พยายามเก็บเงินให้ได้

แม้จะพูดง่าย แต่ก็ทำยากเสียเหลือเกิน เพราะสภาวะในปัจจุบัน ที่ค่าครองชีพสูงขึ้น รายได้เท่าเดิม แต่ขอให้ท่องเอาไว้ว่า จะต้องมีเงินล้านให้ได้ หากเริ่มเก็บตั้งแต่วันนี้อนาคตคุณมีสิทธิ์รวยแน่นอน แม้อาจจะไม่ถึงล้าน แต่อย่างน้อยก็เหยียบหลักแสนอย่างแน่นอน

อันดับที่ 9 หารายเสริม

ปัจจุบันเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย และโลกโซเชียลมิเดียที่ทำให้เราสามารถทำงานที่ไหนก็ได้บนโลก ขอเพียงแค่มีคอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊คสักเครื่องและสัญญาณอินเทอร์เน็ตดีๆ เพียงเท่านี้คุณก็สามารถหารายได้เสริมได้แล้ว ซึ่งในวันนี้เราก็มีมาแนะนำกันอีกเช่นเคย คือ

  • รับเขียนบทความลงบล็อก / แฟนเพจ / เว็บไซด์ / นิตยาสาร  เป็นที่ทราบดีว่าโลกโซเชียลมิเดียมีการแข่งขันกันอย่างดุเดือด สังเกตได้จากการอัพเดทข้อมูล ข่าวสารสำคัญหรือเนื้อหาสาระที่เกี่ยวข้องกับเพจแทบจะตลอดเวลา ดังนั้น นักเขียนฟรีแลนท์จึงมีความจำเป็นอย่างมากในวงการนี้ เพราะนักเขียนในเมืองไทยยังมีจำนวนไม่มากนัก สวนทางกับเว็บไซต์ที่มีมากกว่า 200,000 เว็บไซด์ รายได้ต่อเดือนหากคุณทำเป็นรายได้เสริมจะอยู่ที่ 10,000 – 50,000 บาทเลยล่ะเยอะกว่าเงินเดือนพนักงานบริษัทหลายๆแห่งเสียอีก

แต่อาชีพเสริมนี้จะมีข้อเสียตรงที่ ต้องตรงเวลา อดหลับอดนอนค่อนข้างบ่อยและเสี่ยงต่อการโดนโกงเงินสูง ดังนั้น หากใครที่สนใจจะทำอาชีพเสริมนี้ก็ควรหาแนวทางในการป้องกันมิจฉาชีพที่อาจแฝงตัวมาในรูปของ “ผู้ว่าจ้าง” กันด้วย

  •  เขียน E-book แจกหรือขาย โดยให้ Download  ซึ่งปัจจุบันตลาด E-book ของไทยมีการเจริญเติบโตอย่างต่อเนื่อง แต่ข้อเสียของตลาดนี้คือ เสี่ยงต่อการถูกละเมิดลิขสิทธิ์ได้ง่าย ใครที่ชอบการถ่ายทอดเรื่องราวผ่านตัวอักษรหรือมีความสามารถทางด้านนี้ เราแนะนำให้คุณลอง

ส่วนผู้ที่สนใจในด้านงานเขียน แต่ไม่ค่อยถนัดนัก ก็ลองขีดๆเขียนๆให้ชำนาญ ไม่ช้าเรื่องที่เราถนัดและความเชี่ยวชาญก็จะตามมาเอง เหมือนดั่งคำที่ว่า “ไม่มีใครเก่งมาตั้งแต่เกิด” ทุกคนล้วนต้องฝึกฝนตนเองทั้งนั้น

  • ทำกราฟิก Info สำหรับงานประเภทนี้ อาจจะต้องร่วมมือกับผู้ที่เชี่ยวชาญในด้านการ Design อยู่บ้า วิธีการคือ นำข้อมูลมาวิเคราะห์และสรุปเป็นสารสนเทศ ในลักษณะของภาพนิ่งหรือภาพเคลื่อนไหว เพื่อให้ผู้อ่านมองดูแล้วเข้าใจความหมายได้ง่ายและชัดเจน โดยไม่จำเป็นต้องขยายความเข้าใจอีก
  • ทำ Google AdSense วิธีนี้จะเหมาะสำหรับผู้ที่มีเว็บไซต์เป็นของตนเอง สามารถสร้าง รายได้ด้วยการนำโฆษณามาติดไว้ที่เว็บ ซึ่งโฆษณาต่างๆของ Google จะมีเนื้อหาที่สอดคล้องกับเว็บไซต์ของเรา เช่น หากเว็บไซต์ของคุณมีเนื้อหาเกี่ยวกับการท่องเที่ยว โฆษณาที่ทาง Google ส่ง มาก็จะเกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวอย่าง ตั๋วเครื่องบิน ส่วนลดของสถานที่พักต่างๆ โปรโมชั่นรับซัมเมอร์ เป็นต้น

โดยโฆษณานี้มีอยู่หลายรูปแบบด้วยกัน เช่น แบบรูปภาพ, แบบตัวอักษร, แบบตัวอักษรสลับ กับรูปภาพ และคุณสามารถเลือกขนาดของโฆษณาได้ตามความต้องการ รวมทั้งสีสันของโฆษณาว่าจะอยากได้แบบไหน เพื่อให้เหมาะสมและลงกับเว็บไซต์ของคุณ

  • รับจ้างออกแบบภาพกราฟิกประกอบเว็บไซต์ งานนี้อาจจะต้องเป็นผู้เชี่ยวชาญสักหน่อย แต่ หากใครไม่เป็น ทุกวันนี้มีคอร์สระยะสั้นสอนการออกแบบภาพกราฟิกให้กับผู้ที่สนใจมากมาย ถ้า ตั้งใจก็ไม่ยากเกินความพยายามแน่นอน
  • รับจ้างทำเว็บไซต์ ใครที่มีฝีมือในด้านนี้ก็สามารถทำได้ แถมรายได้ดีอีกด้วย เพราะไม่ใช่ทุก คนที่สามารถออกแบบเว็บไซต์ได้ ต้องใช้ทักษะและความรู้ความชำนาญค่อนข้างดีทีเดียว
  • รับทำ Template หลายคนคงสงสัยว่ามันคืออะไร Template คืออะไร Template ก็คือ รูปแบบ หรือแบบฟอร์มของเว็บไซต์ที่ยังไม่มีการใส่เนื้อหาลงไป โดยผู้ใช้เพียงแค่ใส่ข้อมูลและรายละเอียดเข้าไป  แก้ไขโลโก้ของรูปภาพสักเล็กน้อยก็สามารถใช้งานได้แล้ว หากใครอยากได้เว็บไซต์หน้าตาแบบไหน ก็สามารถเลือกใช้ได้ตามความต้องการจากผู้ให้บริการเกี่ยวกับ Template เหล่านี้ หรืออธิบายเป็นภาษาชาวบ้านคือ  Template คือ แบบหรือโครงร่างของเว็บไซต์ทั้งหมดนั้นเอง     ต่างประเทศ  เว็บไซต์ที่เกี่ยวข้องกับ Template หรือรูปแบบเว็บไซต์สำเร็จรูปนั้น มีมากมายทั้งแจก ฟรีและทำออกมาขาย  โดยในที่นี้เราขอแนะนำเว็บไซต์ที่มีชื่อเสียงในการจำหน่าย Template เว็บหนึ่งของโลก คือ  com  ใครที่สนใจสื่อออกแบบก็สามารถเข้าไปเลือกซื้อ เลือกชมกันได้
  • รับออกแบบโลโก้ ใครที่ถนัดหรือชื่นชอบในงานด้านนี้ เราแนะนำให้คุณลองหารายได้เสริมด้วยวิธีนี้ รายได้ ส่วนเรื่องเวลาในการทำงานก็ขึ้นอยู่กับความยากง่ายของงานที่ได้รับ ราคาของการรับทำโลโก้ เรคราคาขั้นต่ำอยู่ที่ 1,000 บาทต่อ 1 ชิ้นงาน
  • รับทำพวกการ์ดนามบัตร ปัจจุบันแม้ว่าการติดต่อสื่อสารจะล้ำสมัยมากแค่ไหน แต่การมีนามบัตรเป็นของตนเองก็ยังสำคัญอยู่  เพราะนามบัตรจะเป็นใบเบิกทางสู่ความสัมพันธ์ที่ดีในอนาคตโดยเฉพาะเวลาติดต่อธุรกิจ,  นามบัตรเปรียบเสมือน First Impression ของตัวคุณเอง อีกฝ่ายจะประทับใจหรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับนามบัตรด้วยส่วนหนึ่ง โดยเฉพาะประเทศญี่ปุ่นจะให้ความสำคัญกับนามบัตรมาก ถึงขนาดที่มีคอร์สเปิดสอนมารยามในการยื่นนามบัตรกันเลย,  แม้นามบัตรจะแผ่นเล็ก แต่ต้องไม่ลืมว่าคุณกำลังฝากชื่อเสียงของแบรนด์และของตัวคุณเองเอาไว้บนกระดาษเล็กๆแผ่นนั้น ดังนั้น จงทำมันออกมาให้ดี,  นามบัตรแสดงถึงความพร้อมในการทำงาน เคยเห็นใครที่ติดต่อธุรกิจและจด ชื่อ – นามสกุล เบอร์โทรศัพท์ ที่อยู่และแบรนด์ของสินค้าลงในกระดาษทิชไหม ตัวคุณรู้สึกอย่างไรกับภาพนั้นล่ะ แน่นอนว่าคุณต้องรู้สึกถึงความไม่เป็นมืออาชีพของฝ่ายตรงข้ามอย่างแน่นอน ดังนั้น นี่แหละ…คือความสำคัญของการมีนามบัตรและทำให้การรับทำนามบัตรยังมี งานเข้ามาอย่างต่อเนื่อง
  •  เปิดเพจรับออกแบบลวดลายต่างๆหรือใครที่ถนัดวาดการ์ตูนก็สามารถทำได้เช่นกัน ซึ่งปัจจุบัน มี ธุรกิจออกมาเยอะขึ้น โดยงานส่วนใหญ่ลูกค้าจะให้ออกแบบลายการ์ตูนเพื่อนำไปทำสื่อสิ่งพิมพ์ สติกเกอร์ไลน์ หรือนำไปใช้ในเชิงพาณิชย์ด้านอื่นๆก็มีให้เห็นกันเยอะ ดังนั้น การทำอาชีพเสริม ด้วยวิธีนี้จึงเป็นที่นิยมกันมาก ส่วนความยาก-ง่าย ก็ตามแต่ความต้องการของลูกค้า หากคุณชื่นชอบในการออกแบบลายการ์ตูนยู่แล้วละก็…คงไม่ยากเกินไปหรอก จริงไหม

สรุปแล้ว ทั้ง 8 วิธีหาเงินล้านแบบไม่กั๊กที่เรานำเสนอมาในวันนี้ ใครที่อยากนำไปใช้ก็สามารถนำไปใช้กันได้ ไม่ว่าจะเป็นการหารายได้เสริมเพื่อเพิ่มช่องทางในการทำเงินของคุณ การไม่ก่อหนี้เพิ่มเพื่อไม่ให้เป็นตัวฉุดรั้งในการหาเงินล้าน การเก็บหอมรอมริบอย่าไปทุ่มกับการซื้อสินค้าแบรนด์เนมซะหมด การอ่านหนังสือของผู้ที่ประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน เพราะแนวคิดของพวกเขาเหล่านี้อาจช่วยคุณได้ การทำงานให้มากกว่าคนอื่น  การไม่โทษโชตชะตาและอีกหลายอย่างที่ผู้เขียนได้กล่าวมาในบทความนี้

โดยหวังเป็นอย่างยิ่งว่า บทความนี้จะสร้างแรงบันดาลใจ พลังและเป็นแนวทางดีๆ ในการคว้าเงินล้านให้กับผู้อ่านทุกท่านได้ไม่มากก็น้อย

 

ทำงานผ่านเน็ตด้วย Affiliate marketing คืออะไร มาดูกัน

ในยุคนี้ที่ค่าครองชีพสูงกว่ารายได้ที่ได้รับ เนื่องจากการเร่งพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมอย่างต่อเนื่อง ทำให้คนจำนวนมากมีรายได้ที่ไม่เพียงพอต่อรายจ่าย ไม่ว่าจะเป็นค่าผ่อนรถ ผ่อนบ้าน ค่าเทอมบุตรหลาน ค่ารักษาพยาบาทและค่าประกันสังคมอื่นๆ บางคนจึงเริ่มมองหารายได้เสริมด้วยการทำงานผ่านเน็ต เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายลงได้บ้าง แต่ส่วนใหญ่ เมื่อพูดถึงการทำงานผ่านเน็ต ก็มักจะนึกถึงการขายตรง นั่งฟังสัมมนาขายฝันที่ไม่มีวันรวยได้จริงแถมยังทำให้เสียเวลาอีกตั้งหาก

