เคล็ดลับ พิชิตธุรกิจออนไลน์ให้ประสบความสำเร็จ

หลายคนคงทราบกันดีอยู่แล้วว่า การทำธุรกิจออนไลน์ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะต้องใช้พลังงาน ความกล้าและเวลา บางคนกว่าจะเริ่มต้นสร้างเนื้อสร้างตัวได้ ต้องอดตาหลับ ขับตานอนมาตั้งเท่าไร เพราะฉะนั้น หากคิดจะทำธุรกิจออนไลน์และต้องการให้สิ่งที่คุณเลือก ประสบความสำเร็จ คุณต้องซื่อสัตย์กับตนเอง รวมถึงต้องเผชิญหน้ากับปัญหา พร้อมฝ่าฟันอุปสรรคที่อาจะเกิดขึ้นในอนาคตได้ สำหรับผู้ที่เริ่มต้น วันนี้ ผู้เขียนขอมาแนะนำ เคล็ดลับพิชิตธุรกิจออนไลน์มาฝากทุกท่านกัน

รู้จักธุรกิจออนไลน์ของตนเอง

หากมีแพลนที่อยากจะเปิดบริษัทหรือธุรกิจออนไลน์อะไรสักอย่าง ก่อนอื่น ลองมาสำรวจกันว่า 1.จะขายอะไร  2.ธุรกิจนั้นมีผู้ทำแล้วเยอะหรือไม่  3.ผลตอบรับเป็นอย่างไร  4.ต้นทุนในการลงทุนสูงหรือไม่ ในกรณีนี้จะช่วยให้คุณคำนวณค่าใช่จ่ายคร่าวๆได้ว่าจะต้องมีงบประมาณอยู่เท่าไรและควรมีเหลือเผื่อในยามฉุกเฉินอีกเท่าไร  5.สินค้า – บริการที่จะทำต้องหาความรู้หรือแหล่งข้อมูลมาจากที่ไหนบ้าง  6.แผนการตลาดคร่าวๆว่าจะทำอย่างไรให้ลูกค้ารู้จักแบรนด์ของเราได้เร็วที่สุด

ทั้งหมดนี้เป็นพื้นฐานคร่าวๆสำหรับผู้ที่คิดจะริเริ่มธุรกิจออนไลน์ทุกคนควรจะมี บางคนอาจใช้เวลาแปบเดียวก็สามารถสร้างธุรกิจได้แล้ว บางคนใช้เวลาลองผิด ลองถูกนาน 3 – 5 ปีก็มี อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าจะใช้ระยะเวลาเท่าไร เรื่องของข้อมูลและสินค้าของตนเอง ตัวคุณเองควรเป็นผู้ที่รู้ดีที่สุด   

อย่าลืมลูกค้าเก่า

ลูกค้าเก่าที่เคยสั่งซื้อไปคือ คนที่ให้ความไว้วางใจกับธุรกิจออนไลน์ของเรา ดังนั้น จงบริหารจัดการลูกค้ากลุ่มนี้ให้ดีๆ เพราะคนเหล่านี้มีโอกาสที่จะกลับมาซื้อซ้ำบ่อยครั้งกว่ากลุ่มคนอื่นๆและจะซื้ออยู่เรื่อยๆ การทำโฆษณาในหลาย Platform มีฟีเจอร์ที่ทำให้คุณสามารถทำ Remarketing ได้ โดยเฉพาะโฆษณาใน Facebook ซึ่งจะอัพโหลดฐานอีเมลหรือเบอร์โทรศัพท์ของลูกค้า สร้างเป็น Custom Audience แล้วยิงโฆษณาใส่ Custom Audience เป็นอีกกระบวนหนึ่งที่จะใช้ทำโฆษณากับกลุ่มลูกค้าเก่าได้ดี