ในวันนี้เราจึงมาแนะนำการทำงานผ่านเน็ต หากคุณทำได้รับรองว่าจะมีเงินเข้ากระเป๋าอย่างแน่นอน แถมไม่ใช่หลักร้อยด้วยนะ แต่เป็นหลักพันไปจนถึงหลักหมื่นบาทกันเลยทีเดียว ก่อนอื่นเราจะพาคุณมารู้จักการทำงานผ่านเน็ตที่เรียกว่า Affiliate กันก่อน…

Affiliate marketing คือ ธุรกิจออนไลน์ประเภทหนึ่งที่มีอยู่ในอินเทอร์เน็ต เป็นการทำการตลาดออนไลน์เพื่อขายสินค้า – บริการโดยผ่านตัวแทนขายหรือที่เราเรียกกันว่าไปช่วยเขาขายของนั่นเอง โดยที่คุณไม่จำเป็นต้องสต็อกสินค้า, ไม่ต้องมีสินค้าเอง, ไม่ต้องรับออเดอร์ของสินค้า, ไม่จำเป็นต้องแพ็คของส่ง สิ่งที่คุณต้องทำคือ นำเอาลิงค์แนะนำหรือป้ายแบนเนอร์ของสินค้าแต่ละอย่างที่คุณร่วมเป็นตัวแทนขายไปโปรโมท โฆษณาตามโซเชียลมิเดียให้ได้มากที่สุดไม่ว่าจะเป็น เว็บบอร์ด, เว็บสำหรับลงโฆษณาฟรี, Facebook, IG และช่องทางออนไลน์อื่นๆที่คุณคิดว่าสามารถประชาสัมพันธ์ได้  เมื่อมีลูกค้ามาสั่งซื้อสินค้าผ่านลิงค์แนะนำของคุณ  คุณก็จะได้รับค่าคอมมิชชั่นหรือส่วนแบ่งรายได้จากเจ้าของสินค้าตามเงื่อนไขที่ได้ตกลงกันเอาไว้ โดยส่วนใหญ่จะอยู่ 10 – 15 %  หรืออาจจะน้อยกว่านั้น

เมื่อรู้จัก Affiliate Marketing กันไปแล้ว อีกคำหนึ่งที่ไม่ควรพลาด หากจะทำงานผ่านเน็ตในด้านนี้ นั่นคือ Affiliate Program  เป็นโปรแกรมที่เจ้าของสินค้า – บริการได้สร้างขึ้นมา เพื่อให้คุณในฐานะที่เป็นตัวแทนขายสินค้าของพวกเขา เริ่มจากการสมัครเป็นสมาชิกก่อน โดยได้เตรียมป้ายแบนเนอร์โฆษณาขนาดต่าง ๆรวมทั้งลิงค์แนะนำที่เป็นรหัสไอดีของแต่ละคน เพื่อให้ทราบว่าเวลานำเอาลิงค์แนะนำไปโปรโมทนั้น หากมีลูกค้าสนใจคลิกสั่งซื้อสินค้าเข้ามา ระบบก็จะทำการจดจำว่าสั่งซื้อสินค้าผ่านตัวแทนคนไหน และจะบันทึกไว้พร้อมกับคำนวณค่าคอมมิชชั่นให้กับคุณ เมื่อยอดสะสมรายได้ครบขั้นต่ำตามที่เจ้าของ Affiliate Program ได้กำหนดไว้แล้ว คุณก็จะสามารถกดเบิกถอนเงินเพื่อโอนเข้าบัญชีธนาคารของคุณได้เลย

สำหรับใครที่อยากจะเริ่มต้นทำ Affiliate ต้องทำยังไงบ้าง บอกก่อนเลยว่าต้องมีความพร้อมในการเข้าสู่โลกของธุรกิจออนไลน์หรือการทำงานผ่านเน็ต หากใครคิดว่าแค่การคลิกเข้าไปในเว็บไซต์และสมัคร หลังจากนั้นก็รอลูกค้าติดต่อเข้ามา บอกเลยว่า คุณคิดผิด เพราะนั่นจะทำให้คุณหาเงินได้เล็กๆน้อยๆเท่านั้น รายได้น้อยแถมอัตราการเติบโตของธุรกิจก็ไม่มากนัก บางเว็บไซน์เมื่อเวลาผ่านไปก็ไม่เป็นที่รู้จักกันแล้ว หากคุณตั้งใจที่จะสร้างรายได้จากการทำงานผ่านเน็ตอย่างจริงจังและศึกษา Affiliate แล้วล่ะก็…นี่คือแหล่งทำรายได้มหาศาลที่หลายๆคนยังไม่รู้

อย่างแรก เริ่มกันที่ทักษะต่างๆที่ควรมี นั่นคือ ทักษะการใช้อินเทอร์เน็ตและคอมพิวเตอร์เป็นอย่างดี มีนิสัยรักการอ่าน เพราะหากใครที่อยู่ในวงการออนไลน์มาได้สักพัก คุณจะรู้ว่าวงการนี้มีบทความที่ต้องอ่านและเรียนรู้กันอีกเพียบ

อย่างที่สอง สิ่งที่ต้องเรียนรู้คือ  รู้เกี่ยวกับ website และการสร้างเว็บไซด์ขั้นพื้นฐานหรือเลือกที่จะศึกษาสิ่งง่ายๆก่อนอย่าง word press และเรียนรู้เกี่ยวกับการทำการตลาดออนไลน์ เพื่อศึกษาสิ่งใหม่ๆอยู่ตลอดเวลา เพราะในโลกออนไลน์เทคนิคและช่องทางต่างๆในการทำงานผ่านเน็ตมีการปรับตัวไปตามกระแสของโซเชียลมิเดียอยู่เสมอ ดังนั้น คุณต้องตามให้ทัน เรียนรู้และศึกษาให้มากๆ เมื่อมีทักษะและความรู้แล้ว ก็มาถึงการสมัครเข้าเป็นสมาชิก Affiliate Partner เพื่อเริ่มสร้างรายได้

Affiliate ที่แนะนำ

  • Amazon, Lazada เว็บใหญ่ที่คนทั้งโลกให้การยอมรับและมีความน่าเชื่อถือ มีสินค้าหลากหลายประเภทให้คุณเลือกหยิบจับมาทำการตลาดออนไลน์ได้ตามความต้องการ แถมโอกาสที่สินค้าจะขาดสต๊อกก็เกิดขึ้นได้น้อยมากๆ
  • Click Bank อีกตัวเลือกหนึ่งที่คนส่วนใหญ่จะเข้าไปสร้างรายได้ สินค้าหลักคือ E-book และหนังสือ

ตัวอย่างการสมัคร Affiliate Program

อย่างที่สาม การจ่ายค่าตอบแทนมีอยู่หลากหลายแบบอาทิ  Pay Per Impression คือ การจ่ายตาม   จำนวนผู้ที่เห็นโฆษณา เช่น บริษัทผู้ลงโฆษณาจะให้เงินคุณจำนวนหนึ่ง จากการที่คุณแสดงแบนเนอร์ครบ  10,000 ครั้ง

Pay Per Sale คือ การจ่ายตามจำนวนของการซื้อ – ขายสินค้าและบริการ คุณจะได้รับค่าตอบแทน ก็ต่อเมื่อคุณช่วยบริษัทที่ตัวคุณเองเป็นตัวแทนอยู่ ขายสินค้าหรือบริการได้ อาทิ amazon.com และ Lazada

Pay Per Click คือ การจ่ายตามจำนวนการคลิกแบนเนอร์ของโฆษณา บริษัทที่คุณรับเป็นตัวแทนจะให้คุณนำแบนเนอร์โฆษณาไปติดไว้ที่เว็บไซต์ของคุณเอง แล้วจะได้ค่าตอบแทนก็ต่อเมื่อมีผู้มาเยี่ยมชม   เว็บไซต์ของคุณได้ click ที่แบนเนอร์ โดยการทำด้วยวิธีนี้จะนิยมมากก็คือ Google Adsense

Pay Per Lead คือ การจ่ายตามจำนวนการแนะนำ เพียงแค่คุณแนะนำผู้ชมเว็บไซต์ของคุณสมัครสมาชิก, กรอกแบบสำรวจ, ทดลองใช้สินค้าหรือบริการและให้ข้อมูลไว้กับผู้ลงโฆษณา รวมทั้งอะไรก็ตาม ที่ทำให้ผู้มาชมเว็บไซต์ของคุณมาสมัครเป็นสมาชิก โดยปกติแล้วบริษัทต่าง ๆจะจ่ายให้ตามจำนวนรายชื่อที่ได้รับ

อย่างที่สี่ สิ่งที่ควรระวังเกี่ยวกับ Affiliate Marketing คือ การสร้าง – ขายสินค้าที่ตนเองสร้างขึ้นมา เอง เพราะเชื่อว่ารูปแบบของการทำการตลาดคงไม่แตกต่างกันมาก  แต่ที่จริงแล้วเป็นธุรกิจคนละแนวเลย ใครที่คิดแบบ ควรเปลี่ยนความคิดด่วน

มีความเสี่ยงสูง  ข้อนี้ผิดมหันต์ ใครบอกว่า Affiliate Marketing ใช้เงินลงทุนไม่เป็นความจริงแต่ อย่างใด คุณกำลังโดนหลอกเข้าให้แล้ว เพราะจริงๆแล้วการทำงานผ่านเน็ตอย่าง Affiliate Marketing ใช้ทุน ในการเริ่มต้นต่ำ เรียกว่าแทบจะเป็นศูนย์เลย ทำให้ความเสี่ยงต่ำตามไปด้วย

ลงทุน Affiliate Marketing จะทำให้รวยชั่วข้ามคืน  ตัวย่างเช่น ถ้าหากมีใครบอกคุณว่าทำ Affiliate  แล้วได้เงิน 100,000 – 200,000 บาทภายในไม่กี่อาทิตย์  ให้คิดได้เลยว่า คุณอาจโดนหลอกแล้ว อย่าเพิ่งหลงเชื่อจนกว่าจะได้ศึกษาด้วยตัวคุณเองจะดีที่สุด ซึ่งทุกวันนี้หากอยากรู้เรื่อง Affiliate Marketing  คุณสามารถหาข้อมูลได้จากหนังสือที่เขียนขึ้นโดยผู้เชี่ยวชาญในด้านนี้ มีทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษที่จะแนะนำถึงกลเม็ด เคล็ดลับดีๆในการทำ Affiliate Marketing ให้กับคุณได้แบบไม่อั้นเลย หรือหาข้อมูลทาง Google ก็สามารถทำได้เช่นกัน

สูตรลับ ที่จริงแล้วจะเรียกว่าสูตรลับคงจะไม่ได้ แต่ถ้าให้เรียกว่า เทคนิค / ประสบการณ์จากการทำ Affiliate Marketing น่าจะเหมาะสมกว่า เพราะคนส่วนใหญ่ที่หาเงินได้จาก Affiliate Marketing เยอะๆนั้นเป็นเพราะเขาทดลอง ศึกษาและเก็บข้อมูลมามาก ทำให้ทุกๆครั้งที่ทำงานด้านนี้ จึงได้รับผลตอบรับที่ค่อนข้างดีอยู่เสมอ  อย่างที่ผู้เขียนได้ชี้แจงไปในตอนต้นว่า การทำงานด้านนี้อาศัยขยัน อดทน ใจรัก รักการอ่าน เพราะบางครั้งประสบการณ์และเทคนิคดีๆในการทำ Affiliate Marketing ก็ได้จากกูรูที่เขานำประสบการณ์และเทคนิคมาแชร์ผ่านบทความนี่แหละ

ใช้เวลาทำงาน Affiliate Marketing เพียงไม่กี่ชั่วโมง  อันนี้ต้องบอกว่าไม่เป็นความจริงเลย เพราะการงานผ่านเน็ตอย่าง Affiliate Marketing เป็นการทำงานที่หนักหนาพอสมควร เพราะคุณต้องเจอกับความล้มเหลว ผิดพลาด ผิดหวัง ขาดทุน โดนกดเงิน มาเยอะพอสมควร จนกว่าจะหาแนวทางที่เหมาะสมของแต่ละคนได้และจะเริ่มดีขึ้นเรื่อยๆ อย่าลืมว่า สินค้าที่คุณนำมาขายและสินค้าที่คนประสบความสำเร็จในด้านนี้นำมาขายอาจเป็นคนละประเภท การจะใช้เทคนิคเดียวกัน มันเป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว หากใครพบแนวทางที่เหมาะสมกับสินค้าที่นำมาลงในเว็บไซต์ หลังจากนี้แหละ…คุณถึงพูดได้อย่างเต็มปากเต็มคำว่า ทำงานไม่กี่ชั่วโมงก็ได้เงินแล้ว