อย่าลืมหาลูกค้าใหม่ๆบ้าง 

การหาลูกค้าใหม่ๆเข้าสู่ธุรกิจออนไลน์ กลายเป็นหนึ่งในสิ่งที่ต้องอาศัยทั้งระยะเวลาและเงินลงทุน (โดยเฉพาะการทำโฆษณาทางโซเชียลมิเดีย บางรายเสียเงินนับแสนบาทต่อเดือนเลยทีเดียว แต่ก็คุ้มกับฐานลูกค้าที่ได้มา) อย่างไรก็ตาม ในกรณีที่จำนวนลูกค้าไม่ได้สัมพันธ์กับยอดขาย แต่การมีลูกค้าที่เข้าสู่เว็บไซต์มากขึ้น อย่างน้อยก็อุ่นใจกว่าธุรกิจออนไลน์ที่เงียบเหงา ไม่มีคนเข้าชมเลย ดังนั้น การพาลูกค้าใหม่ๆเข้าสู่ร้านค้าจึงเป็นอีกหนึ่งหัวใจสำคัญของการขายของออนไลน์

สินค้าจะต้องเป็นที่ต้องการและแตกต่างจากของคู่แข่ง  

หากสินค้าเป็นที่ต้องการของคนส่วนมาก ควรขายในราคาที่เหมาะสม แต่ถ้าเป็นสินค้าที่ไม่มีคู่แข่งหรือมีคนขายน้อย แน่นอนว่าการขายสินค้าที่แตกต่างจากคนอื่น ย่อมสร้างโอกาสที่จะจบการสั่งซื้อขายได้ง่ายกว่า เพราะลูกค้าจะไม่มีตัวเปรียบเทียบให้เลือก และที่สำคัญที่สุดคือ อย่าลืมว่า การขายของไม่ว่าจะเป็นธุรกิจออนไลน์หรือการขายแบบออฟไลน์ หัวใจสำคัญคือ สินค้า ลูกค้าจะพิจารณาที่สินค้าก่อนเป็นอันดับแรก แล้วเรื่องอื่นๆจะตามมาทีหลัง หากสินค้าน่าสนใจและไม่มีคู่แข่ง ยังไงก็ขายได้แน่นอน

สร้างกระบวนการที่ซื้อขายได้ง่าย 

อีกเรื่องหนึ่งที่หลายคนควรใส่ใจคือ ช่องทางการซื้อขายที่ง่าย ในที่นี้หมายถึง การชำระเงิน ซึ่งวิธีที่นิยมใช้คือ การจ่ายเงินออนไลน์ หรือ Mobile Banking ควรเน้นธนาคารที่มีลูกค้าใช้บริการมากที่สุด อาจจะเปิดสัก 2 – 3 บัญชี และมีบัญชีเงินฝากประจำเก็บแยกเอาไว้ จะได้ทราบว่ายอดเงินเข้า เงินออก เงินคงเหลือจากกิจการขาดทุนหรือได้กำไร นอกจากนี้ เรื่องของเอกสารทางการเงินอย่างการออกใบเสร็จให้ลูกค้า ควรมีไว้ด้วยเช่นกัน

พัฒนาธุรกิจอย่างต่อเนื่อง

ในการทำธุรกิจทั้งออนไลน์และออฟไลน์ ทุกคนล้วนต้องเจออุปสรรคกันทั้งนั้น บางคนเจอมาก บางคนเจอน้อย อยู่ที่การบริหาร จัดการของแต่ละคน แต่นั่นไม่ใช่ตัวชี้วัดถึงความสำเร็จ แม้ว่าบางคนจะวางแผนมาเป็นอย่างดี แต่จงระลึกอยู่เสมอว่า การทำธุรกิจไม่ได้เป็นไปตามแผนที่คาดการณ์เสมอไป ปัญหาล้วนเกิดขึ้นได้ตลอด ในฐานะผู้เริ่มต้นธุรกิจ คุณจำเป็นต้องโฟกัสถึงปัจจัยที่สามารถควบคุมได้ ทั้งเวลา สินค้า บริการ บุคลากร การปรับตัว การพัฒนาและตั้งใจทำสิ่งเหล่านั้นอย่างต่อเนื่อง