สำหรับประโยชน์ในด้านข้อดีของ Affiliate Marketing คือ  

  • ไม่มีปัญหาในการจ่ายเงินคอมมิชชั่น หากคุณเช็คให้ดีจะทราบว่าเว็บไซด์เจ้าของ Affiliate ที่นิยมทำ กัน มีความมั่นคงมากและมีรายได้จากการขายเป็นหมื่นๆแสนๆล้านบาท / ปี
  • คุณไม่จำเป็นต้องมีเงินทุน โดยเฉพาะทุนในการซื้อสินค้าหรือสต๊อกสินค้า
  • คุณสามารถทำงานที่ไหนก็ได้ ขอเพียงแค่มีคอมพิวเตอร์กับอินเตอร์เน็ตใช้ในการติดต่อซื้อขายและ อัพเดทข้อมูลของสินค้าเท่านั้น
  • ไม่จำเป็นต้องทำบริการหลังการขาย เพราะไม่ใช่หน้าที่ของคุณ ซึ่งผู้ที่เป็นเจ้าของจะเป็นคนจัดการเอง
  • Affiliate Marketing สามารถทำเงินให้คุณได้ตลอดเวลา ไม่เว้นวันหยุด ในขณะที่คุณจะหยุดเมื่อไร ก็ได้ตามอัธยาศัย โปรมแกรมนี้ก็จะยังทำงาน ทำเงินให้คุณไปเรื่อยๆ เปรียบเสมือนเครื่องจักรหาเงิน  ของคุณเลยล่ะ
  • ไม่จำเป็นต้องมีเว็บไซต์ก็ได้ แต่ถ้าหากจะให้ดี ก็ควรจะต้องมีบ้าง ยิ่งเป็นเว็บไซต์ที่จดโดเมนและโฮสต์แบบเสียเงินจะดีอย่างมาก เพราะเว็บนั้นจะเป็นของคุณคนเดียวตลอดระยะเวลาการจ่ายเงิน ซึ่งค่าใช้จ่ายก็ถูกมาก สามารถเลือกได้ตั้งแต่หลักร้อยไปจนถึงหลักพันบาทต่อปี แต่อาจจะต้องศึกษา หาข้อมูลตามควรเหมาะสมกันด้วย
  • เป็นการสร้างรายได้แบบที่ทำได้สบายๆ เพราะเมื่อเว็บไซด์ของคุณมีบทความที่มีคุณภาพเป็น จำนวนมาก แน่นอนว่าก็ย่อมมีผู้คนมากมายคลิกเข้ามาในเว็บไซต์ของคุณ เพื่ออ่านบทความเรื่อยๆ ด้วยวิธีเหล่านี้ คุณแทบไม่ต้องทำอะไรเลย แค่รอรับเงิน เมื่อผู้เข้าชมเว็บไซต์ / บล็อก เลือกซื้อสินค้า และบริการจากเจ้าของสินค้าที่คุณทำ Affiliate marketing ด้วย
  • ไม่ต้องใช้สกิลอะไรมาก เพราะการทำงานผ่านเน็ตด้วย Affiliate marketing ขอเพียงแค่มีใจรัก  ตั้งใจจริง ชื่นชอบและมีความสนใจในเรื่องใด เรื่องหนึ่งเท่านั้น และถ่ายทอดออกมาผ่านบล็อกหรือเว็บไซต์ของคุณให้มีการอัพเดทอย่างสม่ำเสมอ และหาสินค้า – บริการที่เกี่ยวข้องหรือใกล้เคียงกับ เว็บไซต์ Affiliate  marketing มาลง

แน่นอนว่าการทำงานผ่านเน็ตไม่มีอะไรดีและสวยหรูไปเสียทุกอย่าง สำหรับในด้านข้อเสียของ Affiliate  marketing คือ

  • ส่วนใหญ่แล้ว Affiliate marketing จะเป็นของต่างประเทศ สำหรับประเทศไทยยังมีอยู่น้อยมากและยังไม่มีความมั่นคง
  • คุณต้องศึกษาข้อมูลของ Affiliate marketing แต่ละรายให้ละเอียดรอบคอบ เพื่อป้องกันการละเมิด เงื่อนไขให้ดี ไม่อย่างนั้นแล้วอาจจะโดนแบนไม่จ่ายเงิน รวมทั้งไม่ให้ทำการขายอีกต่อไปก็เป็นได้
  • แน่นอนว่า…คุณต้องเป็นคนที่ขยัน และอดทนที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ๆอยู่เสมอ เพราะระบบที่เกี่ยวข้อง กับอินเตอร์เน็ตและเทคโนโลยีมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา
  • ไม่มีอำนาจในการควบคุม ไม่ว่าจะเป็นราคาสินค้า ค่าคอมมิชชั่นที่อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงได้ทุก เมื่อ ทุกอย่างล้วนขึ้นอยู่กับทางเจ้าของสินค้า – บริการ
  • คู่แข่งเยอะ เพราะการหาเงินด้วย Affiliate marketing ทำได้ง่าย ทุกคนสามารถทำได้ ดังนั้น คุณจะต้องเจอกับคู่แข่งจำนวนมากในตลาดสินค้าเดียวกัน

สรุปแล้ว แม้ในต่างประเทศจะมีผู้ที่ทำ Affiliate marketing กันอยู่เยอะมาก แต่สำหรับในประเทศไทยยังมีคนที่รู้จักหรือลงมือทำระบบ Affiliate Marketing น้อยมาก เหตุผลเป็นเพราะพฤติกรรมการเลือกซื้อของผ่านอินเตอร์เน็ตของคนไทยยังมีจำนวนน้อยอยู่ เนื่องจากกังวลเรื่องของความปลอดภัย เพราะลูกค้าจำเป็นต้องชำระเงินก่อนได้รับสินค้า หากเกิดการโกงเงินเกิดขึ้น จะเป็นเรื่องยากในการตามหาต้นตอ ทำให้เสียทั้งเวลาและเสียทั้งเงิน ประกอบกับคนไทยหลายๆคนยังไม่คุ้นชินกับระบบนี้ ยิ่งไปกว่านั้นระบบ Affiliate Marketing ของไทยในปัจจุบันยังมีการจ่ายค่าตอบแทนหรือค่าคอมมิชชั่นที่น้อยมาก จึงไม่สามารถดึงดูดนัก Affiliate Marketer ให้หันมาสนใจลงทุนกับตลาดของประเทศไทยได้ ดังนั้น ตลาดส่วนใหญ่จึงมุ่งเป้าไปที่ทวีปยุโรป สหรัฐอเมริกา จีน เป็นหลัก ซึ่งให้ผลกำไรที่มากกว่าหลายเท่าตัว

อย่างไรก็ตาม หลายปีที่ผ่านมา ประเทศไทยมีสถิติการซื้อ – ขายสินค้าผ่านทางอินเตอร์เน็ตที่เพิ่มสูงขึ้นจนน่าตกใจ เหล่านักลงทุนการตลาดในไทยจึงเริ่มหันมาสนใจกับการทำ Affiliate Marketing กันมากขึ้น ไม่แน่ว่า ถ้าหากใครมีโอกาสได้ศึกษาและลงมือทำก่อนก็ย่อมได้เปรียบคนอื่นแน่นอน โอกาสที่คุณจะประสบความสำเร็จและทำกำไรในธุรกิจนี้ก็ย่อมมีสูงขึ้นตามไปด้วย

ผู้เขียนเชื่อว่างานผ่านเน็ตอย่าง Affiliate Marketing นี้จะสามารถขยายตัวไปได้อีกนาน เพราะมันสะดวก รวมเร็ว ลงทุนต่ำ เพียงแต่ต้องเข้าใจเทคโนโลยีพื้นฐานสักหน่อย และอีกไม่นานธุรกิจนี้จะสามารถสร้างรายได้ให้คนไทยที่สนใจและมีความตั้งใจจริง รวมไปถึงเป็นการทำรายได้เข้าประเทศไทยได้อีกด้วย

จะเห็นว่า Affiliate Marketing  มีทั้งข้อดีและข้อเสียที่คละกันไป การจะเริ่มต้นอะไรนั้นอาจเป็นเรื่องยากและต้องใช้เวลา ความอดทน การศึกษาในสิ่งนั้นๆอย่างจริงจัง กว่าจะออกมาเป็นรูปเป็นร่างและ ประสบผลสำเร็จในที่สุด แต่งานอะไรที่ใช้เวลาน้อย นั่งๆนอนๆก็มีเงินไหลเข้ามาแล้ว ไม่ต้องใช้เวลาศึกษาก็ประสบความสำเร็จ ยกเว้นเพียงแต่ว่า งานเหล่านั้นมีโชคชะตาเข้ามาเกี่ยวข้องและเอื้ออำนวยให้คุณประสบ ความสำเร็จเท่านั้นเอง “ยินดีต้อนรับสู่ยุค การเป็นลูกจ้างที่ยากกว่าการเป็นนายตนเอง”

รู้จักกับ…งานออนไลน์ อาชีพเสริมที่หลายคนมองข้าม

การทำงานผ่านเน็ตอีกรูปแบบหนึ่งที่เราอยากจะมาแนะนำในวันนี้ให้ทุกคนได้รู้จัก โดยเฉพาะคนที่เพิ่งเริ่มต้นทำใหม่ๆ ไม่กล้าเสี่ยง ไม่มีเงินลงทุน มารู้จักกับการทำงานแบบ Drop Shipping กันดีกว่า เพราะการทำงานผ่านเน็ตหรือจะเรียกว่าขายของผ่านเน็ตก็ได้ รูปแบบนี้ไม่มีความยากอะไรเลย แต่อาศัยอัพเดทข้อมูลบ่อยๆและที่สำคัญคือ อึด ถึก ทน เท่านั้นเอง

งาน Drop Shipping  จะต่างจากการขายของออนไลน์ตรงที่การขายของแบบ Drop Ship คุณไม่จำเป็นต้องสั่งซื้อสินค้ามาสต็อกเก็บเอาไว้ เพียงแต่คุณจะต้องติดต่อกับเจ้าของสินค้าที่มีการเปิดรับตัวแทน Drop Ship ซึ่งหาได้ไม่ยากเลย เพราะปัจจุบันมีอยู่เยอะมากและเป็นที่นิยมกันอีกด้วย ทางเจ้าของสินค้าจะทำการจัดเตรียมรายละเอียดของสินค้าว่ามีขนาดเท่าไร คุณสมบัติเป็นอย่างไร ราคาเท่าไร รวมทั้งรูปภาพของสินค้าและยินยอมให้นำไปลงในเว็บไซต์ของคุณ เปรียบเสมือนกับคุณเป็นเจ้าของสินค้าเองเพียงแต่ไม่มีการสต๊อกของเอาไว้เท่านั้น โดยการทำงานในรูปแบบนี้จะได้เงินจากการแบ่งเป็นเปอร์เซ็นต์ตามที่ได้ตกลงกับเจ้าของสินค้าเอาไว้  โดยสรุปแล้ว งานผ่านเน็ตที่เป็นการขายสินค้าออนไลน์นั้นจะมีทั้งหมด 3 รูปแบบคือ

  • กรณีที่คุณมีตัวสินค้าและเป็นผู้ผลิตสินค้าเองหรืออาจจะรับมาจากที่อื่น โดยต้องเก็บสต็อกสินค้าเอง
  • คุณถ่ายรูปของสินค้า ลงรายละเอียดในเว็บร้านค้าออนไลน์ของคุณ จัดการเองหมดทุกอย่าง ตั้งแต่รับ Order รับเงินจากลูกค้าและแพ็กของส่งให้กับลูกค้า
  • ขายแบบ Drop Ship ซึ่งคุณสามารถติดต่อเป็นตัวแทน Drop Ship กับเจ้าของสินค้าได้ โดยทำได้ 2 วิธีคือ
  1. หาเจ้าของ Drop Ship ทางอินเทอร์เน็ต ซึ่งจะต้องทำการค้นหาเจ้าของสินค้าและบริการที่มีการเปิดให้สมัครตัวแทนจำหน่าย ปัจจุบันมีอยู่เยอะมาก คุณสามารถค้นหาได้ทาง Google โดยค้น คำว่า “ตัวแทนจำหน่ายแบบไม่สต็อกของ”  โดยเจ้าของสินค้านั้น ๆ จะยินยอมให้คุณนำเอารูปภาพของสินค้าและรายละเอียดข้อมูลของสินค้าไปใช้ในเว็บไซต์ของคุณเพื่อเป็นการโปรโมทสินค้า   เมื่อมีลูกค้าสนใจจะสั่งซื้อ คุณก็จะได้รับค่าคอมมิชชั่นตามเงื่อนไขของเจ้าของสินค้าที่ได้ตกลงกันเอาไว้ หากใครสนใจสามารถค้นหาเจ้าของสินค้าที่เปิดรับตัวแทน Drop Ship ได้ทางเว็บไซต์ Drop Ship.com
  2. หาเจ้าของ Drop Ship ในพื้นที่ของคุณ หากในถิ่นที่อยู่อาศัยมีสินค้าที่น่าสนใจที่คุณคิดว่า หากขายทางอินเทอร์เน็ต มันน่าจะขายได้แน่ เราแนะนำว่าให้ลองใช้การเจรจาและความกล้าเข้าไป คุยกับเจ้าของสินค้าว่ามีความสนใจในตัวสินค้าหรือบริการของเขา และต้อการนำไปขยายตลาดทางอินเทอร์เน็ต โดยจะขอถ่ายรูปตัวสินค้าและขอรายละเอียดข้อมูลของสินค้าเพื่อไปลงเว็บไซต์ เมื่อมี ลูกค้าติดต่อเข้ามาทางอินเทอร์เน็ต คุณก็ค่อยมาซื้อสินค้าจากเจ้าของจัดส่งไปยังลูกค้าทางอินเทอร์เน็ตของคุณอีกที