ตัวอย่างเช่น ช่วงนี้ธุรกิจออนไลน์ซบเซามีปัจจัยอะไรบ้างที่ไม่สามารถควบคุมได้ เช่น ด้านเศรษฐกิจ การเมือง คู่แข่ง ภัยธรรมชาติ เป็นต้น และมีปัจจัยอะไรบ้างสามารถควบคุมได้ เช่น การพัฒนาสินค้า การบริการ บุคลากร เวลาในการส่งสินค้า ราคา เป็นต้น ลองนำมาปรับใช้และลองหาวิธีแก้ไขดูหรืออาจขอคำปรึกษาจากผู้ที่มีประสบการณ์ ไว้ใจได้ หรือตามแฟนเพจที่ให้ความรู้ในการประกอบธุรกิจก็ได้ เมื่อได้รับคำแนะนำแล้ว ลองนำมาปรับใช้ดู เชื่อเถอะว่า มันต้องมีทางออกสักทาง

สุดท้าย อย่าลืมพัฒนาความสามารถและอย่าลืมเป็นคนนอบน้อมถ่อมตัวด้วย เพราะสิ่งเหล่านี้มีคุณค่ามากกว่าเงินทั้งหมด คุณสามารถนําไปใช้เป็นเครื่องมือหรือต่อยอดการสร้างธุรกิจเครือข่ายได้อย่างทรงพลัง ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจออนไลน์ การทำงานราชการ เอกชน หรือการมีธุรกิจแบบออฟไลน์ การอ่อนน้อมถ่อมตนเป็นสิ่งสำคัญในทุกๆโอกาสที่จะมาถึง

7 เทคนิค ขายสินค้าในธุรกิจออนไลน์ให้ปัง

เชื่อว่าหลายคนคงเคยประสบปัญหาว่า ทำไมลูกค้าถึงไม่ซื้อสินค้าจากเพจหรือเว็บไซต์ของเรา ซึ่งก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจก่อนว่า ข้อเสียของการซื้อของทางออนไลน์ ลูกค้าไม่สามารถทดลองหรือเห็นสภาพของสินค้าจริงๆด้วยตนเอง รวมทั้งข่าวฉ้อโกงทางออนไลน์ที่ออกมาให้เห็นแบบรายวัน ดังนั้น จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้ลูกค้าไม่กล้าซื้อของทางออนไลน์ อย่างไรก็ตาม ตลาดของธุรกิจออนไลน์ยังคงเติบโตมากขึ้นเรื่อยๆ วันนี้ ผู้เขียนจึงได้รวบรวมเทคนิคในการขายสินค้าให้ปังมาฝากพ่อค้า – แม่ค้าทุกท่านกัน

การโปรโมท   

การโปรโมทสินค้าทางออนไลน์มีหลายช่องทาง ไม่ว่าจะเป็นการโฆษณาบนเฟสบุ๊ค บนเว็บไซต์ สร้างบล็อก รวมทั้งการลงขายสินค้าฟรีตามกรุ๊ปต่างๆที่เปิดโอกาสให้ใครก็ได้มาประชาสัมพันธ์สินค้าได้อย่างเต็มที่ แต่ทั้งนี้ ต้องคาดการณ์งบประมาณก่อนว่าจะใช้จ่ายประมาณเท่าไร เพราะหากเป็นธุรกิจออนไลน์ที่เปิดใหม่และต้องการให้เป็นที่รู้จักอย่างรวดเร็ว ทุนในการโฆษณาอาจจะต้องใช้ค่อนข้างเยอะ แต่ถ้าเป็นธุรกิจที่สร้างได้ 1 ปีขึ้นไป อาจจะกำหนดงบประมาณที่คงตัวในแต่ละเดือนก็ได้