ซึ่งตัวผู้เขียนเองก็ไม่ทราบว่า ความชอบของแต่ละคนเป็นอย่างไร จึงไม่สามารถแนะนำได้ว่า ควรนำอะไรมาวางขายบนเว็บไซต์ของคุณดี แต่สินค้าหลักที่มักวางขายกันเกลือนกราด ก็จะมี เสื้อผ้า กระเป๋า ครีมบำรุงผิว รองเท้า ซึ่งตลาดเหล่านี้จะมีการแข่งขันกันค่อนข้างสูงอยู่แล้ว หาก นำมาลงขายอาจไม่ได้กำไรเท่าที่ควร ถ้าจะให้แนะนำลองขายเป็นสินค้า Handmade ที่เป็นของหา ยากหรือใช้วัสดุจากธรรมชาติจะดีกว่า เพราะเป็นที่นิยมมากในหมู่ชาวต่างชาติและชาวฮิปเตอร์ ขาย  ง่าย กำไรดี (เพียงแต่ต้องเก่งภาษาอังกฤษสักหน่อย) ส่วนกรณีเจ้าของสินค้าจะยินยอมให้คุณ ถ่ายภาพของสินค้าได้หรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับวิธีการเจรจาของแต่ละคน

สำหรับข้อดี – ข้อเสียของงานผ่านเน็ตอย่าง Drop Shipping เท่าที่ผู้เขียนไก้ทำการรวบรวมมามีดังต่อไปนี้   

ข้อดีคือ

  • ระบบ Dropship partner มีความเป็นมืออาชีพ เพราะระบบช่วยอำนวยความสะดวกให้กับผู้ขาย เนื่องจากมีรายละเอียดข้อมูลของสินค้าครบถ้วน, รูปภาพที่มีคุณภาพตามความต้องการ แม้บางครั้งกำไรอาจน้อยไปบ้าง แต่ถ้าหากสินค้า – บริการมีคุณภาพจริง ลูกค้ามาซื้อเรื่อยๆไม่ขาดมือ ก็ย่อมคุ้มค่ากว่าสินค้าที่ กำไรเยอะ แต่ลูกค้ามาซื้อครั้งเดียวแล้วหายไปอย่างแน่นอน
  • การอัพเดตข้อมูลและจำนวนของสินค้าที่พร้อมขายอยู่เสมอ เพราะปัญหาหนึ่งที่คนทำ Dropship เจอเหมือนกันหมดคือ ได้ออเดอร์แต่กลับไม่มีของส่ง หากคุณเป็นผู้ขายสินค้าบน Amazon แล้วละก็…กรณีนี้ถือว่ารุนแรงมาก ขนาดที่ต้องเรียกประชุมเพื่อรับทราบปัญหากันเลยทีเดียว
  • ระบบการจัดขนส่งสินค้าที่ชัดเจนมากและสามารถติดตามได้ การทำงานผ่านเน็ตอย่างการขายสินค้าออนไลน์ สิ่งหนึ่งที่หลายๆ คนมักมองข้ามคือ เรื่องของการจัดส่งสินค้า เพราะคุณภาพและความรวดเร็วในการขนส่งสินค้า สามารถเป็นตัวชี้วัดความพึงพอใจของลูกค้าได้มากเลยทีเดียวและเพิ่มอัตราการกลับมาซื้อซ้ำได้อีกด้วย (ในกรณีนี้ ไม่ใช่เพียงแค่ Drop Shipping เท่านั้น แต่สามารถใช้ได้กับงานทุกงาน โดยเฉพาะงานบนโลกออนไลน์ที่ความเร็วเป็นสิ่งสำคัญในการเลือกซื้อสินค้าของลูกค้า อย่าลืมว่า…ไม่ได้มีแค่ คุณที่ขายอยู่คนเดียว)
  • นโยบายการคืนเงินและการคืนสินค้า (Return and Refund policy) ในสินค้าหลายๆ ประเภท ไม่ว่า จะเป็น จิวเวอร์รี่, เครื่องประดับราคาแพง โทรศัพท์มือถือและเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ จำเป็นต้องมีการทดสอบก่อนการจัดส่งว่าใช้งานได้จริงหรือไม่ แถมนโยบายในบางเว็บไซต์ยังให้สิทธิลูกค้าในการส่งของคืน แลกเปลี่ยนตัวสินค้าที่พบว่ามีการชำรุดในภายหลังหรือยกเลิกสินค้าได้ในกรณีที่ไม่พอใจในตัวสินค้านั้นๆ เช่น อาจไม่เหมือนในรูป ไม่เหมือนกับที่แจ้งในรายละเอียดข้อมูลของสินค้าเอาไว้ กรณีที่เห็นได้ชัดเลยก็คือ การขายของใน Amazon
  • เป็นการทำงานผ่านเน็ตที่ไม่ต้องลงทุนและไม่มีค่าบริการ อีกทั้งยังมีสินค้าในโลกนี้ให้เลือกมากมาย เพียงแค่มีวิธีการขายที่โดดเด่น คุณก็สามารถทำยอดขายได้แล้ว เผลอๆอาจจะมากกว่าร้านค้าที่มีการสต็อก สินค้าจริงไว้ด้วยซ้ำ แถมเป็นการหารายได้เสริมยอดนิยมอีกด้วย
  • การที่ไม่มีสินค้านั้นๆไว้ในมือ ก็เปรียบเสมือนกับการลดปริมาณพื้นที่ในบ้านหรือร้านของคุณเอง โดยที่ไม่ต้องเผื่อที่ไว้เก็บของหรือต้องมานั่งกังวลเรื่องของสัตว์แมลงที่อาจทำให้สินค้าอีก (ยิ่งช่วงนี้มีข่าว  ปลอก แมลง หลงฤดูค่อนข้างเยอะ พ่อค้า แม่ค้าหลายคนจึงต้องระวังให้มากๆ แต่หากทำงานด้วยการ Drop Shipping ก็หายห่วงไร้กังวลไปได้เลย)
  • ข้อมูลทุกอย่างสามารถได้จากผู้ให้บริการหรือเจ้าของสินค้า รวมไปถึงรูปภาพที่คุณไม่ต้องถ่ายเอง ให้เสียเวลา ยิ่งหากเป็นคนไม่ถนัดเรื่องการถ่ายรูปด้วยแล้ว อาจทำให้ภาพสินค้าที่ออกมา เสียหายจนไม่มีใคร อยากซื้อสินค้าก็เป็นได้
  • เป็นการลดต้นทุนและความเสี่ยงในการทำธุรกิจผ่านเน็ต เพราะเกิดจากการลงทุนที่เริ่มต้นเพียง 0 บาท และใช้เพียงเวลาที่คุณเสียไปเพียงวันละ 2 – 4 ชั่วโมงต่อวันเท่านั้น (ไม่ต้องไปนั่งขายตรงหรือไปฟัง สัมมนาขายฝันให้เสียเวลาแต่อย่างใด) แต่เป็นการลงสินค้าในช่องทางการขายของคุณเอง อาจจะได้มากหรือ ได้น้อย ก็ขึ้นอยู่กับกลยุทธ์ของแต่ละคน เพราะฉะนั้น ความเสี่ยงของการทำงานผ่านเน็ตอย่าง Drop Shipping จึงเป็น “ศูนย์”
  • ไม่ต้องปวดหัวหรือนั่งกังวลเรื่องคุณภาพ เช่น รอยตำหนิของสินค้า เพราะคุณจะได้รับการการันตีว่า สินค้ามีคุณภาพดีจริง รวมทั้งเรื่องการรับประกันสินค้า ในกรณีที่สินค้าเกิดความเสียจากการผลิต ยินดีเปลี่ยนให้ฟรี
  • การมีฐานข้อมูลลูกค้าเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เพราะลูกค้าจะทราบว่าควรสั่งซื้อจากเว็บไซต์ไหนและอาจจะทำให้เกิดการบอกต่อปากต่อปากว่า “ฉันสั่งสินค้ามาจากเว็บไซต์นี้ เชื่อถือได้” “ถ้าอยากสั่งซื้อสินค้า เอ ต้องเว็บไซต์นี้เท่านั้น”  แน่นอนว่า นี่แหละ…คือใบเบิกทางสำหรับต่อยอดธุรกิจของคุณในอนาคต
  • Drop Shipping จะทำให้การเข้าถึงลูกค้าง่าย ไวกว่า และทำให้ลูกค้าที่อยู่ในวงแคบๆ คุณก็สามารถหาเจอ ดังนั้น การเจาะกลุ่มลูกค้าเป้าหมายจึงไม่ใช่เรื่องที่ยากเย็นอีกต่อไป

เมื่อทราบข้อดีที่มากมายกันไปแล้ว เราก็มาดูข้อเสียกันต่อดีกว่า แล้วลองมาชั่งน้ำหนักสิว่า งานผ่านเน็ตอย่าง Drop Shipping คุณยังอยากจะทำอยู่หรือไม่

  • เป็นธุรกิจเล็กที่ไม่สามารถทำเป็นธุรกิจที่ยั่งยืนได้ เพราะยิ่งทำ คนอื่น (เจ้าของสินค้า) ก็ยิ่งโต
  • เป็นไปได้สูงที่จะเจอ Dropship หักหลัง เนื่องจาก Dropship จะมีฐานหลักๆส่วนใหญ่อยู่ที่ประเทศจีน ดังนั้น เป็นที่ทราบกันดีว่ามาตรฐานของประเทศจีนจะค่อนข้างต่ำ ถูกโกงง่าย ตรวจสอบยากและอาจจะทำให้คุณเสียลูกค้าไปเลยก็ได้  
  • การเข้าถึงของคู่แข่งที่ง่ายเกินไป เพราะใคร ๆก็สามารถเริ่มต้นทำธุรกิจ Drop Shipping ได้
  • สินค้าบางส่วนทำตลาดไม่ได้ เนื่องจากมีต้นทุนที่ค่อนข้างสูง กำไรน้อย ทำให้คุณไม่สามารถ แข่งขันราคากันได้ (ยังไม่นับการตัดราคากันเองของสินค้าประเภทเดียวกันอีก) ดังนั้น จึงต้องมีความ  เชี่ยวชาญในการทำเป็นพิเศษหรือศึกษาตัวสินค้าที่คุณจะนำลงเว็บไซต์สักหน่อยว่า ราคาเท่าไร ฐานลูกค้า เป็นอย่างไร มีผู้สนใจมากน้อยแค่ไหน ผลตอบรับและการกลับมาซื้อซ้ำมีเยอะหรือไม่ คุณภาพของสินค้า  เป็นยังไง กำไรที่คุณจะได้ควรมีสัดส่วนอยู่ที่เท่าไร ความน่าเชื่อถือของ Drop Shipping มีไหม โดยเราแนะนำว่า อาจจะเลือกสินค้าที่มีคู่แข่งน้อยหรือเน้นการทำตลาดที่เหนือกว่าคู่แข่ง ก็จะทำให้เราสามารถขาย  ได้มากกว่าอย่างแน่นอน  
  • คุณไม่สามารถควบคุมการส่งสินค้าได้ด้วยตนเอง เพราะหากทางผู้จัดส่งสินค้าเกิดความล่าช้าในการ ขนส่งสินค้า เช่น ใช้เวลานานกว่าที่คุณแจ้งลูกค้าไป คุณคือ คนที่จะโดนลูกค้าต่อว่า ไม่ใช่ทาง Drop  Shipping  เพราะลูกค้าไม่รู้ว่าใครกันแน่เป็นคนที่ส่งของ และแน่นอนว่าปัญหาที่เกิดขึ้นนี้ ย่อมมีผลกระทบต่อการให้คะแนนต่อตัวผู้ขายอีกด้วย ซึ่งอาจโดนคอมเม้นที่เป็นลบได้
  • คุณไม่สามารถควบคุมปริมาณสต็อกสินค้าได้ด้วยตนเอง ซึ่งในบางกรณีที่สินค้าเกิดขายดีเป็นเทน้ำ เทท่าขึ้นมาจนหมดเร็ว จนคุณไม่มีสินค้าส่งต่อให้ลูกค้า ปัญหาที่เกิดขึ้นนี้คุณคงตกอยู่ในสถานะลำบากแน่ และหากเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้นบ่อยๆ บัญชีผู้ขายของคุณจะโดนระงับหรือโดนปิดโดยอัตโนมัติทันที จึงเป็นสิ่งที่คนคิดจะทำ Drop Shipping ต้องพึงระลึกไว้อยู่เสมอ
  • การหาผู้ให้บริการ Drop shipping หรือที่เรียกกันว่า Drop shipper เป็นเรื่องสำคัญมาก เพราะหาก ใครหาไม่ดี ปัญหาจะตามมาอีกเยอะมาก เพราะผู้ให้บริการ Drop shipper มีหลายแบบ บางรายแค่รวบรวม รายชื่อร้านค้าให้เท่านั้น แต่คุณต้องติดต่อเอาเองทั้งหมด แบบนี้จะทำให้คุณต้องมานั่งเสียเวลากับการไล่ สมัคร ไหนยังจะส่งเมล์และก็มีขั้นตอนที่ยุ่งยากมากอีกด้วย

อีกแบบ คือ แบบเบ็ดเสร็จ One-Stop รวมสินค้าจากผู้ค้าส่งมาให้คุณเลือกได้เลย ไม่ต้องเสียเวลาพร้อมทั้งบริการอื่นๆที่จำเป็นสำหรับผู้ขายปลีก สำหรับแบบ One-Stop นี้เราแนะนำอย่างมาก แต่ต้องดูให้ดีๆอีกทีว่าราคาที่คุณเอาไปขาย เป็นราคาที่ถูกจริงหรือโดนบวกมาไว้แล้ว ซึ่งผู้เขียนจะแบ่งเป็น 2 ประเภท ดังนี้

  1. Drop shipping แบบไม่เรียกเก็บรายเดือนหรือรายปี แต่อาจมีการจ่ายค่าแรกเข้าเพียงครั้งเดียว ซึ่งราคาไม่สูงมากนัก แต่ผู้ให้บริการแบบนี้อาจมีการเพิ่มราคาของสินค้าเข้าไปอีก จากผู้ขายส่งก่อนจะ เอาราคามาให้คุณขาย แน่นอนว่าราคาต้องสูงขึ้น หากคุณขายราคาเท่ากับเจ้าอื่นในท้องตลาด กำไร คุณคงไม่มากเท่าไหร่หรือไม่เหลืออะไรเลยก็เป็นได้
  2. Drop shipping ที่เรียกเก็บค่าบริการแบบรายเดือน / รายปี จากคุณ ใบแบบที่สองนี้จะไม่มีการเพิ่ม ราคาสินค้าจากผู้ขายส่งก่อน ดังนั้น จึงสามารถขายได้ในราคาตามท้องตลาดได้เลยแถมยังได้กำไร มากกว่าแบบแรกอีกด้วย

มาถึงในส่วนสุดท้ายกันแล้ว สำหรับใครที่ตั้งคำถามว่า งานผ่านเน็ตอย่าง Drop shipping เหมาะที่จะ ทำหรือไม่ เอ้าท์หรือยัง บอกก่อนเลยว่างานผ่านเน็ตแบบนี้ยังไม่เอ้าท์และยังมีการเติบโตอย่างต่อเนื่องแน่นอน เพียงแต่หากจะทำงานประเภทนี้แล้ว อย่างแรกที่ผู้เขียนต้องการให้จำไว้ขึ้นใจคือ  หากเลือกที่จะทำอะไรแล้ว ขอให้เต็มที่กับมัน จะเลือกสินค้าอะไรมาขายทางเว็บไซด์ ก็ต้องหาสินค้า – บริการที่มีความน่าเชื่อถือ ยืนยันที่อยู่และตัวตนได้ เพราะปัจจุบันมีมิจฉาชีพที่แฝงตัวเข้ามาทั้งในรูปแบบของ “เจ้าของสินค้า” “ลูกค้า” ก็มีให้เห็นในข่าวอยู่เต็มไปหมด จึงควรระมัดระวังในเรื่องนี้ให้ดี

สำหรับสิ่งที่ได้นำเสนอในวันนี้ บอกก่อนว่าไม่ได้เป็นเพียงตัวเลือกเดียวของงานผ่านเน็ต แต่ยังมีอีกมากมายที่ให้คุณได้เลือกตามความถนัด ไม่ว่าจะเป็น งานเขียนบทความ โปรแกรมเมอร์ Google Adsense  Affiliate Programs หาเงินด้วย Youtube รับจ้างโพสต์หน้าม้า ขายสินค้าผ่านทาง Ebay ทำแบบสำรวจ / แบบสอบถาม  ขายหนังสือ E-book  และอีกมากมายเกินกว่าจะพูดในบทความนี้หมด

หากใครที่ต้องการขายสินค้าออนไลน์ Dropship ก็ถือเป็นอีกทางเลือกหนึ่ง ส่วนจะทำรายได้มากหรือน้อยนั้นก็ขึ้นอยู่กับสินค้า – บริการ และช่องการจัดจำหน่ายของตัวคุณเอง แน่นอนว่างานผ่านเน็ตอย่าง Drop shipping มีข้อดีที่ชัดเจนโดยเฉพาะในแง่ของความสะดวกสบายและงบประมาณที่การลงทุนเป็น 0  แต่ในขณะเดียวกัน คุณก็จำเป็นที่จะต้องนำข้อเสียที่เราได้รวบรวมมาในวันนี้นำมาพิจารณา ชั่งน้ำหนักกันดู รวมทั้งหาทางแก้ไขปัญหาที่จะเกิดขึ้นในอนาคตอีกด้วย

รู้จักกับ…งานออนไลน์ อาชีพเสริมที่หลายคนมองข้าม

เคยไหมที่เวลาเข้าเว็บต่างๆแล้วมักจะมีโฆษณาชวนให้คุณร่วมทำงานออนไลน์ โดยมักอ้างว่าทำจริง ได้เงินจริง รวยจริง ไม่ต้องออกจากบ้าน เพียง 6 เดือนก็สามารถผ่อนบ้าน ผ่อนรถได้แล้ว ขอแค่คุณมีเวลา 2 – 3 ชั่วโมงต่อวันเท่านั้น หากกล่าวในลักษณะนี้ให้คิดไว้เลยว่า “ชวนขายฝันอย่างแน่นอน”  เพราะไม่มีงานไหนที่ทำแค่ 2 – 3 ชั่วโมงก็สามารถซื้อบ้าน ซื้อรถได้ในเวลาไม่กี่เดือน ทุกๆอย่างล้วนต้องใช้เวลา ประสบการณ์ ฝีมือในการทำงานพร้อมทั้งพิสูจน์ตนเองให้เป็นที่ยอมรับทั้งสิ้น

เมื่อพูดถึงงานออนไลน์กันแล้ว เราก็อยากจะพามารู้จักกับงานชนิดนี้ให้มากขึ้น แบบไม่ใช่งานขายฝันลมๆแล้งๆแต่อย่างใด แต่เป็นงานที่ทำแล้วได้เงินจริง ไม่ต้องลงทุนมาก แค่ใช้หนึ่งสมองสองมือของคุณ ตั้งใจ ทุ่มเท ไม่นานเม็ดเงินจำนวนมากก็จะไหลเข้ามาในกระเป๋าอย่างแน่นอน เอาแบบอย่างต่ำเลยก็ประมาณ 100,000 บาทต่อปี แม้รายได้จะไม่มากเท่างานประจำตามบริษัท แต่หากนำมาเป็นรายได้เสริมบวกกับรายได้หลักแล้วละก็…คุณจะมีเงินเหลือเก็บอีกเพียบ มาดูกันเลยดีกว่าว่า งานออนไลน์ที่ว่านี้เป็นอย่างไรและมีอะไรที่เรานำมาแนะนำกันบ้าง

ก่อนอื่นสำหรับใครที่สนใจอยากจะทำงานออนไลน์ เรามีอยู่ 7 สิ่งที่แนะนำว่าต้องมี ดังนี้

  • รักการเรียนรู้ เนื่องจากงานออนไลน์เป็นงานที่มีการพัฒนา ปรับเปลี่ยนตลอดเวลาเช่นเดียวกับโลกโซเชียลมิเดียที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง ดังนั้น คุณสมบัติพื้นฐานของผู้ที่อยากจะทำงานออนไลน์คือ ต้องรักการเรียนรู้ ทำตัวให้เหมือนกับน้ำที่ยังไม่เต็มแก้ว ใฝ่หาความรู้เพื่อนำมาพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง หากเรานำผู้อื่นก่อนหนึ่งก้าวเสมอ โอกาสที่จะได้รับงานและพิสูจน์ฝีมือก็ไม่ใช่เรื่องยากเย็นอีกต่อไป เริ่มต้นง่ายๆด้วยการทำในสิ่งที่ตนเองรัก อาทิ อ่านหนังสือเพื่อต่อยอดความรู้ เขียนโปรแกรมให้มีความเชี่ยวชาญมากขึ้น ฝึกฝนทักษะทางภาษา เพราะการเข้าใจภาษาที่หลากหลายจะทำให้คุณได้รับความรู้ที่สดใหม่มากกว่าคนที่รู้เพียงภาษาเดียวอย่างแน่นอน
  • มีความอดทน เป็นที่ทราบกันดีว่างานออนไลน์จะต้องใช้ความอดทนค่อนข้างสูง เพราะต้องพบเจอกับลูกค้าที่หลากหลาย ทั้งลูกค้าใจดี ง่ายๆสบายๆหรืออาจจะเจอแบบเขี้ยวลากดินไปเลยก็มีให้เห็นกันมาเยอะ ดังนั้น ความอดทนจึงเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ใช่แค่งานออนไลน์เท่านั้น แต่ทุกๆอาชีพก็ต้องมีคุณสมบัติด้านนี้เช่นเดียวกันโดยเฉพาะด้านงานบริการ
  • แบ่งเวลาในการทำงานอย่างเหมาะสม การทำงานออนไลน์ส่วนใหญ่จะเป็นการหารายได้เสริมเพิ่มเติมจากงานประจำ ดังนั้น การแบ่งเวลาในการทำงานเพื่อไม่ให้ไปรบกวนเวลาในการทำงานประจำจึงเป็นสิ่งสำคัญ ไม่เช่นนั้นหากแบ่งไม่ดี คุณอาจจะต้องสูญเสียทั้งงานทั้ง 2 อย่างไปก็เป็นได้ รวมทั้งงานออนไลน์ส่วนใหญ่จะเป็นการนั่งอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ หากทำซ้ำๆเป็นเวลานานๆ แน่นอนว่าจะต้องเกิดปัญหาสุขภาพตามมา  เพราะฉะนั้น ใครที่อยากจะทำงานออนไลน์หรือกำลังคิดจะทำก็ควรแบ่งเวลาไปออกกำลังกายด้วยจะดีที่สุด เพื่อป้องกันโรคนิ้วล็อค โรคอ้วนลงพุง จอประสาทตาเสื่อม รวมทั้งปัญหาเกี่ยวกับกระดูกสันอีกด้วย นอกจากนี้หากออกกำลังกายเป็นประจำก็จะทำให้มีหุ่นฟิตและเฟิร์มไปเป็นของแถม ได้ทั้งเงินและหุ่น มีใครบ้างที่ไม่เอา…
  • ความสามารถในการใช้คอมพิวเตอร์ อีกหนึ่งพื้นฐานสำคัญในการทำงานออนไลน์ โดยเฉพาะโปรแกรม Microsoft Word, Microsoft Excel,   Microsoft PowerPoint, Photo Shop  4 โปรแกรมพื้นฐานที่ต้องมีความคล่องตัวเพื่อไม่ให้เป็นอุปสรรคในการทำงาน หากใครยังไม่มีความเชี่ยวชาญ ก็มีหนังสือและวิธีสอนการใช้โปรแกรมดังกล่าวในรูปแบบต่างๆทาง Google และYouTube ซึ่งสามารถเข้าไปศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมกันได้ โดยที่ไม่ต้องไปลงคอร์สเรียนคอมพิวเตอร์ให้เสียเงิน
  • ปรับปรุงพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง ขึ้นชื่อว่างานออนไลน์ ความผิดพลาดและการเกิดข้อบกพร่องย่อมเกิดขึ้นได้เสมอ เช่น ไฟล์งานเสียหาย ไวรัสเข้าคอมพิวเตอร์ หากเกิดปัญหาดังกล่าวควรจะบอกกับลูกค้าไปตามตรง อย่าเงียบหายและภายหลังก็ทำงานอย่างระมัดระวังเพื่อไม่ให้เกิดข้อบกพร่องขึ้นอีก
  • ลงมือปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง การจะทำงานอะไรก็ตาม โดยเฉพาะงานออนไลน์ที่ไม่มีการกำหนดเวลาที่แน่นอน อาจจะทำให้เกิดความขี้เกียจขึ้นมาได้ (ซึ่งผู้เขียนก็เคยเป็น) วิธีแก้คือ ควรเริ่มต้นจากทีละน้อยๆแต่สม่ำเสมอ และค่อยๆเพิ่มปริมาณไปเรื่อยๆจนถึงจุดที่ “เท่านี้ล่ะ” คือ จำนวนงานที่เราจะทำในแต่ละวัน อย่าหักโหมและเร่งรีบ เพราะอาจทำให้งานไม่มีคุณภาพเท่าที่ควร