เก็บข้อมูลเพื่อนำมาพัฒนาสินค้า – บริการ  

การเก็บข้อมูลเพื่อต่อยอดและพัฒนาสินค้าของคุณ อาจไม่ใช่สินค้าแนวเดียวกับที่ขาย แต่อาจสังเกตเรื่องการบริการ การแก้ปัญหา การขนส่ง การตอบกลับ เพราะธุรกิจออนไลน์ แม้จะมีการค้าขายสินค้า – บริการที่หลากหลาย แต่สิ่งหนึ่งที่คล้ายกันคือ จะต้องตอบปัญหาและข้อสงสัยจากลูกค้า การบริการด้านการขนส่ง ปัญหาของสินค้าที่ส่งไม่ถึงมือผู้รับหรือล่าช้าเกินกว่ากำหนด แน่นอนว่าทุกธุรกิจต้องเคยเจอ เพราะฉะนั้น ใครที่เป็นมือใหม่หัดขาย ลองทำการบ้าน ศึกษาข้อมูลในส่วนนี้ดู

สำรวจธุรกิจออนไลน์แนวเดียวกัน  

จากข้อที่แล้วที่บอกให้เก็บข้อมูลจากธุรกิจออนไลน์ประเภทใดก็ได้ มาถึงข้อนี้ต้องไม่ลืมที่จะสำรวจธุรกิจออนไลน์ประเภทเดียวกันด้วย และไม่ใช่เฉพาะคู่แข่งที่เป็นคนเดียว แต่รวมถึงชาวต่างชาติ ว่ามีการปรับปรุงการบริการ พัฒนาสินค้า สร้างสัมพันธ์กับลูกค้าด้วยวิธีใด ทำอย่างไรถึงอยู่ในตลาดได้นาน ทุกอย่างล้วนเป็นสิ่งที่ต้องเรียนรู้ เพื่อนำข้อมูลที่ได้รับมาปรับปรุง เปลี่ยนแปลง พัฒนาให้สินค้า – บริการ สามารแข่งขันในตลาดได้ในปัจจุบันและอนาคตข้างหน้า

คำแนะนำ ธุรกิจออนไลน์เป็นธุรกิจที่มาไว ไปไว แรกๆอาจขายดี แต่เมื่อกระแสเริ่มเบาลง เว็บไซต์หรือเพจของคุณ อาจเงียบไปเลยก็ได้ ดังนั้น หากคิดจะมาอยู่ในวงการนี้ ต้องรู้จักปรับตัว พัฒนา เปลี่ยนแปลงให้ทันต่อโลกของธุรกิจออนไลน์กันด้วย

ใช้ keyword ให้เป็นประโยชน์   

คำค้นหาหรือ keyword เป็นหัวใจสำคัญของธุรกิจออนไลน์  โดยเฉพาะคีย์เวิร์ดที่เกี่ยวกับสินค้า เพราะลูกค้าส่วนใหญ่ เวลาหาข้อมูลหรือต้องการสินค้าตัวไหน อย่างแรกที่ทำเลยก็คือ การหาข้อมูลทางอินเทอร์เน็ต หากคุณสามารถจับจุดตรงนี้ได้ รับรองว่าการโปรโมทเพื่อให้ลูกค้ารู้จักผลิตภัณฑ์นั้น ไม่ใช่เรื่องยากเลย หากใครยังไม่ทราบว่า การหาคีย์เวิร์ดที่น่าสนใจต้องทำอย่างไรบ้าง  สามารถไปตรวจสอบได้จากกูเกิ้ล โดยใช้เครื่องมือ Google AdWords Keyword Planner จะบอกรายละเอียดได้เยอะมาก