จากงานวิจัยพบว่า หากคุณทำงานอย่างสม่ำเสมอติดต่อกันประมาณ 21 วันขึ้นไป ก็จะติดเป็นนิสัย  ทางผู้เขียนได้ทดลองทำดู ผลปรากฏว่า…ได้ผลค่อนข้างดีทีเดียว ใครที่อยากจะทำงานอย่างสม่ำเสมอ แต่ติดนิสัยขี้เกียจก็สามารถนำวิธีนี้ไปทดลองใช้กันได้

  • ระมัดระวังเรื่องมิจฉาชีพ ข้อเสียของการทำงานออนไลน์หลักๆคือ เกิดการโกงง่ายกว่าอาชีพอื่นๆ เพราะคุณไม่สามารถทราบว่าผู้ที่มาซื้อ – ขายกับคุณเป็นมิจฉาชีพหรือไม่ ส่งมอบงานไปแล้วจะชำระเงินตามที่สัญญาไว้หรือเปล่า หลายๆคนต้องเจอกับมิจฉาชีพที่มาในรูปแบบของ “ผู้ว่าจ้าง” คือ เมื่อได้งานไปแล้ว กลับไม่ชำระเงินหรือจ่ายไม่ครบตามที่สัญญาเอาไว้  ซึ่งมีกรณีนี้เกิดขึ้นบ่อยมากในการทำงานออนไลน์

แต่ทั้งนี้วิธีแก้ไขที่เราอยากแนะนำคือ ให้ผู้จ้างวางมัดจำก่อนครึ่งหนึ่ง เมื่อทำงานเสร็จไปครึ่งหนึ่งก็ส่งงานให้กับผู้ว่าจ้าง และให้ฝ่ายผู้ว่าจ้างชำระเงินส่วนที่เหลือมา เมื่อคุณได้รับเงินส่วนที่เหลือแล้ว ก็ทำการส่งงานอีกครึ่งหนึ่งกลับไป วิธีนี้จะมีความปลอดภัยต่อตัวผู้ที่ทำงานออนไลน์ได้ดีที่สุด แต่ก็ต้องซื่อสัตย์ต่อผู้ว่าจ้างด้วย ไม่ใช่ว่าเป็นฝ่ายคุณที่กลายเป็นมิจฉาชีพเสียเอง แบบนี้จะส่งผลเสียต่อทั้งตัวคุณและผู้ที่ทำงานออนไลน์คนอื่นๆด้วย เพราะจะไม่มีใครกล้ากลับมาจ้างงานอีก

เมื่อทราบพื้นฐานของการทำงานออนไลน์กันไปแล้ว คราวนี้ก็มาถึงการแนะนำงานออนไลน์ที่ทำแล้วได้เงินจริง มาฝากทุกคนกัน ซึ่งต้องบอกก่อนว่าไม่มีอะไรที่ได้มาโดยไม่ต้องลงมือทำ ทุกสิ่งทุกอย่างต้องลงมือทำอย่างตั้งใจทั้งสิ้น จึงจะได้ผลตอบรับกลับมาในรูปแบบของเม็ดเงิน โดยมี 3 งานออนไลน์ที่เรามาแนะนำ นั่นคือ

รับรีวิวสินค้า

ปัจจุบันสินค้าออนไลน์ที่ขายกันมากมาย อาทิ โลชั่น ครีมทาหน้า สบู่โสม อุปกรณ์เครื่องใช้ต่างๆ ล้วนต้องการคนมารีวิวเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือแก่ตัวสินค้าทั้งสิ้น จึงทำให้เกิดงานออนไลน์อย่าง “รับรีวิวสินค้า”ขึ้นมา เพราะค่านิยมของผู้คนในปัจจุบันได้เปลี่ยนไปแล้ว แม้สินค้าจะดีหรืออาหารจะเลิศรสมากแค่ไหน แต่ก็ต้องได้รับการยอมรับและให้คะแนนจากนักรีวิวกันทั้งนั้น เพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจในการเลือกใช้บริการ

ตัวอย่างง่ายๆ ลองมองจากตัวคุณเองเวลาจะไปกินเลี้ยงที่ร้านอาหารหรือแม้กระทั่งการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์บำรุงผิว อย่างแรกที่คำนึกคือ ร้านนี้ดีจริงหรือไม่ แต่จะรู้ได้อย่างไร ก็ต้องไปหาอ่านจากรีวิวว่าเป็นอย่างไร ดีจริงอย่างที่กล่าวอ้างไหม ยิ่งยอดรีวิวและการให้คะแนนเยอะก็ยิ่งเพิ่มความมั่นใจและความน่าเชื่อถือต่อสินค้าและบริการได้มากขึ้น ซึ่งค่าจ้างจะอยู่ที่การตกลงระหว่างผู้ว่าจ้างและผู้ให้บริการ โดยส่วนใหญ่สินค้าที่รับรีวิวต่อชิ้นจะมีราคาตั้งแต่ 250 – 2,000 บาทหรืออาจจะมากกว่านั้น ยิ่งหากคุณกลายเป็นนักรีวิวที่มีชื่อเสียงหรือบางรายที่มีผู้คนกดติดตามทางโซเชียลมิเดียเยอะ การรีวิวสินค้าชนิดหนึ่งจะอยู่ที่ 10,000 – 50,000 บาทเลยทีเดียว

ดังนั้น งานประเภทนี้จึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับคนที่ชื่นชอบการบรรยายถ่ายทอดออกมาเป็นลายลักษณ์อักษรเพื่อให้ผู้อ่านคล้อยตาม หากโชคดีคุณก็จะได้ทดลองใช้สินค้าชนิดนั้นๆฟรีโดยที่ไม่ต้องจ่ายเงินแถมยังได้เงินจากการรีวิวสินค้าอีกต่างหาก แบบนี้เรียกว่ายิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัวไปเลย

รับดูและแฟนเพจและบล็อกหลังบ้าน  

จากกระแสการขายสินค้าทาง Facebook ที่เป็นที่นิยมอยู่ในขณะนี้ ทำให้เกิดแฟนเพจขายสินค้า – บริการ ขึ้นมามากมาย แต่เจ้าของกิจการบางส่วนก็ไม่มีเวลาอัพเดทข้อมูล ข่าวสารและดูแลแฟนเพจมากนัก ลำพังแค่นั่งสต็อกสินค้าและส่งไปรษณีย์ก็กินเวลานานหลายชั่วโมงแล้ว จึงทำให้เกิดงานออนไลน์อย่าง “รับดูแลแฟนเพจและบล็อกหลังบ้าน” ขึ้น เพื่อตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้า โดยหน้าที่หลักๆของการทำงานในลักษณะนี้คือ ตอบกลับลูกค้า อัพเดทข้อมูล ข่าวสาร บทความสาระน่ารู้ที่เกี่ยวข้องกับสินค้าและบริการของเพจที่ได้ว่าจ้างให้ดูแล เช่น หากคุณดูแลแฟนเพจเกี่ยวกับอาหารเสริมรอบดวงตา อาจจะโพสต์ ข้อมูลเกี่ยวกับวิธีป้องกันจอประสาทตาเสื่อมก่อนวัย, อาหารบำรุงรอบดวงตา, วิตามินเสริมสำหรับผู้ที่มีปัญหารอบดวงตา เป็นต้น รวมถึงโปรโมชั่นต่างๆของทางแฟนเพจ และการปิดการขายให้ได้เร็วที่สุดเพื่อป้องกันลูกค้าเบนเข็มไปใช้บริการจากคู่แข่งรายอื่น

เมื่อได้ยอดการสั่งซื้อแล้วทางผู้ให้บริการรับจ้างดูแลแฟนเพจจะทำการแจ้งยอดสั่งซื้อสินค้าไปยังผู้ว่าจ้างเพื่อส่งสินค้าตามที่ลูกค้าออเดอร์มา ซึ่งการดูแลแฟนเพจส่วนใหญ่จะเป็นงานที่ไม่ต้องใช้ทักษะอะไรมาก เพียงแต่ต้องหมั่นอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์และโทรศัพท์มือถือเพื่อตอบกลับลูกค้าให้ทันท่วงที จึงเป็นที่มาว่างานออนไลน์ในลักษณะนี้จะส่งผลเสียต่อสุขภาพอยู่บ้าง ดังนั้น ควรแบ่งเวลาและรักษาสุขภาพกันด้วย อย่าหักโหมรับดูแลแฟนเพจ แต่ลืมดูแลตัวเองเด็ดขาด ไม่เช่นนั้นเงินที่หามาได้อาจจะต้องเสียให้กับโรงพยาบาลไปซะหมด สำหรับราคารับจ้างดูแลแฟนเพจและบล็อกหลังบ้านจะอยู่ที่ 2,000 – 5,000 บาทขึ้นไป หากคุณมีลูกค้าให้ดูแลแฟนเพจประมาณ 2 – 3 ก็ทำเงินหมื่นได้อย่างยากเย็นแล้ว

สติกเกอร์ไลน์ เงินล้าน

Line ถือเป็นแอพลิเคชั่นที่ได้รับความนิยมอย่างมากในประเทศไทย โดยส่วนตัวผู้เขียนเห็นว่า เจ้าสติกเกอร์ไลน์มีความสำคัญและโดดเด่น เพราะทำให้การพูดคุยไม่น่าเบื่อและรูปลักษณ์ของสติกเกอร์ที่นำมาใช้ก็สื่อถึงอารมณ์ได้เป็นอย่างดีไม่ว่าจะโกรธ เศร้า เหงา ดีใจ อิจฉา หิวหรือแม้กระทั่งการนำคำไทยๆที่ได้รับความนิยมมากในช่วงที่ผ่านมาอย่างคำว่า Strong มาใช้ประกอบคำพูดของตัวการ์ตูนก็สร้างความน่าสนใจอยู่ไม่น้อย  แต่คงไม่ใช่ทุกคนที่ชอบตัวการ์ตูนในสติกเกอร์ไลน์ไปซะทั้งหมด  ดังนั้น ทาง Line จึงได้เล็งเห็นความสำคัญในจุดนี้ และเปิดโอกาสให้คนทั่วไปสามารถออกแบบสติกเกอร์ไลน์แล้วนำมาวางขายเองได้ตั้งแต่ปี 2014 ใน Line Creator Market

โดยราขาขายของสติกเกอร์ไลน์ที่คุณออกแบบเองจะมีราคาอยู่ที่ 30 – 100 บาท และทาง Line จะแบ่งกำไรไป 50 % ของราคาขาย เช่น หากคุณขายสติกเกอร์ไลน์ในราคา 50 บาท ในทุกๆการดาวน์โหลด 1 ครั้ง คุณจะได้เงิน 25 บาท ส่วนทาง Line ก็จะได้เงินไป 25 บาท หากใครมีความสามารถชอบสร้างสรรค์ลายเส้นตัวการ์ตูนแล้วละก็…นี่เป็นงานออนไลน์ที่ไม่ควรพลาด ที่ผ่านมามีผู้เข้ามาดาวน์โหลดเยอะมากจนนักออกแบบสติกเกอร์ไลน์บางคนสามารถทำเงินได้มากถึง 1 ล้านบาทเลยก็มี

นอกจากนี้ยังสามารถเปิดรับทำสติกเกอร์ไลน์ตามสั่งจากลูกค้าได้อีกด้วย เพราะการออกแบบสติกเกอร์ไลน์ไม่ใช่ว่าใครก็สามารถทำได้ แต่ต้องใช้ความครีเอทตัวการ์ตูนและความชำนาญในโปรแกรมออกแบบมากเลยทีเดียว โดยจะขายเป็นชุดๆ ชุดละ 20 ตัวไปจนถึงชุดละ 48 ตัว ราคาจะอยู่ที่ชุดละ 4,000 – 8,000 บาทขึ้นไป ตามความยากง่ายและดีเทลต่างๆของตัวการ์ตูน เช่น เสียง การเคลื่อนไหว สีสัน ลายเส้น เป็นต้น โดยการทำงานออนไลน์ในลักษณะนี้จะทำให้เห็นเงินก้อนได้ไม่ยากเย็น ใช้เวลาไม่นาน แถมในปัจจุบันคู่แข่งยังคงไม่เยอะมากอีกด้วย  จึงเป็นอีกหนึ่งงานออนไลน์ที่เรามาแนะนำกันในวันนี้

ทั้งหมดนี้เป็นเพียงตัวอย่างงานออนไลน์ที่ทำเงินได้จริง รวยจริง แต่…ยังไม่หมดอยู่เพียงเท่านี้ ยังมีงานออนไลน์อีกหลายประเภทที่สามารถทำเงินได้อีกเยอะ เช่น งานเขียนบทความ โปรแกรมเมอร์ รับแปลภาษา รับทำงานวิจัย กราฟิกดีไซด์ และอีกมากมายที่สามารถทำเงินได้จริง โดยที่มีรายได้ไม่แพ้งานประจำเลย แต่ 3 งานออนไลน์ที่เรานำมาเสนอในวันนี้เป็นงานออนไลน์ที่ยังไม่มีการแข่งขันดุเดือดมากนัก และแน่นอนว่าที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ ขอเพียงแค่คุณมีความตั้งใจ ซื่อสัตย์ต่องานที่ทำและหมั่นพัฒนาผลงานของตนเองอยู่เสมอ เพียงเท่านี้คุณจะเป็นอีกคนหนึ่งที่สามารถหาเงินได้จริงจากงานออนไลน์ โดยที่ไม่ต้องไปนั่งฟังสัมมนาให้เสียเวลา หรือไปขายตรงอย่างแน่นอน

สุดท้ายนี้ ขอจงเชื่อมั่นในตนเองและบอกกับตัวเองเสมอว่า “ลองสักครั้ง เราทำได้” อย่าเพิ่งยอมแพ้ ท้อถอย งานทุกๆอย่างย่อมใช้เวลาเสมอ เวลาจะเป็นตัวพิสูจน์ฝีมือของคุณ หมั่นพัฒนาทักษะต่างๆเพื่อพร้อมกับการรับงานที่หลากหลาย ไม่หยุดอยู่กับที่ เพราะโลกออนไลน์เปลี่ยนแปลงไวและเร็วมาก  หากทำตามที่เราแนะนำ แบบนี้หากเงินไม่ไหลเข้ากระเป๋าก็ให้รู้กันไป…ซึ่งทางเราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าบทความและสาระดีๆที่นำมาให้กับผู้อ่านในวันนี้จะเป็นอีกแนวทางหนึ่งในการสร้างงาน สร้างเงิน สร้างอาชีพให้กับผู้อ่านทุกท่านได้ไม่มากก็น้อย

 

วิธีการหาเงินกับ 10 อันดับ แฟรนไชส์ยอดนิยม ทำแล้วปัง คืนทุนไว

ผู้เขียนเชื่อว่า…การมีธุรกิจส่วนตัวเป็นของตนเอง เป็นความฝันของใครหลายๆคน เพราะเป็นงานที่สามารถบริหารเวลาได้อย่างอิสระ เป็นเจ้านายตนเอง สามารถเปลี่ยนแปลงองค์กรได้ตามความต้องการของเราที่เห็นว่าเหมาะสม  ไม่ต้องไปเผชิญกับการเมืองในที่ทำงานหรือเจ้านายบางคนที่ชอบเอาเปรียบลูกจ้าง อีกทั้ง ยังเห็นว่าการทำธุรกิจในปัจจุบัน หากประสบความสำเร็จก็จะมีเงินทุนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว มีเงินล้านได้ในพริบตา แต่ทว่า…ในความเป็นจริงแล้ว วิธีการหาเงินด้วยการทำธุรกิจไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะคุณต้องมาเริ่มต้นและบริหารจัดการทุกอย่างตั้งแต่ศูนย์ด้วยตัวคนเดียว ผ่านการลองผิดลองถูกมานับครั้งไม่ถ้วน ตั้งแต่การคิดค้นผลิตภัณฑ์ว่าจะขายอะไร กลุ่มลูกค้าเป้าหมายของเราจะเป็นใครและจะขายในช่องทางไหนบ้าง เพียงแค่ตั้งคำถามด้วยเรื่องแค่นี้ หลายๆก็เห็นว่าเป็นปัญหาใหญ่แล้ว

ดังนั้น ธุรกิจแฟรนไชส์จึงถือกำเนิดขึ้น เพื่อเป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับผู้ที่อยากมีธุรกิจส่วนตัวเป็นของตนเอง แต่ไม่มีเวลาในการคิดค้นสูตร ลองผิดลองถูกหรือทุนในการเปิดร้านเป็นของตนเองอาจจะยังไม่มากพอ ซึ่งธุรกิจแฟรนไชส์ได้สร้างระบบ กฎเกณฑ์ต่างๆเป็นสูตรสำเร็จไว้หมดแล้ว  ที่เหลือก็แค่หาที่ทำเลเหมาะๆและเงินลงทุนสำหรับธุรกิจแฟรนไชส์ เพียงเท่านี้คุณก็จะมีธุรกิจส่วนตัวเป็นของตนเองได้อย่างไม่ยากเย็น

วันนี้ เราจึงขอมาแนะนำ วิธีการหาเงินกับ 10 อันดับ แฟรนไชส์ยอดนิยม ทำแล้วปัง คืนทุนไว มาฝากทุกท่านกัน ซึ่งเหมาะอย่างยิ่งกับผู้ที่มีทุนน้อย แต่อยากหาเงินด้วยการทำธุรกิจส่วนตัว มาดูกันเลยดีกว่ามีอะไรกันบ้าง

อันดับที่ 1 กาแฟถัง

หนึ่งในแฟรนไชส์ยอดฮิตที่ทำง่าย คืนทุนไว กำไรหลักหมื่น คงหนีไม่พ้นธุรกิจแฟรนไชส์ประเภทเครื่องดื่มอย่างชา กาแฟ ซึ่งแฟรนไชส์ที่เรานำมาแนะนำกันในวันนี้คือ แฟรนไชส์กาแฟถัง เหตุผลที่ชื่อกาแฟถังนี้เกิดจากลักษณะของภาชนะที่มีขนาดใหญ่กว่าแก้วที่เอาไว้ขายเครื่องดื่มแบบทั่วๆไป  ให้ลูกค้าได้ทานกันแบบจุใจ จึงตั้งชื่อว่า “กาแฟถัง”

ข้อดีของแฟรนไชส์นี้คือ ขายง่าย ลงทุนน้อย คืนทุนไว อีกทั้งยังมีจุดขายที่มีความแตกต่างจากร้านกาแฟทั่วไป ทั้งเรื่องรูปลักษณะของภาชนะ รสชาติที่เข้มข้น ราคาที่ถูกมาก (เพียง 60 บาท) และหากใครที่ยังลังเลไม่รู้จะเลือกดื่มเมนูอะไรดี ลูกค้ายังสามารถเลือกได้ 2 รสชาติในถังเดียว ซึ่งเป็นข้อแตกต่างจากร้านกาแฟร้านอื่นๆ แถมยังสามารถนำแก้วกาแฟไปใช้ประโยชน์อย่างอื่นได้อีกด้วย

สำหรับเงินลงทุนจะอยู่ที่ราคาตั้งแต่ 5,000 – 10,000 บาทเท่านั้น ซึ่งผู้ซื้อแฟรนไชส์จะได้ทั้งสูตร, แก้วตวง, แก้วชง, หลอด, ชุดช้อน, ถัง, แก้วใบใหญ่และป้ายร้านค้า  ใครที่กำลังสนใจอยากหาเงินด้วยการลงทุนแฟรนไชส์ “กาแฟถัง” สามารถติดต่อได้ทาง Facebook:

อันดับที่ 2 ไก่ทอดสมุนไพรเชียงคำ

แฟรนไชส์นี้ต้องบอกก่อนว่าเป็นร้านขายไก่ทอดสมุนไพรที่แตกต่างจากไก่ทอดสมุนไพรแบบทั่วๆ ไป ซึ่งตัวผู้เขียนเองได้มีโอกาสไปลองลิ้มรสมาแล้ว บอกเลยว่า กรอบนอก นุ่มใน หอมสมุนไพร ไก่เนื้อหวานแถมได้ประโยชน์จากสมุนไพรที่นำมาปรุงรสอีกด้วย เหมาะอย่างยิ่งกับผู้ที่ต้องการหาเงินแต่มีงบลงทุนน้อย เราขอแนะนำ แฟรนไชส์นี่เลย

ข้อดีที่แตกต่างจากแฟรนไชส์ทั่วๆไปคือ ไม่มีข้อผูกมัดใดๆ คุณจะเป็นเจ้าสูตรเอง สามารถกำหนดราคาขายได้ด้วยตนเอง และผลตอบแทนก็ไม่ต้องแบ่งให้กับเจ้าของแฟรนไชส์อีกด้วย เห็นแบบนี้แล้วการมีธุรกิจเป็นของตนเอง คงไม่ใช่เรื่องเพ้อฝันอีกต่อไป อีกประการหนึ่งคือ การเลือกซื้อวัตถุดิบ คุณสามารถหาซื้อได้เองตามท้องตลาดใกล้บ้าน โดยที่ไม่ต้องใช้วัตถุดิบของเจ้าของแฟรนไชส์ ด้วยรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์และความหอมพร้อมคุณประโยชน์จากสมุนไพรไทยและสมุนไพรจีน บอกเลยว่า ลูกค้าทุกรายต้องติดใจอย่างแน่นอน

สำหรับเงินลงทุนจะอยู่ที่ 2,900 บาท (ค่าสูตร) ระยะเวลาคืนทุนเพียง 1 เดือนหรือขึ้นอยู่ปัจจัยอื่นๆเช่น ทำเลที่ตั้ง และการกำหนดราคาขายของคุณเอง หากใครสนใจสามารถติดต่อสอบถามได้ทาง ไก่ทอดสมุนไพรเชียงคำ

อันดับที่ 3 เฉาก๊วยฮาเฮ

หนึ่งในของหวานที่ฮิตตลอดกาล และขายดีมากโดยเฉพาะในช่วงฤดูร้อน แต่กลับไม่มีใครกล้านำเอาธุรกิจเฉาก๊วยมาทำเป็นแฟรนไชส์อย่างจริงจัง ด้วยเหตุนี้ แฟรนไชส์เฉาก๊วยฮาเฮ จึงถือกำเนิดขึ้น

ข้อดีของเฉาก๊วยฮาเฮคือ เนื้อของเฉาก๊วยมีความเหนียวนุ่ม บวกกับน้ำเชื่อมที่เป็นสูตรลับเฉพาะซึ่งเจ้าของคิดค้นขึ้นเอง โรยด้วยเครื่องปรุงตามแต่ที่ลูกค้าต้องการ คือ สิ่งที่ทำให้เฉาก๊วยฮาเฮนั่นติดตลาด แบบที่ไม่ต้องเสียเวลาโปรโมทแต่อย่างใด

สำหรับราคาแฟรนไชส์จะอยู่ที่ 15,000 บาท ระยะเวลาคืนทุนประมาณ 1 – 3 เดือนหรืออยู่ที่ทำเลที่ตั้งเป็นสำคัญ

อันดับที่ 4 อู้ฟู่ ลูกชิ้นปลา 2 หม้อ

ถือเป็นวัตกรรมใหม่แห่งวงการลูกชิ้นปลา ที่รวมเอาลูกชิ้นปลาทอดและลูกชิ้นปลานึ่งมาอยู่ในรถเข็นเดียวกัน เพื่อให้ลูกค้าสามารถเลือกบริโภคได้ตามความต้องการ ใครที่ชอบความกรอบนอก นุ่มในก็สามารถเลือกทานลูกชิ้นปลาทอด ส่วนใครที่กำลังลดน้ำหนัก หลีกเลี่ยงของมัน ของทอดก็สามารถทานเลือกลูกชิ้นปลานึ่ง โดยคุณมั่นใจได้เลยว่า ลูกชิ้นปลา 2 หม้อผลิตจากโรงงานมหาชัยและได้รับการรับรองจาก อย.ว่าสะอาด ถูกหลักอนามัย รวมทั้งได้ตราสัญลักษณ์ฮาลาลมาอีกด้วย

จุดเด่นของแฟรนไชส์ลูกชิ้นปลา 2 หม้อคือ เรื่องรสชาติที่ได้รับการการันตีความอร่อยจาก หม่อมราชวงศ์ ถนัดศรี ชวนชิม, รายการ SME ชี้ช่องรวยและรายการคัมภีร์วิถีรวย พร้อมทั้งการกล่าวขวัญแบบปากต่อปากว่า “ของเขาดีจริง” หากใครไม่เชื่อก็สามารถไปลองทางกันได้เลย