หรืออีกวิธีหนึ่งคือ ในช่องคำค้นหาของกูเกิ้ล ให้พิมพ์คีย์เวิร์ดหลักสักอย่างลงไป ก็จะมีคำต่อท้ายคีย์เวิร์ดนั้นๆให้คุณได้เลือกใช้ ทั้งนี้ ควรเลือกคีย์เวิร์ดที่เกี่ยวข้องกับสินค้า – บริการกันด้วย ไม่อย่างนั้นลูกค้ารายอื่นอาจเข้าใจผิดได้

ตามหาสินค้าเฉพาะกลุ่ม 

สังเกตหรือไม่ว่า เว็บไซต์หรือเพจไหนที่ขายสินค้าเฉพาะกลุ่มจะมีลูกค้าที่เข้ามาตอบคอมเม้นท์และยอดวิวเยอะมาก นั่นเป็นเพราะสินค้ากลุ่มนี้มีคนขายน้อยและได้กำไรดี จนผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาดต่างขนานนามถึงปรากฏการณ์นี้ว่า Niche of Niche Market อย่างไรก็ตาม การขายสินค้าประเภทนี้ ส่วนใหญ่จะมีข้อมูลของสินค้าน้อย เพราะหลายร้านยังไม่นำมาขาย  เพราะฉะนั้น การหาข้อมูลในเรื่องนี้ จึงเป็นสิ่งสำคัญมาก

สร้างความน่าเชื่อถือ  

หลายคนคงเห็นข่าวการฉ้อโกงหลายล้านบาทที่เกิดขึ้นในธุรกิจออนไลน์กันบ่อยครั้ง ทำให้ลูกค้าบางส่วนเริ่มกังวลกับการซื้อ – ขายทางออนไลน์ เพราะฉะนั้น พ่อค้า แม้ค้า ควรมีระบบการชำระสินค้าที่รัดกุม โดยส่วนใหญ่จะใช้การชำระเงินทางออนไลน์ หรือ Mobile Banking แต่เพื่อความสบายใจของลูกค้า ควรทำให้เว็บไซต์มีระบบ Live Chat เพื่อความสะดวกในการติดต่อ มีการลงเบอร์โทรและอีเมลให้ชัดเจนในหน้าเว็บไซต์หรือแฟนเพจ เพื่อให้ลูกค้ารู้สึกสบายใจมากขึ้น เพราะติดต่อหาเจ้าของเว็บได้ง่าย

นอกจากนี้ ควรเพิ่มนโยบายการรับประกันสินค้า เช่น รับประกัน 15 วัน 30 วัน 1 ปี เป็นต้น ในกรณีที่สินค้ามีการชำรุด เพื่อเรียกความเชื่อมั่นของลูกค้าเพิ่มขึ้นไปอีก

เปลี่ยนขาจรให้เป็นขาประจำ  

เมื่อเริ่มมีลูกค้าเพิ่มขึ้น ทั้งหน้าเก่าและหน้าใหม่ ลองเปลี่ยนการซื้อ – ขายแบบธรรมดาให้เป็นประโยชน์ ตัวอย่างเช่น เมื่อลูกค้าเชื่อมั่นและชื่นชอบสินค้าของเราแล้ว ลองจัดโปรโมชั่นให้ลูกค้าที่เคยซื้อ รีวิวสินค้าของเราด้วย อาจจะให้ของรางวัลเป็นคูปอง ส่วนลดในครั้งต่อๆไป ของแถม แล้วถ้าสามารถทำให้ลูกค้าถ่ายรูปคู่กับสินค้าของเราได้ ก็ยิ่งดีเข้าไปอีก เพื่อเรียกความเชื่อมั่นและความสนใจในตัวสินค้ามากขึ้น

และนี่คือ เทคนิคดีๆที่ผู้เขียนนำมาฝากกันในวันนี้ หากใครสนใจลองนำไปปรับใช้กับธุรกิจออนไลน์ของคุณดู เชื่อว่าข้อมูลที่ได้นำเสนอมาในบทความนี้จะมีประโยชน์ต่อทุกท่านได้ไม่มากก็น้อย