สำหรับค่าแฟรนไชส์จะอยู่ที่ราคา 2,900 บาทเท่านั้น ระยะเวลาในการคืนทุนประมาณ 1 เดือน ใครที่สนใจสามารถติดต่อได้ทาง  Facebook อู้ฟู่ ลูกชิ้นปลา 2 หม้อ

อันดับที่ 5 หมูย่างเฉพาะกิจ

แฟรนไชส์หมูย่างที่เจ้าของแฟรนไชส์ได้คัดสรรวัตถุดิบเลือกมาอย่างดี ผสมกับเครื่องเทศพร้อมสูตรลับเฉพาะตัวที่ใช้เวลาหมักนานถึง 16 ชั่วโมง จึงจะได้รสชาติที่อร่อย กลมกล่อม และมีรสชาติให้เลือกถึง 6 ชนิดด้วยกัน

จุดเด่นของแฟรนไชส์หมูย่างเฉพาะกิจคือ ด้วยความที่เป็นอาหารที่อยู่คู่กับคนไทยมาช้านาน โดยเฉพาะในวัยเรียน หากพูดถึงอาหารจานด่วนคงหนีไม่พ้นหมูย่างพร้อมกับข้าวเหนียวร้อนๆรองท้องอย่างแน่นอน ดังนั้น จึงขายง่าย คืนทุนไว กำไรดี โดยเฉพาะในช่วงเช้าของวันทำงาน

สำหรับราคาแฟรนไชส์จะอยู่ที่ 29,000 บาท ระยะเวลาในการคืนทุน 3 เดือน หรือขึ้นอยู่กับทำเลที่ตั้งเป็นสำคัญ หากใครสนใจสมัครเป็นสมาชิกแฟรนไชส์สามารถติดต่อสอบถามได้ทาง บริษัท หมูย่างเฉพาะกิจ เบอร์ 08-1340-2482

อันดับที่ 6 ร้านปังสด

ใครที่ชอบการทำขนมปังและชงกาแฟเป็นชีวิตจิตใจ บอกเลยว่าแฟรนไชส์นี้คุณต้องห้ามพลาดหรือใครมีร้านค้า ร้านอาหาร ร้านก๋วยเตี๋ยว ร้านหนังสือที่พอมีพื้นที่เล็กๆให้พอตั้งอุปกรณ์การขายได้ ก็สามารถนำไปเสริมได้ทันที เพื่อเป็นการหาเงินไปในตัว และอาจจะทำให้กลายเป็นจุดเด่นดึงดูดลูกค้าเข้ามานั่งในร้านของคุณได้

จุดเด่นของแฟรนไชส์นี้คือ ไม่มีการหักเปอร์เซ็นต์จากการขายใดๆทั้งสิ้น  คุณจะได้เป็นเจ้าของร้านแบบเต็มตัว ซึ่งทางแฟรนไชส์จะไม่เข้าไปยุ่งกับยอดขาย เพียงแต่ต้องสั่งซื้อสินค้าเท่านั้น เพื่อป้องกันไม่ให้สูตรเพี้ยน เนื่องจากต้องการคงเอกลักษณ์ของรสชาติเอาไว้  รวมทั้งคอร์สการฝึกอบรมแบบจัดเต็ม ฝึกจนกว่าจะทำเป็น

อีกทั้ง รูปแบบในการลงทุนมีอยู่ทั้งหมด 4 แบบคือ 1. ราคา 25,000 บาท  (โดยในราคานี้มีอุปกรณ์ให้ครบชุดที่คุณสามารถนำมาขายได้เลยพร้อมสูตรลับเฉพาะของทางร้านปังสด)

  1. ราคา 28,000 บาท (โดยในราคานี้มีอุปกรณ์ให้ครบชุดที่คุณสามารถนำมาขายได้เลยพร้อมสูตรลับเฉพาะของทางร้านปังสด)
  2. ราคา 30,000 บาท (โดยในราคานี้มีอุปกรณ์ให้ครบชุดที่คุณสามารถนำมาขายได้เลยพร้อมสูตรลับเฉพาะของทางร้านปังสด)
  3. ราคา 50,000 บาท (โดยในราคานี้มีอุปกรณ์ให้ครบชุดที่คุณสามารถนำมาขายได้เลยพร้อมสูตรลับเฉพาะของทางร้านปังสด)

ทั้งหมดนี้ ผู้สนใจสามารถเลือกได้ตามกำลังทรัพย์ของแต่ละคน แต่จะขายดีหรือไม่นั้น ผู้เขียนเห็นว่าการทำเลที่ตั้งเป็นสิ่งสำคัญ โดยเฉพาะใกล้กับโรงเรียนและมหาวิทยาลัยจะขายดีมาก ใครสนใจสามารถติดต่อสอบถามได้ทาง ห้างหุ้นส่วนจำกัด ปัง สด โทร. 089-5197700

อันดับที่ 7 ฝรั่งแช่บ๊วยในตำนาน

ผลไม้แปรรูปชนิดหนึ่งที่ขายดีมาก จากรสชาติที่ผ่านการปรุงแต่งด้วยสูตรลับเฉพาะตัว ทำให้มีรสชาติที่หอมหวาน กำลังดี และเป็นที่ถูกอกถูกใจทุกเพศทุกวัยเป็นอย่างมาก

จุดเด่นของแฟรนไชส์นี้คือ ไม่คิดเงิน อ่านไม่ผิดแน่นอน “ไม่คิดเงิน”  เพียงแค่รับสินค้าไปขายก็สามารถนำป้ายร้านไปตั้งขายได้เลย นอกจากฝรั่งแช่บ๊วยของขึ้นชื่อแล้ว ที่นี้ยังมีผลไม้แช่อิ่มแสนอร่อยอีกเป็นจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นมะม่วง มะยม ลิ้นจี่ กระท้อน ฯลฯ ด้วยชื่อเสียงที่มีมากกว่า 50 ปีและรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ ทำให้ไม่ต้องไปเสียเวลาโปรโมทให้เสียเงิน เพราะคุณสามารนำมาวางขายได้เลย

สำหรับใครที่สนใจ สามารถติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ คุณวรรณงาม จารุขจรจินดา เบอร์ 08-9228-9977

อันดับที่ 8 กาแฟสด ชาอินเดีย

แฟรนไชส์เจ้าแรกที่เป็นคนนำชาอินเดียมาทดลองตลาดที่เมืองไทย ด้วยรสชาติที่เข้มข้น ไม่เลี่ยน จึงเป็นที่โปรดปรานของพนักงานออฟฟิศและหมู่นักศึกษา โดยเฉพาะช่วงบ่ายที่หลายๆคนคงรู้สึกง่วงนอน หากได้รับประทานกาแฟสดหรือชาอินเดียเข้าไปแล้วละก็…มีแรงทำงานอีกเพียบ จึงเหมาะอย่างยิ่งที่จะต้องหาที่ทำเลบริเวณในเมือง จึงจะตอบลูกค้าและขายดี

จุดเด่นของแฟรนไชส์กาแฟสด ชาอินเดีย คือ นอกจากจะใช้วัตถุดิบที่นำเข้าจากประเทศอินเดียแล้ว ความหอมกรุ่นซึ่งเป็นเสน่ห์เฉพาะตัวของชาอินเดีย ก็ทำให้มีลูกค้าติดใจกันอย่างล้นหลามและเป็นแบรนด์ที่คนส่วนใหญ่สามารถจดจำได้ เพราะเจ้าของธุรกิจแฟรนไชส์เดินหน้าโปรโมทอย่างต่อเนื่อง ทำให้แบรนด์นี้เป็นที่รู้จักและถูกอกถูกใจของลูกค้าหลายคน

สำหรับราคาแฟรนไชส์อยู่ที่ 6,900 บาทเท่านั้น ระยะเวลาในการคืนทุนประมาณ 1 เดือนหรือขึ้นอยู่กับทำเลที่ตั้งเป็นสำคัญ หากใครสนใจสามารถติดต่อได้ทาง กาแฟสด ชาอินเดีย – กาแฟเปอร์เซีย

อันดับที่ 9 แฟรนไชส์ไอศครีมมหาชัย

หากพูดถึงต้นตำรับไอศกรีมกะทิที่ขึ้นชื่อเรื่องของความหวาน มัน อร่อย ก็ต้องนี่เลย ไอศกรีมมหาชัยที่อยู่คู่กับคนไทยมาอย่างยาวนาน และตอนนี้ก็ดังไปถึงประเทศจีน นักท่องเที่ยวจีนส่วนใหญ่ที่มาเที่ยวในประเทศไทย หากไม่มากินอาหารไทยและมะม่วง ก็ต้องมาทานไอศครีมกะทิแบบไทยแท้ๆ ซึ่งไอศครีมหาชัยก็ไม่ทำให้ต่างชาติผิดหวัง ถือเป็นซิกเนเจอร์ของการมาเที่ยวเมืองไทยเลยก็ว่าได้

จุดเด่นของไอศกรีมมหาชัยคือ เป็นไอศกรีมกะทิแท้ๆที่ผสมกับเครื่องโรยหน้ามากมาย เช่น ข้าวโพด ลูกชิด วุ้นมะพร้าว ถั่วลิสง ข้าวเหนียว พุทราจีน เยลลี่ ฟักทอง มะยม และอีกมากมายที่ให้ลูกค้าได้เลือกตามความต้องการ ประกอบกับชื่อเสียงที่คนไทยและต่างชาติรู้จักกันดีอยู่แล้ว ทำให้ไม่ต้องไปเสียเวลาโปรโมทให้ยุ่งยากและเปลืองเงิน คุณสามารถซื้อแฟรนไชส์และนำมาขายได้เลย

สำหรับใครที่สนใจสามารถติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ นายสมชาย เลิศสมิทวงษ์ เบอร์ 02-977-4961

อันดับที่ 10 แฟรนไชส์ชิกกี้ชิก ไก่ทอดสไตล์ใหม่

แฟรนไชส์ชิกกี้ชิก เป็นธุรกิจภายใต้ชื่อของ บริษัท เอ็มดี 79 เทรดดิ้ง จำกัด โดยบริษัทนี้เขาได้คัดสรรวัตถุดิบที่ได้คุณภาพ สะอาดและปลอดภัยส่งตรงจาก บริษัท พนัสโพลทรี่ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทแม่ที่ดำเนินกิจการผลิตไก่แบบครบวงจร ใครที่เข้าร่วมกับแฟรนไชส์นี้มั่นใจได้เลยว่าไก่ทุกตัวปลอดภัย ปราศจากสารเร่งการเจริญเติบโตอย่างแน่นอน ผ่านการคัดสรรและได้รับการรับรองมาตรฐานระดับสากล

จุดเด่นของแฟรนไชส์ชิกกี้ชิกคือ  “ไก่ทอด สไตล์ใหม่” ที่สามารถตอบสนองต่อความต้องการของผู้บริโภคชาวไทย ด้วยราคาที่เหมาะสม จึงทำให้ผู้ซื้อแฟรนไชส์มีความสะดวกและง่ายต่อการดำเนินกิจการ เพราะลงทุนน้อย คุณภาพดี รสชาติที่ถูกปากคนไทย ด้วยรสชาติที่มีให้เลือกกว่า 10 แบบ ใครที่เป็นสาวกไก่ทอด บอกเลยว่าไม่ควรพลาด

สำหรับค่าแฟรนไชส์ราคาเพียง 5,000 บาทเท่านั้น ระยะเวลาในการคืนทุน 1 เดือนหรือขึ้นอยู่กับทำเลที่ตั้งเป็นสำคัญ  ใครที่สนใจสามารถเข้าไปสอบถามและดูรายละเอียดข้อมูลธุรกิจของแฟรนไชส์นี้ได้ที่  ชิกกี้ชิก

ทั้งหมดที่เรายกตัวอย่างขึ้นมาในวันนี้ ต้องบอกเลยว่าเป็นธุรกิจที่ได้รับความนิยมสูงมาก มีฐานลูกค้าอยู่แล้วและเป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย หลายๆร้านที่ตัวผู้เขียนมีโอกาสได้ไปใช้บริการ บอกเลยว่าอร่อยจริง คุ้มค่าอย่างแน่นอน อีกทั้งยังสามารถคืนทุนเร็ว ด้วยเงินลงทุนไม่ถึงหลักแสนบาท จึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับใครที่อยากหาเงินด้วยการมีธุรกิจเป็นของตนเองแต่มีงบน้อย และไม่มีเวลาในการคิดค้นสูตร คิดค้นผลิตภัณฑ์และหากลุ่มลูกค้าเป้าหมาย

ซึ่งเราก็หวังว่าข้อมูลที่ได้นำเสนอในวันนี้จะเป็นประโยชน์ต่อผู้อ่านทุกท่านไม่มากก็น้อย